- หน้าแรก
- ความลับของพ่อมด
- WS บทที่ 468 พ่อมดดาร่า
WS บทที่ 468 พ่อมดดาร่า
WS บทที่ 468 พ่อมดดาร่า
ในเมืองดาร่า ห้องโถงของคฤหาสน์ของพ่อมดดาร่าถูกครอบครองโดยพ่อมดดาร่าและเมอร์ลิน ส่วนสาวใช้และอื่น ๆ นั้นไม่มีเลยแม้แต่คนเดียว
เมอร์ลินค่อนข้างสงสัย เหตุใดจึงไม่มีแม้แต่สาวใช้ในบ้านของคนอย่างพ่อมดดาร่าเลย เมื่อพิจารณาถึงตำแหน่งปัจจุบันของเขา
ราวกับว่าเขาสัมผัสได้ถึงความอยากรู้อยากเห็นของเมอร์ลิน พ่อมดดาร่าก็ยิ้มเล็กน้อย
“คุณรู้สึกแปลก ๆ ไหม? ทั้งเมืองดาร่าเป็นของฉันแต่กลับไม่มีบริวารเลย พอดีฉันชอบสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ ดังนั้นหากไม่จำเป็นฉันก็ไม่ต้องการสิ่งใดมารบกวนฉันงนั้นหากไม่จำเปย”
เมอร์ลินพยักหน้า ตามด้วยรอยยิ้มแปลก ๆ ที่มุมปากของเขา เขาพูดเบา ๆ ว่า “ถูกต้อง คนที่โดดเด่นและสถานะที่ไม่ธรรมดาอย่างคุณไม่แปลกที่จะไม่สนใจเรื่องดังกล่าว บางทีการที่มีโอกาสเข้าไปในปราสาทเจิดจรัสอาจจะทำให้คุณเจอสิ่งน่าสนใจจนไม่มีสิ่งใดมาเทียบได้”
“พ่อมดเมอร์ลิน คุณได้พิสูจน์ตัวเองแล้วจริง ๆ ว่าเป็นพ่อมดที่ทรงพลังที่สามารถฆ่าจ้าวลมกรดได้และสิ่งที่คุณคิดนั้นมันเป็นความจริง ความฝันตลอดชีวิตของฉันคือการได้เข้าไปในปราสาทเจิดจรัสและกลายเป็นพ่อมดผู้รุ่งโรจน์! ฉันเชื่อด้วยสติปัญญาของคุณ คุณคงเดาได้แล้วว่าจริง ๆ แล้วฉันเป็นคนประมูลผลึกทรงจำอันนั้น!”
ผู้ปกครองของเมืองดาร่าคือพ่อมดดาร่าผู้ทรงพลังที่จุดสูงสุดของระดับแปด เขาเป็นเจ้าของผลึกความทรงจำ เรื่องนี้เมอร์ลินเดาได้ไม่ยากเลยม่ยากนี้ของเมืองดาเทียบได้นฉัน เพราะด้วยตำแหน่งทั้งเจ้าเมืองและเจ้าของโรงประมูล พ่อมดดาร่าจะต้องรู้เนื้อหาของผลึกความทรงจำแน่นอน แต่เนื่องจากไม่มีอะไรมายืนยัน เมอร์ลินจึงไม่สามารถฟันธงได้
เมอร์ลินรู้ด้วยว่าพ่อมดดาร่าจะต้องสนใจผู้ศรัทธาเทพเจ้าผู้ร้ายที่บรรจุอยู่ในผลึกความทรงจำอย่างแน่นอน พ่อมดดาร่าเต็มใจที่จะเข้าไปในศาลาส่องแสงอีกครั้ง ข่าวลือที่บอกว่าพ่อมดดาร่าหมดความสนใจที่จะเข้าไปในศาลาส่องแสงนั้นต้องเป็นข่าวปลอมอย่างแน่นอน
"พ่อมดดาร่า คุณมีจุดประสงค์อะไรในการทำเช่นนั้น?”
สายตาของเมอร์ลินจับจ้องไปที่พ่อมดดาร่าโดยไม่ลังเล เนื่องจากพ่อมดดาร่ามาไกลถึงขนาดนี้ แน่นอนว่าเขาต้องมีแผนการที่วางเอาไว้ มีเพียงเมอร์ลินเท่านั้นที่ไม่รู้ว่าเขากำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่
“ฮิฮิ พ่อมดเมอร์ลิน ฉันจะไม่พูดถึงจุดประสงค์ของฉันในตอนนี้ ในทางกลับกัน คุณต่างหากที่ซ่อนความลับที่ยิ่งใหญ่เอาไว้…นักเวทย์ที่ลือกันว่ามาจากฟากฟ้านั้น แท้จริงแล้วคือ นักเวทย์ระดับสี่ที่สร้างคาถาระดับห้าขึ้นมาสองสามคาถา ถ้าข่าวนี้ออกไป ฉันเกรงว่ามันจะสร้างความฮือฮาได้ไม่น้อย ใครจะไปรู้ ทางปราสาทเจิดจรัสอาจตื่นตระหนกและอาจตัดสินใจส่งคนมาเพื่อ 'ตรวจสอบ' พ่อมดเมอร์ลินก็เป็นได้”
รอยยิ้มที่แข็งทื่อและผิดธรรมชาติปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพ่อมดดาร่า
“หืม คุณขู่ฉันงั้นเหรอ?”
เมอร์ลินเลิกคิ้ว เขาได้ยับยั้งพลังของเขาไว้อย่างดีแต่พ่อมดดาราายังคงมองเห็นได้ พ่อมดดาร่าคงสัมผัสได้ถึงสิ่งนี้เมื่อเขาต่อสู้กับจ้าวลมกรด
เมอร์ลินเป็นพ่อมดจากสวรรค์ แม้ว่าปราสาทเจิดจรัสในมิตินี้จะไม่สร้างปัญหาให้กับพ่อมดเช่นนั้น นั่นเป็นเพราะพวกเขาส่วนใหญ่เป็นจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ที่อยู่ต่ำกว่าระดับของจอมเวทย์ไม่มีทางที่จะเดินทางเข้าไปในแดนว่างเปล่าได้
เมอร์ลินเข้าสู่แดนว่างเปล่าด้วยความบังเอิญผ่านวงแหวนเวทย์อันทรงพลังที่จอมเวทย์ฟิเดลทิ้งไว้เบื้องหลัง ในที่สุด เขาก็เข้ามาในมิติใหม่นี้โดยไม่คาดคิด
ดังนั้นปราสาทเจิดจรัสจะไม่รบกวนจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้นและจะปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างสุภาพแทน อย่างไรก็ตาม เมอร์ลินเป็นเพียงนักเวทย์ระดับสี่แต่เขาสามารถระเบิดพลังอันน่าประทับใจที่อาจถึงจุดสูงสุดของระดับแปด ไม่มีทางบอกได้ว่านักเวทย์ผู้รุ่งโรจน์แห่งปราสาทเจิดจรัสจะส่งคนมาหรือไม่?
เมื่อถึงจุดนั้น เมอร์ลินจะประสบปัญหาอย่างลึกซึ้ง ความหมายโดยนัยของคำพูดของพ่อมดดาร่านั้นเป็นการคุกคามอย่างโจ่งแจ้ง
แม้ว่าเมอร์ลินจะไม่ได้สบตาในขณะที่เขาแอบมองอยู่ รูปแบบที่สี่ของดวงตาแห่งความมืดสามารถปลดปล่อยได้ตลอดเวลา เขายังคิดที่จะเคลื่อนไหวและฆ่าพ่อมดดาร่าที่นี่
พ่อมดดาร่าดูเหมือนจะไม่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในเมอร์ลินและเสียงของเขาก็สงบเหมือนเคยเมื่อเขาพูดว่า
“พ่อมดเมอร์ลิน โปรดอย่าเข้าใจฉันผิด ฉันจะข่มขู่คุณได้อย่างไร? ฉันแค่อยากรู้อยากเห็นเท่านั้น คุณรู้ไหมว่าในฐานะนักเวทย์ระดับสี่ คุณสามารถสังหารนักเวทย์ระดับแปดที่ค่อนข้างทรงพลังอย่างจ้าวลมกรด ฉันเชื่อว่านักเวทย์ทุกคนจะสนใจเรื่องนี้”
เป็นความจริงที่เมอร์ลินเพิ่งสังหารจ้าวลมกรด มันทำให้เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ อย่างไรก็ตาม หากตัวตนของเขาในฐานะนักเวทย์ระดับสี่เผยแพร่ออกไป มันจะทำให้เกิดความโกลาหลมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
สมมุติว่าเมอร์ลินไม่ได้ใช้รูปแบบที่สี่ของดวงตาแห่งความมืด ความสามารถในปัจจุบันของเขานั้นเทียบได้กับนักเวทย์ระดับเจ็ดขั้นสูงสุดเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เขาสร้างคาถาระดับห้าธาตุต่าง ๆ พลังของเขาก็เติบโตขึ้น เมื่อคาถาของเขาถูกใช้ร่วมกัน มันก็เพียงพอแล้วที่จะกวาดล้างนักเวทย์ระดับแปดส่วนใหญ่
แม้ว่าจ้าวลมกรดจะไม่ใช่พ่อมดระดับแปดทั่วไปแต่เขาก็ถือได้ว่าทรงพลังมาก อย่างไรก็ตาม พลังจิตของเขาอ่อนแอเกินไป เขาได้ค้นพบเรื่องนี้ในตอนที่เขาร่ายคาถานักฆ่ารัตติกาล
ในตอนแรกเขาได้ร่ายนครเกล็ดน้ำแข็งและตามด้วยเพลิงล้างผลาญและคาถาระดับห้าอื่น ๆ คาถาพวกนี้เป็นคาถาที่เขาสร้างขึ้นเอง ดังนั้นมาตรฐานของคาถาโดยทั่วไปไม่สามารถเอามาเทียบได้ ด้วยเหตุนี้ จ้าวลมกรดจึงทำได้เพียงตั้งรับเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น เขาได้ร่ายนักฆ่ารัตติกาลในตอนท้าย หลังจากที่เขาปลดปล่อยเวทย์มนตร์นี้ จ้าวลมกรดก็ไม่สามารถต้านทานภาพลวงตาของคาถาธาตุมืดและึงทำได้เพียงตั้งรับเท่านั้น ้นพบเรื่องในตอนที่เขาร่ายคาถารักการโจมตีที่ซ่อนอยู่ตลอดเวลาและในตอนนั้นเองที่จ้าวลมกรดถูกฆ่าตายในที่สุด
เนื่องจาก ‘ความลับ’ ของเมอร์ลินถูกเปิดเผยออกมา มันจึงไม่มีประโยชน์ที่จะแสร้งทำอีกต่อไป ดังนั้นเขาจึงพูดอย่างเย็นชาว่า
“พ่อมดดาร่า บอกความตั้งใจของคุณมาซะ!”
พ่อมดดาร่าซึ่งดูไม่สะทกสะท้านตั้งแต่แรกเริ่ม บัดนี้เริ่มมีสีหน้ามืดมน เขาพูดด้วยเสียงต่ำว่า “พ่อมดเมอร์ลิน คุณมาจากฟากฟ้า คุณคงไม่รู้ว่ามันยากแค่ไหนที่จะกวาดล้างบรรดาผู้ศรัทธาเทพเจ้าผู้ชั่วร้าย มันช่างเป็นเรื่องตลกร้ายที่นักเวทย์ระดับเจ็ดและระดับแปดคิดว่าเมื่อได้รับผลึกความทรงจำมาแล้ว พวกเขาจะสามารถฆ่าผู้ศรัทธาเหล่านั้นได้และสามารถเข้าไปในศาลาส่องแสง คนที่คิดอย่างนี้ไม่ต่างจากพวกคนโง่ที่รนหาที่ตายของตัวเอง!”
หลังจากหยุดชั่วคราว พ่อมดดาร่าก็พูดต่อ “บรรดาผู้ศรัทธาเทพเจ้าผู้ชั่วร้าย ถ้าพวกเขาเป็นกลุ่มคนบ้าคลั่ง พวกเราคงจะไม่ลำบากอย่างนี้ ฉันเคยเจอผู้ศรัทธาเหล่านี้มาก่อน แน่นอนว่า ฉันรู้ดีว่าพวกเขาแข็งแกร่งแค่ไหน ฉันคงไม่สามารถทำภารกิจให้สำเร็จเพื่อกำจัดผู้ศรัทธาเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายเหล่านี้ด้วยตัวฉันเอง ดังนั้นฉันจึงต้องการใครสักคนที่จะช่วยฉัน!”
“คุณกำลังรับสมัครผู้ช่วย? ถ้าคุณจะใช้ผลึกความทรงจำเพื่อล่อนักเวทย์ระดับแปดที่ทรงพลังสองสามคน มันก็ไม่ใช่เรื่องยากแต่ทำไมคุณถึงต้องเปิดประมูลผลึกความทรงจำแทน”
เมอร์ลินรู้สึกว่าพ่อมดดาร่าเจ้าเล่ห์อย่างมากและเป็นคนที่แพรวพราวและรับมือยากอีกด้วย
“หึหึ ฉันหวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้น แต่มีจะนักเวทย์ที่ทรงพลังกี่คนที่ควรค่าแก่ความสนใจของฉันกัน ยิ่งกว่านั้นถึงแม้คนอื่นจะเข้าร่วม เราก็จะต้องวางแผนแย่งชิงกันเอง เมื่อต้องเผชิญกับผู้ศรัทธาเทพเจ้าผู้ชั่วร้าย พวกเราจะล้มเหลวไม่เป็นท่า ดังนั้นฉันจึงแสดงผลึกความทรงจำในการประมูลเพื่อสร้างความโกลาหล จากนั้นจึงจงใจกระจายข่าวไปยังโอเรส”
“โอเรสหมกมุ่นอยู่กับการเพิ่มพลังของเขา เขาจะปล่อยให้โอกาสเข้าสู่ปราสาทเจิดจรัสได้อย่างไร? นอกจากนี้ ความสามารถของเขายังทรงพลังและเขาต้องมาที่นี่เพื่อแย่งชิงมันแน่นอน”
“ตามที่คาดไว้ เมื่อโอเรสมาถึง เขาได้ก่อให้เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ แผนของฉันคือให้เขาได้ผลึกความทรงจำไปและใช้เขาไปจัดการเหล่าผู้ศรัทธา เมื่อถึงจุดนั้น เราจะตามไปทีหลัง เมื่อโอเรสกวาดล้างพวกผู้ศรัทธาได้จำนวนมาก มันก็จะง่ายขึ้นมากสำหรับเรา”
คำพูดของดาร่าทำให้ใจของเมอร์ลินคิดหนักเล็กน้อย อันที่จริง พ่อมดดาร่ามีแผนการที่ซับซ้อนเช่นนี้ เขาจะใช้แผนดังกล่าวเพื่อให้โอเรสเคลียร์เส้นทางข้างหน้า ในขณะที่พวกเขาคอยเผด็จศึกจากด้านหลัง
อย่างไรก็ตาม ด้วยโอกาสที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้และเนื่องจากแผนของเขาได้ผล ทำไมพ่อมดดาร่าจึงต้องเชิญเมอร์ลินมาร่วมด้วย
ราวกับว่าเขาสัมผัสได้ถึงความวิตกของเมอร์ลิน พ่อมดดาร่าก็ถอนหายใจยาวและพูดด้วยท่าทางเคร่งขรึมว่า “แม้ว่าโอเรสจะแบกรับภาระหนักอึ้งอยู่ข้างหน้า แต่ฉันไม่คิดว่าเขาจะทำสำเร็จ! แม้จะมีคุณและฉันอยู่ในสมการแต่ก็ไม่ได้รับประกันว่าแผนนี้จะประสบความสำเร็จ ถ้าเป็นไปได้ ฉันต้องการเชิญนักเวทย์ระดับแปดขั้นสูงสุดอีกคน แต่ว่าในบรรดาผู้ที่มาการประมูลครั้งนี้ นอกจากตัวคุณแล้ว ยังไม่มีใครเทียบได้กับจุดสูงสุดของระดับแปดเลย สำหรับพวกเขาที่เหลือ การไปทำภารกิจนี้มีแต่การสละชีวิตของพวกเขาไปเท่านั้น!”
แม้จะมีเมอร์ลินและโอเรสที่กวาดล้างอย่างเต็มที่แต่ในสายตาของพ่อมดดาร่าก็ยังรู้สึกว่าแผนการนี้ยากที่จะสำเร็จ สิ่งนี้บ่งบอกว่าการกวาดล้าง​ผู้ศรัทธาเทพ​เจ้าผู้ชั่วร้ายนั้นยากเย็นเพียงใด
“เอาล่ะ ฉันพูดทุกอย่างที่ฉันต้องการจะพูดแล้ว ฉันสงสัยว่าพ่อมดเมอร์ลินสนใจที่จะร่วมมือกับฉันเพื่อกำจัดผู้ศรัทธาเทพ​เจ้าผู้ชั่วร้ายหรือไม่?”
หลังจากที่พ่อมดดาร่าพูดจบ เขาก็เงียบไปขณะรอคำตอบของเมอร์ลิน
เมอร์ลินเงยหน้าขึ้นมองที่พ่อมดดาร่าซึ่งท่าทางสงบนิ่งราวกับไม่มีอะไรผิดปกติ อย่างไรก็ตาม เมอร์ลินรู้ดีว่าหากเขาปฏิเสธ พ่อมดดาร่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อกักขังเมอร์ลินไว้ในเมืองดาร่าอย่างแน่นอน!
เมอร์ลินไม่มีทางเลือกมากนัก เว้นแต่เขาจะเต็มใจต่อสู้กับพ่อมดดาร่า! ถ้าเขาไม่สามารถฆ่าพ่อมดดาราได้ เขาก็จะมีปัญหาใหญ่ตามมและอีกอย่างที่สำคัญ เมอร์ลินไม่มั่นใจว่าเขาจะสามารถฆ่าพ่อมดดาร่าได้
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เมอร์ลินก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นและถามเสียงต่ำว่า “เราจะเริ่มกันเมื่อไหร่?”
พ่อมดดาร่าถอนหายใจเล็กน้อย ดวงตาของเขาเป็นประกาย ดูเหมือนเขาคิดว่าเมอร์ลินจะไม่เห็นด้วย เขาตั้งใจจะขังเมอร์ลินไว้ที่นี่ด้วยทุกวิถีทางที่เขามี
ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องของผลึกความทรงจำก็ไม่ควรถูกเปิดเผย มิฉะนั้น มันจะเป็นการทำลายชื่อเสียงของพ่อมดดาร่าอย่างมาก ท้ายที่สุด คงไม่มีใครจินตนาการได้ว่าพ่อมดดาร่าผู้ซื่อสัตย์ในการจัดการการประมูลของเมืองดาร่ามาโดยตลอดจะจงใจวางแผนเช่นนี้
เมื่อสิ่งนี้รั่วไหลออกไป การประมูลของดาร่าจะไม่สามารถดำเนินได้อีกต่อไป
ด้วยปัญหาร้ายแรงเช่นนี้ พ่อมดดาร่าจะปล่อยให้เมอร์ลินจากไปอย่างง่ายดายได้อย่างไร
โชคดีที่เมอร์ลินตกลงที่จะร่วมมือในการกวาดล้างผู้ศรัทธาเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายด้วยกัน ดังนั้น พ่อมดดาร่าจึงโล่งใจว่า
“เราจะเริ่มเมื่อไหร่ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เราต้องดูว่าโอเรสเคลื่อนไหวตอนไหน”
“คุณได้ทำอะไรกับผลึกความทรงจำหรือเปล่า?”
เมอร์ลินตระหนักได้ในทันที พ่อมดดาร่าต้องทำอะไรบางอย่างกับผลึกความทรงจำ ไม่อย่างนั้นเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าโอเรสอยู่ที่ไหน?
พ่อมดดาร่าไม่ได้ปฏิเสธเรื่องนี้และพยักหน้า "ถูกต้อง ฉันได้ดัดแปลงผลึกความทรงจำและโอเรสไม่รู้เรื่องนี้ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า พ่อมดเมอร์ลินสามารถอยู่ที่นี่ในเมืองดาราได้ เมื่อโอเรสเริ่มเคลื่อนไหว เราจะออกเดินทางไปด้วยกันและตามล่าเขาอย่างลับ ๆ!”
เมอร์ลินพยักหน้าเบา ๆ แต่ลึก ๆ เขาก็ระมัดระวังตัวพ่อมดดาร่ามากขึ้นเช่นกัน แผนการอันชาญฉลาดของอีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ