เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

MDB ตอนที่ 35 จัดฉากสร้างแพะ

MDB ตอนที่ 35 จัดฉากสร้างแพะ

MDB ตอนที่ 35 จัดฉากสร้างแพะ


กำลังโหลดไฟล์

หวังจีเข้าใจอย่างเป็นธรรมชาติว่าเกาเจียงหมายถึงอะไร เพราะมันน่าละอายจริง ๆ ถ้าคำพูดนั้นออกมา

ทันใดนั้น เกาเจียงก็นึกถึงเหตุการณ์ในวันนี้เกี่ยวกับการเปลี่ยนอาจาร์ของหลู่เสี่ยวหยุน จู่ ๆ เขาก็คิดขึ้นมาได้และเขาก็พูดว่า

“หัวหน้า พวกเราไม่ใช่ผู้ประเมินทางการเพียงสองคนในสมาคมนี้...”

ทันใดนั้น ดวงตาของหวังจีก็พลันสว่างขึ้นเมื่อนึกเรื่องนี้ขึ้นได้

"เจ้าพูดถูก เราไม่ใช่ผู้ประเมินทางการเพียงสองคนในสคมคมนี้ เอาล่ะ! ย้ายสิ่งเหล่านี้ไปที่ห้องประเมินหลักและเรียกหลินจินมา!”

...

หลินจินงีบหลับอย่างมีความสุขตลอดทั้งบ่ายเพราะไม่มีใครรบกวนเขา เขาจึงเพิ่งตื่นในตอนเย็น

หลังจากทานอาหารและดื่มชาแล้ว เขาก็ไปตรวจดูเต่าบกและอสูรน้ำหมึก เขาตระหนักได้ว่าชีวิตของเขาช่างผ่อนคลายเพียงใด

ส่วนจ้าวหยิงกับหลู่เสี่ยวหยุนได้เดินทางกลับไปก่อนที่ฟ้าจะมืด

หลินจินตั้งใจจะกลับบ้านด้วย เขาหยิบภาพวาดที่กู่เมียงจงมอบให้เขาจากตู้หนังสือ แน่นอนว่า เขาไม่สามารถทิ้งของมีค่าดังกล่าวไว้ในสมาคมได้และต้องนำมันกลับบ้าน

ด้วยม้วนภาพวาดในมือ จากนั้นก็เดินทางกลับบ้านพร้อมกับเสี่ยวฮั่ว

ขณะที่เขากำลังก้าวออกนอกธรณีประตู เขาถูกหยุดโดยผู้ประเมินฝึกหัดที่หวังจีส่งมาหาให้เขา...

ณ ห้องประเมินผลสมาคมฯ เมื่อหลินจินเข้ามาหวังจีและเกาเจียงก็อยู่ที่นั่นแล้ว พวกเขาต่างไม่พอใจเมื่อเห็นหลินจิน โดยเฉพาะหวังจี เขาตั้งตัวเป็นศัตรูอย่างเต็มที่ เขาต้องการเพิกถอนตำแหน่งของหลินจินและไล่เขาออกไปเพื่อที่เขาจะได้แนะนำเจียเฉียนให้มาแทนที่หลินจิน

เมื่อนึกถึงนางฟ้าผู้มีเสน่ห์นี้ หวังจีรู้สึกรุ่มร้อนและกระชุ่มขึ้นมา เขารู้สึกว่าตัวเองอ่อนวัยไปหลายปี แม้ว่าเขาจะยังไม่ได้เชยชมแม่ยอดหญิง แต่เมื่อเรื่องนี้คลี่คลายแล้ว เธอจะตกเป็นของเขาทันที

สำหรับเกาเจียง ในตอนแรกเขารู้สึกดูถูกหลินจินเท่านั้นแต่ชายผู้นั้นกลับเหิมเหริมนำพาลูกศิษย์ของเขาไปอย่างโจ่งแจ้งและตั้งคำถามถึงการประเมินของเขา สิ่งนี้ทำให้เกาเจียงมีอคติอย่างมากต่อหลินจิน

ดังนั้น ชายทั้งสองจะไม่เป็นมิตรกับผู้มาใหม่อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม หลินจินค่อนข้างสงบและทักทายพวกเขาที่ทางเข้า

“หัวหน้าวัง! ผู้ประเมินเกา! มีเรื่องอะไรให้ข้าช่วยงั้นหรือ?”

ชายทั้งสองไม่ใส่ใจที่จะตอบกลับ พวกเขาเรียกเขาให้เป็นแพะรับบาปเท่านั้น

“หลินจิน เจ้ามาช้าเกินไปแล้ว! เมื่อไหร่เจ้าจะเปลี่ยนนิสัยขี้เกียจสันหลังยาวของเจ้า!” หวังจีโวยวายทันทีเพราะรำคาญหลินจิน

‘ฉันมาช้า?’

แต่หลินจินไม่ได้มาช้าอะไรเลย เขามาทันทีหลังจากที่ได้รับเรียก เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะนำภาพวาดของกู่เมียงจงกลับไปเก็บที่บ้านด้วยซ้ำ

“ข้าเรียกเจ้ามาที่นี่เพื่อมอบหมายงานให้เจ้า เจ้าจงไปประเมินไข่สัตว์ทั้ง 9 ใบนั่น เจ้ามีเวลาแค่หนึ่งคืนเท่านั้น แม้เจ้าจะไม่ได้นอนทั้งคืน เจ้าก็ต้องส่งรายงานผลการประเมินภายในเช้าวันพรุ่งนี้” พูดเสร็จ หวังจีก็หาว วันนี้เหนื่อยมากโดยเฉพาะในช่วงบ่าย

“ข้ากำลังกลับบ้าน แล้วเจ้าล่ะ ผู้ประเมินเกา?” หลังจากสั่งการเสร็จแล้ว หวังจีก็เพิกเฉยต่อหลินจินและหันไปหาเกาเจียงแทน

แม้เกาเจียงเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาแต่เขาคือนายน้อยของตระกูลเกา เขาสมควรได้รับความเคารพจากเขา

“ข้าก็จะกลับเหมือนกัน วันนี้ข้ามีอาหารเย็นมื้อสำคัญที่ข้าพลาดไม่ได้” เกาเจียงตอบ

จาก ชายทั้งสองก็จากไป โดยไม่สนใจแม้แต่จะมองหลินจิน

หลินจินเหลือบมองไปที่ไข่สัตว์วิเศษและเดินเข้าไปหาพวกมัน

เขาไม่ใช่คนโง่ เขารู้ว่าหวังจีกับเกาเจียงสมรู้ร่วมคิดกัน ไม่จำเป็นต้องใช้สมองคิดให้มากมาย เขาก็รู้ว่าทั้งสองผลักภาระอันยิ่งใหญ่ให้เขาแบกรับ

ไข่ทั้ง 9 ใบที่ยังไม่ได้ประเมินถูกวางไว้ด้วยกัน ขณะที่ไข่ที่ประเมินอีก 2 ใบถูกวางไว้ข้าง ๆ รายงานการประเมินที่เตรียมไว้ทั้งสองฉบับ

หลินจินสามารถบอกได้อย่างง่ายดายว่า จากไข่ทั้งหมด 11 ใบ มีเพียง 2 ใบ ที่ได้รับการประเมิน ส่วนอีก 9 ใบ พวกเขาอาจจะไม่มีเวลาพอที่จะประเมินมันหรือไม่ก็พวกเขาไม่สามารถประเมินได้เลย หากลูกค้าดูชื่อที่ลงนามในรายงานการประเมิน บทลงโทษก็จะถูกส่งมาถึงเขา

“เจ้าคนโง่เขลาเหล่านั้น พวกเขาคิดว่าฉันยังเป็นหลินจินคนเดิมอยู่อีกงั้นเหรอ?” หลินจินยิ้ม

หลินจินคนก่อนไม่สามารถประเมินไข่เหล่านี้ได้และไม่อาจหลีกเลี่ยงข้อกล่าวหาและกลายเป็นแพะรับบาปในที่สุด อย่างไรก็ตามหลินจินคนใหม่มีพิพิธภัณฑ์สัตว์วิเศษ ในโลกนี้ที่ปกครองโดยสัตว์วิเศษ พลังของเขาสามารถทำให้แม้แต่สรวงสวรรค์พังทลายเลยก็ยังได้

หลินจินอยู่คนเดียวในห้องโถงใหญ่อันเงียบสงัด เขาเดินไปดูไข่สัตว์วิเศษ บอกตามตรง นอกเสียจากว่ามันคือไข่ ไม่มีอะไรอื่นที่เขาบอกได้

แต่ด้วยการสัมผัสเพียงเล็กน้อย พิพิธภัณฑ์ก็ถูกกระตุ้นทันที

“ไข่กลายพันธุ์ บันทึกการรวบรวม 1 /10”

...

นอกห้องโถงของหวังจี เขากำลังมอบหมายงานให้กับผู้ประเมินฝึกหัด

“เจ้าไปเตรียมของขวัญ พวกมันจะต้องเป็นการประดิษฐ์ตัวอักษรและภาพวาด นำไปวางไว้ในห้องโถง สิ่งเหล่านี้จะเป็นของขวัญสำหรับพ่อบ้านจั่ว ดังนั้นพวกมันจะต้องสมบูรณ์แบบ”

ผู้ประเมินฝึกหัดรับงานที่ได้รับมอบหมายและเดินออกไป

หวังจีรู้ว่างานนี้ เขาทำได้ไม่ดี เขาประเมินไข่กลายพันธุ์ได้เพียง 2 ใบ เท่านั้น ดังนั้นเขาจึงต้องมอบของขวัญบางอย่างให้กับพวกเขา อย่างน้อย ๆ จั่วเหวินถังจะช่วยพูดบรรเทาความโกรธเคืองของเจ้าเมืองให้ไม่มากก็น้อย

ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาอย่างโชกโชน หวังจีรู้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่เขาต้องทำเพื่อแก้ไข้สถานการณ์นี้

หลังจากนั้นเขาก็หันไปที่ห้องประเมินและยิ้มเยาะก่อนจะเดินออกไป

เขาไม่รู้เลยสักนิดว่าหลินจินรู้สึกเบิกบานราวกับเด็กได้ของเล่นใหม่

...

ไข่กลายพันธุ์ บันทึกหมายหนึ่ง

ไม่ต้องสงสัยเลยเลยว่า สำหรับพิพิธภัณฑ์สัตว์วิเศษ นี่ถือเป็นหมวดหมู่ใหม่ ความตื่นเต้นของหลินจินเกิดจากการรู้ว่าพิพิธภัณฑ์มักให้รางวัลสำหรับบันทึกใหม่

เช่นเดียวกับครั้งแรกที่เขาบันทึกสัตว์วิเศษหลายร้อยตัว ทางพิพิธภัณฑ์ได้มอบทักษะ 'การกำราบสัตว์วิเศษ' ให้เขา สิ่งนี้ทำให้เขาสามารถเชื่องสัตว์ร้ายทุกตัวที่อยู่ในระดับหนึ่งถึงระดับสาม เว้นแต่สิ่งมีชีวิตนั้นจะมีความสามารถพิเศษเฉพาะตัว

หลินลินได้ลองและทดสอบทักษะนี้มาหลายครั้งแล้ว โดยแต่ละครั้งก็ประสบความสำเร็จ มันช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของเขาได้อย่างดีด้วย

ส่วนบันทึกของสัตว์หายาก เช่น กิ้งก่าหินสายเลือดมังกรทอง โกลดี้ ไก่แดงสายเลือดอีกาทองคำและอสูรน้ำหมึก เมื่อบันทึกเกินสิบครั้ง เขาได้รับรางวัล 'รูปแบบพลังงานอสูร ส่วนแรก'

มันเป็นทักษะเฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยงเพื่อฝึกฝนขั้นแรกของการสร้างพลังงาน

ผลลัพธ์ของการฝึกฝนเห็นได้ชัดจากการที่เสี่ยวฮั่วตะปบสิงโตวายุของหลู่หยุนเหอถึงสามครั้ง ก่อนที่เจ้าสิงโตจะร้องไห้

ถ้าเขาบันทึกสัตว์หายากมากกว่านี้ พิพิธภัณฑ์น่าจะมอบรางวัลส่วนต่อ ๆ ไปให้เขา เมื่อเสี่ยวฮั่วฝึกฝนเสร็จสิ้น มันก็จะแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน นอกจากนี้ หลินจินรู้ดีว่าหนึ่งในวิธีวิวัฒนาการต่อไปของเสี่ยวฮั่วคือการฝึกฝนรูปแบบพลังงานอสูรถึงส่วนที่หก จากนั้นมันก็สามารถพัฒนาเป็นระดับสี่ได้

แม้ว่าศักยภาพของเขาจะไม่เพียงพอ นี่เป็นส่วนที่ดีที่สุดของรูปแบบพลังงานอสูร ปัจจุบันทักษะนี้เป็นทักษะที่ดีที่สุดที่มนุษย์รู้จัก ถ้าหลินจินจะเผยแพร่ความรู้อันนี้ไปทั่วโลก เขาอาจจะเริ่มการปฏิวัติการฝึกฝนของสัตว์วิเศษก็เป็นได้

ด้วยสิ่งเหล่านี้ เห็นได้ชัดว่ารางวัลของพิพิธภัณฑ์นั้นน่าทึ่งเพียงใด ตอนนี้หมวดหมู่ 'ไข่กลายพันธุ์' ใหม่ปรากฏขึ้นแล้ว หากหลินจินบันทึกไข่ครบทั้ง 10 ใบ เขาก็สามารถสร้างรางวัลรูปแบบใหม่ได้

หลินจินจะไม่คาดหวังและตื่นเต้นได้อย่างไร? เขาคงกำลังจะตายจากความอยากรู้

เขาสัมผัสไข่ที่กลายพันธุ์ตัวแรกและพิพิธภัณฑ์ก็ปรากฏตัวอย่างและแผ่นหิน หลังจากดูอย่างระมัดระวัง หลินจินก็รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่น่าทึ่ง

ไข่กลายพันธุ์: ระดับหนึ่ง สามารถฟักเป็นตั๊กแตนตำข้าวคมวายุได้

คุณสมบัติ: ธาตุทอง

วิธีการฟักไข่: 3 วิธีคือ…

วิธีการเลี้ยงดู: ด้วยการเลี้ยงดู มันมีโอกาสที่จะเพิ่มระดับเริ่มต้นของสิ่งมีชีวิต มี 2 วิธีคือ…

วิธีสร้างพันธสัญญาโลหิต: 5 วิธีคือ…

หลินจินอ่านข้อมูลของไข่ใบนี้ที่มีเนื้อหามีมากมายมหาศาล เขาไม่จำเป็นต้องเขียนทั้งหมด แค่เลือกส่วนหนึ่งจากแผ่นหินมาก็เพียงพอแล้ว มันก็จะถือว่าเป็นการประเมินที่สมบูรณ์แบบ

หลินจินหยิบพู่กันเพื่อเริ่มเขียนเนื้อหาโดยไม่ให้เสียเวลา

หลังจากที่เขาทำเสร็จแล้ว หลินจินก็ประทับตราของเขาและย้ายไปสัมผัสไข่ที่กลายพันธุ์ใบต่อไป

จบบทที่ MDB ตอนที่ 35 จัดฉากสร้างแพะ

คัดลอกลิงก์แล้ว