เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WS บทที่ 461 จ้าวลมกรด

WS บทที่ 461 จ้าวลมกรด

WS บทที่ 461 จ้าวลมกรด


“ท่านพ่อมดเมอร์ลินเจ้าคะ!”

เสียงของท่านหญิงฟิลลีมาจากนอกประตูด้านนอก

"เข้ามา"

เมอร์ลินตอบอย่างสบาย ๆ ท่านหญิงฟิลลีค่อย ๆ ผลักประตูเข้ามาและเข้าไป ภายในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นหอมที่แปลกใหม่ สร้างบรรยากาศที่สดชื่น

“ท่านหญิงฟิลลี มีอะไรเหรอ?”

“ท่านพ่อมดเมอร์ลิน นี่คือสิ่งที่ท่านกำลังตามหา ที่เมืองดาร่ากำลังจะจัดการประมูลครั้งใหญ่และฉันได้ค้นพบว่ามีรายการประมูลระดับพรีเมียมสองสามรายการในการประมูล หนึ่งในนั้นคือดวงใจวิปลาสเจ้าค่ะ!”

ใบหน้าของเมอร์ลินเปลี่ยนไปเล็กน้อยในขณะที่เขาพูดอย่างแผ่วเบา “ดวงใจวิปลาส? ดวงใจวิปลาสคืออะไร?”

เนื่องจากท่านหญิงฟิลลี่ออกมารายงานเรื่องนี้อย่างจริงจัง เมอร์ลินจึงรู้ว่าของสิ่งนี้ต้องไม่ธรรมดา

ทางด้านท่านหญิงฟิลลีไม่แปลกใจกับปฏิกิริยาของเมอร์ลิน ตอนนี้เธอรู้ถึงตัวตนของเมอร์ลินในฐานะนักเวทย์จากสวรรค์ เขาอาจไม่รู้ว่าดวงใจวิปลาสคืออะไร ดังนั้นเธอจึงอธิบายอย่างละเอียดว่า

“ดวงใจวิปลาส มันเป็นสมบัติล้ำค่ามาก มันคือคริสตัลจากร่างกายของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าสัตว์ร้ายวิปลาส ดวงใจวิปลาสมีหน้าที่ที่โดดเด่นที่สุดคือการเพิ่มพลังจิต! สมบัติที่เพิ่มพลังจิตล้วน ๆ นั้นหายากมากและดวงใจวิปลาสก็เป็นหนึ่งในนั้น ดังนั้นเมื่อดวงใจวิปลาสปรากฏขึ้น มันจะทำให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงระหว่างนักเวทย์”

ดวงตาของเมอร์ลินเป็นประกาย เขาได้สั่งท่านหญิงฟิลลีว่าเขาต้องการยาหรือสมบัติที่จะเพิ่มพลังจิตแต่ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะเจอสิ่งนี้ เนื่องจากในดินแดนอันรุ่งโรจน์ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าดวงใจวิปลาส

ในดินแดนอันรุ่งโรจน์ นอกเหนือจากเทพแล้ว สิ่งของที่เพิ่มพลังจิตล้วน ๆ ไม่มีอยู่เลย ย้อนกลับไปในตอนนั้น เมอร์ลินบังเอิญได้รับสายใยแห่งความศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นเหตุว่าทำไมพลังจิตของเขาจึงเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

อย่างไรก็ตาม ความเป็นเทพเจ้าเป็นเรื่องยากมากที่จะได้รับมา โดยทั่วไปแล้ว มันสามารถค้นพบมันได้โดยอาศัยโชคช่วยเพียงเท่านั้น มันเป็นไปไม่ได้แล้วที่จะได้รับมา อย่างไรก็ตาม เขาไม่คิดว่าจะได้พบสมบัติลึกลับเช่นดวงใจวิปลาสในมิติใหม่นี้

“การประมูลจะเริ่มเมื่อไหร่?”

ความสนใจของเมอร์ลินในการประมูลครั้งนี้ได้ถูกกระตุ้นขึ้นแล้ว

“อีกสามวันในเมืองดาร่าเจ้าค่ะ!”

เมอร์ลินพยักหน้า จากนั้นเขาก็มองไปที่ท่านหญิงฟิลลี “ก่อนถึงวันประมูล ให้คุณนำหินธาตุทั้งหมดติดตัวไปด้วย จำไว้ว่าต้องทำทุกวิถีทางเพื่อรวบรวมหินธาตุมากที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ ฉันไม่ต้องการที่จะสูญเสียดวงใจวิปลาสไป เพียงเพราะฉันมีหินธาตุไม่พอ!

เมื่อเห็นการจ้องมองที่เย็นชาของเมอร์ลิน ท่านหญิงฟิลลีก็สั่นสะท้านในหัวใจของเธอและพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม ต่อจากนั้น เธอก็กล่าวอำลาด้วยความเคารพ

“ดวงใจวิปลาส…ฉันต้องได้มันมา!”

เมอร์ลินตรวจสอบพลังจิตซึ่งไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก เขาจึงมุ่งมั่นที่จะเอาดวงใจวิปลาสมา ไม่ว่าเขาจะต้องจ่ายไปมากเท่าไรก็ตาม!

นอกเมืองดาร่าที่พลุกพล่าน ผู้คนสัญจรผ่านไปผ่านมาและนักเวทย์ผู้ทรงพลังจำนวนมากเข้าออกอย่างต่อเนื่อง นักเวทย์เหล่านี้หลายคนมีพลังที่น่าสะพรึงกลัว ทำให้นักเวทย์ธรรมดาบางคนรู้สึกตื่นตระหนก

“ดูนั่นสิ นั่นจ้าวลมลมกรดไม่ใช่เหรอ!?”

ลมกรดสีดำสนิทปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า เสียงหวีดลมพัดผ่านขณะที่บินไปยังเมืองดาร่า ลมกรดนี้มีพลังที่ไม่ธรรมดาแต่เมื่อมาถึงเมืองดาร่า ลมกรดก็หยุดลงและเผยให้เห็นนักเวทย์ที่มีรอยสักเต็มทั้งตัวรวมทั้งใบหน้าของเขาปรากฏตัวขึ้นมาบนถนนด้วยรูปลักษณ์ที่น่าสะพรึงกลัว

นักเวทย์หลายคนรู้จักตัวตนของพ่อมดที่ไม่ธรรมดาคนนี้ เขาคือจ้าวลมกรดอันฉาวโฉ่ นักเวทย์ระดับแปดที่น่าเกรงขามซึ่งครอบครองเทือกเขาขนาดใหญ่ที่ทอดยาวเป็นพันไมล์ เขาเป็นหัวหน้าแห่งกองกำลังอันยิ่งใหญ่

อย่างไรก็ตาม จ้าวลมกรดนั้นดุร้ายโดยธรรมชาติ ทุก ๆ สองสามเดือน การนองเลือดก็จะปะทุขึ้น เขาจะสังหารนักเวทย์บางคนที่ไม่เห็นด้วยกับเขา ชื่อเสียงภายนอกของเขาช่างเลวร้ายและฉาวโฉ่ ดังนั้นนักเวทย์ส่วนใหญ่เมื่อเห็นการมาถึงของจ้าวลมกรดจึงซ่อนตัวอยู่ห่างไกลออกไปอย่างรวดเร็ว

"ฮึ!"

จ้าวลมกรดจ้องมองเมืองดาร่าอย่างเยือกเย็น โดยมีแม่มดสาวสวยและมีเสน่ห์สองคนอยู่ข้างหลังเขา เขาก้าวเข้ามาในเมืองดาร่าอย่างโผงผาง เขามาที่นี่เพื่อประมูลของที่เข้าต้องการ

“วันนี้มีนักเวทย์ผู้ทรงพลัง เช่น จ้าวลมกรด พ่อมดบาลาตา ราชาหอคอยดำและอื่น ๆ มาถึงแล้ว แสดงว่ามีของล้ำค่าในการประมูลครั้งนี้งั้นหรือ?”

“มันอาจจะเป็นเช่นนั้นก็ได้ ดูอย่างการประมูลครั้งก่อนซึ่งจัดโดยเมืองดาร่า มันได้ดึงดูดนักเวทย์จำนวนมากเช่นกันแต่ไม่มีนักเวทย์ทรงพลังเท่าครั้งนี้เลย มันต้องของล้ำค่าในงานประมูลครั้งนี้อย่างแน่นอน ใครจะรู้ว่ามีนักเวทย์ที่น่าเกรงขามจะมาอีกกี่คน”

นักเวทย์สองสามคนนอกประตูเมืองรู้สึกหนาวสั่น พวกเขาได้เห็นนักเวทย์ที่ทรงพลังมากเกินไปในวันนี้ รวมทั้งจ้าวลมกรด ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือพ่อมดที่มีชื่อเสียงที่น่าเกรงขาม พวกเขาทั้งหมดมาที่เมืองดาร่าทีละคน

*หวู่ม หวู่ม*

ร่างบางค่อย ๆ บินไปยังเมืองดาร่าจากท้องฟ้าอันไกลโพ้น ผู้นำของพวกเขาคือพ่อมดชุดดำ

“จ้าวลมกรดนั้นเป็นคนอารมณ์ร้ายจริง ๆ ไม่มีใครรู้ว่าเขาจะก่อเรื่องหลังจากการประมูลหรือไม่!?”

พ่อมดชุดดำเปล่งออร่าเยือกเย็นออกมาพร้อมกับจ้องมองไปที่จ้าวลมกรดที่เพิ่งเข้ามาในเมืองดาร่า ประกายแสงได้ส่องประกายในดวงตาของเขา

“พ่อมดเมอร์ลิน เราอยู่ที่นอกเมืองดาร่า เราไม่ควรสร้างปัญหาในที่แห่งนี้จะดีกว่า!”

ท่านหญิงฟิลลีรีบเตือนเมอร์ลินจากด้านหลัง ร่างเหล่านี้คือเมอร์ลินและท่านหญิงฟิลลี่ เช่นเดียวกับพ่อมดดาร์คไนท์และคนอื่น ๆ พวกเขาได้พบกับจ้าวลมกรดในระหว่างเดินทางมาที่นี่

จ้าวลมกรดทั้งหยาบคายและเอาแต่ใจ พุ่งไปรอบ ๆ อย่างรุนแรง และไม่สนใจเมอร์ลินและคนอื่น ๆ เขาได้ทำให้พ่อมดดาร์คไนท์บาดเจ็บเล็กน้อย ดังนั้น เมอร์ลินจึงไม่พอใจจ้าวลมกรด เขาอยากจะฆ่าจ้าวลมกรดซะเดี๋ยวนี้เลย

แต่พวกเขาอยู่นอกเมืองดาร่าและการประมูลยังไม่เริ่ม เพื่อป้องกันเหตุร้าย เมอร์ลินจึงไม่อาจสร้างปัญหาจากภายนอกได้ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้เปิดฉากโจมตี

“ไม่เป็นไร ฉันรู้ว่าฉันควรทำอะไร!”

เมอร์ลินถอนสายตา จากนั้นเขาก็บินไปยังเมืองดาร่าพร้อมกับพ่อมดดาร์คไนท์ ท่านหญิงฟิลลี่และคนอื่น ๆ

เมืองดาร่าเจริญรุ่งเรืองเพราะการประมูลที่มีชื่อเสียงซึ่งจัดการโดยพ่อมดดาร่า มันถูกจัดขึ้นทุก ๆ สามปีและสิ่งของที่มาประมูลทุกครั้งนั้นล้ำค่ามาก

ยิ่งกว่านั้น พ่อมดดาร่ายังเป็นนักเวทย์ระดับแปดขั้นสูงสุดและได้ต่อสู้กับนักเวทย์ระดับเก้าของปราสาทเจิดจรัสได้อย่างสูสี ดังนั้น เมื่อเขาดูแลสิ่งต่าง ๆ ของเมืองดาร่าจึงทำให้เมืองแห่งนี้เป็นหนึ่งในเมืองที่ปลอดภัยที่สุด

ขณะที่เมอร์ลินเดินไปตามถนนในเมืองดาร่า เขาสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่คึกคัก แม้ว่าสถานการณ์การค้าในเมืองบิสค์จะดีขึ้นอย่างมากภายใต้การบริหารของท่านหญิงฟิลลีและพ่อค้าจำนวนมากเต็มใจที่จะไปที่เมืองบิสค์ต่ก็ยังมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับเมืองดาร่าที่อยู่เบื้องหน้าพวกเขา

นอกจากนี้ยังมีความผันผวนของพลังธาตุของนักเวทย์ที่ทรงพลังมากมายในเมืองดาร่า หลังจากผ่านไปเพียงถนนเดียว เมอร์ลินรู้สึกถึงความผันผวนของพลังธาตุของนักเวทย์ระดับเจ็ดหรือแปดจำนวนหนึ่ง

ดังนั้น สีหน้าของเมอร์ลินจึงค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นจริงจัง ดูเหมือนว่าการประมูลครั้งนี้จะไม่ง่ายขนาดนั้น โชคดีที่ครั้งนี้เขานำหินธาตุมาเพียงพอ อย่างน้อย ๆ เขาต้องได้สิ่งที่เขาต้องการ!

ในไม่ช้า กลุ่มของเมอร์ลินก็มาถึงอาคารอันหรูหรา ก่อนถึงประตูมีนักเวทย์ระดับหกสองสามคนที่ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อย พวกเขาทักทายด้วยความเคารพ

มันเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงอำนาจที่ยิ่งใหญ่ การใช้นักเวทย์ระดับหกเพื่อทำหน้าที่เฝ้าประตูเช่นนี้เป็นอะไรที่หายากมาก เพราะไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน นักเวทย์ระดับหกก็มีตำแหน่งสูงส่ง

เมื่อเมอร์ลินและคนอื่น ๆ กำลังจะเข้าไป พวกเขาถูกพวกนักเวทย์ระดับหกขวางไว้ พวกเขายิ้มและพูดอย่างอ่อนโยนว่า “ท่านพ่อมด โปรดแสดงบัตรเชิญของคุณมาให้พวกเราด้วย”

"บัตรเชิญ? ฉันไม่มีบัตรเชิญ!” เมอร์ลินขมวดคิ้ว

เมื่อได้ยินว่าเมอร์ลินไม่ได้รับบัตรเชิญ สีหน้าของนักเวทย์ระดับหกก็ไม่เปลี่ยนแต่น้ำเสียงกลับเย็นลง “พวกเราต้องขอโทษด้วยแต่ถ้าท่านไม่ได้บัตรเชิญ ท่านจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการประมูล”

“ถึงเราจะไม่มีบัตรเชิญแต่เรามีสิ่งนี้ มันพอจะช่วยให้เรามีสิทธิ์เข้าร่วมงานประมูลได้หรือไม่?”

ข้างหลังเมอร์ลิน ท่านหญิงฟิลลีได้มอบโล่โลหะสีแดงเข้มซึ่งจารึกด้วยอักษรรูนที่ซับซ้อนในทันที อย่างไรก็ตาม เมื่อนักเวทย์ระดับหกเห็นแผ่นโลหะสีแดงเข้มนี้ ใบหน้าของพ่อมดผู้นี้เปลี่ยนไปอย่างมาก หนึ่งในนั้นได้พูดขึ้นมาว่า

“โอ้ ท่านเป็นแขกผู้มีเกียรติ ได้โปรดเข้ามาก่อนขอรับ ตราบใดที่ท่านเป็นแขกผู้มีเกียรติ ท่านไม่จำเป็นต้องแสดงบัตรเชิญ”

ใบหน้าของเมอร์ลินเต็มไปด้วยความสับสน เขาไม่รู้ว่าแผ่นโลหะนี้คืออะไร

หลังจากที่พวกเขาเข้าไปในอาคารแล้ว เมอร์ลินก็อ้าปากถาม “ท่านหญิงฟิลลี สิ่งที่คุณแสดงออกมาเมื่อกี้นี้ มันคืออะไร?”

“ท่านพ่อมดเมอร์ลิน แทมเบิร์ตที่ถูกท่านสังหารก่อนหน้านี้ เขาเป็นผู้เข้าร่วมการประมูลบ่อยครั้งในเมืองดาร่า หลังจากเข้าร่วมไม่กี่ครั้ง เขาได้รับโล่เกียรติคุณสำหรับแขกผู้มีเกียรติ ใครก็ตามที่ถือโล่นี้สามารถเข้าร่วมการประมูลได้ตามต้องการ นอกจากนี้ยังมีห้องสวีตสุดหรูที่เตรียมไว้สำหรับแขกผู้มีเกียรติ”

ท่านหญิงฟิลลีอธิบายด้วยน้ำเสียงให้เกียรติ

"โอ้? ดูเหมือนว่าเราจะขโมยของดีจากแทมเบิร์ตมาสินะ”

เมอร์ลินยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ เขาไม่สนใจว่าพวกเขาจะใช้วิธีใด ตราบใดที่พวกเขาสามารถเข้าไปได้ก็เพียงะอแล้ว

จากนั้นไม่นาน สาวใช้ที่ทรงเสน่ห์และสวมเครื่องแต่งกายที่เปิดเผยเรือนร่างได้นำเมอร์ลินและคนอื่น ๆ ไปที่ห้องสวีตสุดหรูซึ่งมีหมายเลข 28

“แขกผู้มีเกียรติและผู้มีเกียรติในลำดับที่ 28 นี่คือห้องสวีทสุดหรูของท่าน หากมีสิ่งใดที่ท่านต้องการ ท่านสามารถเรียกพวกเราได้ตลอดเวลา พวกเราจะอยู่ข้างนอก ส่วนการประมูลจะเริ่มขึ้นในอีกสองชั่วโมงเจ้าค่ะ”

เมอร์ลินหรี่ตาและไม่ยอมให้สาวใช้ออกไป แต่เขาชี้ไปที่ห้องสวีทสุดหรูอื่น ๆ และถามว่า “บอกฉันทีว่าห้องไหนเป็นห้องของจ้าวลมกรด”

“เรื่องนี้…ทางเราต้องขออภัยท่านแขกผู้มีเกียรติด้วย ตามกฎของการประมูล เราไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดเผยตัวตนของแขกผู้มีเกียรติท่านอื่นเจ้าค่ะ”

“อย่างนั้นหรือ?”

เมอร์ลินเหลือบมองที่ท่านหญิงฟิลลี จากนั้นเธอก็หยิบหินธาตุสองสามก้อนจากแหวนของเธอ แล้วยิ้มขณะที่เธอพูดว่า “คุณแค่บอกเราว่าจ้าวลมกรดอยู่ห้องไหนก็เพียงพอแล้ว มันไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย คุณไม่ต้องคิดมาก”

“มีกฎอยู่ในระเบียบการประมูลจริง ๆ เจ้าค่ะ เราไม่สามารถเปิดเผยเรื่องนี้ได้”

สีหน้าของสาวใช้ยังคงแน่วแน่

"เอาเพิ่มอีก!"

ดูเหมือนว่าเมอร์ลินจะไม่สนใจแม้แต่น้อย ปล่อยให้ท่านหญิงฟิลลีหยิบหินธาตุจำนวนมหาศาลออกมา ทันใดนั้น ใบหน้าของสาวใช้ก็แดงก่ำ เธอไม่สามารถหาหินธาตุมากมายขนาดนี้ แม้ว่าจะทำงานอย่างหนักโดยไม่พักเป็นเวลาหลายสิบปีก็ตาม

ดังนั้น เธอจึงหันไปจ้องมองห้องหมายเลข 13 และไม่พูดอะไรสักคำ อย่างไรก็ตาม เมอร์ลินเข้าใจความหมายโดยนัยของเธอและโบกมือไล่เธอไป

“ห้องหมายเลข 13 ! ดาร์คไนท์ ฉันต้องการให้คุณจับตาดูห้องนั้นอย่างใกล้ชิด ถ้ามีใครออกมาจากห้องนั้น คุณต้องรายงานฉันทันที!”

ดวงตาของเมอร์ลินเผยให้เห็นประกายแวววาวที่เยือกเย็นและแฝงไปด้วยจิตสังหารอันลึกล้ำ

จบบทที่ WS บทที่ 461 จ้าวลมกรด

คัดลอกลิงก์แล้ว