เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WS บทที่ 191 หนึ่งหมัด

WS บทที่ 191 หนึ่งหมัด

WS บทที่ 191 หนึ่งหมัด


หลังจากเลี้ยวไปมาตามตรอกไปหลายตรอก เมอร์ลินได้เดินตามพ่อมดแซมเมียร์เข้าไปในตรอกเล็ก ๆ ทางด้านขวามือมีประตูเล็ก ๆ นี่คือบ้านของพ่อมดแซมเมียร์

เมอร์ลินมองไปรอบๆ ลานเล็ก ๆ จะต้องใช้เวลาค่อนข้างนานสำหรับผู้ที่จะหาสถานที่แห่งนี้ซึ่งก็เพียงพอแล้วที่จะแสดงให้เห็นว่าพ่อมดแซมเมียร์เป็นคนที่ระมัดระวังตัวมาก

พวกเขาเดินผ่านลานบ้านและมาถึงทางเดินหินสีฟ้ายาวซึ่งนำไปสู่ห้องนั่งเล่น แม้ว่าบ้านของพ่อมดแซมเมียร์จะถูกซ่อนไว้แต่ข้างในเป็นพื้นที่กว้างขวาง

“พ่อมดเมอร์ลิน เชิญพบเพื่อนเก่าของข้าในห้องนั่งเล่น” พ่อมดแซมเมียร์พูดด้วยรอยยิ้มขณะที่พาเมอร์ลินเข้ามา

เมอร์ลินพยักหน้าและเมื่อเขาเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น เขาสังเกตเห็นนักเวทย์สามคนนั่งอยู่ทางด้านซ้ายของห้อง

นักเวทย์ทั้งสามสวมเสื้อคลุมสีดำ มีคน ๆ หนึ่งโดดเด่นเตะตาเมอร์ลินในทันทีที่มองเห็น เขามีตาข้างเดียวและหัวล้าน เขามีร่างกายที่หอมแห้งและดูเหมือนอันธพาลที่ดุร้ายมากกว่านักเวทย์ที่ลึกลับ

“เฮ้ แซมเมียร์ เจ้านี่เหรอที่ทำให้พวกเราต้องรอ?” นักเวทย์หัวโล้นตาเดียวเย้ยหยัน

เมอร์ลินรู้สึกถึงพลังจิตที่ดุร้ายจากคาถาทั้งสามที่พุ่งตรงมาที่เขาทันทีที่เขาเดินเข้าไปในห้อง เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยเนื่องจากเป็นการหยาบคายอย่างยิ่งที่จะถูกตรวจสอบโดยทันทีผ่านพลังจิต

บ่อยครั้ง การกระทำเช่นนี้อาจนำไปสู่การต่อสู้ระหว่างนักเวทย์ อย่างไรก็ตาม พวกเขาทั้งหมดเป็นนักเวทย์ระดับสาม พวกเขาจึงรู้ได้ทันทีว่าเมอร์ลินเป็นนักเวทย์ระดับเริ่มต้น แม้ว่าพ่อมดแซมเมียร์จะกล่าวว่าเมอร์ลินสามารถต้านทานการโจมตีของเขาได้แต่ทั้งสามก็ยังคลางแคลงสงสัยอยู่มาก

พ่อมดแซมเมียร์พยักหน้าและพูดว่า "ใช่ นี่คือพ่อมดเมอร์ลิน พ่อมดเมอร์ลิน ข้าของแนะนำให้ท่านรู้จักพ่อมเดอมาร์โก้ นักเวทย์ระดับสาม!"

พ่อมดเดอมาร์โก้เป็นชื่อของนักเวทย์ตาเดียวหัวโล้น เมื่อเขาเห็นเมอร์ลิน เขาก็ทำหน้าไม่พอใจและนั่งลงอย่างฉุนเฉียว

เมอร์ลินพยักหน้าเบา ๆ เพื่อรับทราบขณะที่พ่อมดแซมเมียร์ชี้ไปที่นักเวทย์อีกคนหนึ่งซึ่งมีผิวขาวและดูเหมือนเขาอายุสามสิบกลางๆ

“นี่คือพ่อมดเบรน เขามีความเชี่ยวชาญในศาสตร์เล่นแร่แปรธาตุที่สูงมาก เขายังเป็นเจ้าของโฮมุนครุสอีกสองตัวด้วย!”

พ่อมดแซมเมียร์พูดขณะที่เขามองตาแปลก ๆ เมอร์ลินมองตามและสังเกตเห็นโฮมุนครุสสองตัวถัดจากพ่อมดเบรน

อย่างไรก็ตาม โฮมุนครุสเหล่านี้มีทั้งผู้หญิงที่สวยและเซ็กซี่มาก หนึ่งในนั้นยังอยู่ในอ้อมแขนของพ่อมดเบรน

เมอร์ลินส่ายหัวในใจ นักเล่นแร่แปรธาตุส่วนใหญ่มักจะมีนิสัยแปลก ๆ

คงจะจริงที่พ่อมดเบรนมีความสำเร็จสูงในด้านการเล่นแร่แปรธาตุ เนื่องจากนักเล่นแร่แปรธาตุส่วนใหญ่มีโฮมุนครุสเพียงตัวเดียวแต่พ่อมดเบรนมีสองตัว แม้แต่พ่อมดแซมเมียร์เองก็มีโฮมุนครุสเพียงตัวเดียวเท่านั้น

จากนั้นพ่อมดแซมเมียร์แนะนำนนักเสทย์คนสุดท้าย “นี่คือพ่อมดรีเซน”

พ่อมดรีเซนเป็นนักเวทย์ระดับสามและเขาธรรมดาที่สุดจากทั้งสามคน เขายิ้มและพยักหน้าเบา ๆ ที่เมอร์ลิน

พวกเขาเป็นนักเวทย์ระดับสามทั้งหมด พวกเขาทั้งหมดได้รวมตัวกันชั่วคราวเพื่อเตรียมและเข้าโบราณสถานกับพ่อมดแซมเมียร์

“เฮ้ แซมเมียร์ เจ้าบอกว่าเจ้าหนูที่สามารถรับมือคาถาระดับสามได้ ข้าไม่เชื่อหรอก! เจ้าหนู! ถ้าแกสามารถต้านทานการโจมตีของข้าได้เพียงครั้งเดียวและแสดงความแข็งแกร่งของเจ้าให้เราเห็น ข้าจะยอมปล่อยให้แกข้าร่วมกับเรา แค่คำพูดของแซมเมียร์ไม่พอที่จะทำให้ข้าเชื่อได้”

พ่อมดเดอมาร์โก้ นักเวทย์หัวโล้นตาเดียวประกาศอย่างกระทันหันในขณะที่เขาจ้องเมอร์ลินอย่างชั่วร้าย

เมอร์ลินชำเลืองมองที่พ่อมดแซมเมียร์ซึ่งยืนนิ่งอยู่นิ่ง ๆ ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะมีการพูดคุยกันระหว่างพวกเขาแล้ว มิเช่นนั้นพวกเขาจะไม่ยอมให้เมอร์ลินเข้าร่วมด้วยซ้ำ

"เข้าใจแล้ว" สีหน้าของเมอร์ลินสงบลงและเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ

“ฮ่าฮ่า แซมเมียร์ ดูนั่นสิ! นักเวทย์ระดับเริ่มต้นคนนี้ ช่างสงสารอย่างกับอะไรดี แม้แต่เจ้าก็ไม่เข้ามาช่วยเหลือ เอานี่ไป! ตาพายุ!”

พ่อมดเดอมาร์โก้เยาะเย้ยเขาและเมื่อคิ้วของเขากระตุก ลมกระโชกแรงของธาตุลมก็ลอยออกมาจากร่างกายของเขา ทันใดนั้น ลมกระโชกแรงปรากฏขึ้นจากอากาศ

ลมหมุนวนไม่หยุดและมีดวงตาที่มองเห็นได้ปรากฏขึ้นตรงกลางของมัน ลมกระโชกแรงด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ มันคงสยดสยองที่จะถูกรัดคอตายด้วยมัน

นี่เป็นคาถาระดับสามแต่ไม่ใช่คาถาระดับสามที่น่ากลัวมากนักเนื่องจาก มันถูกจำกัดไว้ในพื้นที่เล็ก ๆ และยังไม่ได้ทำลายห้องนั่งเล่นที่เหลือ นี่หมายความว่าพ่อมดเดอมาร์โก้สามารถควบคุมคาถาของเขาได้อย่างยอดเยี่ยม นี่คือสิ่งที่แม้แต่เมอร์ลินยังทำไม่ได้

เดอมาร์โก้ซึ่งดูเหมือนอันธพาลมากกว่านักเวทย์ การควบคุมที่เหลือเชื่อของเขายังหมายความว่าเขามีพลังจิตที่แข็งแกร่งเช่นกัน มิฉะนั้น เขาจะไม่สามารถควบคุมคาถาอันทรงพลังนี้ได้

"รูปปั้นผู้พิทักษ์!"

เมอร์ลินร่ายคาถาต่อเนื่องและวางแผงป้องกันสามชั้นไว้ข้างหน้าเขา ในที่สุด เขาใช้อุปกรณ์เวทมนต์แบบเสริมพลังเพื่อร่ายรูปปั้นผู้พิทักษ์แบบเสริมพลังซึ่งพลังของมันสามารถเทียบได้กับคาถาป้องกันระดับสาม

*แคร็ก! แคร็ก! แคร็ก!*

รูปปั้นผู้พิทักษ์แบบทั่วไปไม่สามารถต้านทานพลังของตาพายุได้และถูกทำลายในทันที เหลือเพียงแนวป้องกันสุดท้ายของเมอร์ลิน

อย่างไรก็ตาม คาถาสุดท้ายของเขา มันเทียบเท่าคาถาป้องกันระดับสาม แม้ว่าตาพายุจะทรงพลังแต่ก็ไม่สามารถทำลายคาถาสุดท้ายของเมอร์ลินได้

ดังนั้น เมอร์ลินจึงปลอดภัยจากตาพายุ

“นี่มัน อุปกรณ์เวทมนต์แบบเสริมพลัง!”

เมอร์ลินสามารถร่ายคาถาระดับหรึ่ง รูปปั้นผู้พิทักษ์และยังป้องกันพลังของของคาถาระดับสามเดอมาร์โก้ได้ ทำให้นักเวทย์คนอื่น ๆ เริ่มสนใจตัวตนของเมอร์ลิน

ทางด้านพ่อมดเดอมาร์โก้ตะโกนเสียงดัง ใบหน้าของเขาไม่ได้ซุกซ่อนความโลภของเขาเลย

เขาสบตากับพ่อมดแซมเมียร์ด้วยความกลัวเล็กน้อยในดวงตาของเขาก่อนที่จะสลายตาพายุไปในที่สุด

“ไม่เลวแต่เจ้าพึ่งพาอุปกรณ์เวทมนต์ เจ้าแทบไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมกับเราไปในโบราณสถานด้วยซ้ำ”

พ่อมดเดอมาร์โก้เป็นนักเวทย์ที่โลภมาก ดวงตาของเขาไม่สามารถซ่อนความสนใจในอุปกรณ์เวทมนต์ของเมอ์ลิน บางทีพ่อมดแซมเมียร์อาจเคยเตือนเขามาก่อนและด้วยเหตุนี้เดอมาร์โก้จึงหยุดจ้องมอง

“เอาล่ะ ทำไมเราไม่คุยกันว่าเราวางแผนจะเข้าไปในโบราณสถานกันอย่างไรดี” พ่อมดเดอมาร์โก้ถามคนอื่นๆ โดยไม่แม้แต่จะมองเมอร์ลิน

ทุกคนมุ่งความสนใจไปที่พ่อมดแซมเมียร์ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาคิดว่าเป็นการดีที่สุดที่เขาจะดูแลและอนุญาตให้เขาให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการเข้าไปในอโบราณสถาน

“พ่อมดเดอมาร์โก้ ฉันเพิ่งป้องกันการโจมตีของคุณไปครั้งนึง ต่อไปก็ถึงตาฉันแล้ว คุณไม่ลองรับการโจมตีของฉันดูสักหน่อยเหรอ?”

ทันใดนั้น เมอร์ลินก็เงยหน้าขึ้นอย่างดุเดือดและถามด้วยน้ำเสียงดุดัน

“หืม? เจ้าหนู นี่เจ้ากำลังท้าทายข้าอยู่งั้นหรือ?” พ่อมดเดอมาร์โก้หยักเล็กน้อยและแม้ว่าน้ำเสียงของเขาจะสงบแต่ทุกคนก็บอกได้ว่าเขากำลังโกรธ

“พ่อมดเมอร์ลิน แม้แต่ข้าเองก็ยังกลัวความแข็งแกร่งของพ่อมดเดอมาร์โก้ ท่านไม่ควรเก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ พ่อมดเดอมาร์โกแค่ทดสอบความแข็งแกร่งของท่าน เขาไม่ได้เจตนาร้าย” สีหน้าของพ่อมดแซมเมียร์เปลี่ยนไปเล็กน้อยขณะที่เขาอธิบายให้เมอร์ลินรีบขอโทษเดอมาร์โก้

“พ่อมดเดอมาร์โก้หรือว่าคุณจะกลัว?” น้ำเสียงของเมอร์ลินยังคงสงบและไม่สนใจการโน้มน้าวของพ่อมดแซมเมียร์

“นี่เจ้าคิดว่าคุณมีโอกาสสู้กับนักเวทย์ระดับสามหรือเปล่า เจ้าหนูน้อย ข้าไม่เหมือนกับพ่อมดแซมเมียร์ โฮมุนครุสของข้ารวดเร็วมาก เจ้าไม่มีโอกาสรอดจากเงื้อมมือของมันแน่นอน”

พ่อมดเดอมาร์โก้พูดด้วยน้ำเสียงคุกคาม ทันใดนั้น โฮมุนครุสที่อยู่ด้านหลังของเขาก็หายไปและจู่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเมอร์ลิน มันโบกหมัดอันแหลมคมขณะที่มันพุ่งเข้าหาเมอร์ลิน

“หยุดนะ พ่อมดเดอมาร์โก้!”

พ่อมดแซมเมียร์มองเห็นโฮมุนครุสของเดอมาร์โก้พุ่งไปข้างหน้า เขาจึงสั่งให้โฮมุนครุสของเขาพุ่งไปป้องกันเมอร์ลินจากการโจมตีของมัน

อย่างไรก็ตามโฮมุนครุสของเดอมาร์โก้นั้นเร็วเกินไป โฮมุนครุสของแซมเมียร์ไม่สามารถตอบสนองได้ทันเวลาและทำได้เพียงเฝ้าดูเมอร์ลินรับการโจมตีของมัน

“พ่อมดแซมเมียร์ ถ้าเขาต้องการยั่วโมโหฉัน เขาควรเตรียมพร้อมสำหรับผลที่จะตามมา”

ธาตุไฟเริ่มซึมผ่านร่างของเดอมาร์โก้ เขาพร้อมที่จะร่ายคาถาโจมตีที่ทรงพลังที่สุด อันที่จะฆ่าเมอร์ลินได้อย่างแน่นอน

ความตั้งใจของเดอมาร์โก้คือการฆ่า มันต่างจากพ่อมดแซมเมียร์ที่ต้องการให้เมอร์ลินช่วยปรุงยา เดอมาร์โก้สนใจเพียงอุปกรณ์เวทมนต์อันทรงพลังที่เมอร์ลินมีอยู่เท่านั้น

เมอร์ลินติดอยู่กับการโจมตีของโฮมุนครุส ไม่ต้องพูดถึงการรับมือการโจมตีอันทรงพลังของเขา แม้ว่ารูปปั้นผู้พิทักษ์ของเมอร์ลินจะต้านทานได้แต่ก็ไม่เพียงพอ เมอร์ลินจะถูกฆ่าอย่างไม่ต้องสงสัย

พ่อมดเดอมาร์โก้มีความมั่นใจในตนเองอย่างแท้จริง เขามั่นใจว่าด้วยการโจมตีที่ฉับพลัน เมอร์ลินไม่สามารถรอดจากการโจมตีของเขาไปได้แน่นอน

“พลังปีศาจแพนโดร่า ดัชนีเยือกแข็ง!”

เช่นนั้น เงาที่อยู่ใต้โฮมุนครุสได้เปล่งเสียงที่เยือกเย็นและสงบออกมา

*ครึ่ก!*

โฮมุนครุสที่ครั้งหนึ่งเคยดุร้ายตอนนี้ถูกปกคลุมไปด้วยผลึกน้ำแข็งซึ่งเริ่มแตกออกอย่างช้า ๆ ทันใดนั้น มันก็แตกเป็นล้านชิ้นและร่วงกราวสู่พื้น

"นี่มัน…?"

โฮมุนครุสที่ดุร้ายได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยแม้แต่เลือดสักหนดก็ไม่มี นอกจากน้ำแข็งบนพื้นแล้ว ทุกอย่างยังสะอาดมาก อย่างไรก็ตาม สีหน้าของนักเวทย์ทั้งสามได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

โดยเฉพาะพ่อมดเดอมาร์โก้ที่จ้องมองเมอร์ลินด้วยสายตาที่หวาดกลัว

“พ่อมดเดอมาร์โก้ คราวนี้ถึงตาฉันแล้ว!”

เมอร์ลินยิ้มเล็กน้อยในขณะที่เขาค่อยๆ ยื่นนิ้วของเขาและชี้ไปที่พ่อมดเดอมาร์โก้อย่างนุ่มนวล

จบบทที่ WS บทที่ 191 หนึ่งหมัด

คัดลอกลิงก์แล้ว