เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WS บทที่ 156 ก่อร่างสร้างใหม่

WS บทที่ 156 ก่อร่างสร้างใหม่

WS บทที่ 156 ก่อร่างสร้างใหม่


“ดิฉันมาแล้วเจ้าค่ะ” เอ็มม่าเดินเข้ามในห้องด้วยความประหม่า

เมอร์ลินลืมตาขึ้น หลังจากที่ได้เห็นว่าหญิงสาวตรงหน้าเป็นเอ็มม่า เขาได้ยิ้มพูดเบา ๆ และพูดว่า “เอ็มม่าที่ฉันเรียกให้เธอมาก็เพราะว่าฉันอยากให้เธอช่วยฉันปรุงยา”

“เอ๋? ปรุงยา? แต่ฉันไม่...” เอ็มม่าต้องการจะปฏิเสธแต่เธอส่ายหัวเอาตอนท้าย

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวล สิ่งสำคัญที่สุดก็คือความใส่ใจ ฉันเชื่อในตัวเธอและเธอจะต้องทำสำเร็จอยงแน่นอน เอาล่ะ เรามารีบปรุงยากันเถอะ เราต้องรีบปรุงยาให้ได้เร็วที่สุด”

ตอนนี้ร่างกายของเมอร์ลินใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว พิศของน้ำยากัดกร่อนกำลังแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ถ้าเขาไม่ทำน้ำยาแก้พิษตอนนี้ เขากรงว่ามันอาจจะสายเกินไป

ส่วนเหตุผลที่ทำไมต้องเป็นเอ็มม่าก็เพราะว่าเธอมีคุณสมบัติขั้นพื้นฐานที่จะเป็นนักเวทย์

เธอมีพลังจิตเหนือกว่าคนทั่วไป แม้ว่าเธอจะไม่รู้ตัวแต่สำหรับนักเวทย์อย่างเมอร์ลิน เขาสามารถสังเกตเห็นสิ่งมันได้โดยธรรมชาติ

แม้ว่าเธอจะไม่ได้เป็นนักเวทย์แต่เธอมีสมาธิมากกว่าคนอื่น ๆ ถ้าได้เธอปรุงยามันจะมีโอกาสสำเร็จมากกว่าคนปกติ

เมอร์ลินได้หยิบเครื่องแก้วที่ใช้ปรุงยาออกมาจากแหวนของเขา

เอ็มม่าที่ได้เห็นเครื่องอันวิจิตรนี้ทำให้เธอตื่นเต้นอย่างมาก เมอร์ลินบอกกับเธอด้วยรอยยิ้มว่า “นี่คือเครื่องแก้วสำหรับปรุงยา เดี๋ยวฉันจะสอนการปรุงยาขั้นพื้นฐานให้กับเธอ”

น้ำยาที่เมอร์ลินจะทำก็คือน้ำยาแก้พิษที่หาได้ทั่วไปในดินแดนมนต์ดำ แม้ว่าน้ำยากัดกร่อนจะทรงพลังแต่มันก็เป็นเพียงยาพิษทั่ว ๆ ไปเท่านั้น น้ำยาแก้พิษสามารถลบล้างพิษของมันได้

เมื่อเอ็มม่าเริ่มที่จะเข้าใจในขั้นตอนการปรุงยาแก้พิษแล้ว เขาก็เปิดใช้เดอะเมททริกซ์ควบคุมอัตราส่วนของส่วนผสมอย่างเคร่งครัด แม้ว่านี่จะเป็นการปรุงยาครั้งแรกของเอ็มม่าแต่ถ้าตั้งใจ มันต้องสำเร็จอย่างแน่นอน

หากเธอทำสำเร็จ เมอร์ลินจะนำน้ำยาแก้พิษอันนั้นมาชะล้างพิษของน้ำยากัดกร่อนให้หายไป

หลังจากนั้นเมอร์ลินก็ให้เอ็มม่าเริ่มปรุงยาครั้งโดยที่เขาแนะนำเธอในทุกขั้นตอน จากนั้นเธอได้จดจ่อกับการปรุงยาในทุก ๆ ขั้นตอนโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง

ถึงเธอจะใช้ส่วนผสมที่ตรงตามอัตราส่วนที่เดอะเมทริกซ์กำหนดไว้แต่เธอก็ยังล้มเหลวอยู่บ้างเนื่องจากขาดประสบการณ์

จากนั้นก็ได้ทำครั้งที่สอง ครั้งที่สาม ครั้งที่สี่...จนกระทั่งครั้งที่ห้าเธอได้ทำสำเร็จ

เธอได้มอบน้ำยาแก้พิษให้เมอร์ลิน เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

“เอาล่ะเอ็มม่า ขอบใจเธอมาก ตอนนี้ก็กลับบ้านไปได้แล้ว” เมอริ์ลนกล่าว

แม้ว่าเอ็มม่าจะปรุงยามาเกือบสิบชั่วโมงแล้วแต่พลังของเธอยังล้นเหลือเนื่องจากเธอมีพลังจิตที่ไม่ธรรมดา เธอเลยรู้สึกลังเลแม้ว่าเมอร์ลินจะสั่งให้เธอออกไปก็ตาม

ในระหว่างที่เอ็มม่ากำลังเดินออกไปที่ประตู เมอร์ลินลังเลอะไรบางอย่างก็ที่จะตัดสินใจพูดว่า

“เดี๋ยวก่อน เอานี่ไปสิ มันคือเทคนิคการทำสมาธิ”

เมอร์ลินนำเทคนิคการทำสมาธิให้เธอ นี่ไม่ใช่เทคนิคทั่วไป มันเป็นเทคนิคขั้นกลางที่เขาได้รับมาจากพ่อมดลีโอในตอนนั้น

หากเธอทำการฝึกฝนพลังจิตได้ผลลัพธ์ได้ยอดเยี่ยม เมอร์ลินคงไม่รังเกียจที่จะมอบโครงสร้างเวทมนต์ให้เธอและทำให้เธอกลายเป็นนักเวทย์

อย่างไรก็ตามเรื่องนั้นเขาค่อยตัดสินใจอีกทีหลังจากหายดี เมื่อเขาหมดธุระและเขาก็โบกมือส่งสัญญาณให้เธอออกจากบ้านพัก

ตอนนี้เมอร์ลินอยู่เพียงผู้เดียวในห้อง เขาดื่มน้ำยาแก้พิษลงไป

หลังจากนั้นเขาได้หลับตาเล็กน้อยและรอให้ฤทธิ์ของน้ำยาแก้พิษทำงาน

หลังจากผ่านไปชั่วโมง เขารู้ร้อนในร่างกาย เหงื่อไคลไหลออกมา

แม้เหงื่อจะออกมามากแต่เขารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น เขาได้ใช้พลังจิตตรวจสอบร่างกายของเขาพบว่าน้ำยากัดกร่อนได้ถูกขับออกมาทางเหงื่อ เห็นได้ชัดว่าน้ำยาแก้พิษมันได้ผล

“ฟู่~”

หลังจากผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง เมอร์ลินถอนหายใจเฮือกใหญ่ ในที่สุดเขาไม่ต้องกังวลว่าพิษของน้ำยากัดกร่อนจะกระจายไปทั่วร่างกาย ด้วยน้ำยาแก้พิษตอนนี้พิษได้ถูกขจัดออกไปบาง

ในวันต่อมาเมอร์ลินสั่งให้เอ็มม่ามาที่บ้านพักของเขาวันละครั้งเพื่อทำน้ำยาแก้พิษ ดูเหมือนชาบิลจะรู้สาเหตุที่เมอร์ลินขอให้เอ็มม่าไปหาเขาดังนั้นเขาจึงไม่ว่าอะไรและเขาด้วยความเลื่อมใสมากขึ้น

ตอนนี้พิษของน้ำยากัดกร่อยได้ถูกชะล้างไปบางส่วนจึงทำให้เมอร์ลินขยับแขนได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

แม้ว่าพิษจะถูกขับออกไปส่วนใหญ่แล้วแต่เนื้อตรงบริเวณน่องขายังไม่ฟื้นตัว แม้ว่าเขาจะมีร่างกายที่แข็งแกร่งและมีอัตราการฟื้นฟูที่น่าอัศจรรย์ใจแต่เขาต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองเดือนถึงขาของเขาจะรักษาได้หายสนิท

...

*ปัง*

ประตูห้องของเอ็มม่าถูกผลักออกอย่างกะทันหัน ชาบิลได้พรวดเข้ามาในห้องของเธอด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด

“เอ็มม่า!!” ชาบิลตะโกนด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ

เอ็มประหลาดใจและถามอย่างตื่นตระหนกว่า “ท่านพ่อ ท่านมาที่นี่ทำไม”

“ที่พ่อมาที่นี่เพราะพ่อมีเรื่องที่จะต้องถามลูก หลังจากที่ลูกไปได้ปรุงยาให้กับท่านนักเวทย์ ลูกกลับมาเอาแต่ขลุกตัวอยู่ในห้องตลอด ลูกกำลังทำอะไรอยู่”

ชาบิลสังเกตเห็นว่าลูกสาวของเขาเปลี่ยนหลังจากวันนั้น จากเด็กสาวที่มีชีวิตชีวา ตอนนี้เอาแต่ขลุกตัวอยู่ในห้อง นั่นทำให้เขารู้สึกกังวลมาก เขาจึงตัดสินใจบุกเข้ามาในห้องด้วยความโมโห

แม้ว่าเธอจะขลุกอยู่ในห้องทั้งวนแต่เธอดูกระชับกระเฉง สีหน้าของเธอดูปกติ เมื่อเห็นท่าทีกระอักกระอ่วนของเธอ เขาถามไปอีกครั้งว่า

“เอ็มม่า ลูกกำลังทำอะไรอยู่ในห้อง”

หลังจากเงียบอยู่นาน เอ็มม่าก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ และตอบอย่างระมัดระวังว่า

“ท่านพ่อ ในตอนที่หนูช่วยพ่อมดเมอร์ลินทำยาวิเศษครั้งแรก พ่อมดเมอร์ลินได้มอบวิธีฝึกฝนแปลก ๆ ให้ มันเรียกว่าเทคนิคการทำสมาธิ หนูคิดว่ามันน่าจะสนใจ หนูได้ลองทำตามและพบว่ามันทำให้จิตใจแจ่มใสและอยู่แต่ในห้อง...”

ชาบิลได้เบิกตากว้าง เขาแทบไม่เชื่อให้สิ่งที่ลูกสาวของเขาพูด

“เอ็มม่า พ่อมดเมอร์ลินได้มอบเทคนิคการทำสมาธิให้ลูกจริง ๆ เหรอ?”

“ใช่แล้วแต่ท่านพ่อ เทคนิคการทำสมาธิมันคืออะไร” เอ็มม่าเอียงศีรษะถามด้วยความอยากรู้

“เทคนิคการทำสมาธิ มันคือกุญแจสำคัญในการเป็นนักเวทย์ ไม่อยากจะเชื่อว่าลูกมีคุณสมบัติที่จะเป็นนักเวทย์”

จากนั้นชาบิลเงียบไปพักหนึ่งและพูดขึ้นมาอย่างร่าเริงว่า “เอ็มม่ายืนขึ้นมา เราจะไปหาพ่อมดเมอร์ลิน ถ้าลูกมีคุณสมบัติเป็นนักเวทย์จริง ๆ เราจะไม่ให้โอกาสนี้หลุดรอดไป เราจะไปขอให้เขารับลูกเป็นลูกศิษย์ของเขา”

ชาบิลต่างจากเอ็มม่าที่ไร้เดียวสา เขารู้ดีว่ากลายเป็นนักเวทย์นั้นมีความหมายมากเพียงใดดังนั้นเขาจึงไม่พลาดโอกาสนี้

หากเธอได้เป็นลูกศิษย์ เธอก็จะมีโอกาสมากขึ้นที่จะเป็นนักเวทย์

“พ่อมดเมอร์ลิน!!” ชาบิลกล่าวออกมาโดยที่ระงับความตื่นเต้นเอาไว้

“เข้ามา” เสียงของเมอร์ลินดังนั้น จากนั้นสองพ่อลูกได้เดินเข้าไปข้างใน

หลังจากชาบิลเห็นเมอร์ลิน เขาได้โค้งคำนับด้วยความเคารพและพูดว่า

“พ่อมดเมอร์ลิน ขอบคุณที่ท่านให้โอกาสเอ็มม่าลูกสาวของข้า ดังนั้นได้โปรดท่านช่วยรับเธอเป็นลูกศิษย์ของ่านด้วย”

ชาบิลได้ส่งสัญญาณให้เอ็มม่าออกมาข้างหน้า นี่เป็นโอกาสที่หาได้ยากในรอบล้านปีดังนั้นเขาจึงไม่ยอมปล่อยไปเป็นอันขาด

เอ็มม่ายังไม่ทันพูดอะไร เมอร์ลินได้โบกมือและพูดว่า

“คุณชาบิล ฉันไม่ใช่คนที่ตัดสินว่าเอ็มม่าจะเป้นนักเวทย์หรือไม่แล้วอีกอย่างฉันเป็นเพียงนักเวทย์ระดับเริ่มต้นเท่านั้นจึงไม่สามารถรับลูกศิษย์ได้ในตอนนี้”

เมื่อได้ยินแบบนั้นชาบิลแสดงสหน้ากังวลออกมา เขาจะพูดอะไรบางอย่างแต่ถูกเมอร์ลินชิงพูดก่อน

“ถึงฉันจะไม่รับเอ็มม่าเป็นลูกศิษย์แต่ในระหว่างที่ฉันพักรักษาตัว เฮ็ม่าสามารถถามคำถามที่เกี่ยวข้องกับนักเวทย์ได้ ฉันยินดีจะช่วยเธอจนกว่าจะสร้างโครงสร้างเวทมนต์ได้ด้วยตัวเอง  ไม่ว่าเธอจะได้กลายเป็นนักเวทย์หรือไม่ทุกอย่างมันได้ขึ้นอยู่กับเธอ”

ชาบิลรู้สึกเสียดาบที่เมอร์ลินไม่ได้รับลูกสาวของเขาเป็นลูกกศิษย์แต่อย่างไรก็ตามก็ใช้ว่าจะหมดโอกาสไปซะทีเดียว

ดังนั้นชาบิลจึงโค้งคำนับให้เมอร์ลินอีกครั้งและออกจากบ้านพักไปและเอ็มม่าซักถามเรื่องที่เกี่ยวกับนักเวทย์กับเมอร์ลิน

สองเดือนผ่านไป

ในช่วงที่ผ่านมากอาการของเมอร์ลินดีขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากพักฟื้นเขาได้สอนเอ็มม่าถึงการสร้างโครงสร้างเวทมนต์ให้เอ็มม่า เพื่อให้เธอค่อย ๆ ทความรู้จัดกับมัน

สิ่งไปที่ดขาสอนไปเป็นเรื่องพื้นฐานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพลังจิต ความรู้พื้นฐานที่เกี่ยวโครงสร้างเวทมนต์ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการเตรียมให้เธอสร้างคาถาในอนาคต

ดังนั้นการที่เธอจะกลายเป็นนักเวย์ได้นั้น มันขึ้นอยู่กับเอ็มม่าเอง ไม่มีใครสามารถช่วยเธอสร้างโครงสร้างเวทมนต์ที่เหมาะสมกับตัวของเธอได้

...

“ได้เวลาในการสร้างโครงสร้างเวทมนต์คาถาระดับหนึ่งของฉันแล้ว”

ผ่านไปกว่าหนึ่งเดือน อาการบาดเจ็บที่เขาของเขาหายเป็นปกติแล้วครึ่งหนึ่ง เขาสามารถลุกออกจากเตียงและเดินช้า ๆ ได้

ในช่วงท่านมา เขาได้นั่งสมาธิมากโดยตลอดทำให้ดังนั้นพลังจิตของเขาดีขึ้นมาก หากไม่เกิดข้อผิดพลาดใด ๆ เขาน่าจะพร้อมสร้างคาถาระดับหนึ่งได้ในตอนนี้

หลังจากการต่อสู้กับพ่อมดวิกซ่า ทำให้เมอร์ลิรตระหนักได้ว่าพลังของเขายังไม่แข็งแกร่งพอ ถึงแม้เขาจะมีความสามารถมากมายแต่หากคาถาที่มีมันไม่สามารถใช้งานได้ เขาก็จะไม่ต่างจากนักเวทย์ทั่วไปจึงเป้นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง

ดังนั้นเขาจึงวางแผนสร้างคาถาระดับหนึ่งในที่เมืองเดอตัว

โดนคาถาที่เขาจะสร้างไม่ใช่เพลิงพิโรธแต่เป็นคาถาป้องกันธาตุดิน รูปปั้นผู้พิทักษ์

“เดอะเมททริกซ์ เริ่มต้นวิเคราะห์โครงสร้างเวทมนต์คาถารูปปั้นผู้พิทักษ์”

เมอร์ลินสูดหายใจเข้าลึก ๆ ตอนนี้เขาได้เตรียมการทึกอย่างเรียบร้อยแล้วเหลือแค่เลือกโครงสร้างที่ดีที่สุดเท่านั้น

ปี๊บ สร้างภารกิจ เริ่มต้นการวิเคราะห์

 

ตอนนี้เดอะเมททริกซ์ได้เริ่มทำการวิเคราะห์แล้ว ตอนนี้เขาได้เฝ้ารอผลลัพธ์อย่างเงียบ ๆ

จบบทที่ WS บทที่ 156 ก่อร่างสร้างใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว