- หน้าแรก
- ข้าบำเพ็ญเซียนถูกกฎหมาย ทำไมพรี่ชายถึงบอกว่าข้าเป็นมาร
- บทที่ 10 จงดู หนึ่งวินาทีหกไม้!
บทที่ 10 จงดู หนึ่งวินาทีหกไม้!
บทที่ 10 จงดู หนึ่งวินาทีหกไม้!
หลังจากเยว่หลินพูดจบ ก็เอามือไพล่หลังเดินจากไป ทิ้งให้ซูหยวนนั่งงงเป็นไก่ตาแตกอยู่คนเดียว
ทำไมรู้สึกว่าอาจารย์เยว่กำลังเข้าใจอะไรผิดไปรึเปล่า?
ต่อให้ซูหยวนจินตนาการกว้างไกลแค่ไหน ก็คงนึกไม่ถึงว่าตัวเองถูกมองว่าเป็นผู้ป่วยจิตเวชแฝง
เขาส่ายหน้า กดความสงสัยลงไปก่อน อาจารย์เยว่พูดแบบนั้นเมื่อกี้ต้องมีเหตุผลของเขาแน่ๆ
หลังพักเบรกสั้นๆ ต่อไปก็เป็นวิชาความรู้ทั่วไปและวิชาภาษาโบราณ
เนื้อหาที่สอนในวิชาความรู้ทั่วไป คล้ายกับที่เรียนในมัธยมปลายโลกก่อน
แม้ความรู้จะหนักหนา แต่ส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวกับการบำเพ็ญเพียร สำหรับนักเรียนที่เป็นผู้บำเพ็ญเพียรแล้ว เรียนสบายๆ
ซูหยวนในชาติก่อนก็เป็นนักเรียนสายวิชาการในเมืองเล็กๆ คะแนนวิชาท่องจำอย่างความรู้ทั่วไปและภาษาโบราณถือว่าดีมาก
ตอนนี้มีหัวใจมารฟ่านจิ้งช่วยเสริม ก็ยิ่งมีพื้นที่ให้พัฒนาในสองวิชานี้อีกครั้ง
เวลาการเรียนช่วงเช้าผ่านไปโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้เป็นเวลา 12:10 น. อีก 5 นาที ก็จะถึงเวลาพักเที่ยงที่มีเวลาหนึ่งชั่วโมง
และนั่นหมายความว่า ศึกมังกรฟาดเคราะห์เสือแย่งชิงโรงอาหารกำลังจะปะทุขึ้น
ซูหยวนกวาดตามองเพื่อนร่วมชั้น ทุกคนคือคู่แข่งของเขาในศึกครั้งนี้!
ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นขัดเกลาพลังปราณยังเหาะเหินเดินอากาศไม่ได้ดั่งใจ ในโรงเรียนก็ห้ามพกกระบี่บิน นำมาซึ่งความไม่แน่นอนมากมายในศึกครั้งนี้
ขณะที่ซูหยวนสังเกตเพื่อนคนอื่นๆ เพื่อนเหล่านั้นก็สังเกตการณ์รอบด้านเช่นกัน บางครั้งสบตากับซูหยวน ในสายตาราวกับมีประกายดาบเงากระบี่วูบไหว น่าเกรงขามยิ่งนัก
"ซูหยวน"
ฉู่หลานซีพลิกมือ การ์ดโรงอาหารสีขาวมุกปรากฏขึ้นในมือ พูดว่า:
"วันนี้จะได้กินข้าวเที่ยงเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับนายแล้ว"
ซูหยวนรับการ์ดโรงอาหารมาอย่างเคร่งขรึม ราวกับรับตราแม่ทัพ
คำมั่นสัญญาไม่ต้องให้ก็ได้
ระดับตบะของเขาในโรงเรียนถือว่าแค่ระดับกลางค่อนสูง แม้จะสั่งสมประสบการณ์การหลบหลีกและมุดฝ่าฝูงคนจากการส่งเดลิเวอรี่มาอย่างโชกโชน ก็ไม่กล้ารับประกันว่าจะติด 100 อันดับแรกที่ถึงโรงอาหาร
และเมนูลิมิเต็ดบางอย่างในโรงอาหาร มักจะเป็นประเภทมือใครยาวสาวได้สาวเอา
"แต่ว่า ฉันในวันนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว"
สายตาของซูหยวนไปหยุดอยู่ที่ไม้กวาดด้ามหนึ่งมุมห้อง ในใจคิดว่า:
"ฉันที่ฝึกทั้งวิชาไรเดอร์และรปภ.ควบคู่กัน ไม่เพียงแต่จะหลบหลีกการรุมล้อมของคู่แข่งได้เหมือนเมื่อก่อน แต่ยังสามารถเป็นฝ่ายรุกได้ด้วย! เผลอๆ อาจจะลุ้นติดท็อป 10 ที่เข้าโรงอาหารได้"
เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไป
ห้านาทีต่อมา พร้อมกับเสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้น อาจารย์ประจำชั้นเยว่หลินที่ไม่เคยสอนเกินเวลาพูดว่า:
"ระวังอย่าทำหน้าต่างกับกำแพงพังล่ะ เลิกเรียนได้"
พริบตาถัดมา นักเรียนห้อง 2 ที่เตรียมพร้อมมานาน ก็พุ่งทะยานออกไปราวกับเสือดาวล่าเหยื่อ กระโดดออกทางหน้าต่างที่ถูกแง้มไว้อย่างเงียบเชียบตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
ชั่วขณะนั้น ลมกรรโชกแรง ผ้าม่านในห้องเรียนสะบัดพับๆ
ซูหยวนยื่นมือคว้าไม้กวาดที่มุมห้อง แล้วกระโดดตามกลุ่มใหญ่ออกไปทางหน้าต่าง
ห้อง ม.6/2 อยู่ชั้นหก เมื่อซูหยวนกระโดดออกจากหน้าต่าง ก็เห็นนักเรียนทั้งโรงเรียนร่วงหล่นลงมาจากตึกเรียนราวกับเม็ดฝน มุ่งเป้าไปที่โรงอาหาร!
ซูหยวนโคจรพลังปราณ ร่อนลงจอดอย่างนิ่มนวล ก็เห็นนักเรียนจำนวนมากนำหน้าเขาไปแล้ว ร่างกายพริ้วไหวดุจสายฟ้า
ช่วยไม่ได้ ตบะสูงย่อมวิ่งเร็วเป็นธรรมดา
เมื่อก่อนเจอกับพวกบ้าพลังแบบนี้ ซูหยวนทำอะไรไม่ได้
แต่ตอนนี้...
ดูง่ามบินข้า... ไม่ใช่สิ ดูไม้กวาดฟาด!
ราวกับทุ่มสุดตัว ซูหยวนขว้างไม้กวาดในมือออกไป ไม้กวาดเหมือนมังกรแหวกว่าย พริบตาเดียวก็กระแทกเข้าที่หลังของนักเรียนคนหนึ่งข้างหน้า
แรงผลักที่นุ่มนวลและไม่ทำร้ายคนแผ่ออกมาจากไม้กวาด ดันนักเรียนคนนั้นให้ลอยไปชนกับนักเรียนอีกคนด้านข้าง ทั้งสองล้มกลิ้งเป็นลูกขนุน
อืม กำจัดคู่แข่งไปสอง
ซูหยวนที่พุ่งมาด้วยความเร็วสูงคว้าไม้กวาดที่ยังลอยอยู่ แล้วพุ่งไปข้างหน้าต่อ
ผู้ชนะได้กินเนื้อ ผู้แพ้กินฝุ่น!
ศึกโรงอาหาร เป็นเช่นนี้เสมอมา!
ในสังคมที่ทุกคนฝึกเซียน การใช้กำลังในขอบเขตที่เหมาะสมไม่มีปัญหาเลย แม้แต่ทางโรงเรียนก็สนับสนุนเต็มที่
ซูหยวนสายตาเป็นประกาย เล็งเป้าไปที่เพื่อนนักเรียนอีกคนข้างหน้าไม่ไกล
แต่ยังไม่ทันลงมือ เพื่อนคนนั้นก็เหมือนจะรู้สึกตัว หันกลับมาพุ่งเข้าใส่ ฝ่ามือมีพลังปราณไหลเวียน เห็นชัดว่าต้องการสกัดกั้นซูหยวน
ซูหยวนกวาดตามองอีกฝ่ายอย่างไม่ใส่ใจ นักเรียนธรรมดาจะไปเทียบกับไรเดอร์ที่ผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชนได้ยังไง! ห่างชั้นกันเกินไป! แม้แต่ยอดฝีมือวงการไรเดอร์ยังหลบไม้ง่ามเขาไม่พ้น นับประสาอะไรกับนักเรียนคนหนึ่ง
จงดู หนึ่งวินาทีหกไม้!
ไม้กวาดในมือซูหยวนพุ่งออกดุจอัสนี เงาไม้กวาดก่อให้เกิดลมหมุนหวีดหวิว. ปราณไม้กวาดหกสายก็จี้เข้าที่แขน หัวเข่าทั้งสอง จุดเส้นเอ็นที่เอวและท้องของเพื่อนฝั่งตรงข้ามแทบจะในเวลาเดียวกัน
ตุ้บ—
เพื่อนร่วมทางคนนี้แขนขาชาด้าน ควบคุมไม่ได้ ล้มลงไปชักกระตุก
ซูหยวนไม่แม้แต่จะมอง พุ่งตรงไปที่โรงอาหารต่อ ในใจอดทึ่งกับอานุภาพของสิบแปดกระบวนท่าไม้ง่ามเทพไม่ได้
วิชานี้ที่เป็นรากฐานของวงการรปภ. ที่เน้นสกัดคนไม่ทำร้ายคน ดูเหมือนระดับจะสูงกว่าวิทยายุทธ์พื้นฐานที่นักเรียนมัธยมปลายเรียนกันอยู่นิดหน่อย
ถ้าพูดแบบนี้ รางวัลที่ระบบสุ่มยกระดับสกิลหนึ่งอย่างจนถึงขั้นสมบูรณ์ ก็ถือว่าสุ่มได้ถูกอันจริงๆ
อย่างน้อยก็เหมาะที่สุดที่จะใช้ในศึกโรงอาหารนี้
จากนั้น ซูหยวนก็ใช้วิชาไม้กวาดนี้ตะลุยฝ่าไปตลอดทาง คู่แข่งข้างหน้าถูกเขาทิ้งห่างไปเรื่อยๆ ท็อป 10 โรงอาหารอยู่แค่เอื้อม!
หน้าประตูโรงอาหาร ชายวัยกลางคนร่างสูงใหญ่ดุจหอคอยเหล็ก สวมชุดกีฬาสีแดงเข้ม ใบหน้าดูน่าเกรงขาม ยืนกอดอกอยู่
เขาคือจูเก๋อเถี่ย หัวหน้าหมวดพลศึกษาของโรงเรียนมัธยมไท่หัว รับผิดชอบวิชาพลศึกษาของนักเรียนชั้น ม.6 ทั้งหมด และยังเป็นอาจารย์พละระดับเหรียญทองผู้เลื่องชื่อของโรงเรียนไท่หัว
"คำนวณเวลาแล้ว พวกเด็ก ม.6 น่าจะใกล้ถึงแล้ว คนที่มาถึงโรงอาหารกลุ่มแรกน่าจะเป็นพวกเมล็ดพันธุ์ชั้นดีด้านวิ่งระยะสั้น"
จูเก๋อเถี่ยกะเวลา ในใจคิด
ในฐานะครูพละ เขาย่อมรู้ดีว่านักเรียนของตัวเองมีฝีมือระดับไหน แต่ก็ไม่แน่ว่าอาจจะมีเพชรในตมที่ยังไม่ถูกค้นพบหลุดมาก็ได้
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าก็ดังมาจากไกลๆ จูเก๋อเถี่ยหรี่ตามอง ในใจเกิดความคาดหวัง
นักเรียนดีเด่นสายสปีดมาแล้ว
เห็นที่สุดสายตา มีนักเรียน ม.6 หลายคนกำลังพุ่งทะยานมาทางโรงอาหาร เป็นกลุ่มนักเรียนที่ปกติทำคะแนนวิ่งระยะสั้นได้ดี และเคยได้รับคำชมจากเขา
จูเก๋อเถี่ยพึงพอใจ แต่ในขณะนั้นเอง เขากลับสังเกตเห็นว่าลูกศิษย์คนโปรดของเขา ไม่รู้ทำไมบนใบหน้าถึงฉายแววตื่นตระหนก
ราวกับว่ามีสัตว์ร้ายอะไรกำลังไล่กวดมาข้างหลัง
ขณะที่เขากำลังสงสัย วินาทีถัดมา เงาไม้สายหนึ่งก็แหวกอากาศมา ทำให้เกิดเสียงหวีดหวิว ฟาดเข้าที่ข้อพับขาของนักเรียนคนหนึ่ง
นักเรียนคนนั้นร้องอู้อี้ ล้มคว่ำหน้าลง
ไม้ที่บินไปเด้งกลับมา เข้ามือเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่พุ่งออกมาจากมุมถนน
เด็กหนุ่มคนนั้นดวงตาฉายแววอำมหิต จ้องเขม็งไปที่นักเรียนที่กำลังหนีข้างหน้า ราวกับเสือหิวที่กำลังตะครุบเหยื่อ!
แล้วภายใต้สายตาตกตะลึงของจูเก๋อเถี่ย เด็กหนุ่มคนนั้นก็ควงไม้กวาดจนเกิดเงาวูบวาบ หนึ่งวินาทีหกไม้หรืออาจจะเร็วกว่านั้น กวาดล้างลูกศิษย์คนโปรดของเขาจนเรียบ แล้วก้าวข้ามธรณีประตูโรงอาหารไปเป็นคนแรก