เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 ทำช็อกโกแลตได้นี่นา

บทที่ 17 ทำช็อกโกแลตได้นี่นา

บทที่ 17 ทำช็อกโกแลตได้นี่นา


ซูจื่อเฟิงนำกระดาษและพู่กันมาส่งด้วยตัวเอง

แต่เขาไม่ได้อยู่นาน หรือจะพูดให้ถูกคือไม่ได้ก้าวเข้ามาในห้องด้วยซ้ำ เพียงแค่ฝากข้อความของท่านราชครูไว้ แล้วก็จากไปทันที

เหตุนี้เองทำให้ซูฉางอันที่กำลังเคี้ยวขนมตุ้ยๆ มองดูเครื่องเขียนพู่กัน หมึก กระดาษและแท่นฝนหมึกอันล้ำค่าบนโต๊ะด้วยความกลัดกลุ้มใจ

ซูฉางอันหันไปถามเมาเมา “ลายมือข้ามันน่าเกลียดขนาดนั้นเลยหรือ?”

เมาเมาพยักหน้า “อืม น่าเกลียด”

พูดจบ เมาเมาก็วางสมุนไพรที่นางไปหามาจากไหนไม่รู้ลง แล้วเงยหน้ามองซูฉางอัน เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “น่าเกลียดชนิดที่ว่าดูรอบเดียวแล้วไม่อยากดูรอบสองเลยล่ะ”

ซูฉางอันเบะปาก “เมาเมา อย่าพูดตรงขนาดนี้สิ มันเจ็บจี๊ดนะ”

เมาเมาก้มหน้าลงทำงานต่อ “ก็น่าเกลียดจริงๆ นี่นา อีกอย่างท่านราชครูก็พูดถูก คนหน้าตาสวยขนาดนี้ แต่ลายมือกลับน่าเกลียดพิลึก มันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย”

ซูฉางอันมองเมาเมา แล้วหยิบพู่กันด้ามใหม่ขึ้นมาจุ่มหมึก แล้วบรรจงเขียนคำว่า “สวยงาม” ลงไปอย่างตั้งใจ

จากนั้นก็ชูกระดาษแผ่นนั้นให้เมาเมาดู “เจ้าดูสิว่านี่คืออะไร...”

เมาเมาเงยหน้ามอง แล้วตอบทันควัน “ตัวหนังสือที่น่าเกลียดมาก”

ซูฉางอันถลึงตาใส่ “เมาเมา เจ้าพูดจาทำร้ายจิตใจข้าเกินไปแล้วนะ!”

เมาเมาคร้านจะต่อปากต่อคำกับซูฉางอัน

ฝ่ายซูฉางอันวางกระดาษลง แล้วเดินไปที่โต๊ะด้วยความห่อเหี่ยว หยิบขนมชิ้นสุดท้ายขึ้นมา แล้วมองออกไปข้างนอกอย่างเกียจคร้าน

ลายมือน่ะต้องฝึก...

แต่ว่า...

มันไม่มีอารมณ์นี่นา

งั้นเอาไว้พรุ่งนี้ละกัน

พรุ่งนี้ฝึกแน่นอน!

ขณะที่คิดเช่นนั้น ซูฉางอันก็มองไปที่กองสมุนไพรที่เมาเมากำลังวุ่นวายอยู่

แต่พอมองดูดีๆ ก็พบว่าเป็นสมุนไพรที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

เมาเมาสังเกตเห็นสายตาของซูฉางอัน จึงเอ่ยขึ้นว่า “ตอนที่ข้าไปเอาขนมให้เจ้า ข้าเห็นว่าในห้องเก็บของข้างโรงครัวมีของใหม่ๆ มาส่งเยอะแยะ ลองถามดูเห็นว่าเป็นเครื่องบรรณาการจากแคว้นทางตะวันตก แคว้นที่ไกลออกไปทางตะวันตกยิ่งกว่านั้น แล้วก็จากอาณาจักรทางใต้ นอกเหนือจากส่วนที่ส่งเข้าวังแล้ว ฝ่าบาทได้พระราชทานส่วนที่เหลือให้กับขุนนางชั้นผู้ใหญ่”

“ข้าก็เลยถือวิสาสะหยิบพวกสมุนไพรติดมือมาด้วย กะว่าจะลองทดสอบสรรพคุณดู บางอย่างข้าเองก็ไม่รู้จัก”

แคว้นทางตะวันตก...

ดินแดนที่ไกลออกไปทางตะวันตก... และอาณาจักรทางใต้...

ซูฉางอันมองสมุนไพรที่เมาเมากำลังจัดเรียงด้วยความสงสัย

เมาเมาเงยหน้ามองซูฉางอันแล้วพูดต่อ “เมื่อก่อนตอนอยู่ในวัง เคยได้ยินคนเขาพูดกันว่าเครื่องบรรณาการพวกนี้มีแต่ของแปลกๆ บางอย่างก็ประหลาด แต่บางอย่างก็น่าสนใจดี”

ได้ยินดังนั้น ซูฉางอันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนถาม “ไปดูกันหน่อยหรือไม่?”

เมาเมาเงยหน้ามองซูฉางอัน

“ไปดูพวกเครื่องบรรณาการในห้องเก็บของกัน เผื่อจะมีอะไรน่าสนใจ อย่างไรพวกเราก็ว่างอยู่แล้วนี่” ซูฉางอันลุกขึ้นยืน

เมาเมาทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วก็พยักหน้า “อืม ได้สิ”

คนมันว่างก็ต้องหาอะไรทำแก้เบื่อ

อีกอย่าง...

หัวกระต่ายก็กินจนเบื่อแล้ว ขนมก็วนเวียนอยู่แค่ไม่กี่อย่าง ชักจะเลี่ยน

ในเมื่อมีของจากแดนตะวันตกและทางใต้ส่งมา ไม่แน่ว่าอาจจะมีวัตถุดิบอะไรดีๆ เอามาทำของอร่อยๆ กินได้บ้าง

...

บ่าวไพร่ในจวนตระกูลซูได้รับคำสั่งกำชับมาเป็นอย่างดีว่าต้องปฏิบัติต่อซูฉางอันด้วยความเคารพยำเกรง

ดังนั้นตลอดทางที่เดินผ่าน บ่าวไพร่ที่พบเห็นต่างพากันทำความเคารพอย่างนอบน้อม

ยิ่งบวกกับข่าวลือเรื่องซูฉางอันที่กำลังแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง โดยเฉพาะวีรกรรม “หนึ่งคน หนึ่งมีด ปะทะฝูงกระต่าย” อันลือลั่น

ผสมโรงกับคำบอกเล่าใส่สีตีไข่ของบ่าวไพร่ที่อยู่ในเหตุการณ์...

ยามที่บ่าวไพร่ทำความเคารพ จึงแฝงไปด้วยความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด

ห้องเก็บของตระกูลซูนั้นกว้างใหญ่ไพศาล ขนาดเท่าสนามบาสเก็ตบอลสองสนามรวมกัน ตั้งอยู่ในลานเล็กๆ ข้างโรงครัว

มีเวรยามคอยเฝ้าอย่างแน่นหนา กุญแจประตูเรือนและกุญแจห้องเก็บของมีเพียงพ่อบ้านใหญ่เท่านั้นที่ถือครอง

แต่วันนี้อาจเป็นเพราะมีของล็อตใหม่มาส่ง

เมื่อซูฉางอันและเมาเมามาถึง ประตูเรือนจึงเปิดอ้าอยู่ ภายในลานมีข้าวของวางระเกะระกะ กำลังถูกตรวจนับ โดยมี ซูอัน พ่อบ้านใหญ่ตระกูลซูคอยกำกับดูแล

เมื่อเห็นซูฉางอันเดินเข้ามา พ่อบ้านใหญ่ก็รีบเข้ามาคารวะทันที

หลังจากสอบถามจุดประสงค์แล้ว พ่อบ้านใหญ่ย่อมไม่กล้าขัดขวาง

เขารีบแนะนำโซนต่างๆ ในห้องเก็บของว่าตรงไหนเก็บอะไร และตรงไหนเป็นที่เก็บของแปลกๆ ที่ถูกทิ้งไว้ จากนั้นก็ถอยไปยืนรอที่หน้าประตู ไม่กล้ารบกวนเวลาของซูฉางอัน

ซูฉางอันยืนอยู่กลางห้องเก็บของขนาดมหึมา มองซ้ายมองขวา

ข้าวของทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ แต่ในโซน “ของแปลกไร้ประโยชน์” ที่พ่อบ้านใหญ่บอก นอกจากถุงและหีบห่อใหม่ๆ ที่เพิ่งมาส่งวันนี้แล้ว ของเก่าเก็บจำนวนมากถุงเริ่มจะขาดวิ่นตามกาลเวลา

ทว่า...

เมื่อมองดูเครื่องบรรณาการเหล่านี้...

บางอย่างดูเหมือนโสมคน แต่เล็กจิ๋วและรากฝอยน้อยนิด

ซูฉางอันจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่ามันคือ “โสมดิน” เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง สรรพคุณช่วยแก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ

ยังมีพืชสีเขียวจากแดนภารตะ หรือที่ยุคนี้เรียกว่า “เทียนจู๋”...

นั่นคือใบและเมล็ดของต้นมะรุมนั่นเอง

และยังมีของอื่นๆ ที่ดูรู้ทันทีว่ามาจากต่างแดน

ข้าวของวางเรียงรายละลานตา บางอย่างซูฉางอันจำได้ทันที บางอย่างก็คุ้นตาแต่เรียกชื่อไม่ถูก

แม้ในชาติก่อนของซูฉางอัน ของพวกนี้จะไม่ใช่ของหายากอะไร แต่ในยุคนี้ มันคือ “เครื่องบรรณาการ” อันล้ำค่าอย่างแท้จริง

แต่ดูภาพรวมแล้ว...

ซูฉางอันก็พอเข้าใจว่าเหตุใดของพวกนี้ถึงถูกโยนทิ้งไว้ในหมวด “ของแปลก”

เพราะว่า...

โอกาสที่จะได้ใช้งานมันมีน้อยมาก เว้นแต่จะมีความรู้ระดับคนยุคปัจจุบันอย่างเขา

“หือ?”

ในขณะที่ซูฉางอันกำลังเดินดูอย่างเพลิดเพลิน...

สายตาเขาก็สะดุดเข้ากับถุงใบเล็กใบหนึ่งบนชั้นวาง

ถุงใบนี้น่าจะเพิ่งถูกนำมาวาง เพราะยังดูใหม่เอี่ยม ปากถุงไม่ได้มัดแน่น ทำให้เห็นของข้างในโผล่ออกมา

เป็นเม็ดสีน้ำตาลเข้ม

ซูฉางอันหยิบเม็ดสีน้ำตาลที่มีรูปร่างคล้ายอัลมอนด์ แต่ยาวกว่าขึ้นมาพิจารณาด้วยความสงสัย

กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยมาแตะจมูก ซูฉางอันลองดมดูอย่างไม่แน่ใจ ทันใดนั้น แววตาก็เป็นประกายด้วยความดีใจ “โกโก้จริงๆ ด้วย!”

ไม่ต้องสงสัยให้เสียเวลา...

ซูฉางอันเช็ดเม็ดโกโก้กับเสื้อ แล้วโยนเข้าปากเคี้ยวทันที

รสชาติที่คุ้นเคยระเบิดซ่านในปาก

แล้วก็...

ถุย!

รีบคายทิ้งแทบไม่ทัน!

ขมชะมัด!

“ใช่แน่นอน!” ซูฉางอันอุทานด้วยความตื่นเต้นปนดีใจ คว้าถุงโกโก้ทั้งถุงลงมาจากชั้นวาง แล้วกอดไว้แน่น

เขาไม่รู้หรอกว่าเมล็ดโกโก้ถูกค้นพบตั้งแต่เมื่อไหร่

และไม่รู้ว่าเหตุใดมันถึงกลายมาเป็นเครื่องบรรณาการอยู่ที่นี่ได้

แต่ในชาติก่อน ช่วงที่เขายังเป็นวัยรุ่นติสท์แตก บวกกับได้รับอิทธิพลจากตัวละคร “ซูต้าเฉียง” ผู้รักการดื่มกาแฟสด เขาจึงอยากลองทำกาแฟดื่มเองบ้าง

แต่ด้วยความไม่รู้ประสีประสา ดันไปซื้อเมล็ดโกโก้มาแทนเมล็ดกาแฟ

สุดท้ายมารู้ความจริงว่ากาแฟทำจากเมล็ดกาแฟ ส่วนเมล็ดโกโก้เอาไว้ทำช็อกโกแลต

ผลก็คือ...

เขาเลยลองหัดทำช็อกโกแลตดู

และในเมื่อตอนนี้มีเมล็ดโกโก้อยู่ในมือ เรื่องอื่นก็ช่างหัวมัน!

เพราะนี่หมายความว่า ในยุคนี้เขาสามารถกินช็อกโกแลตได้แล้ว!

แต่ว่า...

จะทำช็อกโกแลตในยุคนี้ วัตถุดิบอื่นๆ ก็น่าจะหาได้ไม่ยากมั้ง?

คิดได้ดังนั้น ซูฉางอันก็หันไปหาพ่อบ้านใหญ่

พ่อบ้านใหญ่มองถุงในมือซูฉางอันอย่างงุนงง เขาเองก็ลืมไปแล้วว่าข้างในคืออะไร “คุณหนูต้องการสิ่งนี้หรือขอรับ?”

ซูฉางอันพยักหน้า “ใช่ ข้าเอาอันนี้แหละ แล้วนอกจากนี้ ข้าต้องการนมวัว เนยแข็ง น้ำตาลทราย น้ำผึ้ง น้ำมันวานิลลา แล้วก็พวกผลไม้แห้งอย่างลูกเกด...”

พูดจบ...

ซูฉางอันก็นึกขึ้นได้ “เนยแข็งที่ว่า คือกานลั่วนะ”

แม้พ่อบ้านใหญ่จะสงสัยว่าคุณหนูใหญ่จะเอาของพวกนี้ไปทำอะไร แต่ก็ตอบอย่างนอบน้อม “มีครบทุกอย่างขอรับ ประจวบเหมาะกับเมื่อวานทางสำนักปศุสัตว์เพิ่งส่งเนยแข็งล็อตใหม่มา บ่าวจะรีบให้คนจัดเตรียมแล้วส่งไปที่เรือนของคุณหนูทันที”

“อืม รบกวนเจ้าด้วยนะ” แต่พูดไม่ทันขาดคำ ซูฉางอันก็หันไปถามอีก “มีเหล้าหรือไม่? ขอเป็นพวกเหล้ากลั่นแรงๆ หน่อย”

พ่อบ้านใหญ่พยักหน้า “มีขอรับ บ่าวจะให้คนส่งไปพร้อมกันเลย”

พ่อบ้านใหญ่ผู้นี้ทำงานคล่องแคล่วว่องไว รับคำสั่งปุ๊บก็รีบสั่งการลูกน้องทันที

ซูฉางอันมองกลับเข้าไปในห้องเก็บของ คิดว่าคงไม่มีอะไรน่าสนใจแล้ว จึงตัดสินใจกลับ

รีบกลับไปทำช็อกโกแลตดีกว่า!

ระหว่างทางกลับ เมาเมาที่สะพายตะกร้าใส่สมุนไพรมองซูฉางอันด้วยความสงสัย

แน่นอน...

นางแอบหยิบเมล็ดโกโก้มาลองชิมเม็ดหนึ่งด้วย

แล้วก็...

หน้าบี้ยวด้วยความขมปี๋ รีบคายทิ้งทันที

“กลิ่นหอมดีนะ แต่เหตุใดรสชาติขมขนาดนี้” เมาเมาเช็ดปากแล้วถาม “เจ้าจะเอาสิ่งนี้ไปทำอะไร แล้วยังสั่งวัตถุดิบแพงๆ มาอีกตั้งเยอะ”

“ทำขนมไง” ซูฉางอันยิ้มร่า

เมาเมาทำหน้างง

“ทำขนมที่เรียกว่าช็อกโกแลต รับรองว่าทำเสร็จแล้วไม่ขมแน่นอน”

เมาเมายิ่งงงหนักเข้าไปใหญ่

ซูฉางอันไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่ม

เมื่อทั้งสองกลับถึงเรือน วัตถุดิบทั้งหมดก็ถูกส่งมารอที่ครัวเรียบร้อยแล้ว

และเยี่ยนหรูอวี้ก็ยืนรออยู่ในลานเรือนเช่นกัน

เนื่องจากมีหน่วยลับของกองทัพหมอกแดงคอยติดตามอยู่ เยี่ยนหรูอวี้จึงรู้ว่าพวกซูฉางอันยังอยู่ในจวน แค่ไปที่ห้องเก็บของ นางจึงไม่กังวลและมายืนรอ

เห็นซูฉางอันรีบร้อนพุ่งเข้าครัวไปเตรียมของ

เยี่ยนหรูอวี้ที่ยืนอยู่หน้าประตูครัวถามด้วยความสงสัย “คราวนี้จะทำอะไรอีกล่ะ? มีทั้งเนยแข็ง ทั้งนมวัว ของแพงๆ ทั้งนั้น”

“เห็นว่าจะทำขนมที่เรียกว่าช็อกโกแลต” เมาเมาตอบ

“ช็อกโกแลต?” เยี่ยนหรูอวี้ทำหน้างง ไม่เข้าใจศัพท์คำนี้

แต่พอเห็นท่าทางกระตือรือร้นของซูฉางอัน นางก็ตัดสินใจรอให้เขาทำธุระเสร็จก่อน ค่อยถ่ายทอดรับสั่งของฝ่าบาท

“เดี๋ยวท่านกินก่อนเลยนะ วัตถุดิบที่เขาใช้ขมมาก ข้าไม่กินด้วยหรอก” เมาเมาพูดดักคออย่างจริงจัง

เยี่ยนหรูอวี้ “...”

เยี่ยนหรูอวี้พูดไม่ออก ได้แต่ยืนมองซูฉางอันด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ซูฉางอันรื้อค้นหาอุปกรณ์ในครัว จนได้พวกหม้อไหจานชามที่พอจะใช้แทนกันได้มาครบ

เริ่มจากเทเมล็ดโกโก้ลงในครกตำยา

แต่ซูฉางอันเหลือบไปเห็นเหล้ากลั่นที่วางอยู่ ลังเลเล็กน้อย แล้วก็เทเมล็ดโกโก้เพิ่มลงไปอีก

ตำให้ละเอียดเป็นผง!

และแล้ว... ก็ได้ไอเทมระดับตำนาน “ผงโกโก้”!

แต่ด้วยความที่ซูฉางอัน นอกจากจะมีดีที่หน้าตาแล้ว พละกำลังก็ยังมหาศาลเหนือกว่าชายฉกรรจ์ทั่วไป

กะแรงผิดไปหน่อย เผลอทำครกแตก...

โชคดีที่ผงโกโก้หกไปไม่เยอะ

แต่ก็ยังมีเมล็ดเหลืออยู่ เขาเลยไม่ซีเรียส ทำซ้ำขั้นตอนเดิมจนได้ผงโกโก้มาพอสมควร

ใช้นิ้วแตะผงขึ้นมาแตะลิ้น...

รสชาติขมๆ ที่คุ้นเคย

จากนั้นเทผงโกโก้ใส่ชามทรงลึก

ผสมน้ำตาลทรายลงไปคนให้เข้ากัน แล้วนำเนยแข็งมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ

ใส่เศษเนยแข็งลงไปผสมกับผงโกโก้และน้ำตาลทราย

คนให้เข้ากันนิดหน่อย แล้วพักไว้

ซูฉางอันเริ่มก่อไฟต้มน้ำ

การทำช็อกโกแลตนั้นจะเอาส่วนผสมไปต้มโดยตรงไม่ได้ ต้องใช้วิธีตุ๋น

หรือก็คือการให้ความร้อนผ่านน้ำบนหม้อสองชั้น

ระหว่างตุ๋นก็ต้องคนไปเรื่อยๆ จนกว่าเนยแข็งและน้ำตาลจะละลาย ผสมกลมกลืนกับผงโกโก้จนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน

และห้ามใช้ไฟแรง ไม่อย่างนั้นเนยและน้ำตาลอาจไหม้หรือเสียรสชาติได้

หลังจากนั้น...

เติมนมวัว น้ำผึ้งและส่วนผสมอื่นๆ ลงไป

จริงๆ แล้วมันมีขั้นตอนที่ซับซ้อนกว่านี้ แต่เพราะชาติก่อนซูฉางอันทำพังมานับครั้งไม่ถ้วน เลยเกิดความชำนาญ

มาถึงขั้นตอนนี้ก็ได้เวลาปรุงรส

ความจริงถ้ามีกลิ่นวานิลลาสังเคราะห์หรือสารแต่งกลิ่นอื่นๆ จะดีมาก แต่ในเมื่อเงื่อนไขจำกัด

ก็ต้องใช้น้ำมันวานิลลาเท่าที่มี

ค่อยๆ เทน้ำมันวานิลลาลงไปพร้อมกับคน

ของเหลวสีน้ำตาลเข้มในชามเริ่มดูเนียนนุ่มน่ากินขึ้นมาก

ซูฉางอันไม่รอช้า เตรียมชามมาสามใบ

ใบแรกใส่เศษผลไม้แห้งที่บดไว้รอแล้ว ใบที่สองเติมเหล้ากลั่นลงไปนิดหน่อย ใบสุดท้ายไม่ใส่อะไรเลย

ใช้ผ้าจับชามร้อน ค่อยๆ เทของเหลวช็อกโกแลตลงไปในชามทั้งสามใบ

เห็นว่ายังมีเหลือ...

ซูฉางอันหยิบจานเปล่ามาใบหนึ่ง วางผลไม้แห้งที่เหลือเรียงลงไป

แล้วเทช็อกโกแลตที่เหลือราดทับ

ขั้นตอนสุดท้าย...

รอให้มันแข็งตัว

แม้ตอนนี้จะเข้าสู่ต้นฤดูใบไม้ร่วง อากาศเริ่มเย็นลง วางไว้ข้างนอกก็น่าจะแข็งตัวได้

แต่อากาศแค่นี้ กว่าช็อกโกแลตจะแข็ง กลิ่นคงระเหยไปหมด

ซูฉางอันจึงวานให้เยี่ยนหรูอวี้ไปเอาก้อนน้ำแข็งก้อนใหญ่มาจากห้องเย็น

เอาน้ำแข็งวางรองก้นโอ่งน้ำใบใหญ่ วางตะแกรงไม้คั่น แล้วปูผ้าสะอาดทับ

นำชามทั้งสามใบและจานช็อกโกแลตวางลงบนตะแกรง

แน่นอน...

ทั้งชามและจานถูกปิดฝาไว้อย่างมิดชิด เพื่อกันกลิ่นหาย

สุดท้าย...

ปิดปากโอ่งให้สนิท!!

และเพื่อความชัวร์ ซูฉางอันเอาผ้าฝ้ายมาห่อโอ่งไว้อีกชั้น

เพื่อรักษาอุณหภูมิให้เย็นจัด ช็อกโกแลตจะได้แข็งตัวไวๆ

เสร็จเรียบร้อย ซูฉางอันหันไปมองนมวัวและเนยแข็งที่เหลือ

“หรือจะทำชีสเค้กต่อดีนะ?”

แต่พอนึกขึ้นได้ว่าไม่มีแม่พิมพ์ แถมเตาอบก็ไม่พร้อม เลยล้มเลิกความคิด

เขาหันไปเก็บล้างอุปกรณ์

เมื่อเห็นซูฉางอันเสร็จภารกิจ

เยี่ยนหรูอวี้และเมาเมาจึงเดินเข้ามาในครัว มองดูโอ่งน้ำด้วยความสงสัย

“เสร็จแล้วหรือ?” เยี่ยนหรูอวี้ถาม

ซูฉางอันพยักหน้า “อืม รอให้แข็งตัวก็กินได้แล้ว”

เมาเมานั่งยองๆ ข้างโอ่ง เคาะๆ ฟังเสียงด้วยความสงสัย

เยี่ยนหรูอวี้ถอนหายใจ “ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าท่านทำอะไรกันแน่ แต่ว่า... ในเมื่อท่านว่างแล้ว ข้าจะได้ถ่ายทอดรับสั่งของฝ่าบาทเสียที”

พูดถึงตรงนี้ สีหน้าของเยี่ยนหรูอวี้ก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจัง

...

...................................................................

จบบทที่ บทที่ 17 ทำช็อกโกแลตได้นี่นา

คัดลอกลิงก์แล้ว