- หน้าแรก
- ข้าบำเพ็ญเซียนถูกกฎหมาย ทำไมพรี่ชายถึงบอกว่าข้าเป็นมาร
- บทที่ 12 อาการป่วยของซูหยวนรุนแรงขนาดนี้แล้วเหรอ?
บทที่ 12 อาการป่วยของซูหยวนรุนแรงขนาดนี้แล้วเหรอ?
บทที่ 12 อาการป่วยของซูหยวนรุนแรงขนาดนี้แล้วเหรอ?
ของอัปมงคลอย่างวิชาหลอมศพโบราณเนี่ย มีไป สู้ไม่มีซะยังจะดีกว่า
ซูหยวนหมดความสนใจที่จะทำภารกิจค่าความชอบนี้ในทันที
แต่ภารกิจนี้ดันยกเลิกหรือล้มเลิกไม่ได้ ก็ได้แต่ปล่อยทิ้งไว้ตามยถากรรม
ในขณะที่ซูหยวนกำลังกลุ้มใจกับภารกิจใหม่ อาจารย์วิทยายุทธ์หลีสื่อเฉวียนและอาจารย์พละจูเก๋อเถี่ยก็ทะเลาะกันเสร็จพอดี
"ซูหยวน เราอย่าไปเสวนากับคนบ้าพลังอย่างอาจารย์จูเก๋อเลย เดี๋ยวครูพาไปกินข้าว"
หลีสื่อเฉวียนปัดจูเก๋อเถี่ยออกไปข้างทาง แล้วดึงมือซูหยวนด้วยสีหน้าอ่อนโยน ลากเขาเดินเข้าไปในโรงอาหาร
ส่วนจูเก๋อเถี่ยก็แค่นเสียงเย็นชาพลางกล่าวว่า:
"ซูหยวน ร่างกายของเธออ่อนแอเกินไป ร่างกายคือต้นทุนของผลการเรียนวิชาพละ เดี๋ยวเอาน้ำแกงกระดูกวัวเขาดำของฉันไปกินให้หมดซะ"
พูดจบ เขาก็เดินตามเข้าโรงอาหารไป
เมื่อได้ยินอาจารย์ทั้งสองพูดแบบนี้ ซูหยวนก็เข้าใจทันที
ตอนที่อาจารย์จูเก๋อมาขวางเขาเมื่อกี้ คงคิดเผื่อไว้แล้วว่าถ้าเขาต่อแถวไม่ทันจะทำยังไง
นั่นก็คือพาเขาไปตักข้าวที่ช่องทางพิเศษสำหรับอาจารย์นั่นเอง
ต่อให้เขาต้องไปวิ่งรอบสนามสิบรอบจริงๆ ก็คงไม่ถึงกับต้องอดข้าว
ช่างใส่ใจจริงๆ!
ได้ยินว่าอาหารของอาจารย์มีวัตถุดิบชั้นยอดที่หาไม่ได้ในอาหารนักเรียนอยู่เพียบ งานนี้ถือเป็นลาภปากแล้ว
ซูหยวนคิดในใจอย่างเบิกบาน สรุปคือเรื่องร้ายกลายเป็นดีสินะ
พอเดินเข้ามาในโรงอาหาร ภาพที่เห็นคือผู้คนพลุกพล่าน ทุกช่องบริการมีคนต่อแถวแน่นขนัด โต๊ะส่วนใหญ่ก็มีคนนั่งเต็มไปหมด
ซูหยวนมองหา 'ลูกชายสุดที่รัก' ของตัวเองเจออย่างรวดเร็ว หมอนั่นยังยืนต่อแถวอยู่เลย
ฮ่า!
ซูหยวนยิ้มอย่างลำพองใจ เดินตามอาจารย์ทั้งสองก้าวใหญ่มุ่งหน้าไปทางช่องทางพิเศษสำหรับครู
ทันใดนั้นเอง นักเรียนคนหนึ่งก็ถือถาดอาหารที่กินเหลือครึ่งหนึ่งเดินผ่านหน้าซูหยวนไป แล้วเททิ้งลงในถังเศษอาหารที่อยู่ไม่ไกล
เห็นภาพนี้แล้ว ซูหยวนผู้รู้คุณค่าของอาหารมาตลอดก็อดเสียดายไม่ได้
และพฤติกรรมของนักเรียนคนนี้ก็ไม่ใช่กรณีเดียว ในถังเศษอาหารตอนนี้มีเศษข้าวปลาอาหารกองอยู่ไม่น้อย
เมื่อมองดูผลไม้วิญญาณที่ถูกกัดไปครึ่งลูก หมั่นโถวครึ่งซีกที่แช่อยู่ในน้ำแกง และกระดูกที่มีเนื้อติดอยู่เพียบ ความคิดประหลาดๆ ก็ผุดขึ้นมาในหัวซูหยวน
อาหารที่ถูกทิ้งพวกนี้ นับเป็นทรัพยากรของสำนักหรือเปล่านะ?
พอคิดได้ดังนั้น ซูหยวนก็รีบเดินไปที่ข้างถังเศษอาหาร จับขอบถังไว้ ในใจท่องภาวนาขอให้ยึดครองมันมาเป็นของตัวเองได้
แต่ทว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ชิ ดูเหมือนจะถูกตัดสินว่าเป็นขยะของสำนักไปแล้ว หาช่องโหว่ตรงนี้ไม่ได้แฮะ
ในขณะที่ซูหยวนกำลังผิดหวัง เสียงลังเลเล็กน้อยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง:
"นาย ช่วยหลบหน่อยได้ไหม?"
ซูหยวนหันไปดู ผู้มาเยือนคือนักเรียนคนหนึ่งที่กำลังจะเทเศษอาหาร บนถาดของเขายังมีไข่แดงเค็มเต็มฟองเหลืออยู่ ดูน่ากินทีเดียว
มองยังไงนี่ก็ไม่น่าจะจัดอยู่ในประเภทขยะทิ้งแล้วนะ
ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวซูหยวนอย่างรวดเร็ว เขาถามด้วยสีหน้าจริงใจสุดๆ:
"เพื่อนครับ พอดีผมต้องการเศษอาหารไปเลี้ยงหมาที่บ้าน เศษอาหารจานนี้ยกให้ผมจัดการได้ไหม? แน่นอนว่าผมจะล้างถาดให้สะอาดด้วย"
"เอ่อ ก็ได้ครับ"
เมื่อเห็นซูหยวนพูดจาจริงจังขนาดนั้น นักเรียนคนนั้นก็ได้แต่พยักหน้า ส่งถาดอาหารให้ซูหยวน
วินาทีต่อมา เสียง "ติ๊ง" ก็ดังขึ้นในหัวซูหยวน
[ภารกิจที่ 2: การรุกรานลับๆ(กำลังดำเนินการ)]
[ความคืบหน้า: ปล้นชิงทรัพยากรแล้ว (1/100)]
"โอ้โฮ เดาถูกจริงๆ ด้วยแฮะ?"
ซูหยวนดีใจ
ถึงแม้ความคืบหน้าภารกิจจะเพิ่มขึ้นแค่แต้มเดียว แต่นักเรียนในโรงอาหารมีตั้งห้าร้อยหกร้อยคน!
ขอแค่มีสักหนึ่งในห้าที่มีเศษอาหารเหลือ ภารกิจของเขาก็จะสำเร็จในรวดเดียว!
คิดได้ดังนั้น ซูหยวนไม่กล้าพลาดโอกาส รีบไปขอถุงขยะสะอาดปึกใหญ่จากป้าแม่บ้าน แล้วยกถังขยะมาวางเรียงกัน เอาถุงสวมไว้อย่างดี
"ซูหยวน เธอทำอะไรน่ะ?"
จูเก๋อเถี่ยที่เดินเข้าไปในช่องทางอาจารย์แล้วขมวดคิ้วถาม
"อาจารย์ครับ ขอโทษด้วยที่ผมไปกินข้าวกับพวกอาจารย์ไม่ได้แล้ว ตอนนี้ผมมีเรื่องสำคัญกว่าต้องทำ"
ซูหยวนพูดจบ ก็ยืนรออยู่หน้าถังเศษอาหารพร้อมกับถังขยะเหล่านั้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
หลีสื่อเฉวียนและจูเก๋อเถี่ย อาจารย์ทั้งสองยืนอึ้งกับภาพตรงหน้า
พวกเขามองดูซูหยวนรับถาดอาหารจากมือนักเรียนที่เตรียมจะเททิ้งทีละคนๆ แล้วแยกประเภทอาหารลงในถังอย่างเป็นระเบียบ ดูราวกับ... ตาแก่ที่รอห่อข้าวตามงานเลี้ยงโต๊ะจีนไม่มีผิด
"เพื่อน ทางนี้ๆ ส่งถาดมาให้เราเลย เดี๋ยวเราล้างให้เอง"
"ไม่ลำบากๆ ขอบใจมากนะเพื่อนที่ช่วยเรา"
ใบหน้าแข็งกระด้างของจูเก๋อเถี่ยเริ่มปรากฏแววประหลาดใจ มองดูถังขยะหลายใบที่เริ่มเต็มขึ้นเรื่อยๆ แล้วอดไม่ได้ที่จะพูดว่า
"เมื่อกี้ฉันได้ยินไอ้หนูนั่นบอกว่า จะเอาเศษอาหารพวกนี้กลับไปให้หมา? หมาบ้านไหนกินเยอะขนาดนี้ในมื้อเดียว? หมาอสูรขั้นสร้างรากฐาน หรือไง?"
ขณะที่ทั้งสองกำลังงุนงง ร่างหนึ่งก็เดินเข้ามาที่หน้าประตูโรงอาหาร นั่นคือครูประจำชั้น ม.6 ห้อง 2 เยว่หลิน
อาจารย์ทั้งสองสบตากัน แล้วเดินเข้าไปทักทาย
"อาจารย์เยว่ คุณเป็นครูประจำชั้นของซูหยวนใช่ไหม พอจะทราบสาเหตุพฤติกรรมของเขาตอนนี้ไหมคะ?"
หลีสื่อเฉวียนชี้ไปที่ซูหยวน แล้วถามเยว่หลิน
เยว่หลินชะงัก หันไปมองซูหยวนที่เฝ้าอยู่ข้างถังเศษอาหาร ในใจพลันเกิดคลื่นลมโหมกระหน่ำ เผลอหลุดปากออกมาว่า:
"ไอ้เด็กคนนี้ อาการป่วยกำเริบหนักขนาดนี้ เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?"
"อะไรนะ?!"
เมื่อเช้ายังแค่ดูจิตไม่ปกตินิดหน่อย แต่พอตกเที่ยงกลับกลายเป็นพวกเสพติดการเก็บขยะ นี่มันดูเหมือนอาการย้ำคิดย้ำทำชัดๆ
ถ้าเป็นหนักกว่านี้ จะถึงขั้นธาตุไฟเข้าแทรกเลยไหมเนี่ย?
พอนึกถึงนักเรียนอัจฉริยะที่เคยสอนมา ที่ต้องจบอนาคตลงเพราะธาตุไฟเข้าแทรกจากการเดินทางผิด เยว่หลินก็อดปวดใจไม่ได้
อัจฉริยะรุ่นเยาว์จะต้องปีกหักไปอีกคนแล้วเหรอ... เดี๋ยวนะ ซูหยวนดูเหมือนจะมีพรสวรรค์แค่ระดับปานกลางนี่นา ไม่น่าจะนับเป็นอัจฉริยะได้
งั้นก็ไม่เป็นไร
หลังจากความคิดสะดุดไปครู่หนึ่ง เยว่หลินก็สังเกตสภาพจิตใจของซูหยวนอย่างละเอียดอีกครั้ง แล้วกระแอมเบาๆ:
"อาจเป็นไปได้ว่าทางบ้านของซูหยวนฐานะไม่ค่อยดี ก็เลยต้องมาเก็บเศษอาหารพวกนี้ไปประทังชีวิต"
หลีสื่อเฉวียน, จูเก๋อเถี่ย: "..."
เฮ้ย แบบนี้มันยิ่งน่าเวทนา น่ารันทดกว่าเดิมอีกไม่ใช่เรอะ!
จูเก๋อเถี่ยลังเลเล็กน้อย ก่อนจะแย้งว่า:
"เมื่อกี้ผมกับอาจารย์หลีชวนซูหยวนไปเลี้ยงข้าว แต่เขาปฏิเสธ ดูไม่เหมือนคนฐานะยากจนขนาดไม่มีข้าวกินเลยนะครับ"
หลีสื่อเฉวียนพูดเสียงเรียบๆ ว่า:
"อาจารย์เยว่ คุณนี่มองโลกในแง่ร้ายตลอดเลยนะ ช่วยคิดไปในทางที่ดีกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง?"
พอได้ยินแบบนั้น เยว่หลินก็เริ่มลังเล วิเคราะห์ว่า:
"ถ้าตัดเรื่องอาการป่วยกับเรื่องฐานะทางบ้านออกไป งั้นเหตุผลที่ซูหยวนทำแบบนี้คงเหลือแค่อย่างเดียวแล้วล่ะ"
"นั่นก็คือเขาเป็นคนรู้คุณค่าของอาหาร ทนเห็นอาหารจำนวนมากถูกเททิ้งไม่ได้ ก็เลยจะเอาอาหารพวกนี้ไปเลี้ยงหมาแมว หรือสัตว์เลี้ยงเล็กๆ อย่างเสือหรือจระเข้"
หลีสื่อเฉวียน, จูเก๋อเถี่ย: "..."
เอาเถอะ วนกลับมาที่เดิมจนได้
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง จูเก๋อเถี่ยก็พูดขึ้นว่า:
"เรื่องซูหยวนเก็บเศษอาหารก็ช่างเถอะ แต่ผมก็เพิ่งสังเกตวันนี้แหละว่า อาหารที่นักเรียนเททิ้งแต่ละมื้อมันเยอะเกินไปหรือเปล่า? ดูเหมือนชีวิตความเป็นอยู่ของนักเรียนสมัยนี้จะสุขสบายเกินไปแล้วนะ"
เยว่หลินส่ายหน้าพลางกล่าวว่า:
"ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่ก็มีนักเรียนจำนวนมากที่ยอมสั่งเดลิเวอรี่มากินแทนที่จะมาโรงอาหาร ถ้าเราไปเข้มงวดมากเกินไป เกรงว่านักเรียนที่มาโรงอาหารจะหายไปอีกเกินครึ่ง"
เขามองซูหยวนแล้วถอนหายใจ:
"คนหนุ่มสาวที่รู้จักประหยัดมัธยัสถ์แบบซูหยวน หายากแล้วนะสมัยนี้"
ทันใดนั้นเอง เสียง "ติ๊ง" ก็ดังขึ้นในหัวซูหยวน
[ความคืบหน้าภารกิจ: ค่าความชอบผู้อาวุโสวิทยายุทธ์ (125/80), ค่าความชอบผู้อาวุโสกายาเหล็ก (65/80)]
[หมายเหตุ: มีผู้อาวุโสสำนักที่ไม่ทราบชื่ออีกหนึ่งท่านที่มีค่าความชอบต่อเจ้าเพิ่มขึ้น!]
ซูหยวน: "???"
*วันนี้ผมไม่ค่อยว่างนะครับ เอาไปแค่ 2 ตอนก่อนนะครับ*