เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

MDB ตอนที่ 37 ห้องโถงเยี่ยมชมอันแสนลี้ลับ

MDB ตอนที่ 37 ห้องโถงเยี่ยมชมอันแสนลี้ลับ

MDB ตอนที่ 37 ห้องโถงเยี่ยมชมอันแสนลี้ลับ


กำลังโหลดไฟล์

ผู้ประเมินฝึกหัดไม่เต็มใจนำอาหารมาให้หลินจิน เมื่อนำอาหารมาวางเสร็จ เขาก็ออกไปอย่างรวดเร็ว

หลินจินจะหิวเกินกว่าจะสนใจดว่าอาหารจะเย็นชืดหรือไม่ เขาเรียกเสี่ยวฮั่วและให้มันอุ่นซุปในหม้อเหล็กและกินพร้อมกับอาหารอื่น ๆ ที่เย็นแล้ว

ขณะที่เขากิน หลินจินได้บันทึกไข่ที่กลายพันธุ์ที่เหลืออยู่ในพิพิธภัณฑ์ จากนั้นพลิกดูรายงานการประเมินของหวังจีกับเกาเจียง เมื่อเขาเห็นรายงานการประเมิน เขาก็ส่ายหัวเบา ๆ

“รายงานพวกนี้มันอะไรกันเนี่ย!?”

หลินจินหยิบรายงานการประเมินทั้งสองขึ้นมา

แม้ว่ารายงานทั้งสองจะเขียนได้สวยงามแต่เนื้อหากลับไม่น่าดู แน่นอนว่า หลินจินมีเหตุผลของเขาที่จะพูดอย่างนั้น แม้ว่ารายงานทั้งสองโดยทั่วไปจะเป็นการประเมินสายพันธุ์สัตว์วิเศษภายในไข่ที่กลายพันธุ์ แต่ก็มีการเขียนไม่ชัดเจน พูดตรง ๆ ก็คือ พวกมันแค่เล่นคำโดยไม่ได้ระบุสายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต แม้แต่สายเลือดของมัน

ไม่เพียงแต่จะไม่มีการยืนยันเท่านั้น แต่รายงานการประเมินนี้ยังระบุความเป็นไปได้หลายประการ โดยระบุว่าเป็นสัตว์ประเภทแมลง 60 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่อีก 40 เปอร์เซ็นต์เป็นสัตว์ประเภทนก พวกเขายังให้ 'หลักฐาน' จำนวนมากเพื่อสนับสนุนสมมติฐานของพวกเขา

อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้อ่านคนใดสามารถบอกได้เฉพาะเจาะจงว่าไข่คืออะไร มีเพียงความคิดเห็นที่คลุมเครือเท่านั้น

เมื่อเทียบกับรายงานที่เขียนไว้อย่างชัดเจนของหลินจินแล้ว สองคนนี้ทำได้ไม่ดีมากนัก

หลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน หลินจินได้เขียนรายงานอีกสองฉบับสำหรับไข่ทั้งสองใบนี้ ไม่ว่ามันจะถูกใช้หรือไม่ก็ตาม

ขณะที่หลินจินกำลังกินและเขียนรายงาน โดยที่เขาไม่รู้ว่า มีการเปลี่ยนแปลงได้เริ่มเกิดขึ้นภายในห้องแปลก ๆ นั้นในพิพิธภัณฑ์

ประตูไม้เรืองแสงทั้งสามบาน ตรงประตูหมายเลข 5 ถูกผลักเปิดออกช้า ๆ

สิบนาทีก่อนหน้านี้...

เมืองมังกรหยกภายในอาณาจักรมังกรหยก องค์หญิงสี่ เหอฉิงทรงประทับอยู่บนหลังคา ขณะที่พระองค์ทอดพระเนตรดูแสงระยิบระยับนอกกำแพงวังอย่างโหยหา

ข้าง ๆ องค์หญิงเป็นสัตว์วิเศษที่เป็นสัตว์เลี้ยงของพระองค์ มังกรผีเสื้อปีกเหลี่ยม

ในฐานะเชื้อพระวงศ์ เหอฉิงมีสถานะสูงส่ง พระองค์ไม่ต้องกังวลอะไรในชีวิต แม้แต่สัตว์เลี้ยงของพระองค์ก็ยังถูกเลือกอย่างพิถีพิถันโดยผู้ประเมินในวังหลวง

มังกรผีเสื้อปีกเหลี่ยม มันมีปีกเหมือนผีเสื้อ ตัวเป็นกิ้งก่าและมีสายเลือดที่ซ่อนอยู่ ตั้งแต่มันถือกำเนิดขึ้นมา มันก็มีระดับสองพร้อมกับศักยภาพที่สูง

ยิ่งสายพันธุ์หายากขึ้นเท่าใด สัตว์วิเศษก็จะอยู่กับเจ้าของได้นานขึ้นเท่านั้น เพื่อที่พวกเขาจะได้แบ่งปันพลังจิตวิญญาณเพื่อให้สัตว์วิเศษได้รับโอกาสในการวิวัฒนาการ

ตามที่ผู้ประเมินได้คาดการณ์ไว้ มังกรผีเสื้อปีกเหลี่ยมต้องการเวลาอย่างน้อยห้าปีกว่าที่มันจะวิวัฒนาการได้

เหอฉิงเริ่มหมดความอดทนเพราะตามกฎของพระราชวัง สำหรับเชื้อพระวงศ์ที่ต้องการประทับนอกวังหลวง สัตว์ที่เลี้ยงไว้ต้องมีระดับสามเป็นอย่างน้อย

“ข้าอยากจะหนีจากวังแห่งนี้จริง ๆ ข้าอยากออกไปเดินเล่นข้างนอก สัมผัสกับโลกที่น่าตื่นเต้นนี้” เหอฉิงพึมพำ “ข้าได้ยินมาว่าข้างนอกมีของอร่อย ๆ มากมาย มีผู้คนแปลก ๆ และเรื่องสนุกมากมาย แกคิดว่าไงเสี่ยวเตี๋ย?” เธอหันไปหาสัตว์เลี้ยงของเธอ

พระพักตร์ขององค์หญิง ช่างงดงามหาผู้ใดเปรียบ ราวกับว่าพระองค์เป็นภาพวาดที่ถูกวาดโดยศิลปินขึ้นสูง แม้ว่าองหญิงจะมีพระชนมายุไม่กี่พรรษาแต่พระองค์ก็มีความงามที่เหนือล้ำ

เนื่องจากสัตว์วิเศษไม่สามารถพูดได้ มันจึงอยู่เงียบ ๆ ไป

"อะไรนะ? แกจะบอกว่าแกสนุกกับการอยู่ในวังหลวงงั้นหรือ?“เหอฉิงเริ่มพูดกับตัวเอง”สถานที่ที่น่ากลัวเช่นนี้มีอะไรดี? เราอยู่กันมาหลายสิบปีแล้ว แกไม่เบื่อบ้างหรือ? ถ้าข้าออกจากวังได้ ข้าต้องลองกินของอร่อย เดินทางข้ามดินแดนและสัมผัสประสบการณ์ที่น่าตื่นตา”

ใต้หลังคามีทหารองครักษ์หลายคนที่ดูหมดหนทาง เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้าหญิงแสดงความต้องการดังกล่าว หญิงรับใช้คนหนึ่งกล่าวว่า

“องค์หญิงเจ็ดเพคะ ตอนนี้ดึกมันมากแล้ว โปรดเสด็จลงมาก่อนดีมั้ยเพคะ เผื่อพระองค์ก้าวพลาดและตกลงมา”

“ชิ! ข้าคุ้นเคยกับหลังคานี้เป็นอย่างดี ข้าจะตกลงไปได้อย่างไร?” เธอดูไม่พอใจ ทันใดนั้นเอง พระองค์ทรงสังเกตเห็นแสงไฟกระพริบรอบ ๆ มังกรผีเสื้อปีกเหลี่ยมของเธอและทันใดนั้น ช่องว่างก็เปิดออกด้านหลังของมัน ช่องว่างได้ดูดเจ้าหญิงและสัตว์วิเศษของเธอเข้าไปข้างใน

เหตุการณ์เกิดขึ้นไวมาก โดยที่องค์หญิงยังไม่ทันจะส่งเสียงร้องใด ๆ ออกมาเลย ส่วนเหล่าองค์รักษ์หรือคนรับใช้ด้านล่างต่างไม่มีใครสังเกตเห็น

ความรู้สึกไร้น้ำหนักชั่วครู่ทำให้เหอฉิงหวาดกลัว โชคดีที่เธอล้มลงกับพื้นในไม่ช้า ในที่ที่มืดมิดไร้ที่สิ้นสุดนี้ ยืนอยู่ตรงหน้าเธอคือประตูบานหนึ่ง

ที่ประตูบานนี้เป็นป้ายไม้ สลักคำว่า 'ผู้มเยี่ยมชมหมายเลข 5'

แม้จะมีสัตว์เลี้ยงของพระองค์จะอยู่เคียงข้างแต่เหอฉิงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัว

เจ้าหญิงตกใจและสับสน พระอัสสุชลเริ่มไหลเอ่อบนพระเนตร

หลังจากสงบสติอารมณ์แล้ว เหอฉิงก็เรียกสัตว์เลี้ยงเข้ามาใกล้ ๆ ขณะที่พระองค์ค่อย ๆ ผลักประตูไม้ให้เปิดออก

เมื่อเปิดออกก็พบว่าด้านหลังประตูเป็นห้องโถงกว้าง

แม้ที่นี่จะเป็นสถานที่ลึกลับแต่ก็พบร่องรอยของสัตว์ประหลาดเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นเหอฉิงจึงเดินออกจากห้อง จากนั้นประตูไม้ก็ปิดตัวลง

"มีใครอยู่ไหม?" เหอฉิงจับมือเธอไว้กับหน้าอกของเธอเพื่อป้องกันในขณะที่สัตว์เลี้ยงของเธอบินอยู่ข้าง ๆ เธอ

องค์หญิงรอพักใหญ่แต่ก็ไม่มีใครตอบกลับเลย

เมื่อมองไปรอบ ๆ พระองค์สังเกตเห็นประตูไม้สองแถวรอบ ๆ พระองค์ แต่ละประตูมีหมายเลขเป็นของตัวเอง

เมื่อองค์หญิงสงบสติอารมณ์ได้แล้ว เหอฉิงก็สงสัยว่าเธอถูกลักพาตัวไปหรือเปล่า ในฐานะเจ้าหญิงของราชวงศ์ มีคนเลวหลายคนต้องการจับตัวเธอ เหมือนกับเนื้อหาในนิยายที่เธอแอบซ่อนไว้

เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ จิตใจที่สงบของพระองค์ก็ร้อนรนขึ้นอีกครั้งในทันที

“เสี่ยวเตี๋ย ถ้าคนร้ายปรากฏตัวขึ้นมาล่ะก็ แกต้องปกป้องข้านะ”

ในขณะที่เหอฉิงเพิ่งพูดจบ ประตูหมายเลข 7 ฝั่งตรงข้ามถูกผลักออก มีชายร่างสูงสวมชุดดำเดินออกมาจากห้อง

เหอฉิงถอยห่างออกไปทันที องค์หญิงเกร็งตัวและมองอย่างระมัดระวัง

ด้วยการจ้องมองที่คมกริบ ชายชุดดำเหลือบมองที่เหอฉิงและคนหลังก็แข็งค้างราวกับว่าเธอถูกโยนลงไปในหลุมน้ำแข็ง แม้แต่มังกรผีเสื้อปีกเหลี่ยมของเธอก็ตัวสั่น

นั่งบนไหล่ของชายคนนั้นเป็นนกสีดำมีตาเหมือนทับทิมสีแดงเลือดสองเม็ด

“ที่นี่คือที่ไหน?” ชายคนนั้นถาม ในสายตาของเขา เหอฉิงดูอ่อนแอเกินไปโดยที่ทั้งเธอและสัตว์เลี้ยงของเธอไม่คุ้มกับความสนใจของเขา

ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่เด็กสาวคนนี้จะลักพาตัวเขามาที่นี่

อีกาทมิฬ ชายคนนี้เป็นนักฆ่าชั้นยอดที่มีเลือดหลายชีวิตเปื้อนมือของเขา ด้วยสัตว์วิเศษ เหยี่ยวดำระดับสี่ของเขา ชายผู้นี้สามารถทำลายประเทศเล็ก ๆ ได้เพียงลำพัง

นกบนไหล่ของเขาเป็นเหยี่ยวดำ

ก่อนที่เขาจะถูกดึงเข้าไปในรอยแยกด้วยพลังอันน่ากลัว อีกาทมิฬกำลังสำรวจถ้ำอมตะโบราณกับสหายของเขา

มันเป็นถ้ำที่ผู้ฝึกตนอมตะอาศัยอยู่ก่อนที่พลังจิตวิญญาณของโลกจะหมดลง ใคร ๆ ก็นึกภาพออกว่ามันมีค่าขนาดไหน ภายในถ้ำนั้นใหญ่มาก แม้ว่ามันจะสูญเสียการสนับสนุนของพลังจิตวิญญาณ ทำให้กับดักและกลไกของถ้ำไม่ได้ผลแต่ก็ยังมีอันตรายซ่อนอยู่

พวกเขาใช้เวลาหลายวันเพื่อสำรวจห้องหินสองสามห้องเท่านั้นและนั่นไม่ใช่หนึ่งในสิบของสถานที่นั้น

เมื่อเขากำลังพักผ่อน ทันใดนั้นก็มีช่องว่างปรากฏขึ้นข้างหลังเขา จากนั้นอีกาทมิฬก็ถูกดึงเข้าไปด้วยพลังที่มองไม่เห็น เหตุการณ์นี้ทำให้เขาตกใจ พลังอะไรที่แม้แต่สัตว์เลี้ยงระดับสี่ของเขาก็ยังไม่สามารถตอบโต้ได้

เมื่อมาถึง เขาจึงผลักประตูไม้ เปิดออกทันที

แม้ว่าเขาจะวิตกกังวลและสับสนเช่นกัน อีกาทมิฬไม่เคยกลัวอันตราย นี่คือบุคลิกสำคัญที่นำพาเขามาไกลถึงขนาดนี้ ในอดีต ศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าเขานับไม่ถ้วนได้ตายในมือของเขา

“ข้าไม่สนใจว่าพวกมันเป็นใคร แต่คนที่เล่นตลกกับข้าแบบนี้ต้องรับผลที่ตามมา” อีกาทมิฬกล่าวขณะสำรวจโดยรอบ

จบบทที่ MDB ตอนที่ 37 ห้องโถงเยี่ยมชมอันแสนลี้ลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว