- หน้าแรก
- ข้าบำเพ็ญเซียนถูกกฎหมาย ทำไมพรี่ชายถึงบอกว่าข้าเป็นมาร
- บทที่ 11 โฉมหน้าที่แท้จริงของระบบ!
บทที่ 11 โฉมหน้าที่แท้จริงของระบบ!
บทที่ 11 โฉมหน้าที่แท้จริงของระบบ!
"เฮอะๆ นึกไม่ถึงเลยว่าจะได้ MVP ความสามารถของฉันนี่เหนือกว่าที่คาดไว้จริงๆ"
หลังจากกวาดล้างคู่แข่งทั้งหมดได้ ซูหยวนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกลำพองใจเล็กน้อย
แน่นอนว่านี่ไม่ได้หมายความว่าความสามารถในการต่อสู้จริงของเขาจะเป็นอันดับหนึ่งของโรงเรียน พวกคนดังส่วนใหญ่ในโรงเรียนต่างขี้เกียจเกินกว่าจะลงมาร่วมสงครามโรงอาหารต่างหาก
ยกตัวอย่างห้องสอง อัจฉริยะอย่างเฉินนั่วยีมีความสามารถที่จะบดขยี้คู่แข่งทุกคนได้อย่างราบคาบ แต่เวลาไปโรงอาหารเธอก็มักจะเดินไปอย่างเชื่องช้าเสมอ
ส่วนยอดฝีมืออย่างฉู่หลานซี ก็จะไหว้วานให้เพื่อนซื้อข้าวให้ ไม่ลงสนามด้วยตัวเอง
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพวกนักเรียนบ้านรวยอีกจำนวนมากที่ไม่กินข้าวโรงอาหารเลย แต่จะออกไปกินข้างนอกหรือสั่งเดลิเวอรี่แทน
พอคิดถึงเดลิเวอรี่ ซูหยวนก็อดไม่ได้ที่จะจิ๊ปาก "ชิ" ออกมา
การที่โรงเรียนไม่อนุญาตให้ส่งอาหารเดลิเวอรี่ตอนเรียนนี่มันน่าเสียดายจริงๆ ไม่อย่างนั้นเขาคงกอบโกยเงินจากพวกนักเรียนที่ไม่เห็นค่าของเงินพวกนั้นได้เป็นกอบเป็นกำแล้ว
แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไร พัฒนาการของซูหยวนก็เห็นได้ชัดเจน
ในขณะที่เขากำลังถือบัตรอาหาร เดินหน้าบานมุ่งตรงไปที่ประตูโรงอาหาร เตรียมจะเสพสุขกับผลไม้แห่งชัยชนะ ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งที่เหมือนหอคอยเหล็กก็มายืนขวางหน้าซูหยวนเอาไว้
ยังไม่ทันที่ซูหยวนจะตั้งตัวว่าเกิดอะไรขึ้น อีกฝ่ายก็ยื่นแขนที่ใหญ่กว่าต้นขาของซูหยวนออกมา คว้าคอเสื้อด้านหลังของซูหยวนแล้วหิ้วขึ้นมาเหมือนหิ้วลูกไก่
"อาจารย์จูเก๋อ?"
เมื่อมองเห็นใบหน้าเขียวคล้ำของจูเก๋อเถี่ย ซูหยวนก็งุนงงไปหมด
เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ตนเองไปกวนทีนอาจารย์พละคนนี้ตอนไหน?
"ไอ้หนู แกแกว่งไม้ได้เร็วดีนี่!"
จูเก๋อเถี่ยกัดฟันกรอด เค้นคำพูดออกมาทีละคำจากไรฟัน เห็นได้ชัดว่ากำลังโมโหสุดขีด
"สงครามโรงอาหารคือการแข่งความเร็ว แต่แกกลับใช้กลอุบายปาหี่แบบนี้เพื่อเอาชนะ! มันเป็นการหยามเกียรติของจิตวิญญาณนักกีฬาชัดๆ!"
ซูหยวน: "..."
บ้าเอ๊ย แบบนี้ก็โยงไปถึงจิตวิญญาณนักกีฬาได้ด้วยเรอะ?
มีใครบอกไว้รึไงว่าต้องใช้วิธีวิ่งแข่งเท่านั้นในการแย่งอันดับโรงอาหาร?
แถมการมาขวางคนอื่นในจังหวะสำคัญที่กำลังจะเข้าเส้นชัยแบบนี้ มันไม่ถือว่าฟาวล์หรือไง?
เมื่อเห็นนักเรียนที่ถูกตัวเองทิ้งไว้ข้างหลังเมื่อครู่กำลังแซงหน้าและวิ่งเข้าไปในโรงอาหารทีละคน ซูหยวนก็ร้อนรนใจ รีบงัดไม้ตาย 'สามประโยคขอความเมตตา' ออกมาใช้:
"อาจารย์จูเก๋อครับ เที่ยงแล้ว ไหนๆ ก็มาแล้ว ไปกินข้าวกันก่อนเถอะครับ"
"ไม่ได้! ตอนนี้แกต้องไปวิ่งรอบสนามสิบรอบเดี๋ยวนี้ ฉันจะคุมเอง! ฉันจะทำให้แกเข้าใจว่าอะไรคือจิตวิญญาณนักกีฬา"
จูเก๋อเถี่ยเอ่ยเสียงเย็นชา ไม่สนเรื่องมารยาททางสังคมใดๆ ทั้งสิ้น ทำเอาซูหยวนหน้าถอดสี
แต่ในตอนนั้นเอง เสียงหัวเราะเยาะเย้ยก็ดังมาจากไม่ไกล:
"อาจารย์จูเก๋อ คุณเริ่มตะโกนเรื่องจิตวิญญาณนักกีฬาที่น่าเบื่อหน่ายนั่นอีกแล้วนะ เพื่อความพอใจส่วนตัว ถึงกับจับศิษย์รักของฉันไป ไม่ให้เขาไปกินข้าว แบบนี้ไม่สมกับเป็นแม่พิมพ์ของชาติเลยนะ"
ซูหยวนและจูเก๋อเถี่ยหันไปมองทางต้นเสียง ก็เห็นอาจารย์สาวสวยรูปร่างอรชรในชุดต่อสู้รัดรูปกำลังเดินนวยนาดเข้ามา
"อาจารย์หลี?"
ผู้มาเยือนคืออาจารย์สอนวิชายุทธ์ของชั้น ม.6 ห้อง 2 หลีสื่อเฉวียน
แต่สิ่งที่ทำให้ซูหยวนแปลกใจคือ ปกติอาจารย์หลีคนนี้มักจะทำตัวเย็นชากับเขา ไหงวันนี้ถึงออกหน้ามาช่วยแก้ต่างให้ล่ะ
"อาจารย์หลี เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ"
จูเก๋อเถี่ยวางซูหยวนลงกับพื้น น้ำเสียงแข็งกร้าว
หลีสื่อเฉวียนกอดอก มองซูหยวนด้วยสายตาเอ็นดูแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองจูเก๋อเถี่ยด้วยสายตาราวกับมองขยะ:
"ไม่เกี่ยวกับฉันเหรอ? เมื่อกี้วิทยายุทธ์ที่ซูหยวนใช้ออกมาช่างน่าตื่นตาตื่นใจ นักเรียน ม.6 ทั้งชั้นแทบจะหาคนเทียบไม่ได้ แต่คุณกลับมาชี้หน้าด่าซูหยวนเพียงเพราะเขาใช้วรยุทธ์ชิงอันดับหนึ่งในโรงอาหาร นี่คุณกำลังดูถูกวิถียุทธ์งั้นเหรอ?"
"จะว่าไป กีฬาอะไรนั่น ก็แค่พวกบ้าพลังไปยกเหล็กโง่ๆ ก็ได้คะแนนเต็มแล้ว มันต่างจากวิชาที่ต้องใช้เทคนิคอย่างวิทยายุทธ์หรือวิชาเต๋าคนละชั้นกันเลย"
ซูหยวนเข้าใจแล้ว อาจารย์หลีต้องเห็นวิชาพลอง... ไม่สิ วิชาไม้ง่ามอันยอดเยี่ยมของเขาเมื่อกี้แน่ๆ เลยเกิดความรู้สึกรักใคร่ในผู้มีความสามารถ
เยี่ยมไปเลย เขาไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว
เมื่อได้ยินคำพูดของหลีสื่อเฉวียน จูเก๋อเถี่ยก็มีเส้นเลือดปูดโปนขึ้นที่หน้าผากทันที:
"คุณว่าอะไรนะ? กีฬาไม่ได้ง่ายอย่างที่คุณพูด คนนอกมีสิทธิ์อะไรมาวิจารณ์?"
อาจารย์ทั้งสองพูดไม่เข้าหูกัน ทันใดนั้นสงครามฝีปากก็ปะทุขึ้น
ถ้าไม่ใช่เพราะนักเรียนที่เดินผ่านไปมาต่างรีบไปต่อแถวซื้อข้าว ป่านนี้คงมีคนมุงดูเต็มไปหมดแล้ว
ซูหยวนถูกขนาบอยู่ตรงกลางระหว่างอาจารย์ทั้งสอง ไม่กล้าขยับแม้แต่นิดเดียว กลัวโดนลูกหลง
เขามองโรงอาหารที่คนเริ่มแน่นขนัดด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์
ลาก่อน เมนูลิมิเต็ด ลาก่อน เกียรติยศอันดับหนึ่งโรงอาหารของฉัน!
เดี๋ยวนะ ยังยอมแพ้ไม่ได้
ทันใดนั้น ประกายความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวซูหยวน ถึงเขาจะโดนอาจารย์สองคนขวางไว้ แต่ฉู่หลานซีเองก็น่าจะใกล้ถึงแล้ว แค่ให้เขาช่วยซื้อข้าวเผื่อก็จบ
ถ้าโชคดี อาจจะได้กินเมนูลิมิเต็ดก็ได้ ใครจะรู้
ซูหยวนกวาดสายตา ไม่นานก็เห็นเงาร่างของ 'ลูกชายสุดที่รัก' ในฝูงชนหน้าประตูโรงอาหาร
เขารีบโบกมือให้ฉู่หลานซีด้วยท่าทางที่น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
ฉู่หลานซีที่อยู่ไม่ไกลดูเหมือนจะรู้สึกตัว หันมามองซูหยวน
ซูหยวนดีใจ เตรียมจะส่งสายตาสื่อสาร แต่ฉู่หลานซีกลับสะบัดหน้ากลับด้วยความเร็วแสง ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แล้วรีบแทรกตัวเข้าไปในโรงอาหารทันที
ไอ้เวรเอ๊ย โดนเมินเฉยเลย! นี่กลัวจะโดนอาจารย์ข้างๆ เพ่งเล็งไปด้วยหรือไง?
ไม่รักเพื่อนฝูงเอาซะเลย!
ซูหยวนโกรธจนตาเหลือก
ทันใดนั้นเอง เสียง "ติ๊ง" ก็ดังขึ้นในหัว
[โอ้โฮ เพียงแค่วันแรกของการแฝงตัวในสำนักไท่หัว ผู้อาวุโสฝ่ายธรรมะถึงสองคนก็ถูกความ 'ยาซาชี่' (อ่อนโยน) ที่เจ้าเสแสร้งขึ้นมาพิชิตใจเข้าให้แล้วหรือ? เจ้าช่างเป็นจอมมารที่บาปหนาจริงๆ!]
ไอ้เวร ระบบนี้มันตัดสินว่าโลกนี้เป็นยุคเซียนโบราณไม่ใช่เหรอ? แล้วเอ็งพูดคำว่า 'ยาซาชี่' ใครจะไปเข้าใจวะ!
อีกอย่าง ฉันแค่อยากใช้ความสามารถพิเศษเพื่อรีบไปกินข้าวที่โรงอาหารแค่นั้น แต่จู่ๆ อาจารย์สองคนนี้ก็เข้ามาขวางเอง มันเกี่ยวอะไรกับความอ่อนโยนตรงไหน? การใส่ร้ายของระบบนี่มันพัฒนาจนไร้ตรรกะไปแล้วเรอะ?
[เนื่องจากเจ้าได้แสดงพรสวรรค์อันโดดเด่น ผู้อาวุในสสำนักทั้งสองจึงมีความตั้งใจที่จะสั่งสอนเจ้าอย่างลึกซึ้ง นี่จะเป็นโอกาสให้เจ้าแทรกซึมเข้าสู่ระดับกลางและระดับสูงของสำนักไท่หัว]
[ภารกิจจอมมารได้รับการอัปเดต]
[ภารกิจ: ศิษย์เอกฝ่ายธรรมะ]
[ในฐานะจอมมารที่เริ่มต้นด้วยการหลอกลวงจิตใจคน จงใช้ท่าทีของนักเรียนผู้ใฝ่รู้ หมุนเวียนไปมาระหว่างผู้อาวุโสทั้งสอง สูบเอาความรู้ทั้งหมดของพวกมันมา และทำให้พวกมันเชื่อใจเจ้ามากยิ่งขึ้น]
[ความคืบหน้าภารกิจ: ค่าความชอบผู้อาวุโสวิทยายุทธ์ (105/80), ค่าความชอบผู้อาวุโสกายาเหล็ก (50/80)]
โอ้โฮ ระบบค่าความชอบที่ทุกคนคุ้นเคยงั้นเหรอ?
ผู้อาวุโสวิทยายุทธ์ กับผู้อาวุโสกายาเหล็ก น่าจะหมายถึงอาจารย์สอนต่อสู้กับอาจารย์พลศึกษาล่ะสิ
แล้วทำไมอาจารย์หลีถึงมีค่าความชอบต่อเราสูงขนาดนั้น? ทะลุหลอดไปแล้วเฮ้ย!
ภารกิจเพิ่งจะประกาศ ก็ปาไปเกือบครึ่งแล้ว
แต่ก็นับว่าไม่ใช่เรื่องแย่อะไร รีบทำภารกิจให้เสร็จจะได้รีบรับรางวัล
แล้วรางวัลภารกิจรอบนี้คืออะไรนะ?
เห็นแก่ที่ว่าของจากระบบมักจะเป็นของดี คำพูดล่วงเกินเมื่อกี้ของพี่ระบบจะทำเป็นไม่ได้ยินก็แล้วกัน
ซูหยวนมองไล่ลงมาด้วยความตื่นเต้น ไปยังรางวัลภารกิจที่เพิ่งรีเฟรชขึ้นมา แล้วสายตาเขาก็พลันเหม่อลอย
[รางวัลภารกิจ: วิชาหลอมศพโบราณ]
ต้องเปิดดูผิดวิธีแน่ๆ ขอดูอีกที
ไม่มีปัญหา รางวัลภารกิจคือไอ้นี่จริงๆ
ไม่ได้ตาฝาดแม้แต่ตัวอักษรเดียว!
ดูท่าไอ้ระบบหมานี่คงปิดบังธาตุแท้ไว้ไม่อยู่แล้วสินะ ภารกิจก่อนหน้านี้คงเป็นแค่สวัสดิการล่อซื้อให้หลงกล แต่ตอนนี้แหละคือโฉมหน้าที่แท้จริงของระบบจอมมาร!
แถมเมื่อกี้ไอ้ระบบเวรนี่บังอาจใส่ร้ายฉัน เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ แน่!