เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 โฉมหน้าที่แท้จริงของระบบ!

บทที่ 11 โฉมหน้าที่แท้จริงของระบบ!

บทที่ 11 โฉมหน้าที่แท้จริงของระบบ!


"เฮอะๆ นึกไม่ถึงเลยว่าจะได้ MVP ความสามารถของฉันนี่เหนือกว่าที่คาดไว้จริงๆ"

หลังจากกวาดล้างคู่แข่งทั้งหมดได้ ซูหยวนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกลำพองใจเล็กน้อย

แน่นอนว่านี่ไม่ได้หมายความว่าความสามารถในการต่อสู้จริงของเขาจะเป็นอันดับหนึ่งของโรงเรียน พวกคนดังส่วนใหญ่ในโรงเรียนต่างขี้เกียจเกินกว่าจะลงมาร่วมสงครามโรงอาหารต่างหาก

ยกตัวอย่างห้องสอง อัจฉริยะอย่างเฉินนั่วยีมีความสามารถที่จะบดขยี้คู่แข่งทุกคนได้อย่างราบคาบ แต่เวลาไปโรงอาหารเธอก็มักจะเดินไปอย่างเชื่องช้าเสมอ

ส่วนยอดฝีมืออย่างฉู่หลานซี ก็จะไหว้วานให้เพื่อนซื้อข้าวให้ ไม่ลงสนามด้วยตัวเอง

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพวกนักเรียนบ้านรวยอีกจำนวนมากที่ไม่กินข้าวโรงอาหารเลย แต่จะออกไปกินข้างนอกหรือสั่งเดลิเวอรี่แทน

พอคิดถึงเดลิเวอรี่ ซูหยวนก็อดไม่ได้ที่จะจิ๊ปาก "ชิ" ออกมา

การที่โรงเรียนไม่อนุญาตให้ส่งอาหารเดลิเวอรี่ตอนเรียนนี่มันน่าเสียดายจริงๆ ไม่อย่างนั้นเขาคงกอบโกยเงินจากพวกนักเรียนที่ไม่เห็นค่าของเงินพวกนั้นได้เป็นกอบเป็นกำแล้ว

แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไร พัฒนาการของซูหยวนก็เห็นได้ชัดเจน

ในขณะที่เขากำลังถือบัตรอาหาร เดินหน้าบานมุ่งตรงไปที่ประตูโรงอาหาร เตรียมจะเสพสุขกับผลไม้แห่งชัยชนะ ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งที่เหมือนหอคอยเหล็กก็มายืนขวางหน้าซูหยวนเอาไว้

ยังไม่ทันที่ซูหยวนจะตั้งตัวว่าเกิดอะไรขึ้น อีกฝ่ายก็ยื่นแขนที่ใหญ่กว่าต้นขาของซูหยวนออกมา คว้าคอเสื้อด้านหลังของซูหยวนแล้วหิ้วขึ้นมาเหมือนหิ้วลูกไก่

"อาจารย์จูเก๋อ?"

เมื่อมองเห็นใบหน้าเขียวคล้ำของจูเก๋อเถี่ย ซูหยวนก็งุนงงไปหมด

เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ตนเองไปกวนทีนอาจารย์พละคนนี้ตอนไหน?

"ไอ้หนู แกแกว่งไม้ได้เร็วดีนี่!"

จูเก๋อเถี่ยกัดฟันกรอด เค้นคำพูดออกมาทีละคำจากไรฟัน เห็นได้ชัดว่ากำลังโมโหสุดขีด

"สงครามโรงอาหารคือการแข่งความเร็ว แต่แกกลับใช้กลอุบายปาหี่แบบนี้เพื่อเอาชนะ! มันเป็นการหยามเกียรติของจิตวิญญาณนักกีฬาชัดๆ!"

ซูหยวน: "..."

บ้าเอ๊ย แบบนี้ก็โยงไปถึงจิตวิญญาณนักกีฬาได้ด้วยเรอะ?

มีใครบอกไว้รึไงว่าต้องใช้วิธีวิ่งแข่งเท่านั้นในการแย่งอันดับโรงอาหาร?

แถมการมาขวางคนอื่นในจังหวะสำคัญที่กำลังจะเข้าเส้นชัยแบบนี้ มันไม่ถือว่าฟาวล์หรือไง?

เมื่อเห็นนักเรียนที่ถูกตัวเองทิ้งไว้ข้างหลังเมื่อครู่กำลังแซงหน้าและวิ่งเข้าไปในโรงอาหารทีละคน ซูหยวนก็ร้อนรนใจ รีบงัดไม้ตาย 'สามประโยคขอความเมตตา' ออกมาใช้:

"อาจารย์จูเก๋อครับ เที่ยงแล้ว ไหนๆ ก็มาแล้ว ไปกินข้าวกันก่อนเถอะครับ"

"ไม่ได้! ตอนนี้แกต้องไปวิ่งรอบสนามสิบรอบเดี๋ยวนี้ ฉันจะคุมเอง! ฉันจะทำให้แกเข้าใจว่าอะไรคือจิตวิญญาณนักกีฬา"

จูเก๋อเถี่ยเอ่ยเสียงเย็นชา ไม่สนเรื่องมารยาททางสังคมใดๆ ทั้งสิ้น ทำเอาซูหยวนหน้าถอดสี

แต่ในตอนนั้นเอง เสียงหัวเราะเยาะเย้ยก็ดังมาจากไม่ไกล:

"อาจารย์จูเก๋อ คุณเริ่มตะโกนเรื่องจิตวิญญาณนักกีฬาที่น่าเบื่อหน่ายนั่นอีกแล้วนะ เพื่อความพอใจส่วนตัว ถึงกับจับศิษย์รักของฉันไป ไม่ให้เขาไปกินข้าว แบบนี้ไม่สมกับเป็นแม่พิมพ์ของชาติเลยนะ"

ซูหยวนและจูเก๋อเถี่ยหันไปมองทางต้นเสียง ก็เห็นอาจารย์สาวสวยรูปร่างอรชรในชุดต่อสู้รัดรูปกำลังเดินนวยนาดเข้ามา

"อาจารย์หลี?"

ผู้มาเยือนคืออาจารย์สอนวิชายุทธ์ของชั้น ม.6 ห้อง 2 หลีสื่อเฉวียน

แต่สิ่งที่ทำให้ซูหยวนแปลกใจคือ ปกติอาจารย์หลีคนนี้มักจะทำตัวเย็นชากับเขา ไหงวันนี้ถึงออกหน้ามาช่วยแก้ต่างให้ล่ะ

"อาจารย์หลี เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ"

จูเก๋อเถี่ยวางซูหยวนลงกับพื้น น้ำเสียงแข็งกร้าว

หลีสื่อเฉวียนกอดอก มองซูหยวนด้วยสายตาเอ็นดูแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองจูเก๋อเถี่ยด้วยสายตาราวกับมองขยะ:

"ไม่เกี่ยวกับฉันเหรอ? เมื่อกี้วิทยายุทธ์ที่ซูหยวนใช้ออกมาช่างน่าตื่นตาตื่นใจ นักเรียน ม.6 ทั้งชั้นแทบจะหาคนเทียบไม่ได้ แต่คุณกลับมาชี้หน้าด่าซูหยวนเพียงเพราะเขาใช้วรยุทธ์ชิงอันดับหนึ่งในโรงอาหาร นี่คุณกำลังดูถูกวิถียุทธ์งั้นเหรอ?"

"จะว่าไป กีฬาอะไรนั่น ก็แค่พวกบ้าพลังไปยกเหล็กโง่ๆ ก็ได้คะแนนเต็มแล้ว มันต่างจากวิชาที่ต้องใช้เทคนิคอย่างวิทยายุทธ์หรือวิชาเต๋าคนละชั้นกันเลย"

ซูหยวนเข้าใจแล้ว อาจารย์หลีต้องเห็นวิชาพลอง... ไม่สิ วิชาไม้ง่ามอันยอดเยี่ยมของเขาเมื่อกี้แน่ๆ เลยเกิดความรู้สึกรักใคร่ในผู้มีความสามารถ

เยี่ยมไปเลย เขาไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว

เมื่อได้ยินคำพูดของหลีสื่อเฉวียน จูเก๋อเถี่ยก็มีเส้นเลือดปูดโปนขึ้นที่หน้าผากทันที:

"คุณว่าอะไรนะ? กีฬาไม่ได้ง่ายอย่างที่คุณพูด คนนอกมีสิทธิ์อะไรมาวิจารณ์?"

อาจารย์ทั้งสองพูดไม่เข้าหูกัน ทันใดนั้นสงครามฝีปากก็ปะทุขึ้น

ถ้าไม่ใช่เพราะนักเรียนที่เดินผ่านไปมาต่างรีบไปต่อแถวซื้อข้าว ป่านนี้คงมีคนมุงดูเต็มไปหมดแล้ว

ซูหยวนถูกขนาบอยู่ตรงกลางระหว่างอาจารย์ทั้งสอง ไม่กล้าขยับแม้แต่นิดเดียว กลัวโดนลูกหลง

เขามองโรงอาหารที่คนเริ่มแน่นขนัดด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์

ลาก่อน เมนูลิมิเต็ด ลาก่อน เกียรติยศอันดับหนึ่งโรงอาหารของฉัน!

เดี๋ยวนะ ยังยอมแพ้ไม่ได้

ทันใดนั้น ประกายความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวซูหยวน ถึงเขาจะโดนอาจารย์สองคนขวางไว้ แต่ฉู่หลานซีเองก็น่าจะใกล้ถึงแล้ว แค่ให้เขาช่วยซื้อข้าวเผื่อก็จบ

ถ้าโชคดี อาจจะได้กินเมนูลิมิเต็ดก็ได้ ใครจะรู้

ซูหยวนกวาดสายตา ไม่นานก็เห็นเงาร่างของ 'ลูกชายสุดที่รัก' ในฝูงชนหน้าประตูโรงอาหาร

เขารีบโบกมือให้ฉู่หลานซีด้วยท่าทางที่น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

ฉู่หลานซีที่อยู่ไม่ไกลดูเหมือนจะรู้สึกตัว หันมามองซูหยวน

ซูหยวนดีใจ เตรียมจะส่งสายตาสื่อสาร แต่ฉู่หลานซีกลับสะบัดหน้ากลับด้วยความเร็วแสง ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แล้วรีบแทรกตัวเข้าไปในโรงอาหารทันที

ไอ้เวรเอ๊ย โดนเมินเฉยเลย! นี่กลัวจะโดนอาจารย์ข้างๆ เพ่งเล็งไปด้วยหรือไง?

ไม่รักเพื่อนฝูงเอาซะเลย!

ซูหยวนโกรธจนตาเหลือก

ทันใดนั้นเอง เสียง "ติ๊ง" ก็ดังขึ้นในหัว

[โอ้โฮ เพียงแค่วันแรกของการแฝงตัวในสำนักไท่หัว ผู้อาวุโสฝ่ายธรรมะถึงสองคนก็ถูกความ 'ยาซาชี่' (อ่อนโยน) ที่เจ้าเสแสร้งขึ้นมาพิชิตใจเข้าให้แล้วหรือ? เจ้าช่างเป็นจอมมารที่บาปหนาจริงๆ!]

ไอ้เวร ระบบนี้มันตัดสินว่าโลกนี้เป็นยุคเซียนโบราณไม่ใช่เหรอ? แล้วเอ็งพูดคำว่า 'ยาซาชี่' ใครจะไปเข้าใจวะ!

อีกอย่าง ฉันแค่อยากใช้ความสามารถพิเศษเพื่อรีบไปกินข้าวที่โรงอาหารแค่นั้น แต่จู่ๆ อาจารย์สองคนนี้ก็เข้ามาขวางเอง มันเกี่ยวอะไรกับความอ่อนโยนตรงไหน? การใส่ร้ายของระบบนี่มันพัฒนาจนไร้ตรรกะไปแล้วเรอะ?

[เนื่องจากเจ้าได้แสดงพรสวรรค์อันโดดเด่น ผู้อาวุในสสำนักทั้งสองจึงมีความตั้งใจที่จะสั่งสอนเจ้าอย่างลึกซึ้ง นี่จะเป็นโอกาสให้เจ้าแทรกซึมเข้าสู่ระดับกลางและระดับสูงของสำนักไท่หัว]

[ภารกิจจอมมารได้รับการอัปเดต]

[ภารกิจ: ศิษย์เอกฝ่ายธรรมะ]

[ในฐานะจอมมารที่เริ่มต้นด้วยการหลอกลวงจิตใจคน จงใช้ท่าทีของนักเรียนผู้ใฝ่รู้ หมุนเวียนไปมาระหว่างผู้อาวุโสทั้งสอง สูบเอาความรู้ทั้งหมดของพวกมันมา และทำให้พวกมันเชื่อใจเจ้ามากยิ่งขึ้น]

[ความคืบหน้าภารกิจ: ค่าความชอบผู้อาวุโสวิทยายุทธ์ (105/80), ค่าความชอบผู้อาวุโสกายาเหล็ก (50/80)]

โอ้โฮ ระบบค่าความชอบที่ทุกคนคุ้นเคยงั้นเหรอ?

ผู้อาวุโสวิทยายุทธ์ กับผู้อาวุโสกายาเหล็ก น่าจะหมายถึงอาจารย์สอนต่อสู้กับอาจารย์พลศึกษาล่ะสิ

แล้วทำไมอาจารย์หลีถึงมีค่าความชอบต่อเราสูงขนาดนั้น? ทะลุหลอดไปแล้วเฮ้ย!

ภารกิจเพิ่งจะประกาศ ก็ปาไปเกือบครึ่งแล้ว

แต่ก็นับว่าไม่ใช่เรื่องแย่อะไร รีบทำภารกิจให้เสร็จจะได้รีบรับรางวัล

แล้วรางวัลภารกิจรอบนี้คืออะไรนะ?

เห็นแก่ที่ว่าของจากระบบมักจะเป็นของดี คำพูดล่วงเกินเมื่อกี้ของพี่ระบบจะทำเป็นไม่ได้ยินก็แล้วกัน

ซูหยวนมองไล่ลงมาด้วยความตื่นเต้น ไปยังรางวัลภารกิจที่เพิ่งรีเฟรชขึ้นมา แล้วสายตาเขาก็พลันเหม่อลอย

[รางวัลภารกิจ: วิชาหลอมศพโบราณ]

ต้องเปิดดูผิดวิธีแน่ๆ ขอดูอีกที

ไม่มีปัญหา รางวัลภารกิจคือไอ้นี่จริงๆ

ไม่ได้ตาฝาดแม้แต่ตัวอักษรเดียว!

ดูท่าไอ้ระบบหมานี่คงปิดบังธาตุแท้ไว้ไม่อยู่แล้วสินะ ภารกิจก่อนหน้านี้คงเป็นแค่สวัสดิการล่อซื้อให้หลงกล แต่ตอนนี้แหละคือโฉมหน้าที่แท้จริงของระบบจอมมาร!

แถมเมื่อกี้ไอ้ระบบเวรนี่บังอาจใส่ร้ายฉัน เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ แน่!

จบบทที่ บทที่ 11 โฉมหน้าที่แท้จริงของระบบ!

คัดลอกลิงก์แล้ว