- หน้าแรก
- ความลับของพ่อมด
- WS บทที่ 423 พ่อมดแบล็กเมิร์ก!
WS บทที่ 423 พ่อมดแบล็กเมิร์ก!
WS บทที่ 423 พ่อมดแบล็กเมิร์ก!
เมอร์ลินเงียบไป เห็นได้ชัดว่าเป็นเรื่องยากสำหรับภูตหิมะที่จะวิวัฒนาการและเพิ่มความสามารถของพวกมัน แถมมันยังโหดร้ายอย่างอธิบายไม่ถูกที่พวกมันต้องกินเพื่อนของตัวเองเพื่อเพิ่มโอกาสในการเพิ่มระดับ
ภูตไฟที่เมอร์ลินกำลังปราบปรามอยู่นั้นยังไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงใด ๆ แม้จะรอดตายมานับไม่ถ้วนในโบราณสถาน ความสามารถของมันไม่เติบโต อาจเป็นเพราะว่าไม่มีภูตไฟตนอื่นอยู่รอบ ๆ ตัวมันจึงไม่สามารถวิวัฒนาการได้
ทั่วทั้งอาณาจักรของจ้าวแห่งน้ำแข็ง มีมันเพียงตัวเดียวที่เทียบได้กับนักเวทย์ระดับเจ็ด ส่วนภูตหิมะตัวอื่น ๆ ทั้งหมดที่แม้จะพยายามวิวัฒนาการแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ
จู่ ๆ เมอร์ลินก็นึกขึ้นได้ว่าจ้าวแห่งน้ำแข็งให้เขาลงนามสัญญาเพื่อปราบภูตหิมะอีกตัวที่เทียบเท่ากับนักเวทย์ระดับเจ็ด
ก่อนหน้านี้ เมอร์ลินเคยสงสัยว่าทำไมจ้าวแห่งน้ำแข็งถึงต้องการเอาชนะภูตหิมะที่ทรงพลังแต่ตอนนี้เขาตระหนักได้ทันทีว่าจุดประสงค์ของจ้าวแห่งน้ำแข็งคืออะไร
“จ้าวแห่งน้ำแข็ง คุณคิดที่จะกินภูตหิมะตัวอื่นเพื่อวิวัฒนาการต่อไปงั้นเหรอ?” เมอร์ลินถามเสียงต่ำ สายตาของเขามองตรงที่จ้าวแห่งน้ำแข็ง
นอกจากนี้ เมอร์ลินยังคิดไม่ออกว่าทำไมจ้าวแห่งน้ำแข็งจึงต้องพยายามอย่างมากเพื่อเอาชนะภูตหิมะระดับเจ็ดที่มีพลังเท่ากัน
จ้าวแห่งน้ำแข็งตอบหลังจากหยุดไปนานว่า “เจ้าพูดถูก ตอนนี้ ข้าสามารถปกป้องภูตหิมะเหล่านี้ได้ชั่วคราวเท่านั้น มีนักเวทย์มากมายในทุ่งหิมะเหมันต์ที่มีพลังมากกว่าข้ามาก บางทีพวกเขาอาจอยากอยู่อย่างสงบหรือไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อภูตหิมะ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่บุกเข้ามาในอาณาจักรของข้า อย่างไรก็ตาม การมอบความปลอดภัยของเราให้เป็นไปตามความประสงค์ของผู้อื่นจะไม่คงอยู่ตลอดไป พวกเราภูตหิมะต้องควบคุมชะตากรรมด้วยมือของเราเอง! ดังนั้น ข้าต้องมีพลังมากขึ้นและวิธีเดียวที่ข้าจะวิวัฒนาการได้คือการกินภูตหิมะตัวอื่น!”
แววตามุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ผุดขึ้นในดวงตาของจ้าวแห่งน้ำแข็ง
“จ้าวแห่งน้ำแข็ง อีกนานไหมกว่าเราจะออกเดินทาง? ฉันไม่สามารถใช้เวลาสองสามปีที่นี่ได้!”
เมอร์ลินกำลังทวงสัญญา ไม่ว่าเหตุผลใดที่จ้าวแห่งน้ำแข็งต้องการเอาชนะภูตหิมะระดับเจ็ดตัวอื่น เมอร์ลินกังวลเพียงเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ภายใต้สัญญาและออกจากสถานที่แห่งนี้ เขาไม่ต้องการที่จะถูกกักขังในที่แห่งนี้เป็นเวลานาน
“เจ้าอย่าได้กังวลเรื่องนั้นไป เมื่อพ่อมดแบล็กเมิร์กพร้อม เราไปกันทันที”
เมื่อจ้าวแห่งน้ำแข็งกล่าวถึงพ่อมดแบล็กเมิร์ก หัวใจของเมอร์ลินก็เต้นแรงและเขาเหลือบมองเออร์นี่อย่างมีคาดหวัง พ่อมดเออร์นี่ตอบอย่างเงียบ ๆ ว่า
“นายท่าน พ่อมดแบล็กเมิร์กเป็นนักเวทย์ระดับเจ็ดแต่ชื่อเสียงของเขาในทุ่งหิมะเหมันต์นั้นช่างโหดร้าย เขามีโฮมุนครุสที่มีพิษไปทั้งตัว เขาเชี่ยวชาญในการปรุงยาพิษร้ายแรงถึงขนาดที่แม้แต่นักเวทย์ระดับเจ็ดด้วยกันก็ต้องระวัง การปนเปื้อนเพียงเล็กน้อยจากพิษของเขาก็ยังกัดกร่อนคาถาป้องกันทั้งหมด
ในทุ่งหิมะเหมันต์ พ่อมดแบล็กเมิร์กนั้นน่ากลัวมากจนแม้แต่นักเวทย์ระดับแปดก็ไม่เต็มใจที่จะยั่วยุเขา ฉันสงสัยว่าสิ่งใดที่จ้าวแห่งน้ำแข็งต้องจ่ายเพื่อเกลี้ยกล่อมพ่อมดแบล็กเมิร์กยอมเข้าร่วมกับจ้าวแห่งน้ำแข็ง”
เพียงการเอ่ยถึงพ่อมดแบล็กเมิร์ก มันก็เผยให้เห็นร่องรอยของความกังวลใจบนใบหน้าของพ่อมดเออร์นี่ซึ่งทำให้เมอร์ลินเข้าใจถึงชื่อเสียงของแบล็กเมิร์กในทุ่งหิมะเหมันต์ นอกจากนี้ ชื่อเสียงส่วนใหญ่ประกอบด้วยความชั่วร้าย ที่แม้แต่พ่อมดเออร์นี่ยังรู้สึกกลัวเขาแม้จะอยู่ในระดับเดียวกันก็ตาม
อันที่จริง เมื่อบรรลุระดับเจ็ด ช่องว่างระหว่างนักเวทย์จะชัดเจนยิ่งขึ้น การเปรียบเทียบระหว่างนักเวทย์ระดับเจ็ดทั่วไปกับนักเวทย์ระดับเจ็ดขั้นสูง ความแตกต่างของพวกเขาไม่ต่างจากสวรรค์และโลก เมอร์ลินและนักเวทย์คนอื่น ๆ อีกหลายคนอาจสามารถข้ามระดับและเอาชนะนักเวทย์ระดับเจ็ดทั่วไปได้ แต่นักเวทย์ระดับเจ็ดขั้นสูงต่างมีคลังแสงแห่งเวทมนตร์ที่ทรงพลังและได้รับการสนับสนุนจากพลังปีศาจแพนโดร่าแบบหลอมรวม กลุ่มนักเวทย์ระดับเจ็ดขั้นสูงพวกนี้น่าเกรงขามอย่างแท้จริงว่าแม้แต่เมอร์ลินก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่คู่ควร
พ่อมดเออร์นี่และวัตสันถือเป็นพ่อมดระดับเจ็ดทั่วไป พวกเขาไม่มีคาถาที่ทรงพลังหรือพลังปีศาจแพนโดร่า ดังนั้นในการเปรียบเทียบ พวกเขาอยู่ไกลจากนักเวทย์ระดับเจ็ดที่ทรงพลัง
เห็นได้ชัดว่าแบล็กเมิร์กไม่ใช่นักเวทย์ระดับเจ็ดทั่วไป พลังของเขาต้องมีมาเสียจน แม้แต่พ่อมดเออร์นี่ก็ยังกลัวเขา
*ครืน*
ทันใดนั้น สายลมอ่อน ๆ พัดผ่านมา แล้วตามด้วยกระแสน้ำวนก่อตัวขึ้นบนท้องฟ้าทันที ความผันผวนอันโดดเด่นของมันมากจนแม้แต่นักเวทย์ระดับหนึ่งก็สามารถสัมผัสได้ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นโดยใครบางคนที่ควบคุมพลังธาตุลม
เมอร์ลินหรี่ตาเล็กน้อย ‘มีคนกำลังมา!’
จ้าวน้ำแข็งมองดูกระแสน้ำวนบนท้องฟ้าและริมฝีปากของมันขดเป็นรอยยิ้มลึกลับ มันพูดช้า ๆ “เราเพิ่งพูดถึงพ่อมดแบล็กเมิร์กไปและตอนนี้เขาก็มาถึงที่นี่แล้ว ดูเหมือนว่าเราไม่ต้องรอนานเกินไป เราจะได้ออกเดินทางเร็ว ๆ นี้!”
พ่อมดแบล็กเมิร์กที่จ้าวแห่งน้ำแข็งกล่าวถึงตอนนี้กำลังมาถึงแล้ว คนที่ได้รับเชิญเป็นพิเศษจากจ้าวแห่งน้ำแข็งย่อมมีความโดดเด่นที่ไม่ธรรมดา
นอกจากนี้ ความกังวลใจของพ่อมดเออร์นี่เมื่อเอ่ยชื่อเขา มันแสดงให้เห็นว่าแบล็กเมิร์กต้องไม่ธรรมดา ดังนั้น เมอร์ลินจึงขยายพลังจิตเพื่อสังเกตสิ่งรอบข้าง
ในไม่ช้า จุดสีดำเล็ก ๆ ก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าอันไกลโพ้น ท่ามกลางกระแสความผันผวนที่ไม่มีใครเทียบได้ ตรงนั้นมีชายชราชุดน้ำเงินยืนมองอย่างดูถูกเหยียดหยาม
*หวู่ม*.
ชายชราลงจอดเพียงก้าวเดียว ทุกย่างก้าวของเขาดูเหมือนจะปกคลุมไปด้วยหมอกควันสีดำ ในเวลาเดียวกัน ข้างหลังเขาเป็นสัตว์ประหลาดที่แยกไม่ออกซึ่งสูง 3 เมตร ตัวมันมืดสนิทราวกับกลางคืน ทุกย่างก้าวส่งกลิ่นเหม็นอันน่าสะพรึงกลัวและร่างกายของมันก็เต็มไปด้วยพิษที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง
มันคือโฮมุนครุสที่ปกคลุมไปด้วยพิษ พิษทำให้แม้แต่เมอร์ลินก็ยังรู้สึกภัยคุกคาม
*ครืด ครืด ครืด*
พ่อมดแบล็กเมิร์กนำโฮมุนครุสไปข้างหน้าและทุกที่ที่พวกมันเหยียบย่ำส่งกลิ่นเหม็นออกมา มันดูน่าขนลุก มีกลุ่มควันดำหนา สสารเหนียวคล้ายน้ำมันดินสีดำสนิทพุ่งออกมาและกัดกร่อนผลึกน้ำแข็งสีขาวบริสุทธิ์อย่างรวดเร็ว
“ฮิฮิ จ้าวแห่งน้ำแข็ง ฉันมาตามสัญญาแล้ว!”
แบล็กเมิร์กยิ้มเล็กน้อยในขณะที่เขานำโฮมุนครุสมายืนต่อหน้าจ้าวแห่งน้ำแข็ง เขากวาดสายตามองเมอร์ลินและคนอื่น ๆ แต่ไม่ได้หยุดที่พวกเขา ความสนใจของเขาปรับไปที่จ้าวแห่งน้ำแข็งอย่างเต็มที่
ใบหน้าของจ้าวแห่งน้ำแข็งกระตุกเล็กน้อยในขณะที่มันจ้องมองที่โฮมุนครุสที่อยู่ด้านหลังแบล็กเมิร์กอย่างน่ารังเกียจ จ้าวแห่งน้ำแข็งพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกว่า
“พ่อมดแบล็คเมิร์ก ให้ข้าแนะนำให้เจ้ารู้จักกับอวตารเพลิงทมิฬ ที่เพิ่งปรากฏตัวที่ทุ่งหิมะเหมันต์ พ่อมดเมอร์ลิน! ครั้งนี้ ข้าได้เชิญพ่อมดเมอร์ลินมาร่วมท้าทายเปาโลกับเราด้วย”
“อวตารเพลิงทมิฬ?”
แบล็กเมิร์กตกตะลึงชั่วขณะ จากนั้นเขาก็เพ่งสายตาไปที่เมอร์ลิน สายตาของแบล็กเมิร์กรุกล้ำลึกราวกับว่าเขากำลังพยายามมองผ่านร่างกายทั้งหมดของเมอร์ลิน อย่างไรก็ตาม เมอร์ลินไม่ได้กลัวแบล็กเมิร์กเลย ดังนั้นสายตาของทั้งคู่จึงสบกันและเริ่มท้าทายกันและกันกลางอากาศ
“ฮึ่ม ช่างเป็นเรื่องไร้สาระ อวตารเพลิงทมิฬนี้คืออะไร? เขาไม่ได้เป็นอะไรนอกจากพ่อมดแห่งความมืด เขากล้าดียังไงถึงเรียกตัวเองว่าอวตาร? จ้าวแห่งน้ำแข็ง ฉันไม่สนใจว่าคุณจะชวนใครไปด้วยแต่คนที่ไม่มีกำลังพอไม่ควรทำให้เราผิดหวัง มันมีแต่จะทำให้เราอับอาย!”
*ปัง*
โฮมุนครุสที่อยู่ด้านหลังแบล็กเมิร์กถอยกลับอย่างรุนแรงและร่างกายขนาดใหญ่ของมันได้ทำลายชั้นน้ำแข็ง ตามมาด้วยกลิ่นเหม็น มันกระโจนไปข้างหน้าราวกับสายฟ้าพุ่งตรงไปที่เมอร์ลิน
ในทางกลับกัน แบล็กเมิร์กเหยียดลิ้นสีแดงออกและเลียริมฝีปากที่แห้งแตกของเขาด้วยแววตาที่โหดร้าย
ดวงตาของเมอร์ลินหรี่ลงแต่ก็ไม่ตื่นตระหนก เขาค่อย ๆ ยื่นนิ้วออกมาและดีดนิ้วเบา ๆ
*ครืน*
เปลวเพลิงที่ไม่มีที่สิ้นสุด ก่อตัวเป็นกำแพงไฟและปิดกั้นไม่ให้โฮมุนครุสเคลื่อนไปข้างหน้า เมื่อสารพิษสีดำถูกยิงออกจากมัน พวกมันถูกเผาเป็นเถ้าถ่านทันทีโดยเปลวเพลิงสีขาวซีด
"โอ้? น่าสนใจ!"
นี่เป็นครั้งแรกที่แบล็กเมิร์กได้พบกับเมอร์ลิน แม้ว่าเขาเคยได้ยินเกี่ยวกับเมอร์ลินมาก่อนแต่ทั้งหมดนั้นเป็นข่าวลือ เห็นได้ชัดว่าข่าวลือเกี่ยวกับอวตารเพลิงทมิฬนั้นแพร่กระจายไปทั่วแล้วในทุ่งหิมะเหมันต์แล้ว
ในทุ่งหิมะเหมันต์มีนักเวทย์มากมายที่มีชื่อเสียงดุร้ายเช่นกัน ดังนั้น แบล็กเมิร์กจึงไม่สนใจที่จะรู้ อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาสนใจคือข่าวลือที่ว่าเมอร์ลินได้ครอบครองหนังสือแห่งนิรันดร์ เล่มที่สอง
ในเล่มที่สองของหนังสือแห่งนิรันดร์ เขาจะสามารถหาเล่มที่สามของมันได้ เหตุผลที่แบล็กเมิร์กไม่ได้ไล่ตามในตอนนั้นก็เพราะเขาไปพัวพันกับเรื่องอื่น แต่ตอนนี้เขาได้พบกับเมอร์ลินที่นี่ เขาจะไม่ลังเลอีกต่อไป ดังนั้นเขาจึงสั่งให้โฮมุนครุสโจมตีเมอร์ลินโดยตรง
ความสามารถของแบล็กเมิร์กครึ่งหนึ่งขึ้นอยู่กับโฮมุนครุส ตราบใดที่พิษเพียงหยดเดียวสามารถปนเปื้อนร่างกายของเมอร์ลิน แบล็กเมิร์กก็เชื่อว่าเพียงพอที่จะเอาชนะเขาได้
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมแบล็กเมิร์กถึงมีชื่อเสียงที่น่ากลัวในทุ่งหิมะเหมันต์ โฮมุนครัสที่ปกคลุมไปด้วยพิษเป็นต้นกำเนิดให้เกิดความกลัวในหมู่นักเวทย์ระดับเจ็ด
“จัดการมันซะ!”
แบล็กเมิร์กพ่นลมหายใจ เขาได้ทุ่มเทความพยายามอย่างมากในโฮมุนครุสนี้จนเกือบจะไร้เทียมทาน ไม่ว่าการโจมตีใดจะเกิดขึ้นกับโฮมุนครุสก็แทบทำอะไรร่างกายของมันได้
เปลวเพลิงของเมอร์ลินก็เช่นเดียวกัน แม้ว่าเปลวเพลิงของเขาจะบรรลุถึงขีดจำกัดสูงสุดของคาถาระดับเจ็ดแล้ว แต่พลังของมันยังไม่ได้ใช้อย่างเต็มที่เพื่อโจมตีสัตว์เล่นแร่แปรธาตุ แต่ถูกใช้เพื่อป้องกัน ดังนั้นโฮมุนครุสจึงไม่กลัว แม้จะถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำแต่มันก็ยังคงวิ่งไปหาเมอร์ลิน
เมอร์ลินอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว โฮมุนครุสที่ไม่กลัวความตายนั้นยากจะรับมือ เขาจะไม่ยอมให้มันเข้าใกล้ตัวเขาเด็ดขาด
ยิ่งกว่านั้น เมอร์ลินยังมีสายลมแสงวาบ ดังนั้นเขาจึงสามารถถอยห่างจากมันได้ในพริบตาและโฮมุนครัสจะไม่สามารถทำร้ายเขาได้อีก อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเขาถูกทดสอบโดยแบล็กเมิร์ก เขาจึงไม่ยอมขยับไปไหน!
*พรึ่บ!*
เมอร์ลินชี้นิ้วขึ้นไปบนท้องฟ้า และในทันใดนั้น ภูตหิมะทั้งหมดในวังก็จ้องมองไปที่ท้องฟ้าอย่างว่างเปล่า พวกมันเห็นพลังธาตุมืดที่รวมตัวกันอยู่บนท้องฟ้าและท้องฟ้าที่สดใสก่อนหน้านี้ก็มืดลง
ต่อจากนั้น ท้องฟ้าก็มืดลงและมืดสนิทในที่สุด จนไม่สามารถเห็นนิ้วของพวกเขายื่นออกไปตรงหน้าพวกเขาได้!
นี่คือคาถาราตรีมรณะของเมอร์ลินที่ได้รับการเสริมพลังโดยดวงใจแห่งความมืด อันที่จริงมันน่ากลัวยิ่งกว่าพลังปีศาจแพนโดร่าแบบหลอมรวมอันทรงพลังเหล่านั้นเสียอีก!
ในชั่วพริบตา ความมืดก็มาเยือน!
ใบหน้าของแบล็กเมิร์กเปลี่ยนไปเมื่อเขารู้สึกว่ามีภาพลวงตาที่แข็งแกร่ง แต่มันไม่เพียงส่งผลกระทบต่อเขาเท่านั้นแต่ยังส่งผลต่อโฮมุนครุสของเขาด้วย เนื่องจากโฮมุนครุสของเขาไม่ใช่สัตว์ประหลาดที่ไม่มีชีวิต มันมีความตระหนักรู้เพียงเล็กน้อยที่แบล็กเมิร์กทิ้งไว้โดยเจตนา มิฉะนั้น โฮมุนครุสที่ไม่มีชีวิตจะไม่สามารถเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นได้
ตอนนี้ เศษเสี้ยวเล็ก ๆ ของการรับรู้ที่เขาทิ้งไว้ในโฮมุนครุสจะถูกคุกคามด้วยมนต์แห่งความมืดของเมอร์ลิน มันอาจถูกภาพดักอยู่ภาพลวงตาก็เป็นได้
นี่เป็นครั้งแรกที่แบล็กเมิร์กเชื่อข่าวลือที่ว่า 'อวตารเพลิงทมิฬ' นั้นทรงพลังจริง ๆ!
*แคร่ก*
ทันใดนั้น จ้าวแห่งน้ำแข็งได้ลงมือ ด้วยโบกมือของมัน พลังจิตที่แข็งแกร่งได้เจาะความมืดและกำแพงน้ำแข็งหนาขวางทางของโฮมุนครุสและแยกเมอร์ลินและแบล็กเมิร์กออกจากกัน
“พวกเจ้าทั้งคู่เป็นแขกผู้มีเกียรติของข้า ดังนั้นได้โปรดหยุดมือได้แล้ว! เทคนิคและจุดแข็งของพวกเจ้าจะเป็นประโยชน์เมื่อถึงเวลา!”
จ้าวแห่งน้ำแข็งสามารถเห็นได้ว่าเมอร์ลินและแบล็กเมิร์กมีความเท่าเทียมกันตราบใดที่พวกเขาไม่ได้ใช้ไพ่ตาย สิ่งนี้ทำให้จ้าวแห่งน้ำแข็งประทับใจจริง ๆ เพราะชื่อเสียงที่โด่งดังของแบล็กเมิร์กโดดเด่นมากในทุ่มหิมะเหมันต์ แม้แต่พ่อมดระดับแปดก็ยังไม่กล้ายั่วยุเขา ส่วนใหญ่เป็นเพราะความแข็งแกร่งของโฮมุนครุสของเขา
ความจริงที่ว่าเมอร์ลินสามารถยับยั้งโฮมุนครุสของแบล็กเมิร์กได้นั้นเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถของเขาแล้ว
“อวตารเพลิงทมิฬ เมอร์ลิน ฉันยังสนใจหนังสือแห่งนิรันดร์เล่มที่สองในมือคุณมาก เราจะต่อสู้อีกครั้งในโอกาสหน้า!”
แบล็กเมิร์กพูดด้วยรอยยิ้ม น้ำเสียงของเขาเจือไปด้วยไอพิษอันร้ายแรง