เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WS บทที่ 450 มิติใหม่ PART 2

WS บทที่ 450 มิติใหม่ PART 2

WS บทที่ 450 มิติใหม่ PART 2


กำลังโหลดไฟล์

“มิติ มันเป็นมิติใหม่อย่างสมบูรณ์!”

ขณะที่เขาก้าวเข้าสู่มิติใหม่จากแดนว่างเปล่า เมอร์ลินรู้สึกถึงแรงโน้มถ่วงมหาศาล ทำให้เขาพุ่งลงเป็นเส้นตรงโดยไม่มีการต่อต้าน แรงเสียดทานจากความเร็วที่ตกลงมาของเขากับอากาศทำให้เกิดเปลวไฟ

โชคดีที่เมอร์ลินได้สร้างคาถาระดับห้า ปราการทรงกลด ในทันทีที่เขาเข้าสู่มิติ เขาได้ร่ายมันออกมา ดังนั้นเขาจึงสามารถเอาชีวิตรอดจากผลของแรงโน้มถ่วงมหาศาลดังกล่าวได้

อย่างไรก็ตาม เขาไม่มีทางควบคุมความเร็วของเขาได้และทำได้เพียงมองดูพื้นดินที่ใกล้เข้ามาอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อถึงจุดนี้ เขาทำได้เพียงหวังว่าปราการทรงกลดและร่างกายที่ทนทานของเขาเท่านั้น มันจะสามารถรับแรงกระแทกเมื่อเขาปะทะกับพื้นดินได้

*ตูม!*

ในที่สุดเมอร์ลินก็กระแทกกับพื้นอย่างแรง ทำให้พื้นดินทั้งหมดสั่นสะเทือน ความร้อนจากการเสียดสีทำให้ใบไม้ในบริเวญนั้นไหม้เกรียม ยังดีที่ไฟไม่ลุมลามมากนักและค่อย ๆ ดับไป

หลุมลึกและกว้างได้ปรากฏขึ้นในพื้นดิน ล้อมรอบด้วยดินที่ไหม้เกรียม

ท่านหญิงฟิลลีจ้องเขม็งไปที่หลุมในพื้นดิน ทางด้านนักเวทย์ชุดดำอีกสี่คนเพิ่งเห็นลูกไฟตกลงมาจากท้องฟ้าและกระแทกเข้ากับพื้นอย่างรุนแรง

ยิ่งไปกว่านั้น สถานที่ที่ลูกไฟตกลงมาอยู่ไม่ไกลจากพวกเขา มันเป็นภาพที่น่าตกใจซึ่งไม่ค่อยมีใครเห็นในช่วงชีวิตของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถฟื้นจากความรู้สึกที่ตกตะลึงได้เป็นเวลานาน

“ไปดูซิว่ามันคืออะไร?”

พ่อมดชุดดำที่อยู่ด้านหน้าออกคำสั่งให้นักเวทย์อีกคน นักเวทย์คนนั้นค่อนข้างลังเลแต่ดูเหมือนไม่กล้าฝ่าฝืนคำสั่งของพ่อมดชุดดำ ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงค่อย ๆ เคลื่อนเข้าหาหลุมลึกพร้อมกับตัวที่เกร็งตั้งแต่ที่หัวจรดเท้า

ดางหางลึกลับตกลงมาจากท้องฟ้าและหลุมลึกลึกลับทำให้นักเวทย์ชุดดำเหล่านี้ระมัดระวังตัวในทันที เมื่อนักเวทย์เข้าใกล้หลุม บางสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

*หวู่ม*

เงาสีดำโผล่ออกมาจากหลุมลึกลอยอยู่ในอากาศ มันค่อย ๆ ควบแน่นและกลายเป็นรูปร่าง มันเป็นแมวที่มีสีดำสนิท

แมวดำเหวี่ยงหางของเขาเบา ๆ ดวงตาสีเขียวชอุ่มของเขาจับจ้องไปที่ทุกคนที่อยู่ในขณะนี้ กระตุ้นความรู้สึกสั่นไหวในตัวพวกเขา หลังจากนั้น แมวดำก็พูดเป็นภาษามนุษย์ว่า

“เอาล่ะ เมอร์ลิน ออกมาเถอะ โชคของเราก็ไม่ได้แย่นักเพราะมีนักเวทย์อยู่ที่นี่!”

คำพูดภาษามนุษย์ของเจ้าแมวดำทำให้นักเวทย์ในชุดดำประหลาดใจ นักเวทย์ที่เข้าไปสำรวจตกใจกลัวจนต้องรีบหนี

ทันทีที่แมวดำพูดจบ ร่างเงาก็โผล่พ้นจากในหลุม ต่อจากนั้น พ่อมดหนุ่มที่มีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาสวมชุดพ่อมดสีดำตัวยาวก็ลอยขึ้นมาจากหลุมลึก

"อืม? มีนักเวทย์อยู่ที่นี่และมีความผันผวนของพลังธาตุด้วย!”

นักเวทย์หนุ่มที่ลอยอยู่กลางอากาศคือ เมอร์ลิน เขาและเจ้าแมวดำ ไดอามอสได้เข้าสู่มิติใหม่นี้จากแดนว่างเปล่า ภายใต้ผลกระทบของแรงโน้มถ่วงอันทรงพลัง พวกเขาไม่สามารถหยุดตัวเองจากการตกสู่พื้นดินได้

โชคดีที่เมอร์ลินไม่ใช่นักเวทย์ทั่วไป แม้แต่นักเวทย์ระดับเจ็ดก็ยังยากที่จะเอาชีวิตรอดจากแรงโน้มถ่วงและแรงกระแทกอันทรงพลังดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ด้วยปราการทรงกลดของเมอร์ลินและพลังปีศาจแพนโดร่า ผสานผืนพิภพที่ได้เพิ่มความสามารถในการป้องกันของมันอย่างมาก พลังปกป้องเช่นนี้ นักเวทย์ระดับเจ็ดส่วนใหญ่ไม่สามารถเทียบกับเขาได้ ด้วยพลังทั้งหมดนี้เอง เขาจึงสามารถทนต่อแรงกระแทกอันมหาศาลได้

ถึงเมอร์ลินจะเข้าสู่มิติใหม่ได้อย่างปลอดภัยแต่เขาก็ต้องคิดทบทวนให้ดีก่อนจะเข้าสู่มิติใหม่ เพราะมันอันตรายเกินไป ไม่น่าแปลกใจที่มีเพียงจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้นที่สามารถออกจากดินแดนอันรุ่งโรจน์และเข้าสู่แดนว่างเปล่าได้ มันเป็นเพราะการเข้าสู่มิติใหม่เพียงอย่างเดียวก็เป็นความท้าทายครั้งใหญ่สำหรับนักเวทย์แล้ว

โชคดีที่ในที่สุดเขาก็เข้าสู่มิติใหม่ได้สำเร็จ ยิ่งกว่านั้น เมื่อเข้าสู่มิติ เมอร์ลินสังเกตเห็นว่านักเวทย์ที่สวมชุดดำอยู่รอบตัวเขามีร่องรอยของพลังธาตุที่ผันผวนในอากาศ

นี่แสดงว่ามีนักเวทย์อยู่ที่นี่ สถานที่ที่มีนักเวทย์จะไม่มีเทพเจ้า บางทีมิตินี้อาจถูกครอบครองโดยจอมเวทย์ในตำนานบางคนไปแล้ว

นี่เป็นข่าวดีสำหรับเมอร์ลิน อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกเทพเจ้าค้นพบในมิตินี้และตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย

“แกเป็นใคร!?”

ขณะที่เมอร์ลินกำลังค่อย ๆ ปรับตัวกับสภานแวดล้อมใหม่ นักเวทย์ในชุดดำก็ถามด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น พ่อมดชุดดำค่อนข้างวิตกเมื่อพบชายแปลกหน้าคนนี้ที่เพิ่งปรากฏตัวพร้อมกับแมวดำที่พูดภาษามนุษย์บนไหล่ของเขา

เมื่อมองดูหลุมลึกขนาดมหึมา พวกเขาอาจสรุปได้ว่าชายหนุ่มลึกลับคนนี้ต้องไม่ใช่คนธรรมดา

“นักเวทย์ระดับสี่? ดูท่าเขาน่าจะเข้าใจอะไรหลาย ๆ อย่าง…”

เมอร์ลินพึมพำกับตัวเองเบา ๆ เขามาถึงมิติใหม่แล้วและความจำเป็นเร่งด่วนที่สุดของเขาคือการทำความเข้าใจถึงข้อมูลต่าง ๆ ของมิตินี้ หลังจากเรียนรู้เกี่ยวกับมิติใหม่นี้แล้ว เขาจึงจะตัดสินใจได้ว่าแผนการต่อไปของเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป

ขณะที่เขาคิดเรื่องนี้ เมอร์ลินไม่แม้แต่จะมองนักเวทย์คนอื่น ๆ และยกมือขึ้นเพื่อชี้ไปที่พ่อมดชุดดำสองสามคนที่อยู่ข้างหน้าเขา

*ครืน...*

ท้องฟ้าดูเหมือนจะมืดลงในพริบตา เมอร์ลินไม่ได้ใช้คาถาธาตุมืดระดับห้าที่เขาเพิ่งสร้างขึ้นใหม่แต่ใช้เพียงคาถาระดับสี่ของเขาเท่านั้น แม้ว่ามันจะเป็นคาถาระดับสี่ ราตรีมรณะแต่มันก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับกำราบนักเวทย์ระดับสามและสี่เหล่านี้

*ฉึก!*

อันตรายร้ายแรงซ่อนอยู่ในความมืด หลังจากพวกนักเวทย์ชุดดำตกลงไปในภาพลวงตา พวกเขาถูกสังหารโดยเงามืดอันลึกลับ พลังลวงตาเป็นสิ่งที่นักเวทย์ระดับสามไม่สามารถป้องกันได้ในตอนนี้

แม้แต่นักเวทย์ระดับสี่ก็ยังติดอยู่ในภาพลวงตา โชคดีที่เมอร์ลินไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าเขา ดังนั้นเขาจึงไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ

*หวู่ม*

เมอร์ลินได้ขับไล่ความมืดออกไป จากนั้น แก่นแท้แห่งรูนตรงหว่างคิ้วของเขาสั่นไหว หลังจากนั้นอักษรรูนลึกลับก็พุ่งเข้าหาพ่อมดระดับสี่อย่างรวดเร็ว

นี่คือวงเวทย์รูนผูกมัดซึ่งผูกมัดนักเวทย์ระดับสี่นี้อย่างง่ายดาย

“ฉันจะให้สองทางเลือกแก่คุณ ลงนามสัญญาทาสหรือไม่ก็ตายอยู่ตรงนี้!”

เมอร์ลินหยิบเอกสารสัญญาจากแหวนของเขา มันส่องแสงระยิบระยับราวกับลอยอยู่ในอากาศอย่างเงียบ ๆ

หากเมอร์ลินไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการหาข้อมูลของมิติใหม่นี้ เขาคงไม่ต้องเสียเอกสารสัญญาที่มีค่านี้กับนักเวทย์ระดับสี่

อย่างไรก็ตาม การแสดงออกของนักเวทย์ระดับสี่นั้นเปลี่ยนไปในพริบตา เขาตระหนักว่าพ่อมดหนุ่มตรงหน้าต้องการให้เขาลงนามสัญญาทาส นี่เป็นสัญญาที่โหดร้ายที่สุด

เมื่อเขาลงนามสัญญาแล้ว ชีวิตของเขาอยู่ในมือของคนอื่นโดยสมบูรณ์และเขาจะไม่มีวันมีโอกาสหลุดพ้นจากข้อจำกัดของสัญญา อย่างไรก็ตาม หากเขาไม่ลงนาม เขาก็จะถูกพ่อมดหนุ่มสังหารในพริบตาดังเช่นพรรคพวกของเขาก่อนหน้านี้

เขารู้ว่าคู่ต่อสู้ของเขาโหดร้ายและไร้ความปรานีมากแค่ไหน เขาเป็นนักเวทย์ผู้ปฏิบัติต่อทุกสิ่งอย่างเลือดเย็น

ในความเป็นจริง เมื่อประสบกับนักเวทย์ที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ ตัวเขาเป็นเพียงพ่อมดระดับสี่ที่ไม่มีทางเลือกใด ๆ ได้เลย

“ตกลง ฉันยินดีที่จะลงนามสัญญาทาส!”

รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากของเมอร์ลินขณะที่เขาพยักหน้าอย่างอ่อนโยน "ดีมาก ลงนามของคุณได้เลย”

การลงนามในสัญญาทาสเป็นไปอย่างราบรื่น นักเวทย์ระดับสี่ซึ่งเป็นผู้นำประกาศชื่อของเขาและสลักพลังจิตของเขาไว้ในสัญญาทาส เมื่อเสร็จสิ้นการลงนาม

"ดีมาก คุณมีชื่อว่าดาร์คไนท์สินะ?”

“นายท่าน ฉันคือพ่อมดดาร์คไนท์แห่งหุบเขาราตรีนิรันดร์ งานในครั้งนี้ ฉันได้ตอบรับคำสั่งจากเวสตันแห่งเมืองทากันให้ลงจากภูเขาเพื่อสังหารท่านหญิงฟิลลีแห่งเมืองโบลเดอร์”

พ่อมดดาร์คไนท์ปรับตัวกับตัวตนใหม่ของเขาอย่างรวดเร็วและน้ำเสียงของเขาดูน่านับถือมาก ตั้งแต่เขาลงนามสัญญาทาส ชีวิตของเขาอยู่ในมือของนักเวทย์หนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขา เขาต้องไม่ยั่วยุผู้ชายคนนี้

“คุณคือพ่อมดดาร์คไนท์งั้นเหรอ?”

ทันใดนั้น เสียงร้องประหลาดใจก็ดังขึ้นจากรถม้าที่อยู่ข้างหน้า เมอร์ลินหันตามเสียงนั้นไปและเห็นสตรีผู้สูงศักดิ์ที่มีท่าทีสง่างามและเด็กสาวที่โอบกอดสตรีผู้สูงศักดิ์อย่างแน่นหนา

“นายท่าน เธอเป็นประธานของพันธมิตรการค้าในเมืองโบลเดอร์ ท่านหญิงฟิลลี!”

ราวกับว่าเขาสัมผัสได้ถึงความสับสนของเมอร์ลิน พ่อมดดาร์คไนท์แนะนำเธออย่างระมัดระวัง

เมอร์ลินพยักหน้า จากนั้นเขาก็เดินไปหาท่านหญิงฟิลลี แล้วพูดอย่างใจเย็นว่า “ท่านหญิงฟิลลี ดูเหมือนว่าคุณจะคุ้นเคยกับทาสของฉันเป็นอย่างดี?”

ท่านหญิงฟิลลียังคงมองเมอร์ลินด้วยสายตาที่ระมัดระวัง ถึงแม้ว่าการปรากฏตัวของเมอร์ลินจะช่วยเธอแต่หลังจากที่ได้เห็นทุกสิ่งที่เมอร์ลินทำ เขาได้ฆ่านักเวทย์สามคนได้อย่างง่ายดายและบังคับให้พ่อมดดาร์คไนท์ลงนามสัญญาทาส นั่นทำให้ท่านหญิงฟิลลียิ่งหวาดกลัวมากขึ้นไปอีก

“ท่านพ่อมดผู้มีเกียรติ พ่อมดดาร์คไนท์มีชื่อเสียงมาก ฉันจะไม่รู้จักเขาได้อย่างไร พ่อมดดาร์คไนท์ผู้ครอบครองหุบเขาราตรีนิรันดร์ ภายใต้การบังคับบัญชาของเขา มีนักเวทย์ระดับสี่สองคนและนักเวทย์ระดับสามมากกว่าสิบคน พวกเขาแข็งแกร่งกว่ากองกำลังของเมืองโบลเดอร์ของเรามาก ฉันคิดไม่ออกจริง ๆ ว่าเวสตันทำอะไรเพื่อเกลี้ยกล่อมพ่อมดดาร์คไนท์รับงานนี้?”

ท่านหญิงฟิลลี่ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะค่อย ๆ พูดขึ้น

เมื่อได้ยินเกี่ยวกับกองกำลังของดาร์คไนท์ เมอร์ลินก็ค่อนข้างจะแปลกใจ เขาไม่ได้คาดหวังว่านักเวทย์ระดับสี่อย่างเขาจะมีกองกำลังในมือมากมายเช่นนี้

ในสายตาของเมอร์ลิน ดาร์คไนท์นั้นไม่มีค่าอะไรมากแต่สำหรับนักเวทย์คนอื่น ๆ พ่อมดดาร์คไนท์นั้นน่ากลัวอย่างยิ่ง นี่เป็นเพราะว่าพ่อมดดาร์คไนท์มีพลังปีศาจแพนโดร่า แบบหลอมรวม ดังนั้นเขาจึงสามารถควบคุมนักเวทย์ระดับสี่อีกสองคนในหุบเขาราตรีนิรันดร์ได้

ดาร์คไนท์ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าการลงจากภูเขาเพื่อสังหารท่านหญิงฟิลลีจะทำให้เขาพบกับภัยพิบัติที่คาดไม่ถึง เขาได้ปะทะกับพ่อมดผู้ทรงพลังที่ไม่ทราบที่มาอย่างเมอร์ลิน เขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะร่ายคาถาของเขาด้วยซ้ำ

ถึงกระนั้น ดาร์คไนท์ก็รู้อย่างชัดเจนว่าถึงแม้เขาจะร่ายเวทย์ได้ แต่ก็ยังห่างไกลจากการเอาชนะเมอร์ลิน ดาร์คไนท์สัมผัสได้ถึงพลังอันตรายที่รุนแรงจากเมอร์ลินซึ่งไม่ด้อยไปกว่าพ่อมดระดับเจ็ดที่เขาเคยพบมาก่อน บางทีอาจรุนแรงกว่าพวกเขาด้วยซ้ำ

ดังนั้น ดาร์คไนท์จึงสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและลงนามในสัญญาทาสกับเมอร์ลินเพราะเขาไม่มีความหวังที่จะหลบหนีเลย การลงนามสัญญาเป็นทางออกเดียวของเขา

ท่านหญิงฟิลลีกอดเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ไว้ในอ้อมแขนแน่น เธอมองดูเมอร์ลินและพ่อมดดาร์คไนท์อย่างระมัดระวัง ความคิดนับไม่ถ้วนผุดขึ้นในใจเธอ เธอไม่รู้ว่าเมอร์ลินจะจัดการกับพวกเธออย่างไร?

“นายท่าน มีคนกำลังมา พวกเขาต้องเป็นนักเวทย์จากเมืองโบลเดอร์!”

ทันใดนั้น ดาร์คไนท์มองไปข้างหลัง เมอร์ลินเพิ่งรู้ตัวว่ามีนักเวทย์จำนวนมากกำลังวิ่งมาทางนี้ พวกเขาต้องเป็นนักเวทย์แห่งเมืองโบลเดอร์ที่สัมผัสได้ถึงความผันผวนของธาตุที่รุนแรงที่นี่ ดังนั้นพวกเขาจึงส่งนักเวทย์เพื่อตรวจสอบสถานการณ์

เมอร์ลินไม่เปลี่ยนท่าทีของเขา เพียงแต่มองดูเลดี้ฟิลลี่ด้วยดวงตาที่สงบ “ฉันเชื่อว่าท่านหญิงฟิลลีจะอธิบายทุกอย่างให้พวกเขาเข้าใจแทนพวกเราเอง!”

แม้ว่าการจ้องมองของเมอร์ลินไม่ได้บ่งบอกถึงอันตรายใด ๆ แต่ท่านหญิงฟิลลีดูรู้สึกสั่นกลัวอย่างรุนแรง สีหน้าของเธอเผยร่องรอยของความกลัวออกมา

จบบทที่ WS บทที่ 450 มิติใหม่ PART 2

คัดลอกลิงก์แล้ว