- หน้าแรก
- ความลับของพ่อมด
- WS บทที่ 395 แก่นแท้แห่งรูน
WS บทที่ 395 แก่นแท้แห่งรูน
WS บทที่ 395 แก่นแท้แห่งรูน
บนชั้นที่เจ็ด เมอร์ลินเข้าไปในห้องเล็ก ๆ ที่ถูกทิ้งร้างมานานแสนนาน เขามองไม่เห็นสิ่งใดจากภายนอกและคนอื่น ๆ ก็มองไม่เห็นสิ่งใดภายในห้องเช่นกัน แม้แต่เจ้าแมวดำ ไดอามอสเป็นวิญญาณผู้พิทักษ์ก็ไม่สามารถมองเห็นอะไรในห้องเล็ก ๆ นี้ได้
ดังนั้น มีเพียงเมอร์ลินเท่านั้นที่สามารถดูสมบัติที่จอมเวทย์ฟิเดลทิ้งไว้ในห้องเล็ก ๆ ได้
สมบัติบนชั้นที่เจ็ดเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดของจอมเวทย์ฟิเดล เมอร์ลินก็เต็มไปด้วยความอยากรู้ อยากเห็นเช่นกัน เป็นเวลาหลายพันปีแล้วที่ไม่มีใครสามารถพิชิตชั้นที่เจ็ดของหอคอยแห่งรูนได้ นอกจากตัวจอมเวทย์ฟิเดลก็ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าที่นี่มีสมบัติอะไรบ้าง
การตกแต่งในห้องเล็กนั้นเรียบง่ายมาก เมอร์ลินกวาดสายตาไปรอบ ๆ และมุ่งความสนใจไปที่บริเวณที่เปล่งแสงสีขาวทันที มีอักษรรูนลึกลับขนาดใหญ่ในบริเวณนี้ มันลอยอยู่ในแสงสีขาว ม้วนตัวไม่หยุดหย่อน มันดูลึกลับอย่างไม่น่าเชื่อ
*หวู่ม*
ทันใดนั้น ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นจากภายในแสงสีขาว มันดูเหมือนวิญญาณผู้พิทักษ์ชั้นที่หกของหอคอยแห่งรูน เอลฟิเดล
เอลฟิเดลมีรูปร่างเหมือนจอมเวทย์ฟิเดลพอดิบพอดี โดยธรรมชาติแล้ว ร่างนี้ไม่ใช่เอลฟิเดล ดังนั้นจึงมีเพียงคำอธิบายเดียวเท่านั้นว่าร่างตรงหน้าคือร่างจิตที่จอมเวทย์ฟิเดลทิ้งไว้เบื้องหลัง
“ในที่สุด ก็มีคนพิชิตชั้นที่เจ็ดของหอคอยแห่งรูนได้…คุณมีชื่อว่าอะไร?”
จอมเวทย์ฟิเดลมองดูเมอร์ลินอย่างสงบ
หัวใจของเมอร์ลินตกใจเล็กน้อย ความจริงที่ว่าร่างจิตนี้สามารถสื่อสารกับเขาได้ ทำให้เขาประหลาดใจอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เขาเป็นร่างจิตที่พ่อมดฟิเดลทิ้งไว้เบื้องหลัง ดังนั้นเขาจึงต้องเกี่ยวข้องกับสมบัติที่นี่
ดังนั้น เมอร์ลินจึงตอบด้วยความเคารพว่า “ผมมีชื่อว่าเมอร์ลิน วิลสันขอรับ!”
“พ่อมดเมอร์ลิน อย่ากลัวไปเลย ร่างนี้เป็นเพียงร่างจิตของฉันและไม่สามารถคงอยู่ได้นานนัก เมื่อคุณได้รับสมบัติเมื่อไหร่ ร่างจิตนี้ก็จะหายไป ตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว ให้ฉันแนะนำสมบัติที่ฉันทิ้งไว้ให้คุณ นั่นก็คือแก่นแท้แห่งรูน!”
“แก่นแท้แห่งรูน?”
เมอร์ลินมองดูอักษรรูนขนาดใหญ่กลางอากาศซึ่งน่าจะเป็นแก่นแท้แห่งรูนที่จอมเวทย์ฟิเดลทิ้งไว้แต่เขาไม่สามารถตรวจพบสิ่งพิเศษใด ๆ ได้เลย
“แท้จริงแล้ว แก่นแท้แห่งรูนประกอบด้วยความรู้และความเข้าใจชั่วชีวิตของฉันเกี่ยวกับวงแหวนเวทย์ ด้วยแก่นแท้แห่งรูนนี้ แม้แต่ผู้ที่ไม่รู้จักอักษรรูนก็สามารถเปิดใช้งานวงแหวนเวทย์ได้ มันเป็นสมบัติพิเศษที่ฉันสร้างขึ้นมา แม้ว่ามันจะแตกต่างจากอุปกรณ์เวทมนต์ แต่ก็แข็งแกร่งยิ่งกว่าพวกมัน!”
“แน่นอนว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับแก่นแท้แห่งรูนยังคงเป็นความเข้าใจของฉันเกี่ยวกับอักษรรูน คุณสามารถย่อยความรู้ของอักษรรูนในแก่นแท้แห่งรูนอย่างช้า ๆ และกลายเป็นนักเวทย์แห่งรูนที่ยอดเยี่ยมได้!”
“โลกนี้เต็มไปด้วยความลึกลับ ฉันเคยเห็นอัจฉริยะทุกประเภท แม้แต่นักเวทย์ระดับสามบางคนที่สามารถฆ่านักเวทย์ระดับเจ็ดได้! ความสามารถดังกล่าวมีอยู่ไม่มากนัก แต่ก็ไม่ได้ตัดโอกาสที่จะต้องมีนักเวทย์ดังกล่าวในดินแดนมนต์ดำในอนาคต หากคุณเป็นอัจฉริยะจริง ๆ แต่ไม่สนใจอักษรรูน ฉันหวังว่าคุณจะพบกับอัจฉริยะแห่งรูนในดินแดนมนต์ดำและส่งต่อแก่นแท้แห่งรูนให้นักเวทย์คนนั้นในอนาคต เพื่อไม่ให้เสียความพยายามทั้งชีวิตของฉันไป...”
เมอร์ลินเข้าใจแล้วว่าร่างจิตตรงหน้าของไม่ได้มีความคิดความอ่านเป็นของตัวเอง ก่อนหน้านี้ถามถึงชื่อของเมอร์ลิน มันถูกตั้งค่าโดยจอมเวทย์ฟิเดลเท่านั้น ร่างจิตนี้พูดตามสิ่งที่จอมเวทย์ฟิเดลได้วางไว้ในตอนแรกเท่านั้น
ไม่นานหลังจากนั้น ร่างจิตของจอมเวทย์ฟิเดลก็ค่อย ๆ จางหายไปและไม่นานก็หายย้ายกันไปโดยสมบูรณ์ เหลือเพียงอักษรรูนขนาดใหญ่ในห้อง
อักษรรูนในแสงสีขาวคือแก่นแท้แห่งรูนที่จอมเวทย์ฟิเดลกล่าวถึง มันเป็นความพยายามอย่างอุตสาหะทั้งชีวิตของจอมเวทย์ฟิเดลที่เขาต้องการส่งต่อไปยังอัจฉริยะแห่งรูนที่แท้จริงของดินแดนมนต์ดำซึ่งจะพิชิตชั้นที่เจ็ดโดยใช้ความเข้าใจเกี่ยวกับอักษรรูนและในที่สุดก็ได้รับแก่นแท้แห่งรูนไป
นักเวทย์สุดมหัศจรรย์เช่นนั้นสามารถสืบทอดความเข้าใจตลอดชีวิตของจอมเวทย์ฟิเดลเกี่ยวกับอักษรรูนได้ดีขึ้น แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเมอร์ลินที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอักษรรูนมากนักได้เป็นผู้พิชิตชั้นที่เจ็ด
“ถึงจะไม่ใช่นักเวทย์แต่หากได้ครอบครองแก่นแท้แห่งรูน คน ๆ นั้นก็สามารถใช้แก่นแท้แห่งรูนเพื่อเปิดใช้งานวงแหวนเวทย์และกลายเป็นนักเวทย์แห่งรูนที่น่าเกรงขามได้!”
เมอร์ลินมองดูอักษรรูนกลางอากาศและค่อย ๆ เริ่มสนใจ เขาไม่เชี่ยวชาญเรื่องอักษรรูน ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถแม้แต่จะใช้งานวงแหวนเวทย์ได้และไม่เข้าใจว่าอักษรรูนคืออะไร
เวลาของเขามีขีดจำกัด นอกเหนือจากคาถาและพลังปีศาจแพนโดร่าแล้ว เมอร์ลินไม่มีเรี่ยวแรงมากพอที่จะศึกษาด้านอันษรรูนซึ่งเป็นศาสตร์ที่ไร้ขอบเขตและลึกซึ้ง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีสมบัติลึกลับเช่นแก่นแท้แห่งรูน เขาจึงอยากจะลองดู
บางทีเขาอาจจะไม่ได้รับความรู้ที่แท้จริงและสิ่งล้ำค่าเกี่ยวกับอักษรรูน แต่หลังจากได้รับแก่นแท้แห่งรูนไปแล้ว ด้วยความลึกลับของแก่นแท้แห่งรูนก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เมอร์ลินใช้งานวงแหวนเวทย์ได้
หากในอนาคตมีอัจฉริยะด้านอักษรรูนปรากฎขึ้นในดินแดนมนต์ดำ มันก็คงไม่สายเกินไปที่จะส่งต่อแก่นแท้แห่งรูนให้เขา
"อืม...ก่อนหน้านี้ ร่างจิตของจอมเวทย์ฟิเดลเหมือนจะไม่ได้กล่าวถึงวิธีการได้รับแก่นแท้แห่งรูนใช่มั้ย?”
ทันใดนั้น เมอร์ลินก็เพิ่งตระหนักได้ แก่นแท้แห่งรูนนั้นลึกลับจริง ๆ แต่เขาไม่รู้ว่าจะได้รับมันมาได้อย่างไร แม้แต่การร่างจิตของจอมเวทย์ฟิเดลก็ดูเหมือนจะลืมพูดถึงประเด็นนี้ไปแล้ว
เมอร์ลินขมวดคิ้วและก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว เขาเดินไปที่บริเวณที่อาบแสงสีขาว เขามองดูแก่นแท้แห่งรูนและหาวิธีที่จะได้รับมัน ขณะที่เขายังอยู่ห่างจากแก่นแท้แห่งรูน ดูเหมือนว่าจะสัมผัสได้ถึงบางสิ่งและสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
*ฮึ่ม ฮึ่ม ฮึ่ม*
แสงสีขาวกลิ้งไปมาราวกับเมฆที่ห่อหุ้มเมอร์ลินไว้ ในเวลาเดียวกันแก่นแท้แห่งรูนขนาดมหึมาและลึกลับก็กลายเป็นลำแสงในทันทีและจารึกตัวเองเข้าไปในจิตใจของเมอร์ลิน
*บูม!*
จู่ ๆ ข้อมูลจำนวนมากก็ปรากฏขึ้นในใจของเมอร์ลิน ใจของเมอร์ลินว่างเปล่าราวกับถูกทอดทิ้ง
สภาพนี้คงอยู่ชั่วครู่ก่อนที่เมอร์ลินจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกได้ถึงความรู้ที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันในจิตใจของเขา ยิ่งไปกว่านั้น ในจิตใต้สำนึกของเขา มีอักษรรูนขนาดใหญ่เปล่งแสงสีขาวออกมาเล็กน้อย มันคือแก่นแท้แห่งรูน
แก่นแท้แห่งรูนนี้ลึกลับมาก มันลอยอยู่ในจิตใต้สำนึกและไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับโครงสร้างคาถาและแม็กซิมแห่งไฟ นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบอย่างใกล้ชิด เขาก็พบว่ามีอักษรรูนลึกลับจำนวนมากบนพื้นผิวของแก่นแท้แห่งรูนซึ่งจัดเป็นวงแหวนเวทย์จำนวนนับไม่ถ้วนเพื่อปกป้องแก่นแท้แห่งรูน
วงแหวนเวทย์เหล่านี้ต้องเป็นความพยายามอันอุตสาหะของจอมเวทย์ฟิเดล จุดประสงค์ของมันคือการปกป้องแก่นแท้แห่งรูน ดังนั้นแม้ว่าจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น แก่นแท้แห่งรูนจะยังคงไม่บุบสลาย และความพยายามตลอดชีวิตของจอมเวทย์ฟิเดลจะไม่สูญเปล่า
นอกจากการปกป้องจากวงแหวนเวทย์แล้ว เมอร์ลินก็ไม่สามารถทำลายแก่นแท้แห่งรูนได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม เมอร์ลินพอใจกับทุกสิ่งทุกอย่างมาก
แก่นแท้แห่งรูนนั้นแตกต่างจากแม็กซิมแห่งไฟ เมอร์ลินสามารถควบคุมได้ง่ายดาย ถ้าเขาใช้แก่นแท้แห่งรูน เขาจะเห็นรอยประทับสีขาวค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนหน้าผากของเขาซึ่งทำให้เมอร์ลินเต็มไปด้วยความลึกลับ
แก่นแท้แห่งรูนมีความรู้มากมายเกี่ยวกับอักษรรูนซึ่งนี้มีค่าอย่างไม่น่าเชื่อ สำหรับเหล่านักเวทย์ที่ศึกษาอักษรรูนวิทยาอย่างสุดใจ นี่เป็นสมบัติล้ำค่า ความรู้ทั้งหมดนี้คือความเข้าใจและความเข้าใจของจอมเวทย์ฟิเดลเกี่ยวกับอักษรรูนและนักเวทย์ที่สนใจในอักษรรูนจะสามารถก้าวหน้าได้ด้วยการก้าวกระโดดและช่วยเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับอักษรรูนอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม สำหรับเมอร์ลิน มันไม่มีประโยชน์อะไรมากนัก สิ่งที่เขาคิดจริง ๆ ก็คือแก่นแท้แห่งรูนจะสามารถช่วยเมอร์ลินให้เชี่ยวชาญอักษรรูนได้ ไม่ว่าเขาจะไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับอักษรรูนเลยก็ตาม แต่ด้วยแก่นแท้แห่งรูนนี้ เขาก็ยังสามารถเปิดใช้งานวงเวทย์รูนอันทรงพลังได้
“เรามาดูกันว่าแก่นแท้แห่งรูนนี้วิเศษมากอย่างที่คิดหรือไม่?”
เมอร์ลินหยิบแผ่นวงเวทย์รูนที่เขาได้รับมาเมื่อนานมาแล้ว มันเป็นเพียงแผ่นเวทมนตร์รูนธรรมดา แต่เนื่องจากเมอร์ลินไม่รู้เกี่ยวกับอักษรรูนและไม่ได้ค้นคว้าเกี่ยวกับอักษรรูนใด ๆ แผ่นวงเวท์รูนจึงกลายเป็นเพียงของตกแต่ง เมอร์ลินยังไม่มีวิธีเปิดใช้งานวงแหวนเวทย์ในแห่นวงเวทย์รูน
“แก่นแท้แห่งรูน!”
เมอร์ลินร่ายมนต์ด้วยเสียงต่ำและเปิดใช้งานแก่นแท้แห่งรูน ทันใดนั้น แก่นแท้แห่งรูนก็ปรากฏชัดเจนขึ้นตรงกลางหน้าผากของเมอร์ลินและอักษรรูนก็เริ่มเข้าสู่แผ่นวงเวทย์รูนทีละตัว
*ฮึ่ม ฮึ่ม ฮึ่ม*
ทันใดนั้น แผ่นวงเวทย์รูนในมือของเมอร์ลินก็เริ่มเปิดใช้งานและวงแหวนเวทย์ในแผ่นวงเวทย์ก็เริ่มจัดเรียงอย่างรวดเร็ว แม้ว่าเมอร์ลินจะไม่รู้จักอักษรรูนแต่เขารู้ว่าแห่นแท้แห่งรูนนี้ทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ!
เมื่อแก่นแท้แห่งรูนเปิดใช้งาน นักเวทย์ที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอักษรรูนก็สามารถกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในอักษรรูนในทันที สามารถจัดเรียงวงแหวนเวทย์ทุกประเภทได้อย่างง่ายดาย
"เยี่ยมมาก ฉันไม่เคยคิดว่ามันเป็นความจริง ด้วยแก่นแท้แห่งรูนนี้ ฉันจะสามารถเปิดใช้งานวงแหวนเวทย์ได้ไม่ว่าจะซับซ้อนแค่ไหนก็ตาม!”
เมอร์ลินรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เขาที่ไม่เข้าใจอักษรรูน ดังนั้นเขาจึงต้องทำลายวงแหวนเวทย์ใด ๆ ที่เขาพบซึ่งเป็นปัญหาอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นวงแหวนเวทย์บางอันมันซับซ้อนและทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ มันไม่ได้ด้อยกว่าเวทย์มนตร์ที่ทรงพลังและยากอย่างยิ่งที่จะทำลายด้วยกำลัง
ตอนนี้เขามีแก่นแท้แห่งรูนอันแสนลึกลับแล้ว เขาไม่มีอะไรต้องกลัวพวกวงแหวนเวทย์อีกต่อไป ท้ายที่สุด จอมเวทย์ฟิเดลได้มาถึงจุดสูงสุดในความเข้าใจเกี่ยวกับอักษรรูน จอมเวทย์ฟิเดลที่สามารถไปถึงจุดสูงสุดของจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ได้ด้วยการพึ่งพาอักษรรูนและเป็นอันดับสองรองจากตำนานที่ยิ่งใหญ่เหล่านั้นเท่านั้น!
“เอาล่ะ ได้เวลาออกไปจากที่นี่แล้ว!”
เมอร์ลินพอใจมากหลังจากได้รับแก่นแท้แห่งรูน เขาไม่ได้กลับไปที่ชั้นเจ็ดแต่กลับวาดภาพในอากาศภายในห้องเล็ก ๆ เพื่อวาดวงแหวนเวทย์และเปิดใช้งานแก่นแท้แห่งรูน
ทันใดนั้น อักษรรูนลึกลับจากแก่นแท้แห่งรูนก็พุ่งออกมาและก่อตัวเป็นวงแหวนเวทย์ นี่เป็นวงแหวนเคลื่อนย้ายธรรมดาที่ เมอร์ลินสามารถจัดเรียงได้อย่างง่ายดายโดยใช้แก่นแท้แห่งรูน
จากนั้น เมอร์ลินก็เดินเข้าไปในวงแหวนเวทย์ แสงสีขาวล้อมรอบเมอร์ลินและเขาก็หายตัวไปจากวงแหวนเวทย์ในทันที