เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 อาการป่วยของซูหยวนรุนแรงขนาดนี้แล้วเหรอ?

บทที่ 12 อาการป่วยของซูหยวนรุนแรงขนาดนี้แล้วเหรอ?

บทที่ 12 อาการป่วยของซูหยวนรุนแรงขนาดนี้แล้วเหรอ?


ของอัปมงคลอย่างวิชาหลอมศพโบราณเนี่ย มีไป สู้ไม่มีซะยังจะดีกว่า

ซูหยวนหมดความสนใจที่จะทำภารกิจค่าความชอบนี้ในทันที

แต่ภารกิจนี้ดันยกเลิกหรือล้มเลิกไม่ได้ ก็ได้แต่ปล่อยทิ้งไว้ตามยถากรรม

ในขณะที่ซูหยวนกำลังกลุ้มใจกับภารกิจใหม่ อาจารย์วิทยายุทธ์หลีสื่อเฉวียนและอาจารย์พละจูเก๋อเถี่ยก็ทะเลาะกันเสร็จพอดี

"ซูหยวน เราอย่าไปเสวนากับคนบ้าพลังอย่างอาจารย์จูเก๋อเลย เดี๋ยวครูพาไปกินข้าว"

หลีสื่อเฉวียนปัดจูเก๋อเถี่ยออกไปข้างทาง แล้วดึงมือซูหยวนด้วยสีหน้าอ่อนโยน ลากเขาเดินเข้าไปในโรงอาหาร

ส่วนจูเก๋อเถี่ยก็แค่นเสียงเย็นชาพลางกล่าวว่า:

"ซูหยวน ร่างกายของเธออ่อนแอเกินไป ร่างกายคือต้นทุนของผลการเรียนวิชาพละ เดี๋ยวเอาน้ำแกงกระดูกวัวเขาดำของฉันไปกินให้หมดซะ"

พูดจบ เขาก็เดินตามเข้าโรงอาหารไป

เมื่อได้ยินอาจารย์ทั้งสองพูดแบบนี้ ซูหยวนก็เข้าใจทันที

ตอนที่อาจารย์จูเก๋อมาขวางเขาเมื่อกี้ คงคิดเผื่อไว้แล้วว่าถ้าเขาต่อแถวไม่ทันจะทำยังไง

นั่นก็คือพาเขาไปตักข้าวที่ช่องทางพิเศษสำหรับอาจารย์นั่นเอง

ต่อให้เขาต้องไปวิ่งรอบสนามสิบรอบจริงๆ ก็คงไม่ถึงกับต้องอดข้าว

ช่างใส่ใจจริงๆ!

ได้ยินว่าอาหารของอาจารย์มีวัตถุดิบชั้นยอดที่หาไม่ได้ในอาหารนักเรียนอยู่เพียบ งานนี้ถือเป็นลาภปากแล้ว

ซูหยวนคิดในใจอย่างเบิกบาน สรุปคือเรื่องร้ายกลายเป็นดีสินะ

พอเดินเข้ามาในโรงอาหาร ภาพที่เห็นคือผู้คนพลุกพล่าน ทุกช่องบริการมีคนต่อแถวแน่นขนัด โต๊ะส่วนใหญ่ก็มีคนนั่งเต็มไปหมด

ซูหยวนมองหา 'ลูกชายสุดที่รัก' ของตัวเองเจออย่างรวดเร็ว หมอนั่นยังยืนต่อแถวอยู่เลย

ฮ่า!

ซูหยวนยิ้มอย่างลำพองใจ เดินตามอาจารย์ทั้งสองก้าวใหญ่มุ่งหน้าไปทางช่องทางพิเศษสำหรับครู

ทันใดนั้นเอง นักเรียนคนหนึ่งก็ถือถาดอาหารที่กินเหลือครึ่งหนึ่งเดินผ่านหน้าซูหยวนไป แล้วเททิ้งลงในถังเศษอาหารที่อยู่ไม่ไกล

เห็นภาพนี้แล้ว ซูหยวนผู้รู้คุณค่าของอาหารมาตลอดก็อดเสียดายไม่ได้

และพฤติกรรมของนักเรียนคนนี้ก็ไม่ใช่กรณีเดียว ในถังเศษอาหารตอนนี้มีเศษข้าวปลาอาหารกองอยู่ไม่น้อย

เมื่อมองดูผลไม้วิญญาณที่ถูกกัดไปครึ่งลูก หมั่นโถวครึ่งซีกที่แช่อยู่ในน้ำแกง และกระดูกที่มีเนื้อติดอยู่เพียบ ความคิดประหลาดๆ ก็ผุดขึ้นมาในหัวซูหยวน

อาหารที่ถูกทิ้งพวกนี้ นับเป็นทรัพยากรของสำนักหรือเปล่านะ?

พอคิดได้ดังนั้น ซูหยวนก็รีบเดินไปที่ข้างถังเศษอาหาร จับขอบถังไว้ ในใจท่องภาวนาขอให้ยึดครองมันมาเป็นของตัวเองได้

แต่ทว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ชิ ดูเหมือนจะถูกตัดสินว่าเป็นขยะของสำนักไปแล้ว หาช่องโหว่ตรงนี้ไม่ได้แฮะ

ในขณะที่ซูหยวนกำลังผิดหวัง เสียงลังเลเล็กน้อยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง:

"นาย ช่วยหลบหน่อยได้ไหม?"

ซูหยวนหันไปดู ผู้มาเยือนคือนักเรียนคนหนึ่งที่กำลังจะเทเศษอาหาร บนถาดของเขายังมีไข่แดงเค็มเต็มฟองเหลืออยู่ ดูน่ากินทีเดียว

มองยังไงนี่ก็ไม่น่าจะจัดอยู่ในประเภทขยะทิ้งแล้วนะ

ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวซูหยวนอย่างรวดเร็ว เขาถามด้วยสีหน้าจริงใจสุดๆ:

"เพื่อนครับ พอดีผมต้องการเศษอาหารไปเลี้ยงหมาที่บ้าน เศษอาหารจานนี้ยกให้ผมจัดการได้ไหม? แน่นอนว่าผมจะล้างถาดให้สะอาดด้วย"

"เอ่อ ก็ได้ครับ"

เมื่อเห็นซูหยวนพูดจาจริงจังขนาดนั้น นักเรียนคนนั้นก็ได้แต่พยักหน้า ส่งถาดอาหารให้ซูหยวน

วินาทีต่อมา เสียง "ติ๊ง" ก็ดังขึ้นในหัวซูหยวน

[ภารกิจที่ 2: การรุกรานลับๆ(กำลังดำเนินการ)]

[ความคืบหน้า: ปล้นชิงทรัพยากรแล้ว (1/100)]

"โอ้โฮ เดาถูกจริงๆ ด้วยแฮะ?"

ซูหยวนดีใจ

ถึงแม้ความคืบหน้าภารกิจจะเพิ่มขึ้นแค่แต้มเดียว แต่นักเรียนในโรงอาหารมีตั้งห้าร้อยหกร้อยคน!

ขอแค่มีสักหนึ่งในห้าที่มีเศษอาหารเหลือ ภารกิจของเขาก็จะสำเร็จในรวดเดียว!

คิดได้ดังนั้น ซูหยวนไม่กล้าพลาดโอกาส รีบไปขอถุงขยะสะอาดปึกใหญ่จากป้าแม่บ้าน แล้วยกถังขยะมาวางเรียงกัน เอาถุงสวมไว้อย่างดี

"ซูหยวน เธอทำอะไรน่ะ?"

จูเก๋อเถี่ยที่เดินเข้าไปในช่องทางอาจารย์แล้วขมวดคิ้วถาม

"อาจารย์ครับ ขอโทษด้วยที่ผมไปกินข้าวกับพวกอาจารย์ไม่ได้แล้ว ตอนนี้ผมมีเรื่องสำคัญกว่าต้องทำ"

ซูหยวนพูดจบ ก็ยืนรออยู่หน้าถังเศษอาหารพร้อมกับถังขยะเหล่านั้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

หลีสื่อเฉวียนและจูเก๋อเถี่ย อาจารย์ทั้งสองยืนอึ้งกับภาพตรงหน้า

พวกเขามองดูซูหยวนรับถาดอาหารจากมือนักเรียนที่เตรียมจะเททิ้งทีละคนๆ แล้วแยกประเภทอาหารลงในถังอย่างเป็นระเบียบ ดูราวกับ... ตาแก่ที่รอห่อข้าวตามงานเลี้ยงโต๊ะจีนไม่มีผิด

"เพื่อน ทางนี้ๆ ส่งถาดมาให้เราเลย เดี๋ยวเราล้างให้เอง"

"ไม่ลำบากๆ ขอบใจมากนะเพื่อนที่ช่วยเรา"

ใบหน้าแข็งกระด้างของจูเก๋อเถี่ยเริ่มปรากฏแววประหลาดใจ มองดูถังขยะหลายใบที่เริ่มเต็มขึ้นเรื่อยๆ แล้วอดไม่ได้ที่จะพูดว่า

"เมื่อกี้ฉันได้ยินไอ้หนูนั่นบอกว่า จะเอาเศษอาหารพวกนี้กลับไปให้หมา? หมาบ้านไหนกินเยอะขนาดนี้ในมื้อเดียว? หมาอสูรขั้นสร้างรากฐาน หรือไง?"

ขณะที่ทั้งสองกำลังงุนงง ร่างหนึ่งก็เดินเข้ามาที่หน้าประตูโรงอาหาร นั่นคือครูประจำชั้น ม.6 ห้อง 2 เยว่หลิน

อาจารย์ทั้งสองสบตากัน แล้วเดินเข้าไปทักทาย

"อาจารย์เยว่ คุณเป็นครูประจำชั้นของซูหยวนใช่ไหม พอจะทราบสาเหตุพฤติกรรมของเขาตอนนี้ไหมคะ?"

หลีสื่อเฉวียนชี้ไปที่ซูหยวน แล้วถามเยว่หลิน

เยว่หลินชะงัก หันไปมองซูหยวนที่เฝ้าอยู่ข้างถังเศษอาหาร ในใจพลันเกิดคลื่นลมโหมกระหน่ำ เผลอหลุดปากออกมาว่า:

"ไอ้เด็กคนนี้ อาการป่วยกำเริบหนักขนาดนี้ เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?"

"อะไรนะ?!"

เมื่อเช้ายังแค่ดูจิตไม่ปกตินิดหน่อย แต่พอตกเที่ยงกลับกลายเป็นพวกเสพติดการเก็บขยะ นี่มันดูเหมือนอาการย้ำคิดย้ำทำชัดๆ

ถ้าเป็นหนักกว่านี้ จะถึงขั้นธาตุไฟเข้าแทรกเลยไหมเนี่ย?

พอนึกถึงนักเรียนอัจฉริยะที่เคยสอนมา ที่ต้องจบอนาคตลงเพราะธาตุไฟเข้าแทรกจากการเดินทางผิด เยว่หลินก็อดปวดใจไม่ได้

อัจฉริยะรุ่นเยาว์จะต้องปีกหักไปอีกคนแล้วเหรอ... เดี๋ยวนะ ซูหยวนดูเหมือนจะมีพรสวรรค์แค่ระดับปานกลางนี่นา ไม่น่าจะนับเป็นอัจฉริยะได้

งั้นก็ไม่เป็นไร

หลังจากความคิดสะดุดไปครู่หนึ่ง เยว่หลินก็สังเกตสภาพจิตใจของซูหยวนอย่างละเอียดอีกครั้ง แล้วกระแอมเบาๆ:

"อาจเป็นไปได้ว่าทางบ้านของซูหยวนฐานะไม่ค่อยดี ก็เลยต้องมาเก็บเศษอาหารพวกนี้ไปประทังชีวิต"

หลีสื่อเฉวียน, จูเก๋อเถี่ย: "..."

เฮ้ย แบบนี้มันยิ่งน่าเวทนา น่ารันทดกว่าเดิมอีกไม่ใช่เรอะ!

จูเก๋อเถี่ยลังเลเล็กน้อย ก่อนจะแย้งว่า:

"เมื่อกี้ผมกับอาจารย์หลีชวนซูหยวนไปเลี้ยงข้าว แต่เขาปฏิเสธ ดูไม่เหมือนคนฐานะยากจนขนาดไม่มีข้าวกินเลยนะครับ"

หลีสื่อเฉวียนพูดเสียงเรียบๆ ว่า:

"อาจารย์เยว่ คุณนี่มองโลกในแง่ร้ายตลอดเลยนะ ช่วยคิดไปในทางที่ดีกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง?"

พอได้ยินแบบนั้น เยว่หลินก็เริ่มลังเล วิเคราะห์ว่า:

"ถ้าตัดเรื่องอาการป่วยกับเรื่องฐานะทางบ้านออกไป งั้นเหตุผลที่ซูหยวนทำแบบนี้คงเหลือแค่อย่างเดียวแล้วล่ะ"

"นั่นก็คือเขาเป็นคนรู้คุณค่าของอาหาร ทนเห็นอาหารจำนวนมากถูกเททิ้งไม่ได้ ก็เลยจะเอาอาหารพวกนี้ไปเลี้ยงหมาแมว หรือสัตว์เลี้ยงเล็กๆ อย่างเสือหรือจระเข้"

หลีสื่อเฉวียน, จูเก๋อเถี่ย: "..."

เอาเถอะ วนกลับมาที่เดิมจนได้

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง จูเก๋อเถี่ยก็พูดขึ้นว่า:

"เรื่องซูหยวนเก็บเศษอาหารก็ช่างเถอะ แต่ผมก็เพิ่งสังเกตวันนี้แหละว่า อาหารที่นักเรียนเททิ้งแต่ละมื้อมันเยอะเกินไปหรือเปล่า? ดูเหมือนชีวิตความเป็นอยู่ของนักเรียนสมัยนี้จะสุขสบายเกินไปแล้วนะ"

เยว่หลินส่ายหน้าพลางกล่าวว่า:

"ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่ก็มีนักเรียนจำนวนมากที่ยอมสั่งเดลิเวอรี่มากินแทนที่จะมาโรงอาหาร ถ้าเราไปเข้มงวดมากเกินไป เกรงว่านักเรียนที่มาโรงอาหารจะหายไปอีกเกินครึ่ง"

เขามองซูหยวนแล้วถอนหายใจ:

"คนหนุ่มสาวที่รู้จักประหยัดมัธยัสถ์แบบซูหยวน หายากแล้วนะสมัยนี้"

ทันใดนั้นเอง เสียง "ติ๊ง" ก็ดังขึ้นในหัวซูหยวน

[ความคืบหน้าภารกิจ: ค่าความชอบผู้อาวุโสวิทยายุทธ์ (125/80), ค่าความชอบผู้อาวุโสกายาเหล็ก (65/80)]

[หมายเหตุ: มีผู้อาวุโสสำนักที่ไม่ทราบชื่ออีกหนึ่งท่านที่มีค่าความชอบต่อเจ้าเพิ่มขึ้น!]

ซูหยวน: "???"

*วันนี้ผมไม่ค่อยว่างนะครับ เอาไปแค่ 2 ตอนก่อนนะครับ*

จบบทที่ บทที่ 12 อาการป่วยของซูหยวนรุนแรงขนาดนี้แล้วเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว