- หน้าแรก
- ความลับของพ่อมด
- WS บทที่ 417 จ้าวแห่งน้ำแข็ง PART 2
WS บทที่ 417 จ้าวแห่งน้ำแข็ง PART 2
WS บทที่ 417 จ้าวแห่งน้ำแข็ง PART 2
หิมะตกหนักเริ่มซาลงและท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีฟ้าคราม จากท้องฟ้าที่สดใส แสงแดดอบอุ่นส่องทั่วทุ่งหิมะเหมันต์
บริเวณที่ตั้งอยู่ในส่วนลึกที่เย็นยะเยือกของภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ เป็นที่ตั้งของวังอันวิจิตร ในขณะนี้ ภูตหิมะหลายตนกำลังบินไปยังวังแห่งนั้น
นักเวทย์สองสามคนจ้องมองจากระยะไกล “ที่แห่งนี้มีภูตหิมะมากมาย นอกจากนั้นแล้ว คุณยังจะได้เห็นทัศนียภาพอันตระการตาเช่นนี้จากที่ไหนได้อีก”
"ใช่แล้ว หากพบภูตหิมะเหล่านี้ที่อื่น พวกมันจะตกอยู่ในอันตรายอย่างใหญ่หลวง อย่างไรก็ตาม ในสถานที่นี้จ้าวแห่งน้ำแข็งเป็นผู้ปกครองสูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่นี่ พลังของภูตหิมะไม่เป็นสองรองใคร ใครจะกล้าท้าทายพวกเขา”
“วันนี้น่าจะเป็นวันที่จ้าวแห่งน้ำแข็งเปิดสระน้ำแข็ง ดังนั้นภูตหิมะเหล่านี้จึงรีบเร่งที่จะยอมรับการทดสอบของจ้าวแห่งน้ำแข็งเพื่อรับโอกาสรับพรจากสระน้ำแข็ง”
มีการพูดคุยกันอย่างจอแจท่ามกลางฝูงชน คนเหล่านี้ประกอบไปด้วยนักเวทย์ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่ของจ้าวแห่งน้ำแข็งและได้รับการรับประกันการความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่นี้ สถานะสูงสุดยังคงเป็นของภูตหิมะเหล่านี้
เช่นเดียวกับภูติจากธาตุอื่น ๆ ภูตหิมะมีสถานะที่อ่อนแอกว่าโดยเนื้อแท้ ดังนั้นหากพวกมันถูกพบที่อื่น พวกมันจะถูกนักเวทย์จับพวกมัน อย่างไรก็ตาม ในสถานที่นี้ จ้าวแห่งน้ำแข็งผู้ครองตำแหน่งสูงสุด ดังนั้นจึงไม่มีใครแม้แต่จะฝันถึงการทำร้ายภูตหิมะ
จ้าวแห่งน้ำแข็งเองก็เริ่มต้นจากการเป็นภูตหิมะตัวน้อยที่อ่อนแอ และค่อย ๆ เติบโตเป็นผู้ปกครองที่โดดเด่นในทุ่งหิมะเหมันต์
สำหรับจ้าวแห่งน้ำแข็ง ภูตหิมะเหล่านี้มีความสำคัญมาก มันคอยดูแล เลี้ยงดูภูตหิมะทุกตน ในทุ่งหิมะเหมันต์มีภูตหิมะจำนวนมากเกิดที่นี่ ดังนั้นส่วนใหญ่จะมาที่พื้นที่ของจ้าวแห่งน้ำแข็งเพื่อรับการปกป้องและเพลิดเพลินไปกับสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่เตรียมไว้สำหรับพวกมันโดยจ้าวแห่งน้ำแข็ง
ที่นี่คือสรวงสวรรค์ที่ดีที่สุดสำหรับภูตหิมะ!
*ครืน...*
ทันใดนั้น เงาทั้งสามก็บินอย่างรวดเร็วไปยังวังขนาดใหญ่ด้วยลมแรงพัดวนรอบตัวพวกเขา เมื่อมองจากระยะไกล พวกเขาดูน่าเกรงขามมาก
"นั่นใครน่ะ?"
“มีใครพยายามยั่วยุจ้าวแห่งน้ำแข็งงั้นหรือ?”
นักเวทย์หลายคนประหลาดใจ ท้ายที่สุด จ้าวแห่งน้ำแข็งอาศัยอยู่ในทุ่งหิมะเหมันต์มาหลายปีแล้วและยังไม่มีใครกล้ามายั่วยุ ตามข่าวลือ มีนักเวทย์ที่พยายามจับภูตหิมะบางส่วนแต่ท้ายที่สุดแล้วชะตากรรมของพวกเขาก็ไม่มีใครรู้
ที่เป็นเช่นนั้นเพราะ จ้าวแห่งน้ำแข็งปกปิดตัวตนดีมาก จนไม่มีใครรู้ความสามารถที่แท้จริงของมัน อย่างไรก็ตาม นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ามันไม่ทรงพลังเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ยังไม่เคยมีใครมายั่วยุจ้าวแห่งน้ำแข็งอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้
เงาทั้งสามบนท้องฟ้าร่อนลงที่หน้าวังด้วยท่าทีอันทรงพลัง
“เออร์นี่ วัตสัน พวกคุณสองคนไปข้างหน้าและเจรจากับจ้าวแห่งน้ำแข็งเกี่ยวกับเงื่อนไขที่จะอนุญาตให้ฉันได้รับพรจากสระแห่งน้ำแข็ง”
แน่นอนว่าสามคนนี้เป็นเมอร์ลินที่มาพร้อมกับพ่อมดเออร์นี่และวัตสัน พวกเขามาถึงหน้าวังของจ้าวแห่งน้ำแข็งโดยตรง เมอร์ลินต้องใช้สระน้ำแข็งของจ้าวแห่งน้ำแข็งเพื่อปรับปรุงร่างกายของเขาเพื่อฝึกฝนนครเกล็ดหิมะ
“เราอีกแล้ว…”
สีหน้าของพ่อมดเออร์นี่และวัตสันซีด ตอนแรกพวกเขาคิดว่าหลังจากลงนามสัญญาทาสกับเมอร์ลินแล้ว พวกเขาจะพบสถานที่สงบสุขเพื่อสร้างคาถาของตนเองซึ่งเวลาร้อยปีก็น่าจะผ่านไปรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม เหนือความคาดหมายที่สุดของพวกเขา ในช่วงเวลาสั้น ๆ พวกเขาต้องเผชิญกับสถานการณ์อันตรายครั้งแล้วครั้งเล่า นอกจากนี้ ในทุก ๆ ครั้ง เมอร์ลินได้ส่งพวกเขาไปปฏิบัติภารกิจที่อันตรายที่สุด
จ้าวแห่งน้ำแข็งไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่อาจลูบคมได้ แม้ว่าทั้งเออร์นี่และวัตสันจะเป็นนักเวทย์ระดับเจ็ด แต่พวกเขารู้ว่าพวกเขาไม่มีค่าในสายตาของจ้าวแห่งน้ำแข็ง
นอกจากนี้ สระน้ำแข็งเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดซึ่งเป็นของจ้าวแห่งน้ำแข็งและจะอนุญาตให้ใช้โดยภูตหิมะเท่านั้น ไม่เคยมีนักเวทย์คนไหนในประวัติศาสตร์ที่ใช้งานสระน้ำแข็ง ดังนั้น พวกเขาค่อนข้างมั่นใจว่าการเจรจากับจ้าวแห่งน้ำแข็งที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ ฝ่ายหลังจะไม่ยอมให้พวกเขาอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นคำสั่งของเมอร์ลิน พวกเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเชื่อฟัง พวกเขาจึงบินตรงเข้าไปในวัง
ขณะที่พวกเขาข้ามประตูวัง ภูตหิมะสองสามตนก็บินออกมา เมื่อเห็นเออร์นี่และวัตสัน พวกมันก็ส่งเสียงดัง “หยุดนะ! พวกเจ้าเป็นใคร? กล้าดียังไงมาเข้าไปในเขตหวงห้าม? นายท่านจะลงโทษเจ้าเรื่องนี้อย่างสาสมแน่นอน ออกไปเดี๋ยวนี้!”
ภูตหิมะนั้นกล้าหาญมากในสถานที่นี้
พ่อมดเออร์นี่และวัตสันมองหน้ากันและตัดสินใจที่จะปลดปล่อยความผันผวนของธาตุที่น่าเกรงขามในฐานะนักเวทย์ระดับเจ็ด ในเสี้ยววินาที ออร่าของนักเวทย์ระดับเจ็ดที่น่าเกรงขามเหล่านี้ทำให้ภูตหิมะตกตะลึงจนไม่กล้าพูดอะไรออกมา
“นักเวทย์ระดับเจ็ด พวกเขาเหล่านี้คือนักเวทย์ระดับเจ็ด!”
“ข้าเคยเห็นสองคนนี้มาก่อน พวกเขาคือพ่อมดวัตสันและพ่อมดเออร์นี่ใช่ไหม?”
“ดูเหมือนนักเวทย์สองคนนั้นจะเป็นนักเวทย์สุดเจ้าเล่ห์จากทุ่งหิมะเหมันต์ อืม พวกเขาไม่เคยมีชื่อเสียงที่ดีในทุ่งหิมะเหมันต์เลย นอกจากพวกเขาแล้ว นักเวทย์ในที่แห่งนี้มีแต่พวกชั่วร้ายและน่าสะอิดสะเอียน ไปรายงานนายท่านเร็วเข้า!”
เมื่อพวกมันฟื้นจากความตกใจ ภูตหิมะก็บินกลับเข้าไปในวังอย่างรวดเร็วและรายงานต่อจ้าวแห่งน้ำแข็ง
เออร์นี่และวัตสันก้าวถอยหลังและพูดด้วยความเขินอาย “นายท่าน มารอที่นี่ก่อน ฉันแน่ใจว่าจ้าวแห่งน้ำแข็งจะออกมาเร็ว ๆ นี้”
เมอร์ลินมองพ่อมดเออร์นี่และวัตสันอย่างเย็นชา สำหรับความคิดที่วนเวียนอยู่ในหัวของพวกเขา เมอร์ลินสามารถรู้ได้ในทันที แม้ว่าทั้งสองจะไม่กล้าขัดขืนคำสั่งของเขาแต่พวกเขาก็จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเขาอย่างเต็มใจ พ่อมดเออร์นี่และวัตสันต่างจากพ่อมดแบมมูที่ไม่เต็มใจที่จะตกอยู่ในอันตรายโดยไม่จำเป็น
การรอข้างนอกนั้นปลอดภัยกว่ามากเมื่อเทียบกับการเข้าไปในวังเพราะไม่มีใครรู้ว่าจ้าวแห่งน้ำแข็งได้เตรียมอะไรไว้ในวัง พวกเขาไม่กล้าเข้าไปในวัง แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของเมอร์ลิน ดังนั้นพวกเขาจึงคิดอุบายเช่นนี้เพื่อดึงดูดจ้าวแห่งน้ำแข็งออกมาข้างนอก
*เอี๊ยด*
ไม่นานประตูหลักของวังก็ค่อย ๆ เปิดออกและฝูงภูตหิมะก็บินออกมา อุณหภูมิโดยรอบลดลงอย่างมาก ทำให้ทุกคนหนาวสั่นสะท้าน
ตรงใจกลางของภูตหิมะเหล่านี้ เหมือนกับดวงจันทร์ที่ประดับประดาด้วยดวงดารา มีสตรีผู้หนึ่งสวมชุดยาวสีขาวราวกับหิมะ คล้ายกับเสื้อคลุมของนักเวทย์ ผู้หญิงที่ดูบอบบางแต่หน้าเฉยชาคนนี้คือจ้าวแห่งน้ำแข็ง!
เมอร์ลินไม่แปลกใจมากเพราะภูตหิมะไม่มีเพศตั้งแต่แรก ความจริงข้อนี้ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งหมดที่จ้าวแห่งน้ำแข็งทำคือเปลี่ยนตัวเองตามความชอบของตัวเอง ดังนั้น ต่อให้กลายเป็นผู้ชายในทันที เมอร์ลินก็ไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย
“พ่อมดเออร์นี่ พ่อมดวัตสัน ทำไมเจ้าถึงบุกรุกเข้าไปในพื้นที่ต้องห้ามของข้า”
สายตาของจ้าวแห่งน้ำแข็งจับจ้องอยู่ที่พ่อมดเออร์นี่และพ่อมดวัตสัน อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ใช่ตัวตนที่ไม่รู้จักแต่เป็นนักเวทย์ระดับเจ็ดในทุ่งหิมะเหมันต์ แม้จะห่างไกลจากความสามารถของจ้าวแห่งน้ำแข็งแต่ก็พวกเขาก็ใช่ว่าจะรับมือได้ง่าย ๆ
“ฮิฮิ จ้าวแห่งน้ำแข็ง คราวนี้ไม่ใช่พวกเราที่กำลังมองหาท่านแต่เป็นนายท่านของเรา พ่อมดเมอร์ลิน!”
มีรอยยิ้มบนใบหน้าของพ่อมดเออร์นี่ ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ เขาไม่มีอะไรต้องกังวลอีกต่อไป เนื่องจากเป็นความจริงที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ว่าเขากลายเป็นทาสของเมอร์ลินและไม่ช้าก็เร็วข่าวก็แพร่กระจายไปทั่วทุ่งหิมะเหมันต์อยู่ ดังนั้น เขาควรจะทำใจยอมรับสถานะของเขาในตอนนี้ บางทีมันอาจช่วยให้เขาได้รับความโปรดปรานจากเมอร์ลินด้วยก็ได้
“นายท่านของเจ้า?”
จ้าวแห่งน้ำแข็งหยุดเล็กน้อย แต่ดูเหมือนจะนึกถึงบางอย่างในหัวและเหลือบมองที่เมอร์ลินด้วยรอยยิ้มครึ่งหนึ่ง “มีข่าวลือว่าพ่อมดเออร์นี่และพ่อมดวัตสันได้ลงนามสัญญาทาสกับนักเวทย์ลึกลับเพื่อเป็นทาสของเขา! ดูเหมือนว่าข่าวลือจะเป็นเรื่องจริง…”
สีหน้าของพ่อมดเออร์นี่และวัตสันบิดเบี้ยวทันที แม้ว่าจะเป็นความจริงที่พวกเขากลายเป็นทาสของเมอร์ลิน แต่มันถูกพูดโดยจ้าวแห่งน้ำแข็ง มันไม่ต่างจากการถูกเยาะเย้ยเลย
“ฮึ่ม! จ้าวแห่งน้ำแข็งเหตุผลที่นายท่านของเรามาในวันนี้คือการขออนุญาตจากท่านเพื่อใช้สระน้ำแข็ง ท่านต้องการสิ่งใดเพื่อที่อนุญาตให้นายท่านของเราใช้สระน้ำแข็ง?”
พ่อมดเออร์นี่ถามอย่างเงียบ ๆ
ขณะที่เขาจบคำถาม จ้าวแห่งน้ำแข็งยังคงเงียบ ภูตหิมะสองสามตนก็เริ่มส่งเสียงร้องโยวาย
“บังอาจ เจ้าพวกนักเวทย์ที่ชั่วร้ายและน่ารังเกียจ เจ้ากล้าดีอย่างไรที่จะขอจ้าวแห่งน้ำแข็งเพื่อใช้สระน้ำแข็ง ที่นั่นมีไว้สำหรับการใช้ภูตหิมะอย่างเราเท่านั้น เราจะไม่ยอมให้นักเวทย์ที่น่ารังเกียจอย่างเจ้าใช้มันเด็ดขาด! ออกไปจากดินแดนของนายท่านซะ!”
ใบหน้าของพ่อมดเออร์นี่เป็นประกาย “ฉันกำลังคุยกับจ้าวแห่งน้ำแข็ง แกเป็นใครถึงกล้าสอดปากขึ้นมา เจ้าตัวจิ๋ว?”
ต่อจากนั้น พ่อมดเออร์นี่ทำท่าทางด้วยมือของเขาและฝ่ามือน้ำแข็งขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นเพื่อจับภูตหิมะ แม้ว่าพ่อมดเออร์นี่จะไม่ได้ทรงพลังเป็นพิเศษแต่เขาก็ยังเป็นนักเวทย์ระดับเจ็ด ดังนั้น ด้วยการโบกมือเบา ๆ เขาก็สามารถร่ายมนต์ให้นักเวทย์ทั่วไปก็ทนไม่ได้ นับประสาอะไรกับภูตหิมะ
นอกจากนี้ แม้ว่าจ้าวแห่งน้ำแข็งจะเลี้ยงดูภูตหิมะจำนวนมาก แต่ไม่มีภูตหิมะรายใดนอกจากตัวมันเองที่สามารถบรรลุระดับของนักเวทย์ระดับเจ็ดได้ พวกมันเทียบได้กับนักเวทย์ระดับหกเท่านั้น
ระหว่างระดับหกกับระดับเจ็ดมีความแตกต่างที่มากเกินไป ไม่เพียงแต่สำหรับภูตหิมะเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักเวทย์ด้วย ครั้งหนึ่งเมอร์ลินเคยพบภูตไฟที่เขาเคยตามหาในโบราณสถาน มันมีชีวิตอยู่ตั้งแต่ยุคโบราณแต่ก็ยังคงอยู่ที่ระดับหก ไม่สามารถพัฒนาต่อไปได้
นี่ก็เพียงพอแล้วที่จะแสดงช่องว่างขนาดใหญ่เพื่อบรรลุระดับเจ็ด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับภูตธาตุเหล่านี้
*แคร่ก*
ฝ่ามือน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่พ่อมดเออร์นี่หล่อหลอมได้แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยด้วยการสัมผัสที่อ่อนโยนจากจ้าวแห่งน้ำแข็ง ในแง่ของการควบคุมธาตุน้ำแข็ง นักเวทย์ระดับเจ็ดอย่างพ่อมดเออร์นี่ยังห่างไกลจากจ้าวแห่งน้ำแข็ง
ท้ายที่สุด จ้าวแห่งน้ำแข็งก็เป็นภูตหิมะโดยต้นกำเนิด เมื่อภูตธาตุสามารถทะลวงไปถึงระดับเจ็ดได้ การควบคุมพลังธาตุของตัวเองจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าและพลังเวทย์ของมันจะกลายเป็นสิ่งที่เหลือเชื่อเหนือจินตนาการ
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมขอบเขตของความสามารถของจ้าวแห่งน้ำแข็งจึงยากจะหยั่งถึง!
หลังจากคาถาของพ่อมดเออร์นี่แตกสลาย น้ำเสียงของจ้าวแห่งน้ำแข็งก็เย็นชา “พ่อมดเออร์นี่ พ่อมดวัตสันและพ่อมดเมอร์ลิน สระน้ำแข็งนี้เป็นของภูตหิมะ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะให้เจ้าใช้งานได้ พวกเจ้าจงออกไปจากที่นี่ซะ!”
จ้าวแห่งน้ำแข็งปฏิเสธคำขอของเมอร์ลินทันที เนื่องจากเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะใช้สระน้ำแข็ง
*พรึ่บ*
เมื่อเมอร์ลินได้ยินอย่างนั้น เขาเงยหน้าขึ้นและจ้องมองไปที่จ้าวแห่งน้ำแข็งทันที