- หน้าแรก
- ความลับของพ่อมด
- WS บทที่ 405 อวตารเพลิงทมิฬ PART 1
WS บทที่ 405 อวตารเพลิงทมิฬ PART 1
WS บทที่ 405 อวตารเพลิงทมิฬ PART 1
พ่อมดหัวล้านเป็นนักเวทย์ระดับเจ็ดซึ่งถือว่าอยู่จุดสูงสุดในทุ่งหิมะเหมันต์
เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวที่มาจากพ่อมดชุดดำผู้นี้และเห็นดวงตาแนวตั้งสีแดงเลือดอยู่ตรงกลางฝ่ามือของเขา พ่อมดหัวล้านก็รู้สึกเย็นยะเยือกถึงกระดูกของเขา ราวกับตกลงไปในกระแสน้ำหนาวจัด
พ่อมดหัวล้านไม่ได้รู้สึกถึงความตายที่ใกล้เข้ามานี้เป็นเวลานานมากแล้ว นับตั้งแต่เขากลายเป็นนักเวทย์ระดับเจ็ด เขาได้สังหารนักเวทย์ทั้งหมดที่เคยทำให้เขาขุ่นเคืองและเพิ่มพูนชื่อเสียงอันโหดร้ายของเขาก็ทำให้หลายคนหวาดกลัว
เมื่อเขาได้ยินว่ามีใครบางคนครอบครองหนังสือแห่งนิรันดร์เล่มที่สอง พ่อมดหัวล้านก็รีบมาทันที เขาแทบไม่สนใจคาถาระดับสี่ถึงหกในเล่มที่สองของหนังสือแห่งนิรันดร์ เนื่องจากความตั้งใจที่แท้จริงของเขาคือการหาข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับหนังสือเล่มที่สาม
สิ่งที่พ่อมดหัวล้านกำลังมองหาในหนังสือเล่มที่สามก็คือพลังปีศาจแพนโดร่าซึ่งคาดว่าในหนังสือเล่มนั้นมันจะน่ามีมากมาย สาเหตุที่เขาอยากได้พลังปีศาจแพนโดร่า มันเป็นเพราะว่าถ้านักเวทย์ระดับเจ็ดไม่มีพลังปีศาจแพนโดร่า พลังของนักเวทย์คนนั้นจะด้อยกว่านักเวทย์ระดับเจ็ดที่มีอย่างมากมาย
โชคไม่ดีสำหรับพ่อมดหัวโล้นที่การไล่ล่าหนังสือแห่งนิรันดร์ จะทำให้ตัวเองตกอยู่ในอันตราย
“ดวงตาแห่งความมืด จงสลาย!”
นักเวทย์ชุดดำพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา หลังจากนั้น แสงสีแดงเข้มก็พันรอบ ๆ พ่อมดหัวโล้นและเขารู้สึกราวกับว่าร่างกายของเขาถูกบีบด้วยแรงบางอย่าง
*โพล๊ะ*
พ่อมดหัวโล้น ผู้เป็นนักเวทย์ระดับเจ็ด เขาไม่มีโอกาสได้ร่ายคาถาใด ๆ ตอบโต้เลย ร่างกายของเขาระเบิดอย่างรุนแรงจนกลายเป็นแอ่งเลือด เลือดสดพุ่งขึ้นไปในอากาศและตกลงสู่พื้นเหมือนหยาดฝน
เขาตายแล้ว แถมด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว พ่อมดหัวล้านก็ตายไปแล้ว การตายของเขาช่างแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับชื่อเสียงของเขาก่อนหน้านี้
นักเวทย์ระดับเจ็ดบางคนซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางฝูงชน ในตอนแรกพวกเขาเองก็วางแผนที่จะเข้าไปในถ้ำหิมะพันไมล์และบังคับให้เนลสันมอบหนังสือแห่งนิรันดร์เล่มที่สองให้พวกเขา
อย่างไรก็ตาม นักเวทย์เหล่านี้มีความรอบคอบมาก พวกเขาไม่ได้ก้าวเข้าไปเยี่ยงราชาแต่กลับรวมตัวเข้ากับฝูงชนเชแทน เป็นผลให้พ่อมดหัวโล้นผู้หยิ่งผยองถูกฆ่าโดยนักเวทย์ในชุดดำ
ทุกคนที่อยู่ที่นั่นรู้สั่นกลัว บางคนยังรับรู้ถึงพลังของนักเวทย์ในชุดดำลึกลับ มันคือดวงตาแห่งความมืด พลังปีศาจแพนโดร่าแบบพิเศษในตำนาน
“มันคือดวงตาแห่งความมืด แม้แต่พลังต้องสาปในตำนาน มันปรากฏขึ้นที่นี่!”
“ดวงตาแห่งความมืดนั้นทรงพลังจริง ๆ เพื่อที่จะสามารถสังหารนักเวทย์ระดับเจ็ดได้อย่างง่ายดายโดยปราศจากการต่อต้านใด ๆ พลังของมันช่างน่าสะพรึงกลัว!”
“เป็นการดีที่สุดที่จะไม่ยั่วยุพ่อมดคนนี้…ว่าแต่พ่อมดลึกลับและทรงพลังเช่นนี้ปรากฏตัวในทุ่งหิมะเหมันต์ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
นักเวทย์หลายคนกำลังพูดคุยกันอย่างดุเดือดแต่ก็ไม่มีใครมีความตั้งใจที่จะท้าทายดวงตาแห่งความมืดของนักเวทย์ชุดดำ ระดับพลังของอีกฝ่ายมันสูงเกินไป!
“จริงอยู่ว่า ดวงตาแห่งความมืดจะกลืนกินผู้ใช้งาน แต่หลังจากที่ฉันสร้างคาถาธาตุระดับสี่แล้วและดวงใจแห่งความมืดก็สามารถบรรลุขั้นที่สองได้อีกด้วย ดังนั้นพลังงานเชิงลบที่ปล่อยออกมาจากดวงตาแห่งความมืดจะถูกความมืดดูดกลืนเข้าไปในหัวใจและแปลงเป็นพลังเวทย์ธาตุมืด!”
นักเวทย์ชุดดำพึมพำกับตัวเอง เขาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเมอร์ลินที่มาจากแดนไกล!
ดวงใจแห่งความมืดของเมอร์ลินผ่านการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหลังจากรวมกับคาถาระดับสี่ราตรีมรณะ พลังที่เกิดจากการรวมกันนั้นน่ากลัวเป็นพิเศษ
ยิ่งไปกว่านั้น การมีอยู่ของดวงใจแห่งความมืดทำให้พลังงานเชิงลบที่ปล่อยออกมาจากดวงตาแห่งความมืดส่งผลกระทบต่อเมอร์ลินนั้นน้อยมาก ดังนั้น เมอร์ลินจึงไม่ได้รับผลกระทบจากการกลืนกินของมันอีกต่อไป
แถมก่อนหน้านี้ที่เปิดใช้งานดวงตาแห่งความมืดรูปแบบที่สาม เขาก็ไม่ต้องการแม็กซิมแห่งไฟเพื่อช่วยปราบปรามดวงตาแห่งความมืดอีกด้วย
เว้นแต่เมอร์ลินจะปลดผนึกที่พ่อมดลีโอวางไว้บนรูปแบบที่สี่ของดวงตาแห่งความมืด จากนั้นอาจมีการกลืนกินที่ท่วมท้นซึ่งต้องการการปราบปรามจากแม็กซิมแห่งไฟ
โดยทั่วไปแล้วดวงใจแห่งความมืดสามารถดูดซับพลังงานเชิงลบบางส่วนและแปลงเป็นพลังเวทย์ได้ ดังนั้น เมอร์ลินจึงเหมาะที่จะฝึกฝนดวงตาแห่งความมืดมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับพ่อมดลีโอ
หลังจากฆ่าพ่อมดหัวล้านแล้ว เมอร์ลินก็กวาดสายตามองไปยังฝูงชน เขารู้ว่ามีนักเวทย์ระดับเจ็ดซ่อนอยู่ท่ามกลางฝูงชน แต่ดูเหมือนว่าไม่มีใครกล้าแสดงตัว
ด้วย ‘ความชั่วร้าย’ ของเมอร์ลินก่อนหน้านี้ทำให้พวกเขาระมัดระวังเป็นพิเศษต่อเขา
ท้ายที่สุด ทุ่งหิมะเหมันต์ไม่เหมือนกับโลกนักเวทย์ทางใต้ นี่เป็นการเอาตัวรอดของผู้แข็งแกร่งที่สุด ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องปกติที่นักเวทย์ทรงพลังจะฆ่านักเวทย์ที่อ่อนแอกว่า เว้นแต่จะเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ครั้งใหญ่ก็ไม่มีใครเต็มใจที่จะยั่วยุพ่อมดผู้ทรงพลังอย่างเมอร์ลิน
“ที่นี่คือถ้ำหิมะพันไมล์สินะ?”
เมอร์ลินหรี่ตาลง เขาสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวภายในถ้ำหิมะพันไมล์ ภายในมีทางแยกและทางผ่านนับไม่ถ้วน คงจะยากมากที่จะหาใครสักคนซ่อนตัวอยู่ในถ้ำ
*หวู่ม*
เมอร์ลินลอยขึ้นไปในอากาศและเข้าไปในถ้ำหิมะพันไมล์...
“ในที่สุดเขาก็ไปซะที!”
“ตอนนี้เราสามารถเข้าไปข้างในได้ แต่ต้องแน่ใจว่าเราจะไม่เผชิญหน้ากับเขา”
เมื่อพวกเขาเห็นว่าเมอร์ลินได้เข้าไปในถ้ำหิมะพันไมล์แล้ว นักเวทย์จำนวนหนึ่งก็เริ่มโผล่ออกมาจากฝูงชน เพื่อให้ได้เล่มที่สองของหนังสือแห่งนิรันดร์และหาตำแหน่งของเล่มที่สาม พวกเขาจะพยายามคว้ามันมาให้ได้ แม้จะตกอยู่ในอันตรายมากแค่ไหนก็ตาม
ในชั่วพริบตา นักเวทย์จำนวนมากได้เข้าไปในถ้ำหิมะพันไมล์ แต่ละคนใช้ความสามารถของตนเองเพื่อค้นหาเนลสันซึ่งกำลังถือหนังสือเล่มที่สองของหนังสือแห่งนิรันดร์อยู่
…
ภายในถ้ำหิมะพันไมล์ เมอร์ลินกระจายพลังจิตอย่างเต็มที่ แม้ว่าพลังจิตของจุดสูงสุดของระดับห้าจะไม่ถือว่าทรงพลังเป็นพิเศษ แต่ภายในถ้ำที่คดเคี้ยวและสลับซับซ้อนนี้ แม้แต่พลังจิตที่แข็งแกร่งกว่าก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้
เมอร์ลินเพียงแค่ใช้พลังจิตเพื่อสังเกตสภาพแวดล้อมของเขา ภายในถ้ำ ดูเหมือนว่ายิ่งเขาเข้าไปลึกเท่าไรก็ยิ่งหนาวเย็นมากขึ้นเท่านั้น อันที่จริง ความเร็วในการสะสมพลังเวทย์ของโครงสร้างคาถาธาตุน้ำแข็งของเมอร์ลินเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ
“ฉันสงสัยว่าเนลสันซ่อนตัวอยู่ที่ไหน? นอกจากนี้ นักเวทย์ที่เข้ามาในถ้ำหิมะพันไมล์อาจพบร่องรอยของเนลสันแล้ว ถ้าฉันสามารถหาร่องรอยของพวกเขาได้ ฉันก็น่าจะหาเนลสันเจอได้เหมือน!”
เมอร์ลินรู้ว่าการค้นหาใครสักคนในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนเช่นนี้เป็นงานที่ยากเย็นแสนเข็ญ ดังนั้นการติดตามผู้อื่นจึงเป็นแผนที่ดี
ดังนั้น เมอร์ลินจึงเริ่มตรวจสอบรอยเท้าบางส่วนที่ทิ้งไว้ในถ้ำอย่างระมัดระวัง ตามรอยเท้าที่ยุ่งเหยิง เขาค่อย ๆ เดินเข้าไปลึกเข้าไปในถ้ำหิมะพันไมล์
*ครืน*
ทันใดนั้น ทั้งถ้ำก็สั่นสะท้านและมีกลิ่นไหม้อยู่เต็มทางเดินในถ้ำ พร้อมด้วยความร้อนแผดเผา
“คาถาธาตุไฟ?”
เมอร์ลินเผยสีหน้าอันเคร่งเครียดออกมา เขารู้ว่าในทุ่งหิมะเหมันต์ คาถาธาตุน้ำแข็งพบได้ทั่วไปมากกว่า เนื่องจากปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม จึงเป็นเรื่องยากมากที่นักเวทย์จะสร้างคาถาธาตุไฟ แม้ว่าจะมีแต่พวกมันมักจะมาจากด้านนอกของทุ่งหิมะเหมันต์
อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของพลังธาตุไฟนั้นเกินระดับของนักเวทย์ทั่วไปและสามารถใช้ได้โดยนักเวทย์ระดับเจ็ดเท่านั้น
“อาจมีคนพบเนลสันแล้ว!”
เมอร์ลินไม่ลังเลและเริ่มมุ่งหน้าไปยังการระเบิดเวทย์ธาตุไฟ พลังธาตุลมกระจายรอบ ๆ ตัวเขา และเขาก็เปลี่ยนเป็นแสงหลากสี บินตรงไปข้างหน้าภายในถ้ำที่มืดสนิททันที
ในเวลาเดียวกัน นักเวทย์จำนวนนับไม่ถ้วนก็บินไปยังทิศทางของความผันผวนของธาตุไฟเช่นกัน
…
ภายในถ้ำหิมะพันไมล์ นักเวทย์สามคนยืนอยู่ในรูปสามเหลี่ยม แต่ละคนกวาดตามองฝ่ายตรงข้ามอย่างระมัดระวัง บรรยากาศในตอนนี้ตึงเครียดมาก
ตรงด้านในสุดมีนักเวทย์ที่มีเสื้อผ้าขาดรุ่งกำลังพิงกำแพงถ้ำ ร่างกายของเขาอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด เขาหอบอย่างหนักดังนั้นจึงเห็นได้ชัดว่าเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสและไม่สามารถเคลื่อนไหวได้
แม้จะได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่ดวงตาของเขาก็กวาดสายตาไปรอบ ๆ ตลอดเวลา เผยให้เห็นถึงเจตนาที่เจ้าเล่ห์ อย่างไรก็ตาม ด้วยตำแหน่งที่ยืนของอีกฝ่าย มันได้ปิดกั้นทางออกทั้งหมด
นักเวทย์ทั้งสามดูไม่ยอมแพ้และรัศมีอันทรงพลังก็เล็ดลอดออกมาจากร่างกายของพวกเขา พวกเขาล้วนเป็นนักเวทย์ที่อยู่เหนือระดับเจ็ดและหนึ่งในนั้นสวมชุดคลุมสีแดงยาวมีชั้นไฟลุกโชนไปทั่วร่างกายของเขา
“ให้ตายเถอะ พ่อมดเบส คุณจะสู้กับพวกเราสองคนจริง ๆ เหรอ? คุณก็รู้ดีว่าต่อให้คุณรอดไปจากพวกเราได้ คุณก็ออกไปจากที่นี่พร้อมกับหนังสือแห่งนิรันดร์ไม่ได้!”
นักเวทย์สองคนนี้วางแผนร่วมกัน สายตาที่โลภของพวกเขาจับจ้องไปที่หนังสือแปลกตาในมือของพ่อมดเบส มันเป็นเล่มที่สองของหนังสือแห่งนิรันดร์ซึ่งมีแสงสีขาวศักดิ์สิทธิ์ส่องอยู่รอบ ๆ
เล่มที่สองของหนังสือแห่งนิรันดร์ตกไปอยู่ในมือของพ่อมดเบสที่สวมชุดสีแดง เขาไม่ใช่นักเวทย์จากทุ่งหิมะเหมันต์แต่เดินทางมาจากสถานที่ห่างไกลเมื่อสองสามปีก่อน
"ฮิฮิ คาถาของฉันก่อนหน้านี้ได้เขย่าถ้ำหิมะพันไมล์ทั้งหมด ต่อให้เป็นคนโง่ขนาดไหนก็ต้องรู้ตัวว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นและกำลังพุ่งมาที่นี่และเมื่อพวกเขามาถึง ไม่มีใครในพวกเราจะได้รับหนังสือแห่งนิรันดร์ไป ดังนั้นฉันคิดว่าเราควรออกไปทันที เมื่ออยู่นอกถ้ำหิมะพันไมล์ เราสามารถสู้กับพวกมันได้!”
พ่อมดเบสพูดอย่างเย้ยหยัน เขาคิดไว้แล้วว่าเมื่อไปถึงทางออกถ้ำ เขาจะหนีจากถ้ำหิมะพันไมล์ไม่ว่าด้วยวิธีใด เมื่อเขาหนีออกจากทุ่งหิมะเหมันต์ได้ มันก็จะไม่มีใครหยุดเขาได้
แต่ตอนนี้ เขากำลังเผชิญหน้ากับนักเวทย์สองคนพร้อมกัน เขาคงหมดแรงจนตายภายในถ้ำหิมะพันไมล์อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
พ่อมดเบสกำลังเดิมพันกับโอกาสรอด ถึงนักเวทย์ระดับเจ็ดสองคนนี้จะมีความมั่นใจอย่างยิ่งว่าได้ขวางทางหนีไว้อย่างสมบูรณ์แล้ว แต่เมื่อมีนักเวทย์มามากขึ้น เขาจะใช้ความโกลาหลนี้หลบหนีไปจากที่นี่
อย่างไรก็ตาม การรอความโกลาหลเป็นทางเลือกที่เสี่ยงเช่นกัน เพราะเขาไม่รู้ว่านักเวทย์คนอื่น ๆ ในถ้ำหิมะพันไมล์นั้นแข็งแกร่งเพียงใด หากนักเวทย์ระดับแปดหรือเก้าปรากฏตัวขึ้น เขาจะไม่มีโอกาสรอดออกไปอย่างแน่นอน
"ปล่อยเขาไป!"
นักเวทย์ทั้งสองไม่กล้ารออีกต่อไป การปล่อยให้เบสหนีไปได้ พวกเขายังมีโอกาสมากที่จะได้หนังสือเล่มที่สองของหนังสือแห่งนิรันดร์
ในขณะที่พวกเขารอให้นักเวทย์คนอื่น ๆ เข้าร่วมการต่อสู้ มันก็จะวุ่นวายและไม่มีใครสามารถมั่นใจได้ว่าจะได้หนังสือแห่งนิรันดร์
"ฮิฮิ"
แผนของพ่อมดเบสประสบความสำเร็จ ร่างของเขาวาววับและบินตรงไปยังทางออกถ้ำ
“เพลิงวินาศ!” เสียงเยือกเย็นดังขึ้นและในขณะเดียวกัน เปลวเพลิงสีขาวซีดเริ่มแผดเผาอย่างรุนแรง ทำให้ทางเดินที่มืดสนิทกลายเป็นสว่างราวกับกลางวัน
จากภายในเปลวเพลิงที่ลุกโชน ร่างชุดดำสามารถมองเห็นได้จาง ๆ ยืนอยู่ต่อหน้าพ่อมดเบส