เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WS บทที่ 455 หุบเขาราตรีนิรันดร์

WS บทที่ 455 หุบเขาราตรีนิรันดร์

WS บทที่ 455 หุบเขาราตรีนิรันดร์


ท่ามกลางท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดสนิท ร่างเงาสองเงากำลังโบยบินด้วยความเร็วเต็มพิกัด จุดหมายของพวกเขาคือยอดเขาที่สูงที่สุดรอบเมืองโบลเดอร์ หุบเขาราตรีนิรันดร์!

หุบเขาราตรีนิรันดร์ถูกพ่อมดดาร์คไนท์และนักเวทย์คนอื่น ๆ เข้ายึดครองมาโดยตลอด ในบริเวณนี้ถือว่าเป็นกองกำลังที่น่าเกรงขาม ไม่เพียงแค่มีนักเวทย์ระดับสี่สามคนบนหุบเขาราตรีนิรันดร์เท่านั้น แต่ด้วยชื่อเสียงของดาร์คไนท์อันโด่งดังทำให้ไม่มีใครกล้ายุ่งกับนักเวทย์ในสังกัดของหุบเขาราตรีนิรันดร์

อย่างไรก็ตาม เมื่อดาร์คไนท์พบกับเมอร์ลิน เขาก็ไม่สามารถเปิดเผยความสามารถที่แท้จริงออกมาได้ทัน ก่อนที่เขาจะพ่ายแพ้ไปในที่สุด

“ดาร์คไนท์ คุณได้สร้างกองกำลังบนหุบเขาราตรีนิรันดร์แต่ทำไมคุณไม่ไปที่เมืองที่อ่อนแอกว่าและสร้างสมาคมการค้าแทน? ด้วยวิธีนี้คุณจะสามารถรับทรัพยากรได้อย่างต่อเนื่อง ทำไมคุณถึงเลือกที่จะอยู่บนหุบเขาราตรีนิรันดร์ที่รกร้างห่างไกลผู้คน?”

เมอร์ลินงงมาก มิตินี้แตกต่างอย่างมากจากดินแดนอันรุ่งโรจน์ ในดินแดนอันรุ่งโรจน์ ทรัพยากรส่วนใหญ่มีอยู่ในสถานที่ที่ยังไม่ถูกค้นพบและไม่สามารถเข้าไปถึงพวกคนธรรมดาได้ ดังนั้นพวกเขาจะไม่โอกาสที่จะเข้าถึงเส้นทางของนักเวทย์

อย่างไรก็ตาม ในมิติใหม่นี้ เหล่าคนธรรมดามีความรอบรู้เรื่องคาถา แม้แต่คนธรรมดาก็ยังสามารถระบุวัสดุล้ำค่าบางอย่างได้ นอกจากนี้ วัตถุล้ำค่าจำนวนมากยังมีขายต่อสาธารณะและไม่ถูกทิ้งไว้ในที่รกร้างที่ไม่มีคนอาศัยอยู่

เมื่อได้ยินคำถามของเมอร์ลิน พ่อมดดาร์คไนท์ก็ดูเหมือนทำอะไรไม่ถูก “นายท่าน มันไม่ง่ายอย่างที่ตาเห็นหรอกขอรับ มีเมืองเล็ก ๆ ในบริเวณใกล้เคียงที่อาจอ่อนแอกว่าแต่ก็ยังยากที่จะพิชิตได้ อย่าหลงกลกับสิ่งที่เราพบเจอในเมืองโบลเดอร์ พวกเขาอาจดูเหมือนกำลังเติบโตอย่างมั่งคั่งแต่สมดุลภายในกำลังสั่นคลอน เมืองนี้และเมืองอื่น ๆ นับไม่ถ้วนรอบ ๆ นี้อยู่ภายใต้อิทธิพลของเมืองบิสค์ พวกเขาต้องจ่ายเงินกับหินธาตุจำนวนมากในแต่ละปี เมืองเล็ก ๆ บางเมืองไม่สามารถจ่ายได้เลย”

“ดังนั้น การอยู่บนหุบเขาราตรีนิรันดร์ของพวกเรา ทำให้พวกเราไม่ต้องจ่ายหินธาตุใด ๆ ให้พวกเขา นอกจากนี้ยังมีความลับที่คนอื่นไม่รู้ มีพื้นที่ลับในหุบเขาราตรีนิรันดร์ซึ่งเป็นแหล่งวัสดุปรุงยาที่หายากและล้ำค่าทุกชนิด ฮี่ฮี่ พวกเราพึ่งพาหุบเขาแห่งนี้เพื่อแลกเปลี่ยนทรัพยากรที่หลากหลายอย่างไม่รู้จบ แม้ว่าใครจะให้เมืองเล็ก ๆ แก่เรา เราก็ไม่เต็มใจที่จะจากไป”

ดวงตาของเมอร์ลินเป็นประกาย ตอนนี้มันสมเหตุสมผลแล้วที่ดาร์คไนท์เลือกที่จะอยู่บนหุบเขาราตรีนิรันดร์เป็นเวลาหลายปีและนักเวทย์จำนวนมากเต็มใจที่จะอยู่กับเขาบนภูเขา ไม่ใช่อิทธิพลเกินควรแต่เป็นผลประโยชน์ที่จับต้องได้

แต่แน่นอนว่า ผลประโยชน์นี้มันเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับเหมืองหินธาตุขนาดใหญ่ ดังนั้นเมื่อดาร์คไนท์รู้เกี่ยวกับเหมืองหินธาตุจากเวสตันแห่งเมืองทากัน เขาก็ไม่ลังเลใจและออกจากหุบเขาทันที

“นายท่าน เราใกล้จะถึงแล้ว!”

ไม่นานพวกเขาก็เข้าใกล้หุบเขาราตรีนิรันดร์ ดังนั้นรอยยิ้มจึงเริ่มปรากฏบนใบหน้าของพ่อมดดาร์คไนท์ อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ คลื่นแห่งความผันผวนของพลังธาตุเริ่มกระเพื่อมผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดสนิท

มีคนร่ายคาถา

“มีคนต่อสู้อยู่ข้างหน้า เกิดอะไรขึ้นในหุบเขาราตรีนิรันดร์ในระหว่างที่ฉันไม่อยู่”

สีหน้าของพ่อมดดาร์คไนท์เปลี่ยนไปในทันที ความคิดแรกที่เข้ามาในหัวของเขาคือหุบเขาราตรีนิรันดร์กำลังตกอยู่ในอันตราย อย่างไรก็ตาม เขาเพิ่งออกจากภูเขาไปสองสามวันและหุบเขาราตรีนิรันดร์ก็ไม่ใช่ลูกนกที่เพิ่งเกิดใหม่ นักเวทย์ทุกคนในละแวกนี้รู้ดีถึงการมีอยู่ของนักเวทย์บนหุบเขาราตรีนิรันดร์ ใครจะกล้าสร้างปัญหาให้กับพวกเขา

“เรารีบไปดูกันเถอะ”

เมอร์ลินรู้ว่าพ่อมดดาร์กไนท์ต้องรู้สึกวิตกกังวลอย่างมาก ดังนั้นเขาจึงเพิ่มความเร็ว เงาดำมืดทั้งสองทะยานผ่านท้องฟ้ายามราตรี สว่างราวกับสายลม มุ่งตรงไปยังหุบเขาราตรีนิรันดร์อย่างรวดเร็ว

*หวู่ม!*

ในไม่ช้า ทั้งคู่ก็มาถึงหุบเขาราตรีนิรันดร์ ทันทีที่มาถึงพวกเขาก็พบกับกองกำลังนักเวทย์ที่เป็นปฏิปักษ์จำนวนหนึ่ง เสื้อผ้าของพวกเขาดูโดดเด่นกว่านักเวทย์ที่แต่งตัวคล้ายกับพ่อมดดาร์คไนท์

โดยผู้นำของฝ่ายหลังคือนักเวทย์ระดับสี่สองคนซึ่งเมอร์ลินคิดว่าน่าจะเป็นลูกน้องของดาร์คไนท์

ในทางกลับกัน ฝ่ายตรงข้ามสวมชุดคลุมพ่อมดสีแดงสดและดูมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พวกเขายังถูกนำโดยนักเวทย์ระดับสี่สองคน แม้ว่าจำนวนของพวกเขาจะน้อยกว่า มีเพียงสี่หรือห้าคนเท่านั้น

ทั้งสองฝ่ายกำลังต่อสู้อย่างดุเดือด พื้นดินรอบ ๆ พวกมันเกลื่อนไปด้วยหลุมและรอยบุบ อาจเป็นเศษเสี้ยวของเวทมนตร์ที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้

“พวกนั้นคือนักเวทย์จากเมืองบิสค์ ทำไมพวกเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้!?”

เมื่อพบนักเวทย์ในชุดคลุมสีแดงสด ใบหน้าของดาร์คไนท์ก็มืดลง เครื่องแบบที่ดูแปลกจานี้ มันเป็นของนักเวทย์แห่งเมืองบิสค์

อย่างไรก็ตาม เมืองบิสค์นั้นอยู่ห่างจากหุบเขาราตรีนิรันดร์มากดังนั้นทำไมพวกเขาถึงมาที่แห่งนี้อย่างกะทันหัน?

“ไม่อยากจะเชื่อเลย พวกแกบังอาจครอบครองหุบเขาแห่งนี้ซึ่งเต็มไปด้วยวัสดุปรุงยาที่หายากและล้ำค่า ของพวกนี้จะต้องตกเป็นของเมืองบิสค์! ถ้าไม่ใช่เพราะความพยายามสืบค้นอย่างยาวนาน เราก็คงไม่ได้ค้นพบหุบเขาที่น่าตื่นตาเช่นนี้! ฮ่าฮ่า รอจนกว่าเราจะรายงานกลับไปที่ท่านพ่อมดแทมเบิร์ตก่อนเถอะ ฉันแน่ใจว่าพวกเราจะได้รับรางวัลอันล้ำค่า!”

นักเวทย์ในชุดคลุมสีแดงสดเหล่านี้มาจากเมืองบิสค์แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมาที่หุบเขาราตรีนิรันดร์อย่างตั้งใจที่จะค้นหา ‘ความลับ’ ของหุบเขาแห่งนี้

หัวใจของดาร์คไนท์เต้นรัว เขากระซิบเสียงต่ำว่า “บัดซบ พวกเราถูกพบแล้ว! ฉันได้ย้ำนักย้ำหนาแล้ว่า อย่าขายวัสดุปรุงยาอันล้ำค่าบ่อยเกินไปเพราะมันดึงดูดความสนใจโดยไม่จำเป็น พวกเขาคงไม่เชื่อฟังคำสั่งของฉันและขายวัสดุล้ำค่าจำนวนมากอีกครั้ง มันต้องได้รับความสนใจจากเมืองบิสค์ ดังนั้นพวกเขาจึงติดตามไปจนถึงหุบเขาราตรีนิรันดร์”

เห็นได้ชัดว่าจิตใจของดาร์คไนท์อยู่ในความร้อนรนอย่างสมบูรณ์และเขาไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร เมื่อพวกเขาถูกค้นพบโดยเมืองบิสค์ มันคงเป็นไปไม่ได้สำหรับพวกเขาที่จะยึดครองหุบเขาได้ แม้แต่ดาร์คไนท์เองก็ยังตกอยู่ในอันตรายอย่างใหญ่หลวง

พ่อมดแทมเบิร์ตจากเมืองบิสค์เป็นพ่อมดระดับเจ็ดที่ทรงพลังซึ่งมีความโลภเป็นพิเศษ เหมืองหรือสมบัติใด ๆ ที่อยู่ในขอบเขตอิทธิพลของเขา เขาจะเอาพวกมันมาเป็นของตัวเอง ในทำนองเดียวกัน เมื่อแทมเบิร์ตค้นพบหุบเขาอันน่าอัศจรรย์อย่างหุบเขาราตรีนิรันดร์แล้ว มันคงจะเป็นไปไม่ได้ที่จะรักษาไว้

“ฮึ่ม! ก็ลองดูสิ คิดว่าพวกเราจะปล่อยให้พวกแกกลับไปได้ง่าย ๆ งั้นเหรอ?”

นักเวทย์ระดับสี่ที่เหลืออยู่สองคนบนหุบเขาราตรีนิรันดร์ พวกเขาเข้าใจความสำคัญของสถานการณ์ดี ดังนั้นพวกเขาจึงตั้งใจแน่วแน่ที่จะทำให้นักเวทย์จากเมืองบิสค์อยู่ที่นี่ตลอดไป

ดังนั้น ภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดสนิท พายุที่รุนแรงจึงพัดเข้าด้วยกันกลายเป็นพายุทอร์นาโดที่ดุร้ายและพุ่งเข้าหานักเวทย์ที่สวมชุดสีแดง

นี่เป็นคาถาระดับสี่และพลังของมันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะมองข้ามได้ นักเวทย์ชุดแดงสองสามคนไม่กล้าทำอะไรอีกต่อไปเนื่องจากนักเวทย์บนหุบเขาราตรีนิรันดร์มีความได้เปรียบเหนือพวกเขา

นักเวทย์ชุดแดงคนหนึ่งเยาะเย้ย “ฮี่ฮี่ ตอนนี้พวกแกทุกคนเตรียมตัวตายได้เลย เมื่อเรากลับไปรายงานกับท่านพ่อมดแทมเบิร์ตได้เมื่อไหร่ เขาจะส่งนักเวทย์อันทรงพลังและทำลายภูเขาลูกนี้ให้ราบคาบ! ไปกันเถอะ!”

เสื้อคลุมสีแดงที่พ่อมดเหล่านี้สวมใส่เริ่มปล่อยอักษรรูนออกมาเป็นชุด อักษรรูนกลายเป็นโล่ขนาดใหญ่บนท้องฟ้าที่กั้นพายุทอร์นาโดที่โหมกระหน่ำ

นี่คือวงแหวนเวทย์ที่ประกอบขึ้นจากการแกะสลักบนเสื้อคลุมของพวกเขา ถือว่ามันเป็นอุปกรณ์เวทมนต์แบบจำลอง แม้ว่าจะไม่น่าประทับใจเท่าอุปกรณ์เวทมนต์ของจริงก็ตาม

เสื้อคลุมยาวของพ่อมดชุดแดงเหล่านี้สามารถเปล่งอักษรรูนที่สร้างวงเวทย์รูนป้องกันเพื่อต้านทานการโจมตีด้วยเวทย์มนตร์ของนักเวทย์จำนวนมากบนหุบเขาราตรีนิรันดร์ แม้แต่เมอร์ลินก็ยังประหลาดใจกับพลังป้องกันนี้

เมื่อพวกเขาต้านทานการโจมตีได้ เหล่านักเวทย์ชุดแดงก็ไม่ลังเลอีกต่อไปแล้วจึงบินลงจากภูเขา พวกเขาต้องการหายตัวไปในตอนกลางคืนโดยเร็วที่สุด เพื่อหนีกลับไปที่เมืองบิสค์และรายงานเรื่องที่พวกเขาพบกับพ่อมดแทมเบิร์ต

เมื่อเห็นนักเวทย์ชุดแดงที่กำลังจะหายตัวไปในยามค่ำคืน พวกนักเวทย์บนหุบเขาราตรีนิรันดร์ก็เริ่มหน้าซีด คราวนี้พวกเขาประสบปัญหาร้ายแรง

"นายท่าน!"

พ่อมดดาร์คไนท์เริ่มตื่นตระหนก เขากระวนกระวายใจที่จะดำเนินการและหยุดพวกนักเวทย์ชุดแดงไม่ให้หนีกลับไปที่เมืองบิสค์ หากพวกเขาสามารถกลับมายังเมืองบิสค์ได้ มันก็คงจะอันตรายมากเพราะพ่อมดแทมเบิร์ตจอมละโมบ เขาจะไม่ยอมปล่อยมือจากที่นี่ไปง่าย ๆ

“ไม่ต้องห่วง พวกเขาหนีไม่พ้นหรอก!” เมอร์ลินหรี่ตาลง จากนั้นร่างของเขาก็พุ่งเร็วขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าและหายไปในท้องฟ้ายามค่ำคืน พ่อมดดาร์คไนท์ที่มองเขาอยู่ครู่หนึ่งก็ตกตะลึง

*หวู่ม!*

ในคืนที่มืดมิด ทันใดนั้น ร่างที่มืดมิดก็ปรากฏขึ้น ร่างเงาได้ขวางทางของกลุ่มนักเวทย์ชุดแดง พวกเขาต่างงุนงงเล็กน้อยเพราะพวกเขาไม่ได้สัมผัสถึงความผันผวนของธาตุใด ๆ จากบุคคลเบื้องหน้าได้เลยซึ่งทำให้การป้องกันของพวกเขาสูงขึ้น

"แกเป็นใคร?"

“นครเกล็ดน้ำแข็ง!”

เมอร์ลินไม่สนใจที่จะสนทนากับนักเวทย์ชุดแดงเหล่านี้ เขาใช้นครเกล็ดน้ำแข็งทันที จากนั้น ลำแสงโปร่งแสงก็ลงมา คาถานี้สามารถหยุดแม้กระทั่งนักเวทย์ระดับเจ็ดได้ ดังนั้นแค่นักเวทย์ระดับสามและสี่ มันจึงสามารถหยุดพวกเขาได้อย่างสบาย ๆ

*แคร่ก*

ภายใต้การระเบิดพลังอันหนาวเหน็บ นักเวทย์ชุดแดงแต่ละคนถูกแช่แข็งเป็นประติมากรรมน้ำแข็ง เสื้อคลุมของพวกเขาไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง

*ครืน!*

เมื่อนักเวทย์ชุดแดงทั้งหมดถูกแช่แข็งเป็นประติมากรรมน้ำแข็ง เมอร์ลินก็สะบัดนิ้วเบา ๆ และพายุขนาดมหึมาก็เริ่มก่อตัวขึ้น ในชั่วพริบตา พายุขนาดมหึมาได้ทุบประติมากรรมน้ำแข็งให้เป็นเศษเล็กเศษน้อยและปลิวว่อนไปตามท้องฟ้ายามค่ำคืน

“ฟู่…”

สายลมแผ่วเบาพัดผ่านมา เมอร์ลินเงยหน้าขึ้นและเห็นกลุ่มนักเวทย์กลุ่มใหญ่ปรากฏตัวต่อหน้าเขา พวกเขาทั้งหมดเป็นนักเวทย์จากหุบเขาราตรีนิรันดร์ พวกเขารีบเร่งมาทางเมอร์ลินพวกหยุดเหล่านักเวทย์ชุดแดงแต่กลับได้เห็นฉากที่ไม่น่าเชื่อปรากฏขึ้นมาในสายตาของพวกเขา

มันง่ายที่จะจัดการนักเวทย์ระดับสามเพียงไม่กี่คน แต่ถึงกระนั้นก็มีนักเวทย์ระดับสี่สองคนเป็นผู้นำและทุกคนสวมใส่เสื้อคลุมสลักอักษรรูนป้องกันพิเศษจากเมืองบิสค์ อย่างไรก็ตาม พวกเขาถูกฆ่าอย่างง่ายดายโดยนักเวทย์ที่ไม่รู้จักและฝ่ายหลังยังสามารถฆ่าพวกเขาได้อย่างฆ่าดายอีกด้วย

“แกมาหาวัสดุปรุงยาบนหุบเขาราตรีนิรันดร์ด้วยอย่างงั้นเหรอ!?”

นักเวทย์จากหุบเขาราตรีนิรันดร์แลกเปลี่ยนสายตากับเมอร์ลินอย่างระมัดระวัง แม้ว่านักเวทย์ลึกลับที่ปรากฏตัวขึ้นจากที่ไหนสักแห่งและได้ฆ่านักเวทย์ชุดแดงจากเมืองบิสค์ไป แต่พวกเขาไม่สามารถยืนยันได้ว่าเขาเป็นมิตรหรือศัตรู

“รีมัส คีเวลล์ หยุดเดี๋ยวนี้!”

ในระหว่างที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด พ่อมดดาร์คไนท์ก็มาถึงในที่สุด เขาตะโกนใส่นักเวทย์ระดับสี่สองคนของหุบเขาราตรีนิรนดร์ทันที

จบบทที่ WS บทที่ 455 หุบเขาราตรีนิรันดร์

คัดลอกลิงก์แล้ว