- หน้าแรก
- ความลับของพ่อมด
- WS บทที่ 465 ผลึกความทรงจำ
WS บทที่ 465 ผลึกความทรงจำ
WS บทที่ 465 ผลึกความทรงจำ
“หินธาตุแปดล้านก้อน!”
“หินธาตุแปดล้านห้าแสนก้อน!”
“หินธาตุเก้าล้านก้อน!”
ในการประมูล การเสนอราคาดำเนินไปเหมือนคลื่นที่ไม่มีวันสิ้นสุด อย่างไรก็ตาม ในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง ราคาได้เพิ่มขึ้นเป็นหินธาตุเก้าล้านก้อนแล้ว
ในห้องหมายเลข 28 ดวงตาของพ่อมดดาร์คไนท์นั้นแดงก่ำ เขาจับจ้องไปที่หุ่นเชิดบนเวทีอย่างไม่วางตา หุ่นเชิดตัวนี้เทียบได้กับนักเวทย์ระดับแปดที่ทำให้เขาตื่นเต้นแบบไม่มีที่สิ้นสุด
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เขาสังเกตเห็นราคาที่ทะยานขึ้นสูงอย่างต่อเนื่องและน่ากลัว พ่อมดดาร์คไนท์ทำได้เพียงส่ายหัวเล็กน้อย แม้ว่าเขาจะปกครองหุบเขาราตรีนิรันดร์และนับว่าค่อนข้างมั่งคั่ง แต่เขาก็ยังอยู่ห่างไกลจากแขกผู้มีเกียรติในห้องสวีตเหล่านั้น
“ท่านหญิงฟิลลี ตอนนี้หินธาตุที่เราเอามาเหลืออยู่เท่าไหร่?”
เมอร์ลินก็หันไปหาท่านหญิงฟิลลีและถามอย่างเรียบ ๆ
ท่านหญิงฟิลลีเริ่มตรวจสอบ หลังจากตรวจสอบเสร็จ เธอพูดด้วยเสียงต่ำว่า “พ่อมดเมอร์ลิน คราวนี้เราได้เตรียมหินธาตุสิบสามล้านก้อน นี่คือหินธาตุจำนวนสูงสุดที่เมืองบิสค์สามารถระดมได้ในตอนนี้ ก่อนหน้านี้ เราได้ประมูลดวงใจวิปลาสและของอย่างอื่น ดังนั้นตอนนี้เราเหลือหินธาตุเพียงหกล้านก้อนเท่านั้น!”
“เราเหลือแค่หกล้านเท่านั้นเหรอ?”
ความผิดหวังทำให้ใบหน้าของเมอร์ลินขุ่นมัว เขามีความสนใจอย่างมากในพิมพ์เขียวที่สามารถสร้างหุ่นเชิดระดับแปดได้ นี่เป็นสิ่งที่เขาสนใจมากที่สุดนอกเหนือจากดวงใจวิปลาส
อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่เขาประมูลดวงใจวิปลาสไปแล้ว เขาจึงไม่เหลือหินธาตุมากพอที่จะแข่งขันกับแขกผู้มีเกียรติคนอื่น ๆ
ในที่สุด พิมพ์เขียวหุ่นเชิดก็ขายได้ที่หินธาตุเก้าล้านแปดแสนก้อน แม้ว่านี่จะเป็นราคาที่สูงเกินควร แต่การได้พิมพ์เขียวมาแลกเปลี่ยน หากใครสามารถสร้างหุ่นเชิดระดับแปดได้หลายตัวได้สำเร็จ มันจะมีค่ามากกว่าหินธาตุสิบล้านก้อนแน่นอน
รายการประมูลระดับพรีเมียมสองรายการได้รับการประมูลด้วยราคาที่เมืองดาร่าพอใจ พวกเขาแอบตกตะลึงเล็กน้อยกับราคาสุดท้ายของพิมพ์เขียวหุ่นเชิดนี้
“รายการต่อไปนี้เป็นรายการสุดท้ายของวันนี้และยังเป็นรายการที่สำคัญที่สุดในการประมูลครั้งนี้ด้วย!”
แม่มดระดับเจ็ดผู้มีเสน่ห์ดูเคร่งขรึม นี่เป็นรายการสุดท้ายของการประมูล มันต้องเป็นสมบัติที่ล้ำค่ากว่าดวงใจวิปลาสและพิมพ์เขียวหุ่นเชิดระดับแปด
นักเวทย์ทุกคนต่างจ้องมองไปที่แม่มดระดับเจ็ดซึ่งอยู่บนเวที
“ฮิฮิ สมบัตินั้นกำลังจะปรากฏขึ้นที่นี่จริง ๆ งั้นหรือ?”
“คราวนี้ฉันต้องเอามันมาให้ได้!”
“ฉันสงสัยว่าสมบัติชิ้นสุดท้ายนี้คืออะไรกันแน่…”
นักเวทย์สองสามคนดูเหมือนจะรู้ว่าสินค้าชิ้นสุดท้ายนี้คืออะไร พวกเขาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นที่จะเสนอราคาด้วยความมุ่งมั่น ส่วนนักเวทย์คนอื่น ๆ ดูเหมือนจะไม่รู้ว่ารายการประมูลที่กำลังเกิดขึ้นนี้ มันคืออะไร
เมอร์ลินหรี่ตาลงเล็กน้อย การประมูลครั้งนี้ได้ขยายขอบเขตการรับรู้ของเขาไปไกลโพ้น พิมพ์เขียวหุ่นเชิดระดับแปดได้ดึงดูดความสนใจของเขาได้มากแต่น่าเสียดายที่เขาไม่มีหินธาตุมากพอ เขาจึงต้องยอมแพ้ไปอย่างช่วยไม่ได้
สมบัติชิ้นสุดท้ายนี้มีค่ามากกว่าพิมพ์เขียมหุ่นเชิดระดับแปดอย่างเห็นได้ชัด เมอร์ลินไม่รู้ว่าสิ่งใดคู่ควรกับการได้เป็นของพรีเมียมชิ้นสุดท้ายของการประมูล
ดังนั้นเขาจึงมองไปยังเวทีด้วยอารมณ์ที่ตื่นเต้นเช่นกัน
“ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ฉันเชื่อว่าพวกคุณทุกคนรู้ว่าปราสาทเจิดจรัสเพิ่งออกประกาศคำสั่งบางอย่างออกมา พวกเขาต้องการกำจัดกลุ่มผู้ศรัทธาที่บูชาเทพเจ้าผู้ชั่วร้าย ในช่วงสหัสวรรษที่ผ่านมา ผู้ศรัทธาเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายไม่เคยสูญพันธุ์ไปอย่างแท้จริง ทุกครั้งที่มีผู้ศรัทธาเหล่านี้ถูกค้นพบ พวกเขาจะถูกทางปราสาทเจิดจรัสเพ่งเล็งทันที”
“ดังนั้น คราวนี้ ทางปราสาทเจิดจรัสจึงประกาศรางวัลอย่างมากมาย สำหรับใครก็ตามที่สามารถกวาดล้างกลุ่มผู้ศรัทธานี้ได้ พวกเขาจะได้รับอนุญาตให้เข้าไปในศาลาส่องแสงของปราสาทเจิดจรัสและอยู่ที่นั่นหนึ่งวันเต็ม”
ข่าวนี้อาจไม่เป็นที่รู้จักของนักเวทย์ระดับต่ำซึ่งตอนนี้กำลังงุนงง อย่างไรก็ตาม พวกนักเวทย์ที่ทรงพลังต่างได้รับข่าวนี้มานานแล้ว
สำหรับเรื่องของผู้ศรัทธาเทพเจ้าผู้ชั่วร้าย พวกเขาไม่เคยหายไปไหน ย้อนกลับไปตอนนั้น จอมเวทย์โมแกนใช้เวลากว่าหนึ่งศตวรรษในการสังหารเหล่าทวยเทพ นับแต่นั้นเป็นต้นมา ผู้ศรัทธาเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายก็ปรากฏตัวขึ้นเป็นครั้งคราว
ทุกครั้งที่พวกเขาปรากฏตัว พวกเขาจะดึงดูดความสนใจจากทางปราสาทเจิดจรัสทันที พวกเขามักจะส่งผู้เชี่ยวชาญของพวกเขาออกไปเพื่อกำจัดเหล่าผู้ศรัทธาให้โดยเร็วที่สุด
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บรรดาผู้ศรัทธาเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายได้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง มันจึงเป็นการยากที่จะสังหารพวกเขาทั้งหมด ดังนั้นทางปราสาทเจิดจรัสจึงส่งประกาศนี้ออกไปพร้อมกับเสนอรางวัลบางอย่าง เพื่อกระตุ้นให้นักเวทย์ทั้งหมดในมิตินี้ตามล่าผู้ศรัทธาเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายเหล่านี้
“ศาลาส่องแสงคืออะไร?”
เมอร์ลินเงยหน้าขึ้นและมองไปทางพ่อมดดาร์คไนท์ ขณะที่เขาถามด้วยเสียงต่ำ
“นายท่าน ศาลาส่องแสงถูกสร้างขึ้นโดยจอมเวทย์โมแกนเป็นการส่วนตัว สถานที่แห่งนั้นมีคาถาต่าง ๆ มีแม้กระทั่งพลังปีศาจแพนโดร่าและท่านยังทิ้งความรู้อันล้ำค่าที่ไม่เหมือนใครไว้ในศาลาอีกด้วย อาทิเช่น คาถา อักษรรูนและอื่น ๆ
สำหรับใครก็ตามที่เข้าไปในศาลาส่องแสง ไม่เพียงแต่จะได้รับเกียรติอย่างใหญ่โตในเชิงสัญลักษณ์เท่านั้นแต่ยังอาจได้รับผลประโยชน์ที่คาดไม่ถึงอีกด้วยขอรับ”
เห็นได้ชัดว่าพ่อมดดาร์คไนท์ให้ความสนใจกับปราสาทเจิดจรัสอย่างแท้จริง ดังนั้นคำอธิบายของเขาเกี่ยวกับศาลาส่องแสงจึงมีรายละเอียดมาก
‘นั่นเป็นสถานที่ที่จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่สร้างขึ้น ที่นั่นอาจเต็มไปด้วยความรู้บางอย่างที่หาไม่ได้จากที่ไหน เป็นไปได้ว่า อาจมีของบางอย่างที่นักเวทย์สองสามคนจากสวรรค์ได้ทิ้งบางสิ่งไว้ที่นั่น บางทีอาจมีคำอธิบายเกี่ยวกับพิกัดมิติอยู่ในนั้นด้วย!’
ความคิดมากมายนับไม่ถ้วนผุดขึ้นในใจของเมอร์ลินในทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเป็นไปได้ของข้อมูลเกี่ยวกับพิกัดมิติของนักเวทย์ที่มาจากแดนว่างเปล่า
เมอร์ลินครอบครองพิกัดของมิติเอกวาดอร์ ในเวลาเดียวกัน จอมเวทย์ไซตูได้ทิ้งพิกัดของมิติที่เขาครอบครองไว้ในแม็กซิมแห่งสายฟ้า
ตามปกติแล้ว เมอร์ลินต้องการเยี่ยมชมสองมิตินี้แต่เขาไม่รู้ว่าจะหาพิกัดเหล่านี้ได้อย่างไร หลังจากได้รับข้อมูลที่เกี่ยวข้องแล้ว เขาจะสามารถค้นหามิติที่เกี่ยวข้องตามพิกัดได้
“ศาลาส่องแสง!”
เมอร์ลินจดจำสถานที่นี้ไว้ขึ้นใจ นี่อาจเป็นความหวังเดียวของเขาที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับพิกัดมิติ
แม่มดทรงเสน่ห์หยุดครู่หนึ่ง จากนั้นเธอจึงดึงผ้าสีแดงออกจากแท่นอย่างนุ่มนวล ใต้ผ้านั้นเป็นผลึกโปร่งใสซึ่งสามารถทำให้ผู้ชมประทับใจตั้งแต่แรกเห็น
“รายการประมูลสุดท้ายคือชิ้นส่วนของผลึกความทรงจำ ส่วนของข้อความข้างในนั้น ฮิฮิ เชื่อว่าทุกท่านคงจะสนใจมันอย่างแน่นอน ภายในชิ้นส่วนผลึกความทรงจำชิ้นนี้เต็มไปด้วยข้อมูลของที่ซ่อนลับของผู้ศรัทธาเทพเจ้าผู้ชั่วร้าย!”
ทันทีที่แม่มดพูดจบ สถานที่จัดประมูลทั้งหมดก็ส่งเสียงแตกตื่นขึ้นมา เนื่องจากนักเวทย์จำนวนนับไม่ถ้วนไม่สามารถค้นหาที่ซ่อนของผู้ศรัทธาเหล่านั้นได้
เมื่อรู้ที่ซ่อนของผู้ศรัทธาเหล่านั้น เราก็สามารถค้นหาผู้ศรัทธาเจอและสังหารพวกเขา เมื่อทำทำภารกิจที่ทางปราสาทเจิดจรัสกำหนดไว้สำเร็จ คน ๆ นั้นก็จะได้เข้าสู่ศาลาส่องแสงตลอดทั้งวัน
การอยู่ในศาลาส่องแสงตลอดทั้งวันนั้นเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมกว่าสมบัติใด ๆ ก่อนหน้านี้เสียอีก
ย้อนกลับไปตอนนั้น พ่อมดดาร่าเสร็จสิ้นภารกิจบางอย่างของปราสาทเจิดจรัส เขาก็สามารถเข้าไปในศาลานั้นและอยู่ได้ทั้งวันแม้จะเป็นเพียงนักเวทย์ระดับเจ็ด
หลังจากนั้นในเวลาเพียงห้าปี พ่อมดดาร่าก็กลายเป็นนักเวทย์ระดับแปดซึ่งเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในระดับของเขา เขายังสามารถหลบหนีได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บเมื่อต้องเผชิญหน้ากับนักเวทย์ระดับเก้า!
นอกจากนี้ โชคในการเข้าสู่ศาลาส่องแสงไม่ได้มีเพียงของพ่อมดดาร่าเท่านั้น โดยทั่วไปแล้ว นักเวทย์แต่ละคนที่เข้ามาในศาลาส่องแสงได้กลายเป็นหัวหน้ากลุ่มหรือนักเวทย์ที่น่าเกรงขามในที่สุด!
ดังนั้น เมื่อปราสาทเจิดจรัสประกาศภารกิจออกมา พวกเขาได้ปลุกระดมคนทั้งมิติแล้วดึงดูดนักเวทย์จำนวนนับไม่ถ้วนให้มีโอกาสเข้าไปในศาลาส่องแสง อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายและมีเพียงนักเวทย์ผู้รุ่งโรจน์แห่งปราสาทเจิดจรัสเท่านั้นที่สามารถเข้าและออกจากศาลาได้ตามต้องการ
บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมนักเวทย์ผู้รุ่งโรจน์จึงไม่รับภารกิจนี้ การเข้าสู่ศาลาส่องแสง สำหรับนักเวทย์ผู้รุ่งโรจน์ระดับเก้าเหล่านี้ ไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นรางวัลด้วยซ้ำ
รางวัลดังกล่าวไม่ได้มีค่าในสายตาของนักเวทย์ผู้รุ่งโรจน์แต่นักเวทย์คนอื่น ๆ ต่างทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะไปที่นั่น
ตอนนี้ โอกาสที่จะเข้าสู่ศาลาส่องแสงอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว ตราบใดที่พวกเขาได้รับผลึกความทรงจำซึ่งระบุตำแหน่งของผู้ศรัทธาเทพผู้ชั่วร้ายแล้วฆ่าพวกเขา พวกเขาก็จะสามารถเข้าไปในศาลาส่องแสงได้
ดังนั้นนักเวทย์หลายคนจึงมองดูชิ้นส่วนของผลึกความทรงจำ ด้วยความหลงใหลในดวงตาของพวกเขา
“การเปิดประมูลผลึกความทรงจำเริ่มต้นที่หินธาตุห้าล้านก้อน โดยการบิดแต่ละครั้งขั้นต่ำอยู่ที่หินธาตุห้าหมื่นก้อน!”
แม่มดระดับเจ็ดสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และในที่สุดก็ประกาศการประมูลเริ่มต้นของรายการประมูลครั้งสุดท้าย เนื่องจากเป็นรายการประมูลพรีเมี่ยมสุดท้ายของการประมูลครั้งนี้ มันจึงไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน
“เยี่ยมมาก มันคือผลึกความทรงจำจริง ๆ!”
“ตามข่าวลือ ผู้ศรัทธาเหล่านี้พยายามที่จะคืนชีพเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายอีกครั้ง แต่สิ่งนี้ทำให้พวกเขาถูกต่อต้านอย่างหนักโดยจอมเวทย์โมแกน พวกเขาช่างโง่เขลาจริง ๆ แม้แต่เทพเจ้าผู้ชั่วร้ายที่อยู่บนจุดสูงสุดก็ยังพ่ายแพ้แก่จอมเวทย์โมแกน ดังนั้นเทพเจ้าเพิ่งจุติใหม่ไม่มีทางรับมือจอมเวทย์โมแกนได้หรอก”
“ผู้ศรัทธาเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายคือกลุ่มคนบ้าที่ไม่รู้เหตุผล อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนบ้ากลุ่มนี้สามารถแลกเปลี่ยนโอกาสที่จะเข้าสู่ศาลาส่องแสงได้ ดังนั้นนี่เป็นโอกาสที่ไม่ควรพลาด”
เนื่องจากสิ่งนี้เกี่ยวข้องกับการเข้าสู่ศาลาส่องแสง แม้แต่นักเวทย์ที่เยือกเย็นที่สุดก็ยังไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้ในขณะนี้ คนแรกที่เสนอราคาคือแขกผู้มีเกียรติจากห้องสวีตเหล่านั้นและพวกเขามาที่นี่เพื่อผลึกความทรงจำ
ในไม่ช้าราคาของผลึกความทรงจำก็ทะลุไปถึงหลักสิบล้านแล้วและมันก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมอร์ลินอดไม่ได้ที่จะส่ายหัว แม้ว่าเขาจะไม่ได้เสนอราคาสำหรับดวงใจวิปลาส เขาก็ไม่มีทางแข่งขันกับแขกผู้มีเกียรติเหล่านี้ได้
ในแง่ของความร่ำรวย เมอร์ลินที่เพิ่งสร้างเนื้อสร้างตัวได้ไม่นาน ไม่สามารถแข่งขันกับนักเวทย์เหล่านี้ด้วยทรัพยากรที่กว้างขวาง
ราคาของผลึกความทรงจำทะลุสิบล้านไปแล้วและพุ่งสูงขึ้นไปสู่ราคาที่สูงเสียดฟ้า ทันใดนั้น ความเย็นเยือกก็ปรากฏขึ้นทั่วสถานที่จัดประมูลโดยไม่ทราบสาเหตุ
“ผลึกความทรงจำเป็นของฉัน!!”
ด้านนอกประตู มีนักเวทย์ที่มีรูปร่างหล่อเหลาปรากฏเข้ามา เขาสวมชุดยาวของพ่อมดสีขาว ด้วยไม้เท้าวิเศษในมือ เขาชี้ไปที่เวทีอย่างแน่วแน่
ทันใดนั้น แม่มดระดับเจ็ดรายล้อมไปด้วยชั้นน้ำแข็งหนาทึบที่เกิดขึ้นใหม่ซึ่งทำให้เธอแข็งอยู่กับที่ หลังจากนั้น พ่อมดชุดขาวลึกลับก็พุ่งไปที่เวทีทันที
เป้าหมายของพ่อมดชุดขาวคือชิ้นส่วนใสของผลึกความทรงจำ!