เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 ใบหน้าไร้เครื่องสำอาง ดูไปดูมาก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบนะ

บทที่ 40 ใบหน้าไร้เครื่องสำอาง ดูไปดูมาก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบนะ

บทที่ 40 ใบหน้าไร้เครื่องสำอาง ดูไปดูมาก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบนะ


หลี่จิ่วหลางเข้าใจสถานการณ์แจ่มแจ้ง สายตาที่มองกระถางกำยานในมือเยี่ยนหรูอวี้เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยว

ส่วนที่ปรึกษาหนวดแพะที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบก้าวเข้ามารับกระถางกำยานจากเยี่ยนหรูอวี้ไปดมพิสูจน์ แต่ดมอยู่นานก็ยังทำหน้ามึนงง ส่ายหน้าให้เจ้านายอย่างจนปัญญา แต่ก็ไม่กล้าชักช้า รีบถือกระถางกำยานเดินดุ่มๆ ออกไปข้างนอกทันที

ก่อนไปยังปรายตามองเหล่าหมอหลวงและหมอหญิงที่ยืนหน้าซีดเผือดจนแทบจะกลายเป็นกระดาษ

หลี่จิ่วหลางเองก็สังเกตเห็นความผิดปกติของคนเหล่านี้ตั้งแต่ตอนที่เอ่ยชื่อซูฉางอันขึ้นมาแล้ว...

โดยเฉพาะตอนนี้...

ในใจของหลี่จิ่วหลางเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ลางๆ

แต่ตอนนี้ชีวิตของลูกสาวสำคัญที่สุด เขาจึงหันไปหาซูฉางอัน “รบกวนคุณหนูซูด้วย”

แล้วหันไปหาเมาเมา “รบกวนท่านหมอหญิงด้วย”

ซูฉางอันย่อกายคารวะเล็กน้อย แล้วเดินเข้าไปในห้อง

หลี่จิ่วหลางและคนอื่นๆ รออยู่ด้านนอก เกรงว่าจะไปรบกวนการรักษา

หน้าต่างทุกบานถูกเปิดออกกว้าง กลิ่นหอมประหลาดจึงจางลงไปมาก

ทว่า...

เมื่อเข้าใกล้เตียง ซูฉางอันสังเกตเห็นว่าผิวหน้าของหลี่ซิงเยวี่ยขาวซีดผิดปกติ ชัดเจนว่าถูกโปะด้วยแป้งตะกั่วหนาเตอะอีกครั้ง

และอาจจะเป็นเพราะพิษจากแป้งตะกั่วผสมโรงกับพิษจากกำยาน สภาพของหลี่ซิงเยวี่ยในตอนนี้จึงดูทรุดโทรมกว่าวันงานชุมนุมบทกวีมากนัก

เบ้าตานางลึกโหล แก้มตอบลงเล็กน้อย

บ่งบอกว่านางคงกินอะไรแทบไม่ได้มาหลายวันแล้ว

ซูฉางอันแตะแก้มหลี่ซิงเยวี่ยเบาๆ แล้วก้มลงดม... กลิ่นแป้งตะกั่วชัดเจน!

หันไปมองเมาเมา สายตาของเมาเมาที่มองแป้งตะกั่วช่างแตกต่างจากตอนมองยาพิษชนิดอื่นโดยสิ้นเชิง ไม่มีแววตื่นเต้นยินดี มีแต่ความรังเกียจเหยียดหยาม!

แต่พอเห็นซูฉางอันส่งสายตามา เมาเมาก็พยักหน้ายืนยัน

จากนั้นก็นั่งลงจับชีพจร

เพียงครู่เดียว เมาเมาก็ลุกขึ้นปัดมือ แล้วพูดอย่างไม่ยี่หระ “พิษสะสมลึกพอสมควร แต่แค่ปรับการกินการอยู่สักพักเดี๋ยวก็หาย”

ซูฉางอันหันไปถามเมาเมา “ข้าจำได้ว่าสมุนไพรเทียนหนานซิง ถ้าสัมผัสโดนผิวหนังจะทำให้เกิดอาการระคายเคือง แต่ถ้ากินเข้าไปจะทำให้เกิดอาการชักเกร็ง หายใจลำบาก... แล้วเจ้าบอกว่ายังมีสมุนไพรฮุ่ยหนานซิงและอื่นๆ ผสมอยู่ด้วย นั่นคือสาเหตุที่ทำให้นางอ่อนแอขนาดนี้ใช่หรือไม่? แน่นอนว่าบวกกับพิษจากแป้งตะกั่วด้วย”

ในชาติก่อน เทียนหนานซิงนิยมปลูกเป็นไม้ประดับในบ้าน

ซูฉางอันแม้จะไม่เชี่ยวชาญแพทย์แผนจีน แต่ก็มีความรู้เรื่องต้นไม้ใบหญ้าอยู่บ้าง

จึงพอรู้สรรพคุณของเทียนหนานซิง

เมาเมาพยักหน้า “อืม ถูกต้อง”

ซูฉางอันขมวดคิ้ว “ถ้าอย่างนั้นเวลาจะรักษาก็ต้องแก้พิษเทียนหนานซิงก่อน แล้วค่อยแก้พิษตะกั่วหรือเปล่า... แต่ข้าเห็นนางแค่สูดดมเข้าไป จะตีความได้หรือไม่ว่าพิษจากกำยานแค่ทำให้นางอ่อนแอลง แล้วไปกระตุ้นพิษตะกั่วให้รุนแรงขึ้น? งั้นจริงๆ แล้วแค่รักษาพิษตะกั่วก็พอใช่หรือไม่?”

เมาเมามองซูฉางอันด้วยความประหลาดใจ “นึกว่าเจ้าเก่งแต่เรื่องกินกับแต่งกลอนซะอีก ฉลาดเหมือนกันนี่”

ซูฉางอันหน้ามุ่ย “สถานการณ์เช่นนี้เจ้าควรจะชมข้าให้ดีกว่านี้หน่อยนะ”

เมาเมาลุกขึ้นยืน “ก็นี่อย่างไร ชมอยู่”

แล้วเมาเมาก็พูดต่อ “ในเมื่อเจ้ารู้วิธีรักษาพิษตะกั่วแล้ว เจ้าก็ไปบอกท่านอัครเสนาบดีเถิด ข้าจะไปลองหาดูว่ายังมีกำยานแบบเมื่อกี้เหลืออยู่อีกหรือไม่ ข้าไม่ชอบเสวนากับคนพวกนั้น”

พูดจบ เมาเมาก็เดินดุ่มๆ ไปยังจุดที่วางกระถางกำยานเมื่อครู่

หลี่จิ่วหลางเห็นเมาเมาเดินแยกตัวไป แล้วเห็นซูฉางอันหันมามองตนก็รีบก้าวเข้ามาถาม “คุณหนูฉางอัน... อาการของบุตรสาวข้าเป็นอย่างไรบ้าง?”

ซูฉางอันเหลือบมองเมาเมาแวบหนึ่ง แม้จะรู้สึกเหมือนโดนมัดมือชก แต่ในเมื่อมั่นใจแล้วก็เลยพูดออกไป “รบกวนใต้เท้าหลี่ช่วยนำน้ำสะอาดมาล้างแป้งบนหน้าคุณหนูซิงเยวี่ยออกก่อนเถิดเจ้าค่ะ อาการป่วยของนางน่าจะเกิดจากการใช้แป้งตะกั่วเป็นเวลานานจนเกิดพิษสะสม ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ประกอบกับพิษจากกำยานที่มีส่วนผสมของเทียนหนานซิงและฮุ่ยหนานซิง พิษตะกั่วจึงกำเริบรุนแรงขึ้นเจ้าค่ะ”

ขณะที่ฟังซูฉางอันอธิบาย สายตาของหลี่จิ่วหลางก็กวาดมองไปทั่ว ตั้งแต่หลี่ซิงเยวี่ย โต๊ะเครื่องแป้ง สาวใช้ที่ยืนตัวสั่น ไปจนถึงหมอหลวงและหมอหญิงที่หน้าซีดเผือด

สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปมา เดี๋ยวเขียวเดี๋ยวคล้ำ ราวกับเข้าใจอะไรบางอย่าง แต่ก็ยังเจือแววตกใจ

ครู่ต่อมา หลี่จิ่วหลางประสานมือคารวะซูฉางอันอย่างนอบน้อม “ขอคุณหนูโปรดชี้แนะ วิธีรักษาต้องทำอย่างไร?”

ซูฉางอันปรายตามองสาวใช้ด้านนอก ขี้เกียจจะไปสนใจเรื่องดราม่าในจวนคนอื่น จึงตอบไปตามตรง “ให้ทานผลไม้ที่ย่อยง่าย ทานโจ๊กมันเทศ อาหารพวกนี้ช่วยในการขับถ่ายและย่อยง่าย ดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อขับพิษ ค่อยๆ ฟื้นฟูร่างกายไปเรื่อยๆ ก็จะดีขึ้นเอง แต่สิ่งสำคัญคือ... ห้ามใช้แป้งตะกั่วอีกเด็ดขาดเจ้าค่ะ”

หลี่จิ่วหลางถามย้ำด้วยความไม่แน่ใจ “เพียงเท่านี้หรือ?”

ซูฉางอันพยักหน้า “ก็แค่พิษธรรมดาที่สะสมมานานจนร่างกายทรุดโทรม แค่ปรับพฤติกรรม หยุดรับพิษเพิ่ม เดี๋ยวร่างกายก็ฟื้นตัวเอง ส่วนพิษจากกำยานนั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่ พอร่างกายแข็งแรงขึ้นมันก็จะถูกขับออกมาเองเจ้าค่ะ”

หลี่จิ่วหลางก้มศีรษะคารวะซูฉางอันอย่างซาบซึ้ง “บุญคุณครั้งนี้ หลี่จิ่วหลางจะจดจำไว้ วันหน้าจะไปขอบคุณถึงจวน!”

จากนั้นเขายืดตัวขึ้น แววตามุ่งมั่น “หากบุตรสาวข้าหายดี ชีวิตนี้ข้าถือว่าติดหนี้บุญคุณคุณหนูฉางอันก้อนโต”

พูดจบ หลี่จิ่วหลางหันไปสั่งการเสียงเข้ม “อาโก่ว! ไปตามแม่นมหลินมา เอาน้ำสะอาดมาด้วย เช็ดตัวให้คุณหนู เปลี่ยนผ้าปูที่นอนปลอกหมอนให้หมด!”

พ่อบ้านที่ไปเชิญซูฉางอันมา รีบรับคำสั่งแล้ววิ่งออกไปดำเนินการทันที

ไม่นานนัก

แม่นมสูงวัยสองคนก็นำขบวนสาวใช้เข้ามาในห้อง จัดแจงเช็ดเครื่องสำอางและแป้งตะกั่วออกจากใบหน้าของหลี่ซิงเยวี่ยอย่างระมัดระวัง

ซูฉางอันสังเกตเห็นหลี่จิ่วหลางยืนคุมเชิงอยู่ไม่ห่างจ้องมองทุกขั้นตอนตาไม่กระพริบ ราวกับกลัวว่าแม่นมจะล้างไม่สะอาด

ในขณะเดียวกัน...

ซูฉางอันก็เหลือบเห็นสาวใช้ด้านนอกหน้าถอดสี ส่วนหมอหลวงและหมอหญิงแทบจะเข่าอ่อนลงไปกองกับพื้น

เฮ้อ... เข้ามาพัวพันกับเรื่องยุ่งยากจนได้สินะ

แค่มาดูอาการเฉยๆ แท้ๆ... แต่จะไม่ให้พัวพันได้อย่างไร ก็เห็นอยู่ทนโท่ว่ามีคนพยายามฆ่าหลี่ซิงเยวี่ย แล้วข้าดันโผล่มาขัดจังหวะพอดี

ช่างเถอะ...

จะคิดมากไปเพื่ออะไร ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในโลกนี้ ข้าก็อยู่กลางพายุหมุนอยู่แล้ว จะหนีไปไหนพ้น

อย่างน้อยก็ช่วยชีวิตคนได้คนหนึ่ง...

ได้บุญเพิ่มอีกหนึ่งแต้ม!

ในที่สุดแม่นมก็เช็ดหน้าหลี่ซิงเยวี่ยจนสะอาดหมดจด หลี่จิ่วหลางสั่งต่อ “ไปทำความสะอาดห้องนอนเก่าของข้า เปลี่ยนข้าวของเครื่องใช้ใหม่ทั้งหมด ต่อไปให้คุณหนูย้ายไปพักที่นั่น”

แม่นมรับคำสั่งแล้วรีบออกไปจัดการ

ซูฉางอันมองใบหน้าไร้เครื่องสำอางของหลี่ซิงเยวี่ยที่นอนหลับสนิทบนเตียง

ก็สวยดีนี่นา...

เครื่องหน้าครบ จมูกโด่ง ตาโต...

เพียงแต่บนสันจมูกและใต้ตามีกระสีชมพูจางๆ กระจายอยู่ น่าจะเป็นกระที่มีมาแต่กำเนิด

แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความสวยลดลงเลย

ดูไปดูมา... กลับดูมีเสน่ห์แบบเป็นธรรมชาติซะอีก

หลี่จิ่วหลางเห็นซูฉางอันจ้องมองใบหน้าลูกสาว แล้วจึงถอนหายใจ “ตอนเด็กๆ นางก็ไม่ค่อยสนใจหรอก แต่พอโตขึ้นก็เริ่มรักสวยรักงาม เห็นจุดด่างดำพวกนี้เป็นปมด้อย เลยเริ่มโบกแป้งหนาเตอะเพื่อปกปิด ข้าเห็นว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรก็เลยตามใจนาง...”

พูดพลาง หลี่จิ่วหลางก็ก้มลงจัดผ้าห่มให้ลูกสาวด้วยความรัก “เป็นความผิดของข้าเองที่ละเลย ไม่ทันระวัง...”

ซูฉางอันมองหลี่ซิงเยวี่ย

นึกถึงวันนั้นที่คุยกันในงานบทกวี แม้จะสัมผัสได้ว่า 'แม่นางหมอนใบใหญ่' ผู้นี้ความรู้ทางวรรณกรรมเข้าขั้นติดลบ แต่คุยกันแล้วถูกคออย่างประหลาด

คิดได้ดังนั้น ซูฉางอันจึงเอ่ยขึ้น “ใต้เท้าหลี่ ข้าจะเขียนข้อความทิ้งไว้ให้คุณหนูซิงเยวี่ยสักหน่อย รอให้นางฟื้นแล้วค่อยให้นางอ่านนะเจ้าคะ”

.........................................................

จบบทที่ บทที่ 40 ใบหน้าไร้เครื่องสำอาง ดูไปดูมาก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว