- หน้าแรก
- ความลับของพ่อมด
- WS บทที่ 467 สังหารจ้าวลมกรด
WS บทที่ 467 สังหารจ้าวลมกรด
WS บทที่ 467 สังหารจ้าวลมกรด
*ครืน*
เมื่อแสงเลือดส่องลงมาที่โอเรส เขารู้สึกได้ว่าการควบคุมพลังธาตุของเขาเบาบางลงเรื่อย ๆ เกือบจะค่อย ๆ หายไปในที่สุด
โอเรสไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน การควบคุมพลังธาตุของเขาถูกถอดออกไป!
“มันคือพลังปีศาจแพนร่าจริง ๆ เหรอ?”
โอเรสตกตะลึงและสีหน้ามืดมนค่อย ๆ ปรากฏชัดบนใบหน้าของเขา ตอนนี้เขารู้ตัวอย่างมีสิ่งผิดปกติ เขาจึงตัดสินในถอยหนีทันที
แม้ว่าเขาจะตกอยู่ในรูปแบบที่สี่ของดวงตาแห่งความมืดและการควบคุมพลังธาตุของเขาลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่เห็นได้ชัดว่าเขาสามารถถือครองพลังธาตุได้นานกว่าพ่อมดระดับเจ็ดหรือระดับแปดทั่วไป
เขาสามารถใช้คาถาได้แม้จะติดอยู่ในแสงสีเลือด นี่เป็นครั้งแรกที่เมอร์ลินได้เห็นสิ่งนี้ ชั้นของผลึกน้ำแข็งที่เรียบราวกับกระจกนั้นมีผลกระทบต่อรูปแบบที่สี่ของดวงตาแห่งความมืด
เมื่อหลุดจากแสงสีแดงเลือดได้สำเร็จ โอเรสก็เหลือบมองที่เมอร์ลินจากระยะไกลด้วยท่าทางที่ซับซ้อน เขาพูดเสียงแหบ
“เมอร์ลินแห่งเมืองบิสค์ แกแข็งแกร่งกว่าที่ฉันคิดไว้มาก นัยน์ตาสีแดงเข้มของแกทำให้ฉันรู้สึกถึงอันตราย ถ้าเราเจอกันครั้งต่อไป ฉันก็พร้อมที่จะสู้กับแก อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มีคนมากมายที่ตามหลังแกมา ผลึกความทรงจำยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญ ฮ่าฮ่า ฉันจะไม่เสียเวลากับแกอีกต่อไปแล้ว”
หลังจากที่เขาพูดจบ โอเรสก็ยื่นแขนและชี้ไปที่พื้น
เมอร์ลินยังคงไม่รู้ว่าโอเรสกำลังทำอะไรอยู่ ทันใดนั้น ผลึกน้ำแข็งพุ่งขึ้นเสียดฟ้า มันพุ่งมาถึงเท้าของเมอร์ลินอย่างรวดเร็ว
*แคร่ก*
เท้าของเมอร์ลินถูกแช่แข็ง เขาร่ายนครเกล็ดน้ำแข็งทันทีเพื่อต้านทานความหนาวเย็นของโอเรส อย่างไรก็ตาม โอเรสได้ใช้จังหวะนี้หายตัวไปจากสายตาของเมอร์ลินอย่างรวดเร็ว
*หวู่ม หวู่ม หวู่ม*
ในไม่ช้า พ่อมดดาร่าและคนอื่น ๆ ก็ตามทัน แต่สิ่งที่พวกเขาเห็นคืออาณาเขตธารน้ำแข็งโปร่งแสงของเมอร์ลินและไม่มีโอเรสอยู่ตรงนั้น
เมอร์ลินใช้พลังจิตเพื่อตรวจสอบและพบว่าเขาไม่มีทางที่จะตรวจสอบโอเรสได้ ใบหน้าของเขาเต็มได้ด้วยความไม่พอใจ เขาได้ปลดปล่อยรูปแบบที่สี่ของดวงตาแห่งความมืดแต่เขาก็ไม่สามารถยับยั้งโอเรสได้
สิ่งนี้ทำให้เมอร์ลินตระหนักได้ว่า ดวงตาแห่งความมืดรูปแบบที่สี่ไม่สามารถจัดการกับศัตรูทุกคนได้ เมื่อต้องเผชิญกับนักเวทย์ระดับแปดขั้นทั่วไป ดวงตาแห่งความมืดสามารถควบคุมการใช้พลังธาตุของอีกฝ่ายได้อย่างเบ็ดเสร็จแค่อึดใจ
อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงพ่อมดที่อยู่จุดสูงสุดของระดับแปดอย่าง โอเรส มันไม่ง่ายอย่างนั้น แม้ว่าดวงตาแห่งความมืด รูปแบบที่สี่จะทำให้เมอร์ลินได้เปรียบ แต่ก็ยังค่อนข้างยากสำหรับเขาที่จะฆ่าเขาโดยใช้อาศัยแค่มันเพียงอย่างเดียว
โอเรสหนีไปพร้อมกับผลึกความทรงจำ ร่างกายของเมอร์ลินเย็นยะเยือกและเขาไม่ได้มองดูนักเวทย์ที่เพิ่งมาถึงในขณะที่เขาเตรียมจะจากไปในทันที
“เฮ้ ๆ จะรีบไปไหน?”
ร่างหนึ่งขวางทางก่อนเมอร์ลินทันที เมอร์ลินเงยหน้าขึ้นเพื่อดูและพบว่าอีกฝ่ายเป็นพ่อมดระดับแปด จ้าวลมกรดซึ่งเมอร์ลินมีข้อขัดแย้งเล็กน้อยในระหว่างการเดินทางมาที่เมืองดาร่า
การจ้องมองของจ้าวลมกรดนั้นเฉียบแหลมในขณะที่เขาจ้องไปที่เมอร์ลินอย่างเย็นชา นักเวทย์คนอื่น ๆ มองไปที่จ้าวลมกรดและเมอร์ลินด้วยความสนใจ พวกเขาไม่เคยพบเมอร์ลินมาก่อนและรู้สึกประหลาดใจเมื่อได้เห็นความเร็วของเมอร์ลินก่อนหน้านี้
“ฮ่าฮ่า ดูเหมือนว่าการแสดงที่ดีกำลังจะเริ่มต้นขึ้น พ่อมดผู้มาจากห้องสวีตของแทมเบิร์ตได้ยั่วยุจ้าวลมกรด จากบุคลิกที่โหดเหี้ยมของจ้าวลมกรด ไม่เพียงแต่พ่อมดผู้ลึกลับนี้เท่านั้น แม้แต่เมืองบิสค์ก็ยังเผชิญกับหายนะครั้งนี้ด้วย”
“ไอ้โง่! ทำไมแกนึกถึงแค่ความป่าเถื่อนของจ้าวลมกรดเท่านั้นล่ะ ทำไมแกไม่พิจารณาพลังของพ่อมดผู้ลึกลับผู้นี้ด้วย เขาสามารถไล่ตามโอเรสได้และเผชิญหน้ากับเขาโดยไม่เป็นอะไร ขนาดโอเรสมีที่แข็งแกร่งยังทำอะไรพ่อมดลึกลับคนนี้ไม่ได้เลย แล้วจ้าวลมกรดจะจัดการเขาได้จริง ๆ หรือ?”
“ถูกต้อง ฉันเกรงว่าคราวนี้จ้าวลมกรดอาจถึงคราวจนมุม เขาต้องรีบเผด็จศึกอย่างอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ว่าเขาได้ตรวจสอบพลังธาตุโดยรอบรึเปล่า? ความผันผวนของธาตุที่รุนแรงนั้นคงอยู่อย่างชัดเจนในอากาศ มันหมายความว่ามีคนร่ายมนต์ที่นี่ นอกจากพ่อมดลึกลับคนนั้นแล้ว มันจะเป็นใครได้อีก?”
นักเวทย์ชาญฉลาดสองสามคนสังเกตเห็นลักษณะที่ผิดปกติของเมอร์ลิน ดังนั้นพวกเขาจึงระวังตัวทันที แม้ว่าพวกเขาจะใจร้อนที่จะตามหาที่อยู่ของโอเรสและรับผลึกความทรงจำมา แต่พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะสงสัยในตัวตนของเมอร์ลินด้วยเช่นกัน
ในทางกลับกัน จ้าวลมกรดต้องการสั่งสอนบทเรียนให้เมอร์ลินที่บังอาจมาลูบคมเขา
เมอร์ลินหรี่ตาลงเล็กน้อย ในขณะนี้ เขาไม่สามารถยับยั้งเจตนาฆ่าของเขาไม่ให้แพร่กระจายออกไปได้ จิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวซึ่งแทบจะจับต้องได้เต็มท้องฟ้าและผืนดิน
แม้ว่าเมอร์ลินไม่เต็มใจที่จะยอมรับเรื่องนี้ นับตั้งแต่เขาได้รับดวงตาแห่งความมืดมา เขาก็ได้สังหารผู้คนไปจำนวนมาก ถึงแม้จะบอกว่าจ้าวลมรดฆ่าคนเป็นผักปลาแต่จะมาเทียบกับจำนวนคนที่เมอร์ลิน ได้ฆ่ามาตลอดการเดินทางของเขาได้อย่างไร?
ดังนั้นเมื่อจิตสังหารนี้ถูกปลดปล่อยออกมา แม้แต่ใบหน้าของจ้าวลมกรดก็เปลี่ยนไปอย่างมาก
เมอร์ลินโบกมือใหญ่ข้างหนึ่งโดยไม่รอให้จ้าวลมกรดตอบสนอง ทันใดนั้น การระเบิดอันเยือกเย็นก็ปะทุจากทุกทิศทุกทางและชั้นแสงโปร่งใสก็ห่อหุ้มจ้าวลมกรด
“นครเกล็ดน้ำแข็ง”
นครเกล็ดน้ำแข็งโปร่งแสงสามารถตรึงนักเวทย์ระดับเจ็ดไว้ได้เท่านั้น ธาตุลมอันเข้มข้นเริ่มปรากฏขึ้นทั่วร่างของจ้าวลมกรดก่อตัวเป็นเสาของพายุที่น่าสะพรึงกลัวซึ่งบดขยี้ผลึกน้ำแข็งโดยรอบให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
“เพลิงล้างผลาญ!” ประกายแวววับในดวงตาของเมอร์ลินฉายชัดขึ้นมา เขาก้าวไปข้างหน้า เปลวไฟที่โหมกระหน่ำพุ่งขึ้นรอบ ๆ ร่างกายของเขาทันทีและเริ่มลุกไหม้อย่างโกรธจัด เมอร์ลินเป็นเหมือนเทพเจ้าแห่งไฟ ผู้ซึ่งควบคุมเปลวไฟทั้งหมด
"ไป”
ด้วยคำสั่งเดียว เปลวเพลิงลุกไหม้อันรุนแรงได้ตรงเข้าไปในนครเกล็ดน้ำแข็ง สิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดคือเปลวไฟและผลึกน้ำแข็งไม่ขัดแย้งกัน ในทางกลับกัน พวกมันทำงานร่วมกันได้อย่างไม่มีที่ติ ทำให้จ้าวลมกรดสัมผัสประสบการณ์เต็มรูปแบบของน้ำแข็งและไฟอย่างไม่อาจหลบหนีได้
การผสมผสานระหว่างนครเกล็ดน้ำแข็งกับเพลิงล้างผลาญ สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง จ้าวลมกรดสามารถการโจมตีก่อนหน้านี้ได้อย่างง่ายดาย แต่ตอนนี้ ด้วยเปลวไฟที่ลุกโชน เขาสามารถสัมผัสได้ว่าพลังเวทย์ของเขาหมดลงอย่างรวดเร็วราวกับว่าเขาจะถูกเผาเป็นเถ้าถ่านด้วยเปลวเพลิงทุกเมื่อในตอนนี้
ตอนนั้นเองที่จ้าวลมกรดตระหนักได้ว่าเมอร์ลินมีพลังที่สูงล้ำซึ่งมากเกินกว่าที่จะเทียบกับแทมเบิร์ต
*ครืน...*
ท้องฟ้าก็มืดลง เนื่องด้วยพลังธาตุมืดที่ไม่มีที่สิ้นสุดซึ่งทำให้จ้าวลมกรดจมลงในความมืดมิดทันที ภายใต้การโจมตีพร้อมกันของสามคาถา จ้าวลมกรดไม่สามารถต้านทานได้อีกต่อไปในที่สุด เปลวไฟที่ลุกโชติช่วงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ร่างกายของเขาต้องรับการโจมตีที่มองไม่เห็นเกิดขึ้นในความมืด และในชั่วพริบตาที่เขาไม่ทันระวัง จ้าวลมกรดก็กลายเป็นเถ้าถ่านในทันที
เมอร์ลินโบกมือใหญ่ข้างหนึ่งปัดเป่านครเกล็ดน้ำแข็งและเพลิงล้างผลาญ จากนั้นแหวนได้ปรากฏขึ้นและเมอร์ลินก็คว้ามันไว้ในมืออย่างแน่นหนา ส่วนนอกนั้นก็ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว
นักเวทย์ที่มาครั้งนี้มีอย่างน้อยระดับเจ็ดและมีอีกมากที่เป็นระดับแปด พวกเขาเป็นแขกผู้มีเกียรติที่มีความสามารถสูงสุดโรงประมูล ดังนั้นเขาจึงกล้าไล่ตามโอเรสด้วยความมั่นใจ
จ้าวลมกรดก็เป็นมีพลังที่เทียบเคียงกับพวกเขาเช่นกัน อันที่จริงคาถาลมกรดของเขามีพลังที่น่าเกรงขามใกล้เคียงกับพลังของคาถาระดับแปดอย่างไม่มีขอบเขต มันแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเมื่อเพิ่มพลังปีศาจแพนโดร่า ดังนั้นเขาจึงกล้าพอที่จะไล่ตามโอเรส
แน่นอนว่า เมื่อเปรียบเทียบกับโอเรสแล้ว จ้าวลมกรดก็ขาดพลังอยู่มากแต่เขาต้องการใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้เพื่อชิงผลึกความทรงจำ อย่างไรก็ตาม เขาต้องตายด้วยน้ำมือของเมอร์ลิน
เมอร์ลินกวาดสายตามองไปยังกลุ่มนักเวทย์ จากนั้นเขาก็บินไปอีกทางหนึ่งราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“พ่อมดเมอร์ลิน เดี๋ยวก่อน!”
เสียงสงบดังขึ้น เมอร์ลินขมวดคิ้ว เขารู้สึกรำคาญ นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่มีคนมาขวางทางเขา
เสียงก่อนหน้านี้คือพ่อมดดาร่าซึ่งขัดขวางเมอร์ลินแต่เขาไม่มีความตั้งใจที่จะต่อสู้
“พ่อมดดาร่า คุณต้องการอะไร? ฉันไม่ได้ขโมยผลึกความทรงจำจากการประมูลไปซะหน่อย!”
เมอร์ลินยังคงค่อนข้างวิตกเมื่อเผชิญหน้ากับพ่อมดดาร่า เขาเพิ่งต่อสู้กับโอเรสและโอเรสก็ต่อสู้คู่กับพ่อมดดาร่าได้อย่างเท่าเทียม ดวงตาแห่งความมืดรูปแบบที่สี่ของเขาอาจทำให้เขาได้เปรียบเหนือพ่อมดระดับแปดขั้นสูงสุดเหล่านี้ แต่การฆ่าพวกมันจริง ๆ แล้วเป็นความท้าทายอันยิ่งใหญ่ที่มีปัญหามากมาย
พ่อมดดาร่ายิ้มอย่างใจดี “แน่นอน พ่อมดเมอร์ลินไม่ได้ขโมยผลึกความทรงจำไป ฉันแค่มีเรื่องอยากจะคุยกับคุณเท่านั้น”
“มีเรื่องจะคุยกับฉันงั้นเหรอ?”
คิ้วขมวดของเมอร์ลินขมวดเข้าหากัน พ่อมดดาร่าตอนนี้ทำตัวแปลกมาก เขาไม่ได้ไล่ล่าโอเรสแต่ต้องการพูดคุยกับเมอร์ลินแทน
แม้ว่าเมอร์ลินจะไม่รู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับอะไรก็ตาม แต่ด้วยภูมิหลังของพ่อมดดาร่า มันคงไม่ง่ายที่คนอย่างพ่อมดดาร่าจะแค่ ‘เชิญ’ เมอร์ลินให้เข้าร่วมการสนทนาเท่านั้น
เมื่อเห็นว่าเมอร์ลินไม่ตอบ พ่อมดดาร่ายิ้มอย่างลึกลับ ตามด้วยเสียงของเขาที่ได้ยินในหูของเมอร์ลิน นี่เป็นเทคนิคง่าย ๆ ที่ใช้พลังจิตในการสื่อสารกับใครบางคน วิธีการนี้เป็น ‘ความลับ’ อย่างยิ่งและมีเพียงคู่สนทนาที่สื่อสารกันเท่านั้นที่จะได้ยินอะไร
‘พ่อมดเมอร์ลิน มันเป็นเรื่องของผู้ศรัทธาเทพผู้ชั่วร้ายที่บรรจุอยู่ในผลึกความทรงจำ ฉันสงสัยว่าพ่อมดเมอร์ลินสนใจจะไปกลับที่เมืองดาร่าเพื่อพูดคุยในเรื่องนี้หรือไม่?’
นี่คือเสียงของพ่อมดดาร่าที่มีเพียงเมอร์ลินเท่านั้นที่ได้ยิน นักเวทย์คนอื่น ๆ คิดเพียงว่าพ่อมดดาร่าหยุดเมอร์ลินเพื่อเชิญเขาไปที่เมืองดาราเพื่อหารือบางอย่าง
เมื่อเมอร์ลินได้ยินว่าเกี่ยวกับผลึกความทรงจำ ดวงตาของเขาก็สว่างขึ้น อย่างไรก็ตาม เขาก็มองพ่อมดดาร่าด้วยความสงสัย ผลึกความทรงจำนั้นถูกขายในการประมูลของพ่อมดดาร่า แสดงว่าพ่อมดดาร่าเองก็เห็นข้อความที่อยู่ในผลึกความทรงจำไปแล้วหรือไม่?
ยิ่งเมอร์ลินคิดเรื่องนี้มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าเป็นไปได้มากขึ้นเท่านั้น
ดังนั้น เมอร์ลินจึงพยักหน้าและตามหลังพ่อมดดาร่ากลับไปเมืองดาร่า สิ่งนี้ทำให้นักเวทย์ที่ไล่ล่าโอเรสเผยท่าทีผิดหวังออกมา
“พ่อมดดดาร่าไม่ไล่ตามไปแล้วเหรอ?”
“พ่อมดดาร่าดูสนใจในตัวพ่อมดเมอร์ลินมาก แม้ว่าผลึกความทรงจำนั้นจะมีค่า แต่พ่อมดดาร่าก็ดูแลเมืองดาร่ามาหลายปีแล้ว เขาสามารถเสียผลึกความทรงจำไปหนึ่งชิ้นได้ ฉันคิดว่าเราควรหยุดเสียความพยายามของเราจะดีกว่า เราไม่สามารถไล่ตามโอเรสได้”
นักเวทย์สองสามคนเห็นด้วยและส่ายหัวอย่างไร้เรี่ยวแรง พวกเขาไม่ได้ไล่ตามโอเรสต่อไปและแต่ละคนก็ไปตามทางของตัวเอง