เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WS บทที่ 454 ความแน่วแน่ของเมืองทากัน

WS บทที่ 454 ความแน่วแน่ของเมืองทากัน

WS บทที่ 454 ความแน่วแน่ของเมืองทากัน


“ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่ามิติใหม่นี้จะมีทรัพยากรมากมาย ไม่น่าแปลกใจที่จอมเวทย์ในตำนานจำนวนนับไม่ถ้วนได้เดินทางเข้าไปในแดนว่างเปล่าเพื่อค้นหามิติที่ไม่มีใครครอบครอง…”

เมื่อเมอร์ลินออกจากสาขาของปราสาทเจิดจรัส หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความคิดต่าง ๆ มากมาย ที่สาขา ไม่เพียงแต่เขาได้เจอคาถาต่าง ๆ เขายังค้นพบพลังปีศาจแพนโดร่าและยาวิเศษมากมายกว่าดินแดนอันรุ่งโรจน์มี เขายังเห็นส่วนผสมของยาและวัสดุการเล่นแร่แปรธาตุที่ไม่เคยเห็นอีกด้วย

หากนักเวทย์คนใดออกจากดินแดนอันรุ่งโรจน์เห็นวัสดุเหล่านี้ พวกเขาก็จะต้องตะลึงงันเพราะวัสดุเหล่านี้บางส่วนเกือบจะสูญพันธุ์ในดินแดนอันรุ่งโรจน์ อย่างไรก็ตาม ที่แห่งนี้ พวกมันเป็นสิ่งของทั่วไปและไม่ถือว่ามีค่ามากมายนัก

ทุกสิ่งที่เมอร์ลินเห็นในวันนี้ทำให้เขารู้สึกว่าสิ่งที่เรียกว่ายุครุ่งโรจน์ที่สุดของนักเวทย์ซึ่งถือเป็นตำนานในดินแดนอันรุ่งโรจน์ไม่ได้หายไป ในทางตรงกันข้าม มันยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องในมิติต่าง ๆ นับร้อยนับพัน ในที่ใดที่หนึ่ง เหล่านักเวทย์ยังคงอยู่ในยุครุ่งโรจน์ที่สุดของพวกเขา!

“นายท่าน เราจะไปที่ไหนขอรับ?”

"ไปไหนงั้นเหรอ? เราจะตรงไปเมืองทากัน ยิ่งเราพบแผนที่และเหมืองหินธาตุเร็วขึ้นเท่าไร เราก็ยิ่งร่ำรวยเร็วขึ้นเท่านั้น”

เป้าหมายของเมอร์ลินชัดเจนมาก เขาต้องการควบคุมเหมืองหินธาตุขนาดใหญ่นั้น เมื่อเขามีเหมืองแล้ว เขาก็จะมีความมั่งคั่งอย่างคาดไม่ถึง จากความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรและตลาดที่เปิดกว้างในมิตินี้ ตราบใดที่เขามีหินธาตุ เขาจะสามารถซื้อสมบัติใดก็ได้ที่เขาต้องการ

ดังนั้น เมอร์ลินจึงค่อนข้างกระตือรือร้นที่จะรีบไปที่เมืองทากัน อย่างไรก็ตาม ดาร์คไนท์เผยท่าทีลังเลขึ้นมา เขาอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็หยุดตัวเองไว้

“มีเรื่องอะไรเหรอพูดมาได้เลย มีอะไรกวนใจคุณหรือเปล่า?”

เมอร์ลินเห็นว่าดาร์คไนท์ต้องการพูดอะไรบางอย่าง ดาร์คไนท์ถอนหายใจเฮือกใหญ่และพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “นายท่าน ฉันต้องการกลับไปที่หุบเขาราตรีนิรันดร์ก่อนแล้วจึงพาลูกน้องของฉันลงไปช่วยนายท่าน!”

ความตั้งใจที่แท้จริงของดาร์คไนท์คือการให้ลูกน้องของเขาที่อยู่บนหุบเขาราตรีนิรันดร์เพื่อติดตามเมอร์ลิน ท้ายที่สุดแล้ว เมอร์ลินเป็นนักเวทย์ที่มาจากสวรรค์และทรงอานุภาพสูง การติดตามเมอร์ลินไม่ได้ทำให้อับอายแม้แต่น้อยและอาจเป็นประโยชน์กับพวกเขาอย่างมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าพวกเขาติดตามเมอร์ลินตอนนี้ก่อนที่จะพิชิตเหมืองหินธาตุและเมื่อพิชิตได้สำเร็จ เมอร์ลินจะตอบแทนพวกเขาอย่างงดงามอย่างแน่นอน

ปากของเมอร์ลินโค้งเป็นรอยยิ้มจาง ๆ แน่นอนว่าเขามองแผนการของดาร์คไนท์ออก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมจริง ๆ อย่างน้อยหลังจากที่พวกเขาพบเหมืองแล้ว มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะนำหินธาตุออกมาได้ทั้งหมด แน่นอนว่างานเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้จำเป็นต้องทำโดยใครบางคนและดาร์คไนท์กับลูกน้องของเขาเหมาะสมที่จะรับงานนี้ไป

เมื่อเมอร์ลินเข้าใจทุกอย่างแล้ว เขาก็พยักหน้า “ได้สิแต่ก่อนอื่นเราจะไปบอกลาท่านหญิงฟิลลีก่อน จากนั้นเราจะตรงไปยังภูเขาราตรีนิรันดร์กัน”

"ขอรับ นายท่าน!" พ่อมดดาร์คไนท์รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เขารีบกลับไปที่บ้านของท่านหญิงฟิลลี่พร้อมกับเมอร์ลิน

...

ในห้องโถงใหญ่ของเมืองทากัน ใบหน้าของเจ้าเมืองเวสตันแสดงความเจ็บแค้นออกมา เขาเพิ่งได้รับข่าวว่าพ่อมดดาร์คไนท์และพวกที่เขาได้จ้างวานเมื่อเร็ว ๆ นี้ ไม่ได้ฆ่าฟิลลีแต่เขากลับปรากฏตัวในเมืองโบลเดอร์แทน

แม้ว่าเวสตันจะเป็นเจ้าเมืองแต่สมาชิกสามคนจากครอบครัวของเขาเป็นผู้อาวุโสของพันธมิตรการค้าในเมืองทากัน ดังนั้น ตระกูลของเวสตันจึงควบคุมเมืองทากันทั้งหมด

“บ้าจริง ฟิลลีได้ยื่นข้อเสนออะไรให้ดาร์คไนท์หรือเปล่า?”

ใบหน้าของเวสตันดูมืดมนมาก เขาพิจารณาความเป็นไปได้ต่าง ๆ แต่สุดท้ายก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมดาร์คไนท์ถึงปล่อยให้ฟิลลีหลุดมือไป

จนถึงตอนนี้ ข่าวทั้งหมดที่เวสตันได้รับก็คือดาร์คไนท์และฟิลลีอยู่ในเมืองโบลเดอร์ สำหรับรายละเอียดปลีกย่อยเขาไม่มีพวกมัน

“เวสตัน ใจเย็นไว้ก่อน!”

ขณะที่เวสตันรู้สึกว่าเขาไม่รู้ว่าต้องทำอะไรและเริ่มเต็มไปด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ชายชราหลังคร่อมได้เดินโซเซเข้ามาอย่างช้า ๆ เข้าไปในห้องโถงใหญ่

"ท่านพ่อ ท่านมาที่นี่ทำไม?”

เวสตันรีบไปหาชายชราและช่วยประคองเขา นี่คือพ่อของเขา เขาเป็นหนึ่งในผู้อาวุโสของพันธมิตรการค้าในเมืองทากันทั้งหมด

“ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่? ถ้าฉันไม่มา ลูกก็คงบ่นเหมือนลูกหมาหลงทางและไม่รู้ว่าต้องทำยังไงติ่ไป จริง ๆ แล้ว ทางออกของปัญหา มันง่ายมาก ลูกไม่ควรใช้แผนที่ของเหมืองหินธาตุเพื่อต่อรองกับดาร์คไนท์ สมมุติว่าถ้าดาร์คไนท์ไม่ไว้ใจเราและต้องการส่วนแบ่งที่มากขึ้น ลูกคิดว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป?”

เวสตันคร่ำครวญ ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงความเป็นไปได้ที่น่ากลัว

“ท่านพ่อ ท่านกำลังจะบอกว่าดาร์คไนท์กับฟิลลีบรรลุข้อตกลงบางอย่างและเขาได้เปิดเผยเรื่องเหมืองหินธาตุแก่เมืองโบลเดอร์งั้นหรือ? แล้วจากนั้นหุบเขาราตรีนิรันดร์และเมืองโบลเดอร์จะร่วมมือกันเพื่อให้แย่งชิงเหมืองหินธาตุทั้งหมด!”

ในที่สุดเวสตันก็เข้าใจความหมายของพ่อของเขา ตามข่าวที่เขาได้รับมา มีความเป็นไปได้ชัดเจนว่าดาร์คไนท์อาจทำอย่างนั้นได้ เมื่อกองกำลังของหุบเขาราตรีนิรันดร์เข้าร่วมกองกำลังของเมืองโบลเดอร์ หากเป็นอย่างนั้น เมืองทากันทั้งเมืองก็จะตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง

“ท่านพ่อ แล้วพวกเราควรทำอย่างไรดี? พวกเราชาวเมืองทากันไม่สามารถนั่งเฉย ๆ และรอให้พวกเขามาฆ่าพวกเราได้!”

ในเวลานี้ เวสตันไม่มีวิธีแก้ปัญหาที่ได้ผลอีกต่อไป หัวใจของเขาวิตกกังวลอย่างมากและเขารู้สึกเสียใจจริง ๆ ที่บอกดาร์คไนท์เกี่ยวกับเหมืองหินธาตุ มิเช่นนั้น เมืองทากันคงไม่ตกอยู่ในหายนะเช่นนี้

หากหุบเขาราตรีนิรันดร์ร่วมมือเมืองโบลเดร์จริง ๆ มันคงเป็นจุดจบของเมืองทากัน!

“ฮึ่ม เวสตัน ลูกก็เป็นแบบนี้เสมอ ไม่น่าแปลกใจที่ลูกไม่เคยเป็นคู่ต่อสู้ที่คู่ควรกับฟิลลี! ผู้หญิงคนนั้นร้ายกาจจริง ๆ เธอสามารถขัดขวางธุรกิจของเมืองทากันได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี จากเมืองการค้าที่จอแจกลายเป็นเมืองเงียบเหงาราวกับป่าช้า!”

“ถึงกระนั้น เมืองทากันจะนั่งเฉย ๆ ไม่ทำอะไรได้อย่างไร? โชคดีที่เราค้นพบเหมืองหินธาตุขนาดใหญ่ ลูกลองนึกภาพถึงความมั่งคั่งมหาศาลพวกนั้นดูสิ มันจะมีขนาดมหึมาขนาดไหน? ในอดีตเรามีความโลภมากเกินไป พยายามที่จะผูกขาดมันเพื่อตัวเราเอง แม้ว่าเราจะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ เราจึงวางแผนที่จะแบ่งมันกับดาร์คไนท์แต่แผนก็พังไม่เป็นท่า”

“เนื่องจากตอนนี้ เรามีทั้งหุบเขาราตรีนิรันดร์กับเมืองโบลเดอร์กำลังจับตาดูเหมืองอยู่ ทำไมเราไม่มอบเหมืองหินธาตุให้กับพ่อมดผู้ทรงพลังล่ะ ฮิฮิ แม้ว่าเราจะติดตามนักเวทย์ผู้ทรงพลังคนนั้นและได้รับหินคริสตัลธาตุเพียงครึ่งเดียว แต่มันก็มากเกินพอแล้ว เราสามารถพัฒนาเมืองทากันเพื่อแข่งขันกับเมืองโบลเดอร์ได้!”

เวสตันมองอย่างว่างเปล่า เนื่องจากครึ่งหนึ่ง มันน้อยเกินไป แม้แต่ในข้อตกลงกับดาร์คไนท์ เขาก็สัญญากับเขาแค่สองในสิบเท่านั้น

ในทางกลับกัน แผนในตอนนี้คือการได้รับหินธาตุเพียงครึ่งเดียว สิ่งนี้ค่อนข้างยากสำหรับเวสตันที่จะยอมรับ

“ท่านพ่อ นี่เป็นข้อเสนอของท่านหรือของสภาผู้อาวุโส?” เวสตันถามอย่างระมัดระวัง

“ฮึ่ม!”

ชายชราบ่นเบา ๆ “เวสตัน ลูกยังไม่เข้าใจสถานการณ์อย่างอย่างไร ดูเหมือนว่าลูกจะไม่เหมาะที่จะเป็นประธานกลุ่มพันธมิตรการค้าในเมืองทากันจริง ๆ เรื่องนี้ได้รับการตัดสินโดยสภาผู้อาวุโสเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ สิ่งที่ลูกต้องทำคือเดินทางไปยังเมืองบิสค์และเสนอแผนที่ของเหมืองหินธาตุแก่พ่อมดแทมเบิร์ต ลูกจงจำไว้ว่าลูกสามารถยอมรับเงื่อนไขใด ๆ ก็ได้ แต่ต้องแน่ใจว่าเมืองทากันต้องได้รับประโยชน์จากเหมืองและเราจะต้องได้รับผลตอบแทนอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง!”

อย่างไรก็ตาม ใบหน้าของเวสตันซีดจางอย่างเห็นได้ชัด เขาอดไม่ได้ที่จะแย้งว่า “ท่านพ่อ สภาผู้อาวุโสไม่ได้คิดผิดใช่มั้ย? เมืองบิสค์เป็นเมืองใหญ่และไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับเรา ยิ่งกว่านั้นในฐานะบุคคลที่ทรงพลังที่สุดในเมืองบิสค์ อย่างพ่อมดแทมเบิร์ตเป็นพ่อมดระดับเจ็ดที่ทรงพลัง เมื่อเขาเข้าไปพัวพันกับเหมืองแล้ว มันยังจะเหลืออะไรให้เมืองทากันอีก

นอกจากนี้การเรียกร้องเพียงครึ่งเดียวก็ขาดทุนมากเกินไป มาคิดกันใหม่ดีกว่า บางทีอาจมีวิธีอื่นที่เราสามารถต้านทานกองกำลังของเมืองโบลเดอร์และหุบเขาราตรีนิรันดร์ได้โดยไม่ต้องมอบเหมืองให้แทมเบิร์ต!”

เวสตันรู้จักพ่อมดแทมเบิร์ตจากเมืองบิสค์เป็นอย่างดี เขาเป็นพ่อมดอันดับหนึ่งในบรรดาเมืองนับไม่ถ้วนในบริเวณใกล้เคียงนี้ เขาเป็นพ่อมดระดับเจ็ดที่ทรงพลังซึ่งเคยฆ่าภูตดินระดับเจ็ด เป็นเพราะการมีอยู่ของพ่อมดแทมเบิร์ตที่ดุร้ายจึงไม่มีผู้ใดกล้าสร้างปัญหาใกล้เมืองบิสค์

อย่างไรก็ตาม แทมเบิร์ตก็โลภมากเช่นกัน ถ้าเขาพบว่ามีเหมืองหินธาตุหรือทรัพยากรหายากอยู่ที่ไหนสักแห่ง เขาจะรีบไปที่นั่นเป็นคนแรกเพื่ออ้างสิทธิ์ สิ่งนี้เคยเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว ดังนั้น เวสตันจึงไม่เข้าใจว่าทำไมสภาผู้อาวุโสถึงยอมมอบเหมืองให้แทมเบิร์ตด้วยความเต็มใจ

เมื่อมันถูกส่งมอบแล้ว เหมืองหินธาตุนี้จะถูกแย่งไปจากมืองของเมืองทากัน

“ลูกช่างโง่เขลาจริง ๆ รากฐานของเมืองทากันคือธุรกิจ! หากธุรกิจที่นี่เฟื่องฟูด้วยผลข้างเคียงจากการได้รับส่วนแบ่งจากเหมืองหินธาตุ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้อะไรเลย มันก็ไม่สำคัญ ยิ่งกว่านั้น เนื่องจากเราเต็มใจมอบมันให้แทมเบิร์ต แน่นอนว่า เขาจะเหลือส่วนเล็ก ๆ ให้พวกเรา ด้วยวิธีนี้เราจะได้ทั้งผลประโยชน์และพันธมิตรด้วย!

“อย่างไรก็ตาม หากเราไม่มอบมันให้แทมเบิร์ต เราจะต้องเผชิญการโจมตีจากหุบเขาราตรีนิรันดร์และเมืองโบลเดอร์ เมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้น เมืองทากันก็จะหายไปอย่างสมบูรณ์ แล้วเราจะมีประโยชน์อะไรในการยึดเหมืองเอาไว้ล่ะ?”

คำพูดของชายชราทำให้สีหน้าของเวสตันเปลี่ยนไป แท้จริงแล้ว เหตุผลที่เมืองทากันต้องตกสู่สภาวะตกต่ำก็เพราะธุรกิจของพวกเขาไม่เจริญรุ่งเรือง ธุรกิจทั้งหมดถูกเมืองโบลเดอร์แย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดไป

หากสามารถใช้ประโยชน์จากเหมืองหินธาตุได้ ตัวเหมืองจะไม่ถูกย้ายไม่ว่าใครจะเป็นเจ้าของมันก็ตาม ในแง่ของตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ เมืองที่ใกล้ที่สุดคือเมืองทากัน ดังนั้นเมืองทากันจะได้รับประโยชน์จากข้อได้เปรียบนี้และจะสร้างเมืองการค้าที่เจริญรุ่งเรืองขึ้นใหม่

นี่คือรากฐานที่แท้จริงของเมืองทากัน แม้ว่าเหมืองหินธาตุจะน่าหลงใหลอย่างเหลือเชื่อแต่ก็ไม่มีใครในเมืองทากันสามารถต้านทานขุมพลังที่อยู่ด้านนอกได้ การพยายามพิชิตมันด้วยกำลัง มันจะดึงดูดความหายนะและความสูญเสียที่ไม่สามารถประเมินค่าได้

“เฮ้อ…”

เวสตันถอนหายใจยาวและพยักหน้า “ท่านพ่ออย่ากังวลไป ฉันจะรีบไปที่เมืองบิสค์และเชิญแทมเบิร์ตมาที่นี่!”

“ดีมาก คราวนี้พาคนไปด้วย อย่าให้เมืองโบลเดอร์รู้เด็ดขาด ไปเตรียมตัวออกเดินทางเดี๋ยวนี้เลย”

ดังนั้นเวสตันจึงเริ่มเตรียมการทันที รถม้าออกจากเมืองทากันตอนกลางดึกและรีบวิ่งไปที่เมืองบิสค์อย่างเงียบ ๆ

จบบทที่ WS บทที่ 454 ความแน่วแน่ของเมืองทากัน

คัดลอกลิงก์แล้ว