เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

MDB ตอนที่ 36 รางวัลใหม่

MDB ตอนที่ 36 รางวัลใหม่

MDB ตอนที่ 36 รางวัลใหม่


กำลังโหลดไฟล์

ไข่ใบที่สองนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาไข่ทั้งหมด มันสูงครึ่งหนึ่งของมนุษย์วัยผู้ใหญ่ หลินจินจะอยากรู้ว่าจะมีตัวอะไรฟักจากไข่ขนาดใหญ่ใบนี้

เมื่อยื่นมือออกไป พิพิธภัณฑ์สัตว์วิเศษก็บันทึกไข่ที่กลายพันธุ์ใบที่สองในทันที

ไข่กลายพันธุ์: ระดับสอง สามารถฟักเป็นไทรันโนซอรัสเพลิงได้

คุณสมบัติ: ธาตุไฟ

วิธีการฟักไข่: 2 วิธีคือ…

วิธีการเลี้ยงดู: ด้วยการเลี้ยงดู มันมีโอกาสที่จะเพิ่มระดับเริ่มต้นของสิ่งมีชีวิตขึ้นเป็นระดับสาม มี 3 วิธีคือ…

วิธีสร้างพันธสัญญาโลหิต: 5 วิธีคือ…

หลินจินไม่สามารถอธิบายความประหลาดใจของเขาได้ในขณะที่เขาอ่านทีละบรรทัด

‘นี่คือรูปร่างตอนที่มันฟักออกมาอย่างงั้นเหรอ?’

ส่วนที่ดีที่สุดของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือสามารถแสดงรูปลักษณ์ของสิ่งมีชีวิตก่อนที่ไข่จะฟักออกมา ดังนั้น หลินจินจึงมองดูไทรันโนซอรัสเพลิงสูง 30 เซนติเมตร มันปกคลุมไปด้วยเกล็ดที่ลุกเป็นไฟ มันช่างน่าเกรงขามมาก

หากสัตว์ตัวนี้ได้รับการดูแลอย่างดี มันก็จะเป็นระดับสามเมื่อฟักออกมา แม้ว่าการสร้างพันธสัญญาโลหิตจะลำบาก มันต้องใช้กระบวนการที่ซับซ้อนและวัสดุหายากแต่การได้ครอบครองสัตว์วิเศษระดับสามก็ถึงว่าคุ้มค่ามาก

นอกจากนี้ อัตราศักยภาพของมันถึงระดับห้าอีกด้วย!

นั่นหมายความว่า ถ้าทุกอย่างเป็นไปด้วยดี สิ่งมีชีวิตดังกล่าวสามารถเลื่อนระดับเป็นระดับห้าได้!

สัตว์เลี้ยงระดับสามนั้นมีค่ามากอยู่แล้วในเมืองเมเปิ้ล ดังนั้นแม้แต่คนโง่ที่ไร้สมองก็สามารถบอกได้ว่าสัตว์วิเศษระดับห้าจะน่ากลัวขนาดไหน ยิ่งไปกว่านั้น ไทรันโนซอรัสเพลิงตัวนี้ยังมีสายเลือดของ 'มังกรเพลิง' ซึ่งทำให้มันยิ่งน่าเกรงขามมากขึ้น

พูดตามตรง มันเป็นไปไม่ได้ที่หลินจินจะไม่หวั่นไหวเมื่อพบสัตว์วิเศษที่มีระดับและศักยภาพถึงขนาดนี้ ลืมเสี่ยวฮั่วไปได้เลย แม้แต่สัตว์วิเศษตัวอื่น ๆ ที่หลินจินบันทึกไว้จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่สามารถเทียบได้กับไทรันโนซอรัสเพลิงได้เลย

ขอแค่เขาสามารถทำให้มันเชื่องและเขาก็สามารถลงนามในพันธสัญญาโลหิตกับสัตว์วิเศษตัวนี้ได้

แต่หลินจินก็แค่คิดเท่านั้น เนื่องจากไข่ใบนี้ไม่ได้เป็นของเขาและความต้องการทรัพยากรในการเลี้ยงดูและการฟักไข่ มันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขาอยู่ห่าง ๆ จากมัน

หลังจากคำนวณคร่าว ๆ มันต้องใช้หินวิญญาณอย่างน้อยหนึ่งพันก้อนเพื่อฟักไข่นี้และไม่ใช่หินวิญญาณระดับต่ำนับพัน อย่างน้อยต้องเป็นระดับปานกลาง

หลินจินยกนิ้วขึ้นและคำนวณ ด้วยเงินเดือนปัจจุบันของเขา เขาต้องใช้เวลาหลายร้อยปีกว่าจะหาเงินได้มากขนาดนั้นโดยไม่ต้องกินหรือดื่ม

และนั่นเป็นเพียงราคาสำหรับการฟักไข่เท่านั้น สำหรับการสร้างพันธสัญญาโลหิตและการเสริมระดับก็ต้องใช้ทรัพยากรมากกว่านี้อีกหลายเท่า มันไม่ต่างจากหลุมดำขนาดยักษ์เลย

เขาควรจะทำงานเกี่ยวกับรายงานการประเมินแทนดีกว่า

หลินจินทำรายงานเสร็จแล้ว แน่นอนว่า เขากรองเนื้อหาและเขียนเฉพาะข้อมูลที่ธรรมดาที่สุดเท่านั้น หลังจากนั้นเขาก็ย้ายไปที่อื่น ความเร็วของเขานั้นเร็วกว่าหวังจีและเกาเจียงมากมาก

“ไข่กลายพันธุ์ระดับหนึ่ง งูเหลือมพิษ ธาตุดินและไม้ มันหายากมาก แต่น่าเสียดายที่ศักยภาพของมันนั้นอยู่ในระดับปานกลาง”

“ไข่กลายพันธุ์ ระดับหนึ่ง ทูแคนทอง ธาตุทองคำ ศักยภาพทั่วไป อืม มันก็ใช้ได้”

“ไข่กลายพันธุ์ ระดับสอง เวโลซิแรปเตอร์หนังหนาม มันเยี่ยมมาก มันมีเร็วสูงแต่ลักษณะเฉพาะของมันค่อนข้างแปลกไปหน่อย มันควรจะจู่โจมโดยรออะไรบางอย่างกัดมันอย่างงั้นหรือ?”

“ไข่กลายพันธุ์ ระดับหนึ่ง แมงป่องเกราะดำ… ไข่กลายพันธุ์ ระดับหนึ่ง กิ้งก่าดำ ระดับหนึ่ง…”

หลินจินยังคงประเมินและเขียนต่อไป ในไม่ช้า ไข่กลายพันธุ์ที่บันทึกไว้ในพิพิธภัณฑ์ก็ถึงสิบใบแล้ว

มีแสงสีทองส่องลงมาที่พิพิธภัณฑ์เพียงสิบดวงในขณะที่เมฆลอยอยู่รอบ ๆ มีฟ้าแลบและฟ้าร้อง จากนั้นบันไดเวียนไม้ชั้นเดียวก็ปรากฏขึ้นซึ่งนำไปสู่ชั้นสอง เมื่อหมอกกระจายตัว ประตูก็ปรากฏขึ้นบนชั้นสองนี้

หลินจินเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ เขารีบขึ้นบันไดเพื่อไปดูสถานที่ใหม่ในพิพิธภัณฑ์ เขาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูบนชั้นใหม่นี้ ชั้นนี้กว้างขวางแต่ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงขุ่นมัวเพราะไข่ที่กลายพันธุ์ที่บันทึกไว้มีเพียงสิบใบเท่านั้น ดังนั้นจึงปรากฏเฉพาะแค่ประตูเท่านั้น

ประตูนี้ทำจากโลหะที่มีลวดลายซับซ้อน หลินจินรู้สึกประหม่า เขากลัวว่าจะมีอะไรอยู่อีกด้านของประตูนี้ แต่หลังจากครุ่นคิด เขาก็รู้สึกว่าเขาคิดมากเกินไป พิพิธภัณฑ์เป็นของเขาและไม่ควรเป็นอันตราย ดังนั้นหลินจินจึงตัดสินใจผลักประตูออก

ประตูเปิดออกและเผยให้เห็นห้องหนึ่ง

ห้องนี้ใหญ่และว่างเปล่า มีประตูไม้ทั้งหมด 20 บาน โดยแบ่งเป็นซ้ายขวา ฝั่งละ 10 บาน ทุกประตูมีตัวเลขตั้งแต่หนึ่งถึงยี่สิบ

หลินจินไม่รู้ว่าสถานที่แห่งนี้มีไว้เพื่ออะไร เขาสันนิษฐานว่าพิพิธภัณฑ์จะมอบรางวัลเหมือนก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้ มันให้ห้องนี้แก่เขาแทน

อย่างไรก็ตาม หลินจินก็สังเกตเห็นเบาะแส ตั้งแต่เข้ามาในห้องนี้ เขารู้สึกว่าร่างกายของเขาเป็นรูปเป็นร่าง ทุกที่ที่เขาสัมผัสเขารู้สึกได้ถึงความสมจริง

“นี่มันแปลกมาก”

หลินจินอยู่บนชั้นสองของห้องนี้ เขามองไปรอบ ๆ และพบป้ายไม้แขวนอยู่หลังประตู

เขาเอื้อมมือออกไปหยิบป้ายไม้ที่เขียนว่า ‘ภัณฑารักษ์’ ขึ้นมา เมื่อพลิกไปด้าน มีข้อความเล็ก ๆ เขียนไว้ว่า

“สิ่งมหัศจรรย์ของโลกทำให้จักรวาลแปรเปลี่ยนไป แขกผู้มีความสามารถอันเหนือล้ำและไม่เหมือนใครจะได้รับการต้อนรับ หากโชคชะตาดลบันดาลให้พบกัน พวกเขาจะเข้ามาในสถานที่ที่มีคือว่า ห้องโถงเยี่ยมชมสัตว์วิเศษ!”

 

หลินจินรู้สึกงุนงง ทันใดนั้น เขารู้สึกว่าถูกเหล็กไนที่จิ้มนิ้วของเขา และหลินจินก็ปล่อยมือป้ายไม้ ทำให้มันตกลงไปที่พื้น เขาเหลือบมองที่นิ้วของเขา ดูเหมือนว่าจะมีอะไรถูกบางสิ่งกัดและตอนนี้ก็มีเลือดออก

หลินจินก้มลงไปมองอย่างโกรธเคืองที่ป้ายไม้ที่กัดเขา

ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินคนเรียกเขาอย่างแผ่วเบา หลินจินหันหลังและออกจากห้องทันที ในเวลานั้น หลินจินไม่ได้ตระหนักว่าเลือดของเขาได้ซึมเข้าไปในป้ายไม้บนพื้น พร้อมกันนั้น ประตูไม้สามบานที่อยู่บนชั้นสองก็เริ่มสว่างไสวด้วยแสงประหลาด ๆ...

ทันทีที่เขาออกไป ภาพตรงหน้าก็พร่ามัวและเขาก็กลับมาที่ห้องโถงประเมินของสมาคม

ผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาเป็นผู้ประเมินฝึกหัดที่กำลังค้นหาอะไรบางอย่าง

“ผู้ประเมินหลิน? ผู้ประเมินหลิน? เขาไปอยู่ที่ไหนกันนะ”

หลินจินกระแอม "ข้าอยู่นี่!"

ผู้ประเมินฝึกหัดตกใจ เขาหันกลับมามองอย่างหงุดหงิด “ผู้ประเมินหลิน ท่านหนีไปไหนมาเมื่อกี้? ข้าหาท่านไม่เจอเลย”

น้ำเสียงของอีกฝ่ายแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน

เนื่องจากผู้ประเมินฝึกหัดเป็นลูกศิษย์ของหวังจี หลินจินจึงไม่ต้องกังวลและถามอย่างไม่แยแสว่า “เจ้ามาหาข้าต้องการอะไรหรือ?”

ผู้ประเมินฝึกหัดตอบว่า “หัวหน้าหวังบอกให้ข้าเข้ากะกลางคืนและเตรียมของขวัญสำหรับวันพรุ่งนี้และสั่งให้ข้ามาดูว่าผู้ประเมินหลินต้องการอะไรหรือไม่?”

ประโยคสุดท้ายเห็นได้ชัดว่าพูดมามารยาทแต่หลินจินไม่ได้ใส่ใจ ในเมื่ออีกฝ่ายกล้าถาม เขาก็กล้าขอ

"ต้องการสิ การประเมินสัตว์วิเศษเป็นงานที่เหน็ดเหนื่อย นำเหล้าและอาหารมาให้ข้า ข้ายังไม่ได้ทานอาหารเย็นเลย”

ผู้ประเมินฝึกหัดได้สาปแช่งปากตัวเองที่พูดอย่างนั้นออกมา แต่ในเมื่อพูดไปแล้ว เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเตรียมพวกมันมาให้หลินจิน

'แค่อาหารเย็นไม่พอแต่เจ้าจะเอาเหล้าด้วย แม้ว่าข้าจะนำมาจริง ๆ เจ้ายังจะกล้าดื่มมันงั้นเหรอ? ช่างเป็นชายที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวจริง ๆ'

หลังจากที่ผู้ประเมินฝึกหัดออกไป หลินจินก็พบกองของขวัญบนโต๊ะ รวมทั้งงานเขียนพู่กันและภาพวาด มันจะต้องถูกนำมาโดยผู้ประเมินฝึกหัด

"แปลก เมื่อกี้เขาไม่เห็นฉันงั้นเหรอ?” หลินจินรู้สึกว่ามันแปลก ๆ เพราะจิตของเขาเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ ไม่ใช่ร่างกาย แล้วทำไมผู้ประเมินฝึกหัดถึงไม่สังเกตเห็นเขานั่งอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร?

เว้นเสียแต่ว่า…

หัวใจของหลินจินเต้นแรงในทันใดขณะที่เขานึกถึงความรู้สึกที่เหมือนจริงภายในห้องและวิธีที่ผู้ประเมินฝึกหัดไม่ได้เห็นเขาก่อนหน้าตอนนี้

“เว้นเสียแต่ว่าร่างกายของฉันจะเข้าไปข้างในจริง ๆ!”

หลินจินคิดว่า ห้องโถงเยี่ยมชมนั้นน่าจะเป็นรางวัลใหม่ของพิพิธภัณฑ์ แต่สิ่งที่หลินจินไม่รู้ก็คือวิธีใช้งานของมัน ยิ่งกว่านั้น ร่างกายของเขาสามารถเข้าไปในสถานที่นั้นได้

จบบทที่ MDB ตอนที่ 36 รางวัลใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว