เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WS บทที่ 157 ความสามารถของปีศาจแพนโดร่า

WS บทที่ 157 ความสามารถของปีศาจแพนโดร่า

WS บทที่ 157 ความสามารถของปีศาจแพนโดร่า


ปี๊บ ทำการวิเคราะห์เสร็จสิ้น ได้ผลลัพธ์ 13,891รูปแบบ

 

เมอร์ลินได้มองดูรูปแบบคาถาที่เดอะเมทริกซ์ทำการวิเคราะห์ออกมา เขาได้เลือกอันที่มีความเข้ากันได้ ความเสถียรและพลังตามลำดับ

ในที่สุดเมอร์ลินก็เลือกโครงสร้างคาถาที่มีความเข้ากันได้ถึง 76% ความเสถียรของมันติดอยู่ในสามสิบอันดับแรกของโครงสร้างเวทมนต์ทั้งหมด ถือว่ายังพอใช้ได้

ในขั้นตอนต่อไปคือการจำลองคาถาลงไปในจิตใต้สำนึกซึ่งเป็นขั้นตอยที่สำคัญที่สุด ก่อนหน้านี้ที่เมอร์ลินล้มเหลวก็เพราะว่าพลังจิตของเขาไม่เพียงพอ

แต่ในครั้งนี้ เขามีพลังจิตถึงระดับสองแล้วและอีกอย่างเขาได้ทำสมาธิอย่างต่อเนื่องทำให้พลังจิตของเขาเพิ่มมากขึ้นกว่าตอนที่เขาสร้างคาถาเพลิงพิโรธ

“ฟู่” เมอร์ลินสูดหายใจเข้าลึก ๆ และทำให้จิตใจสงบลง จากนั้นเขาได้เริ่มต้นในการจำลองโครงสร้างเวทมนต์คาถารูปปั้นผู้พิทักษ์

...

“ฮิวเซียสแน่ใจจริง ๆ ใช่มั้ยว่าป้อมอเวจีเจอคนจากออสมูจริงๆ” พ่อมดลีโอที่สวมหมวกทรงกลมสูงสีดำถามด้วยน้ำเสียงสงบ

ตอนนี้พ่อมดลีโอ พ่อมดฮิวเซียสและนักเวทย์ระดับหกขึ้นไปจากดินแดนมนต์ดำได้รวมตัวกัน พวกเขากำลังซ่อนตัวอยู่ในป่าขณะมองดูปราสาทโบราณที่อยู่เบื้องหน้าพวกเขา

พ่อมดฮิวเซียสหรี่ตาเล็กน้อย เขากำลังจ้องมองไปทางปราสาทและตอบเบา ๆ ว่า “ข้าได้ทราบข่าวมาจากหอคอยอเวจีมาว่า พวกออสมูได้แบ่งกองกำลังเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งอยู่ในปราสาทแห่งนี้ ส่วนมันจะเป็นเรื่องจิรงหรือไม่นั่นเราต้องรอให้หอคอยอเจวีมาถึงและถามพวกเขา”

*ฟิ้ววว*

ทันทีที่เขาพูดจบ เกิดลมกรรโชกแรงพัดเข้ามาในป่า จากนั้นป่าได้มืดมิดไร้แสงทันที

“ฮิฮิ นานแล้วนะฮิวเซียสที่เราไม่ได้เจอกัน”

เสียงอันแหบแห้งได้ดังขึ้นมาจาป่าอันมืดมิด ทันใดนั้นก็มีนักเวทย์ชุดดำจำนวนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมา

พวกนักเวทย์จากดินแดนมนต์ดำต่างตกใจ พวกเขาไม่รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวใด ๆ เลย ราวกับว่าพวกนักเวทย์จากหอคอยอเวจีปรากฏตัวขึ้นจากอากาศ

อย่างไรก็ตามพ่อมดฮิวเซียสได้คาดการณ์ไว้แล้ว เขาเหลือบมองกลุ่มนักเวทย์ที่อยู่เบื้องหน้าและยิ้มออกมา

“ใช่แล้ว พ่อมดกริซโล ครั้งสุดท้ายที่เราพบกันก็คือเมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน”

ตอนนี้เหล่านักเวทย์ของหอคอยอเวจีได้มาถึงที่แล้วโดยการนำของพ่อมดกริซโล นักเวทย์ระดับเจ็ด

“มีคนของออสมูอยู่ที่นั่นหรือเปล่า” พ่อมดลีโอถามด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา

พ่อมดกริซโลเหลือบมองมาที่ลีโอด้วยสายตาที่ซับซ้อนและพูดว่า “ท่านคือพ่อมดลีโอสินะ ท่านได้พัฒนาดวงตาแห่งความมืดได้อย่างสมบูรณ์ แม้แต่นักเวทย์ที่เชี่ยวชาญเวทมนต์แห่งความมืดของหอคอยอเจวียังไม่สามารถทำได้อย่างท่านเลย ถ้าหากไม่เกิดการปะทะกับพวกออสมูล่ะก็ ข้าคงไม่มีโอกาสได้เห็นพลังของดวงตาแห่งความมืดในตำนาน”

พ่อมดกริซโลเป็นนักเวทย์จากหอคอยมนต์ดำซึ่งเป็นองค์กรที่เชี่ยวชาญคาถาธาตุมืดอย่างไรก็ตามไม่มีใครสามารถพัฒนาดวงตาแห่งความมืดได้เลยดังนั้นกริซโลจึงสนใจดวงตาแห่งความมืดของพ่อมดลีโออย่างมาก

ดวงตาแนวตั้งสีโลหิตได้ส่องแสงจาง ๆ ขณะมองดูกริซโล ลีโอตอบกลับไปอย่างเย็นชาว่า “รอจนกว่าข้าจะฆ่าพวกออสมู ถึงตอนนั้นพ่อมดกริซโลคงจะได้เห็นด้วยตาตัวเอง” ดูเหมือนลีโอจะไม่ค่อยเกรงกลัวกริซโลซึ่งเป็นนักเวทย์ระดับเจ็ดเท่าไหร่นัก

“หยุดนอกเรื่องได้แล้วกริซโล ตอนนี้เรามีเรื่องพวกออสมูให้จัดการ ท่านคงไม่มีทางปล่อยให้พวกมันหนีไปได้ใช่มั้ย” ฮิวเซียสกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ฮึ่ม!! พวกออสมู!” เมื่อกล่าวถึงออสมู สีหน้าของกริซโลเต็มไปด้วยความเครียดแค้น

“พวกเราได้รับข้อมูลที่น่าเชื่อถือมาว่า ออสมูได้แบ่งกองกำลังเป็นสองส่วนซึ่งหนึ่งในนั้นอยู่ตรงปราสาทเบื้องหน้าของพวกเรา โดยพวกเราป้อมอเวจีกับดินแดนมนต์ดำจะจัดการกลุ่มนี้ก่อน ส่วนกลุ่มที่เหลือจะเป็นหน้าที่ของเมืองแห่งอัคคีกับแคว้นแห่งธุลี” กริซโลกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“งั้นก็ไปฆ่าพวกมันกันเลย” ใบหน้าของพ่อมดลีโอเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง

ในขณะเดียวกันพ่อมดฮิวเซียสที่อยู่ด้านหลังของพ่อมดลีโอ เขาได้ส่ายหัวเบา ๆ และพึมพำว่า “ข้าหวังว่าสิ่งที่นี้จะลดทอนความเกลียดชังในใจของท่านได้นะ...”

แสงอาทิตย์ค่อย ๆ ทอดตัวลง ความมืดเข้ามาแทนที่ ปราสาทเงียบสงบไม่มียามออกมาลาดตระเวนถายนอก ที่นี่ดูเปลี่ยวมากราวกับปราสาทร่างเลย

*ปัง*

เกิดเสียงดังขึ้นตรงประตูเหล็กที่ขึ้นสนิม มันถูกลูกไฟกระแทกใส่ ประตูได้เปิดออก พ่อมดลีโอเดินไปข้างหน้า ดวงตาแนวตั้งของเขาเปิดกว้างพ้อมกับแสงสีแดงที่ส่องประกายในความมืดมิด ช่างเป็นภาพที่น่ากลัวอย่างมาก

ลีโอตรงไปที่ปราสาทโดยไม่สนใจรอบข้าง เขาเงยหน้าขึ้นจากนั้นพลังธาตุลมได้ก่อตัวรอบตัวเขา จากนั้นมันได้พาเขาบินขึ้นไปยังชั้นบนปราสาท

โดยปกติคาถาธาตุลมที่มีความสามารถในการบิน มันจะต้องเป็นคาถาระดับสี่ขึ้นไป พ่อมดลีโอเป็นนักเวทสี่ธาตุมีความธาตุไฟ ลม ดินและมืด

โดยคาถาธาตุมืดของเขามีพลังที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่เขาจะเชี่ยวชาญคาถาธาตุมืดและสามารถพัฒนาดวงตาแห่งความมืดได้โดยที่นักเวทย์จากหอคอยอเวจีไม่สามารถทำได้

เมื่อพ่อมดลีโอนำเข้าไปแล้ว พวกนัเวทย์จากดินแดนมนต์ดำและหออเวจีได้บินตามเขาไป

ส่วนนักเวทย์ที่ไม่มีคาถาธาตุลม พวกเขาอาศัยอุปกรณ์เวทมนต์บินตามพวกเขาไป

เหล่านักเวทย์ที่ตามหลังพ่อมดลีโอ พวกเขามีสีหน้าที่ตึงเครียดเนื่องจากพวกออสมูเป็นนักเวทย์อัจฉริยะเกือบทุกคน ดังนั้นการต่อสู้กับพวกออสมูไม่ง่ายอย่างแน่นอน

*หวู่ม!!*

ทันใดนั้น แสงสีดำได้ยิงตรงไปที่พ่อมดลีโอแบบไร้เสียง

ดวงตาสีแดงบนหน้าผากของลีโอได้ส่องแดงออกมา ขณะเดียวกันเขาได้โบกมือร่ายคาถาธาตุดินออกมา ทำให้การโจมตีจากแสงสีดำไม่มีผลอะไรกับเขาเลย

“วังวนแห่งความมืด”

เสียงดังคมชันมาจากข้างในปราสาท นักเวทย์ด้านในได้เสกคาถาออกมา กระแสน้ำขนาดใหญ่ที่กำลังสาดเข้ามาหมายที่จะกลืนกินพ่อมดลีโอ

วังวนแห่งความมืดเป็น คาถาระดับสาม มันมีพลังโจมตีที่น่าเหลือเชื่อ ว่ากันว่ามันสามารถดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างได้

“จงทำลาย ดวงตาแห่งความมืด”

พ่อมดลีโอปลดปล่อยพลังของเขาออกมาอย่างไร้อารมณ์ แสงสีแดงเลือดได้พุ่งจากดวงตาแห่งความืด ในช่วงพริบตากระแสน้ำวนขนาดมหึมาได้สลายหายไปในพริบตา ค่ำคืนอันสงบสุขกลับมาอีกครั้ง

แม้ว่าภายในปราสาทจะมืดสนิทแต่ด้วยพลังจิตเขาสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน เขาสัมผัสได้ถึงนักเวทย์สงคน คนหนึ่งเป็นนักเวทย์ระดับสาม ส่วนอีกคนเป็นนักเวทย์ระดับสี่

“หื้ม ดวงใจแห่งความมืด เจ้าคืออัจฉริยะของหอคอยอเวจี รามาสสินะ” พ่อมดลีโอถามด้วยน้ำเสียงอันสงบ เขาพอจะรู้มาว่าทางหอคอยอวเจีก็สูญเสียครั้งใหญ่เช่นเดียวกัน อัจฉริยะที่มีดวงใจแห่งความมืดได้ถูกล่อลวงเข้าร่วมกับออสมู

ทั้งดวงใจแห่งความมืดกับดวงตาแห่งความมืดต่างเป็นอุปกรณ์เวทมนต์อันทรงพลังและแปลกประหลาด พวกมันเกิดจากการเล่นแร่แปรธาตุของคาถาธาตุมืดในตำนาน พวกมันไม่ใช่คาถาแต่เป็นพลังที่น่าสะพรึงที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าพวกอุปกรณ์เวทมนต์ทั่ว ๆ ไป

พลังดังกล่าวเรียกว่าพลังปีศาจแพนโดร่า มันมีความสามารถของปีศาจและไม่ได้เป็นของมนุษย์

ในปราสาท นักเวทย์ระดับสามกับกำลังรวบรวมพลังเวทย์อยู่ เขาคือรามาส ส่วนนักเวทย์อีกคนเป็นนักเวทย์ระดับสี่

แม้ว่าพวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับพ่อมดระดับหกแต่เขาไม่ได้แสดงความกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย

“ถูกต้อง!! ฉันเองรามาสที่ฉันเข้าร่วมกับออสมูก็เพื่อตามหาความแข็งแกร่ง นักเวทย์ธรรมดาอย่างท่านคงไม่เข้าใจถึงความทะเยอทะยานของฉันหรอก”

“ใช่แล้ว พวกเราทุกคนล้วนเป็นอัจฉริยะ รามาสเมื่อคุณกลับไปที่ฐานของออสมูของพวกเรา คุณจะแข็งแกร่งพอ ๆ กับฉัน พวกนักเวทย์ระดับหก มันจะมีพลังเทียบเคียงกับพวกเราได้ยังไง”

*หวู่ม!!*

พลังจิตของลีโอที่ปิดซ่อนไว้ได้เปิดเผยออกมาทันที เขาหันไปถามรามาสด้วยเสียงต่ำว่า “เจ้าเป็นพวกออสมูงั้นเหรอ?”

“ถูกต้อง ฉันมาจากออสมูและอยู่ที่นั่นมาสามปีแล้ว ฉันอยู่ที่นั่นมานานจึงรู้ว่าทุกคนที่นั่นแข็งแกร่งแต่ไหน นักเวทย์ธรรมดาอย่างท่านไม่มีทางเข้าใจว่าอัจฉริยะที่แท้จริง รามาสดูเขาสิ นักเวทย์ระดับหกคนนั้นช่างอ่อนแอจริง ๆ!”

จากนั้นความผันผวนที่รุนแรงได้ปรากฏรอบตัวนักเวทย์ระดับสี่ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ร่ายคาถาใด ๆ แต่ทำให้คนที่อยู่รอบข้างรู้สึกกดดันอย่างรุนแรง

มีข่าวลือว่าเหล่านักเวทย์ของออสมู มีพลังที่แข็งแกร่งสามารถต่อสู้โดยไม่คำนึงระดับ แม้แต่นักเวทย์ระดับสี่ก็สามารถสู้กับนักเวทย์ธรรมดาระดับไหนก็ได้

“นั่นสินะ พวกนักเวทย์อัจฉริยะจากออสมู ถ้าอย่างนั้น...ก็ตายซะ” เสียงของพ่อมดลีโอฟังดูสงบมาก ในขณะเดียวกันเขาได้เปล่งออร่าที่เยือกเย็นออกมา

“จงหายไป ดวงตาแห่งความมืด!!”

ดวงตาแห่งความมืดยิงแสงสีแดงออกไปทันที ลำแสงยิงตรงไปใส่นักเวทย์ระดับสี่กับรามาสเข้าเต็ม ๆ

นักเวทย์ระดับจ้องมองเบื้องหน้าด้วยสายตาที่ไม่เหลือเชื่อ

หลังจากนั้นไม่นาน เหล่านักเวทย์จากดินแดนมนต์ดำและหอคอยอเวจีได้มาถึงที่ที่พ่อมดลีโออยู่ เมื่อพวกเขามาถึงพวกเขาพบเพียงศพสองศพที่นอนกองอยู่บนพื้นเท่านั้น

จบบทที่ WS บทที่ 157 ความสามารถของปีศาจแพนโดร่า

คัดลอกลิงก์แล้ว