- หน้าแรก
- ความลับของพ่อมด
- WS บทที่ 455 หุบเขาราตรีนิรันดร์
WS บทที่ 455 หุบเขาราตรีนิรันดร์
WS บทที่ 455 หุบเขาราตรีนิรันดร์
ท่ามกลางท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดสนิท ร่างเงาสองเงากำลังโบยบินด้วยความเร็วเต็มพิกัด จุดหมายของพวกเขาคือยอดเขาที่สูงที่สุดรอบเมืองโบลเดอร์ หุบเขาราตรีนิรันดร์!
หุบเขาราตรีนิรันดร์ถูกพ่อมดดาร์คไนท์และนักเวทย์คนอื่น ๆ เข้ายึดครองมาโดยตลอด ในบริเวณนี้ถือว่าเป็นกองกำลังที่น่าเกรงขาม ไม่เพียงแค่มีนักเวทย์ระดับสี่สามคนบนหุบเขาราตรีนิรันดร์เท่านั้น แต่ด้วยชื่อเสียงของดาร์คไนท์อันโด่งดังทำให้ไม่มีใครกล้ายุ่งกับนักเวทย์ในสังกัดของหุบเขาราตรีนิรันดร์
อย่างไรก็ตาม เมื่อดาร์คไนท์พบกับเมอร์ลิน เขาก็ไม่สามารถเปิดเผยความสามารถที่แท้จริงออกมาได้ทัน ก่อนที่เขาจะพ่ายแพ้ไปในที่สุด
“ดาร์คไนท์ คุณได้สร้างกองกำลังบนหุบเขาราตรีนิรันดร์แต่ทำไมคุณไม่ไปที่เมืองที่อ่อนแอกว่าและสร้างสมาคมการค้าแทน? ด้วยวิธีนี้คุณจะสามารถรับทรัพยากรได้อย่างต่อเนื่อง ทำไมคุณถึงเลือกที่จะอยู่บนหุบเขาราตรีนิรันดร์ที่รกร้างห่างไกลผู้คน?”
เมอร์ลินงงมาก มิตินี้แตกต่างอย่างมากจากดินแดนอันรุ่งโรจน์ ในดินแดนอันรุ่งโรจน์ ทรัพยากรส่วนใหญ่มีอยู่ในสถานที่ที่ยังไม่ถูกค้นพบและไม่สามารถเข้าไปถึงพวกคนธรรมดาได้ ดังนั้นพวกเขาจะไม่โอกาสที่จะเข้าถึงเส้นทางของนักเวทย์
อย่างไรก็ตาม ในมิติใหม่นี้ เหล่าคนธรรมดามีความรอบรู้เรื่องคาถา แม้แต่คนธรรมดาก็ยังสามารถระบุวัสดุล้ำค่าบางอย่างได้ นอกจากนี้ วัตถุล้ำค่าจำนวนมากยังมีขายต่อสาธารณะและไม่ถูกทิ้งไว้ในที่รกร้างที่ไม่มีคนอาศัยอยู่
เมื่อได้ยินคำถามของเมอร์ลิน พ่อมดดาร์คไนท์ก็ดูเหมือนทำอะไรไม่ถูก “นายท่าน มันไม่ง่ายอย่างที่ตาเห็นหรอกขอรับ มีเมืองเล็ก ๆ ในบริเวณใกล้เคียงที่อาจอ่อนแอกว่าแต่ก็ยังยากที่จะพิชิตได้ อย่าหลงกลกับสิ่งที่เราพบเจอในเมืองโบลเดอร์ พวกเขาอาจดูเหมือนกำลังเติบโตอย่างมั่งคั่งแต่สมดุลภายในกำลังสั่นคลอน เมืองนี้และเมืองอื่น ๆ นับไม่ถ้วนรอบ ๆ นี้อยู่ภายใต้อิทธิพลของเมืองบิสค์ พวกเขาต้องจ่ายเงินกับหินธาตุจำนวนมากในแต่ละปี เมืองเล็ก ๆ บางเมืองไม่สามารถจ่ายได้เลย”
“ดังนั้น การอยู่บนหุบเขาราตรีนิรันดร์ของพวกเรา ทำให้พวกเราไม่ต้องจ่ายหินธาตุใด ๆ ให้พวกเขา นอกจากนี้ยังมีความลับที่คนอื่นไม่รู้ มีพื้นที่ลับในหุบเขาราตรีนิรันดร์ซึ่งเป็นแหล่งวัสดุปรุงยาที่หายากและล้ำค่าทุกชนิด ฮี่ฮี่ พวกเราพึ่งพาหุบเขาแห่งนี้เพื่อแลกเปลี่ยนทรัพยากรที่หลากหลายอย่างไม่รู้จบ แม้ว่าใครจะให้เมืองเล็ก ๆ แก่เรา เราก็ไม่เต็มใจที่จะจากไป”
ดวงตาของเมอร์ลินเป็นประกาย ตอนนี้มันสมเหตุสมผลแล้วที่ดาร์คไนท์เลือกที่จะอยู่บนหุบเขาราตรีนิรันดร์เป็นเวลาหลายปีและนักเวทย์จำนวนมากเต็มใจที่จะอยู่กับเขาบนภูเขา ไม่ใช่อิทธิพลเกินควรแต่เป็นผลประโยชน์ที่จับต้องได้
แต่แน่นอนว่า ผลประโยชน์นี้มันเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับเหมืองหินธาตุขนาดใหญ่ ดังนั้นเมื่อดาร์คไนท์รู้เกี่ยวกับเหมืองหินธาตุจากเวสตันแห่งเมืองทากัน เขาก็ไม่ลังเลใจและออกจากหุบเขาทันที
“นายท่าน เราใกล้จะถึงแล้ว!”
ไม่นานพวกเขาก็เข้าใกล้หุบเขาราตรีนิรันดร์ ดังนั้นรอยยิ้มจึงเริ่มปรากฏบนใบหน้าของพ่อมดดาร์คไนท์ อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ คลื่นแห่งความผันผวนของพลังธาตุเริ่มกระเพื่อมผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดสนิท
มีคนร่ายคาถา
“มีคนต่อสู้อยู่ข้างหน้า เกิดอะไรขึ้นในหุบเขาราตรีนิรันดร์ในระหว่างที่ฉันไม่อยู่”
สีหน้าของพ่อมดดาร์คไนท์เปลี่ยนไปในทันที ความคิดแรกที่เข้ามาในหัวของเขาคือหุบเขาราตรีนิรันดร์กำลังตกอยู่ในอันตราย อย่างไรก็ตาม เขาเพิ่งออกจากภูเขาไปสองสามวันและหุบเขาราตรีนิรันดร์ก็ไม่ใช่ลูกนกที่เพิ่งเกิดใหม่ นักเวทย์ทุกคนในละแวกนี้รู้ดีถึงการมีอยู่ของนักเวทย์บนหุบเขาราตรีนิรันดร์ ใครจะกล้าสร้างปัญหาให้กับพวกเขา
“เรารีบไปดูกันเถอะ”
เมอร์ลินรู้ว่าพ่อมดดาร์กไนท์ต้องรู้สึกวิตกกังวลอย่างมาก ดังนั้นเขาจึงเพิ่มความเร็ว เงาดำมืดทั้งสองทะยานผ่านท้องฟ้ายามราตรี สว่างราวกับสายลม มุ่งตรงไปยังหุบเขาราตรีนิรันดร์อย่างรวดเร็ว
*หวู่ม!*
ในไม่ช้า ทั้งคู่ก็มาถึงหุบเขาราตรีนิรันดร์ ทันทีที่มาถึงพวกเขาก็พบกับกองกำลังนักเวทย์ที่เป็นปฏิปักษ์จำนวนหนึ่ง เสื้อผ้าของพวกเขาดูโดดเด่นกว่านักเวทย์ที่แต่งตัวคล้ายกับพ่อมดดาร์คไนท์
โดยผู้นำของฝ่ายหลังคือนักเวทย์ระดับสี่สองคนซึ่งเมอร์ลินคิดว่าน่าจะเป็นลูกน้องของดาร์คไนท์
ในทางกลับกัน ฝ่ายตรงข้ามสวมชุดคลุมพ่อมดสีแดงสดและดูมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พวกเขายังถูกนำโดยนักเวทย์ระดับสี่สองคน แม้ว่าจำนวนของพวกเขาจะน้อยกว่า มีเพียงสี่หรือห้าคนเท่านั้น
ทั้งสองฝ่ายกำลังต่อสู้อย่างดุเดือด พื้นดินรอบ ๆ พวกมันเกลื่อนไปด้วยหลุมและรอยบุบ อาจเป็นเศษเสี้ยวของเวทมนตร์ที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้
“พวกนั้นคือนักเวทย์จากเมืองบิสค์ ทำไมพวกเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้!?”
เมื่อพบนักเวทย์ในชุดคลุมสีแดงสด ใบหน้าของดาร์คไนท์ก็มืดลง เครื่องแบบที่ดูแปลกจานี้ มันเป็นของนักเวทย์แห่งเมืองบิสค์
อย่างไรก็ตาม เมืองบิสค์นั้นอยู่ห่างจากหุบเขาราตรีนิรันดร์มากดังนั้นทำไมพวกเขาถึงมาที่แห่งนี้อย่างกะทันหัน?
“ไม่อยากจะเชื่อเลย พวกแกบังอาจครอบครองหุบเขาแห่งนี้ซึ่งเต็มไปด้วยวัสดุปรุงยาที่หายากและล้ำค่า ของพวกนี้จะต้องตกเป็นของเมืองบิสค์! ถ้าไม่ใช่เพราะความพยายามสืบค้นอย่างยาวนาน เราก็คงไม่ได้ค้นพบหุบเขาที่น่าตื่นตาเช่นนี้! ฮ่าฮ่า รอจนกว่าเราจะรายงานกลับไปที่ท่านพ่อมดแทมเบิร์ตก่อนเถอะ ฉันแน่ใจว่าพวกเราจะได้รับรางวัลอันล้ำค่า!”
นักเวทย์ในชุดคลุมสีแดงสดเหล่านี้มาจากเมืองบิสค์แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมาที่หุบเขาราตรีนิรันดร์อย่างตั้งใจที่จะค้นหา ‘ความลับ’ ของหุบเขาแห่งนี้
หัวใจของดาร์คไนท์เต้นรัว เขากระซิบเสียงต่ำว่า “บัดซบ พวกเราถูกพบแล้ว! ฉันได้ย้ำนักย้ำหนาแล้ว่า อย่าขายวัสดุปรุงยาอันล้ำค่าบ่อยเกินไปเพราะมันดึงดูดความสนใจโดยไม่จำเป็น พวกเขาคงไม่เชื่อฟังคำสั่งของฉันและขายวัสดุล้ำค่าจำนวนมากอีกครั้ง มันต้องได้รับความสนใจจากเมืองบิสค์ ดังนั้นพวกเขาจึงติดตามไปจนถึงหุบเขาราตรีนิรันดร์”
เห็นได้ชัดว่าจิตใจของดาร์คไนท์อยู่ในความร้อนรนอย่างสมบูรณ์และเขาไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร เมื่อพวกเขาถูกค้นพบโดยเมืองบิสค์ มันคงเป็นไปไม่ได้สำหรับพวกเขาที่จะยึดครองหุบเขาได้ แม้แต่ดาร์คไนท์เองก็ยังตกอยู่ในอันตรายอย่างใหญ่หลวง
พ่อมดแทมเบิร์ตจากเมืองบิสค์เป็นพ่อมดระดับเจ็ดที่ทรงพลังซึ่งมีความโลภเป็นพิเศษ เหมืองหรือสมบัติใด ๆ ที่อยู่ในขอบเขตอิทธิพลของเขา เขาจะเอาพวกมันมาเป็นของตัวเอง ในทำนองเดียวกัน เมื่อแทมเบิร์ตค้นพบหุบเขาอันน่าอัศจรรย์อย่างหุบเขาราตรีนิรันดร์แล้ว มันคงจะเป็นไปไม่ได้ที่จะรักษาไว้
“ฮึ่ม! ก็ลองดูสิ คิดว่าพวกเราจะปล่อยให้พวกแกกลับไปได้ง่าย ๆ งั้นเหรอ?”
นักเวทย์ระดับสี่ที่เหลืออยู่สองคนบนหุบเขาราตรีนิรันดร์ พวกเขาเข้าใจความสำคัญของสถานการณ์ดี ดังนั้นพวกเขาจึงตั้งใจแน่วแน่ที่จะทำให้นักเวทย์จากเมืองบิสค์อยู่ที่นี่ตลอดไป
ดังนั้น ภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดสนิท พายุที่รุนแรงจึงพัดเข้าด้วยกันกลายเป็นพายุทอร์นาโดที่ดุร้ายและพุ่งเข้าหานักเวทย์ที่สวมชุดสีแดง
นี่เป็นคาถาระดับสี่และพลังของมันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะมองข้ามได้ นักเวทย์ชุดแดงสองสามคนไม่กล้าทำอะไรอีกต่อไปเนื่องจากนักเวทย์บนหุบเขาราตรีนิรันดร์มีความได้เปรียบเหนือพวกเขา
นักเวทย์ชุดแดงคนหนึ่งเยาะเย้ย “ฮี่ฮี่ ตอนนี้พวกแกทุกคนเตรียมตัวตายได้เลย เมื่อเรากลับไปรายงานกับท่านพ่อมดแทมเบิร์ตได้เมื่อไหร่ เขาจะส่งนักเวทย์อันทรงพลังและทำลายภูเขาลูกนี้ให้ราบคาบ! ไปกันเถอะ!”
เสื้อคลุมสีแดงที่พ่อมดเหล่านี้สวมใส่เริ่มปล่อยอักษรรูนออกมาเป็นชุด อักษรรูนกลายเป็นโล่ขนาดใหญ่บนท้องฟ้าที่กั้นพายุทอร์นาโดที่โหมกระหน่ำ
นี่คือวงแหวนเวทย์ที่ประกอบขึ้นจากการแกะสลักบนเสื้อคลุมของพวกเขา ถือว่ามันเป็นอุปกรณ์เวทมนต์แบบจำลอง แม้ว่าจะไม่น่าประทับใจเท่าอุปกรณ์เวทมนต์ของจริงก็ตาม
เสื้อคลุมยาวของพ่อมดชุดแดงเหล่านี้สามารถเปล่งอักษรรูนที่สร้างวงเวทย์รูนป้องกันเพื่อต้านทานการโจมตีด้วยเวทย์มนตร์ของนักเวทย์จำนวนมากบนหุบเขาราตรีนิรันดร์ แม้แต่เมอร์ลินก็ยังประหลาดใจกับพลังป้องกันนี้
เมื่อพวกเขาต้านทานการโจมตีได้ เหล่านักเวทย์ชุดแดงก็ไม่ลังเลอีกต่อไปแล้วจึงบินลงจากภูเขา พวกเขาต้องการหายตัวไปในตอนกลางคืนโดยเร็วที่สุด เพื่อหนีกลับไปที่เมืองบิสค์และรายงานเรื่องที่พวกเขาพบกับพ่อมดแทมเบิร์ต
เมื่อเห็นนักเวทย์ชุดแดงที่กำลังจะหายตัวไปในยามค่ำคืน พวกนักเวทย์บนหุบเขาราตรีนิรันดร์ก็เริ่มหน้าซีด คราวนี้พวกเขาประสบปัญหาร้ายแรง
"นายท่าน!"
พ่อมดดาร์คไนท์เริ่มตื่นตระหนก เขากระวนกระวายใจที่จะดำเนินการและหยุดพวกนักเวทย์ชุดแดงไม่ให้หนีกลับไปที่เมืองบิสค์ หากพวกเขาสามารถกลับมายังเมืองบิสค์ได้ มันก็คงจะอันตรายมากเพราะพ่อมดแทมเบิร์ตจอมละโมบ เขาจะไม่ยอมปล่อยมือจากที่นี่ไปง่าย ๆ
“ไม่ต้องห่วง พวกเขาหนีไม่พ้นหรอก!” เมอร์ลินหรี่ตาลง จากนั้นร่างของเขาก็พุ่งเร็วขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าและหายไปในท้องฟ้ายามค่ำคืน พ่อมดดาร์คไนท์ที่มองเขาอยู่ครู่หนึ่งก็ตกตะลึง
*หวู่ม!*
ในคืนที่มืดมิด ทันใดนั้น ร่างที่มืดมิดก็ปรากฏขึ้น ร่างเงาได้ขวางทางของกลุ่มนักเวทย์ชุดแดง พวกเขาต่างงุนงงเล็กน้อยเพราะพวกเขาไม่ได้สัมผัสถึงความผันผวนของธาตุใด ๆ จากบุคคลเบื้องหน้าได้เลยซึ่งทำให้การป้องกันของพวกเขาสูงขึ้น
"แกเป็นใคร?"
“นครเกล็ดน้ำแข็ง!”
เมอร์ลินไม่สนใจที่จะสนทนากับนักเวทย์ชุดแดงเหล่านี้ เขาใช้นครเกล็ดน้ำแข็งทันที จากนั้น ลำแสงโปร่งแสงก็ลงมา คาถานี้สามารถหยุดแม้กระทั่งนักเวทย์ระดับเจ็ดได้ ดังนั้นแค่นักเวทย์ระดับสามและสี่ มันจึงสามารถหยุดพวกเขาได้อย่างสบาย ๆ
*แคร่ก*
ภายใต้การระเบิดพลังอันหนาวเหน็บ นักเวทย์ชุดแดงแต่ละคนถูกแช่แข็งเป็นประติมากรรมน้ำแข็ง เสื้อคลุมของพวกเขาไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง
*ครืน!*
เมื่อนักเวทย์ชุดแดงทั้งหมดถูกแช่แข็งเป็นประติมากรรมน้ำแข็ง เมอร์ลินก็สะบัดนิ้วเบา ๆ และพายุขนาดมหึมาก็เริ่มก่อตัวขึ้น ในชั่วพริบตา พายุขนาดมหึมาได้ทุบประติมากรรมน้ำแข็งให้เป็นเศษเล็กเศษน้อยและปลิวว่อนไปตามท้องฟ้ายามค่ำคืน
“ฟู่…”
สายลมแผ่วเบาพัดผ่านมา เมอร์ลินเงยหน้าขึ้นและเห็นกลุ่มนักเวทย์กลุ่มใหญ่ปรากฏตัวต่อหน้าเขา พวกเขาทั้งหมดเป็นนักเวทย์จากหุบเขาราตรีนิรันดร์ พวกเขารีบเร่งมาทางเมอร์ลินพวกหยุดเหล่านักเวทย์ชุดแดงแต่กลับได้เห็นฉากที่ไม่น่าเชื่อปรากฏขึ้นมาในสายตาของพวกเขา
มันง่ายที่จะจัดการนักเวทย์ระดับสามเพียงไม่กี่คน แต่ถึงกระนั้นก็มีนักเวทย์ระดับสี่สองคนเป็นผู้นำและทุกคนสวมใส่เสื้อคลุมสลักอักษรรูนป้องกันพิเศษจากเมืองบิสค์ อย่างไรก็ตาม พวกเขาถูกฆ่าอย่างง่ายดายโดยนักเวทย์ที่ไม่รู้จักและฝ่ายหลังยังสามารถฆ่าพวกเขาได้อย่างฆ่าดายอีกด้วย
“แกมาหาวัสดุปรุงยาบนหุบเขาราตรีนิรันดร์ด้วยอย่างงั้นเหรอ!?”
นักเวทย์จากหุบเขาราตรีนิรันดร์แลกเปลี่ยนสายตากับเมอร์ลินอย่างระมัดระวัง แม้ว่านักเวทย์ลึกลับที่ปรากฏตัวขึ้นจากที่ไหนสักแห่งและได้ฆ่านักเวทย์ชุดแดงจากเมืองบิสค์ไป แต่พวกเขาไม่สามารถยืนยันได้ว่าเขาเป็นมิตรหรือศัตรู
“รีมัส คีเวลล์ หยุดเดี๋ยวนี้!”
ในระหว่างที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด พ่อมดดาร์คไนท์ก็มาถึงในที่สุด เขาตะโกนใส่นักเวทย์ระดับสี่สองคนของหุบเขาราตรีนิรนดร์ทันที