เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 สวยหยาดฟ้ามาดินขนาดนี้ แต่เหตุใดถึงทำให้คนตกใจจนเป็นลมได้ล่ะเนี่ย

บทที่ 13 สวยหยาดฟ้ามาดินขนาดนี้ แต่เหตุใดถึงทำให้คนตกใจจนเป็นลมได้ล่ะเนี่ย

บทที่ 13 สวยหยาดฟ้ามาดินขนาดนี้ แต่เหตุใดถึงทำให้คนตกใจจนเป็นลมได้ล่ะเนี่ย


ทันใดนั้นเอง จู๋หลิน สาวใช้ตัวน้อยก็ชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นขาวซีดฉับพลัน ก่อนจะเป็นลมล้มพับไปต่อหน้าต่อตา!

ห่อกระดาษเฉิงซินถังอันล้ำค่าที่ถูกห่อด้วยกระดาษน้ำมันอย่างดีในอ้อมกอดก็ร่วงหล่นกระแทกพื้น

ทางด้านซูหลินหาน ใบหน้างามซีดเผือดลงในทันใด นางรีบหันหลังกลับ ยกมือขึ้นปิดปากคล้ายจะอาเจียน

แต่เมื่อเห็นสาวใช้คนสนิทล้มพับไปก็รีบฝืนทนอาการพะอืดพะอม นั่งลงช่วยปฐมพยาบาล กดจุดเหรินจงเพื่อเรียกสติจู๋หลิน

บ่าวไพร่โดยรอบเห็นเหตุการณ์ต่างพากันแตกตื่นโกลาหล

บ่าวชายบางคนรีบเข้าไปขวางประตูเรือน ไม่ให้คุณหนูรองผู้เป็นที่รักต้องเห็นภาพอุจาดตาซ้ำสอง

ส่วนสาวใช้ต่างกรูกันเข้าไปประคองซูหลินหาน บ้างก็ตะโกนโหวกเหวกให้รีบไปตามหมอ เพราะมีคนเป็นลมไปอีกแล้ว

บรรยากาศหน้าประตูเรือนชุลมุนวุ่นวาย...

ทว่าคนในเรือนกลับดูเหมือนจะชาชินกับเหตุการณ์ทำนองนี้ไปเสียแล้ว

โดยเฉพาะเยี่ยนหรูอวี้และเหล่าทหารกองทัพหมอกแดง เพียงแค่ปรายตามองแวบหนึ่ง แล้วก็เลิกสนใจ

มีเพียงซูหลิวซื่อที่ใบหน้าซีดลงเล็กน้อย นางมองไปที่ประตูเรือน แล้วส่ายหน้าด้วยความระอาอีกครั้ง แต่พอได้ยินคำว่า “คุณหนูรอง” แว่วมา

ซูหลิวซื่อก็รีบลุกขึ้นทันที ไม่สนใจอาการคลื่นไส้จากกลิ่นคาวเลือดที่ตลบอบอวล หรือภาพสยดสยองที่รออยู่หน้าประตู รีบวิ่งออกไปดูเหตุการณ์

แม้แต่เยี่ยนหรูอวี้และเมาเมา พอได้ยินคำว่า “คุณหนูรอง” ก็ชะงักไปเล็กน้อยเช่นกัน

ในตอนนั้นเอง...

“คุณหนูรองที่ว่า... คือน้องสาวของข้าคนนั้นน่ะรึ?” ซูฉางอันเอ่ยถามขึ้น

เยี่ยนหรูอวี้มองสภาพของซูฉางอันในตอนนี้... ทั้งเนื้อทั้งตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด มือข้างหนึ่งถือหัวกระต่ายที่ถูกถลกหนังตัดหูจนโชกเลือด ส่วนอีกข้างถือมีดทำครัวที่อาบไปด้วยเลือดสดๆ นางพยักหน้าตอบเบาๆ “เจ้าค่ะ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น

ซูฉางอันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโยนหัวกระต่ายลงในถังไม้ที่เต็มไปด้วยหัวกระต่ายเลือดอาบ แล้วปักมีดทำครัวลงบนตอไม้ดัง ฉึก! เตรียมจะลุกขึ้นเดินออกไปดู

แต่เยี่ยนหรูอวี้รีบเข้ามาขวางไว้ทันที “คุณหนู... สภาพท่านตอนนี้ ไม่เหมาะที่จะออกไปพบใครเจ้าค่ะ”

ซูฉางอันก้มมองตัวเอง... นอกจากเสื้อผ้าจะชุ่มโชกไปด้วยเลือดแล้ว สองมือก็ยังแดงฉานไปด้วยเลือดกระต่าย ดูน่าสยดสยอง

ช่างสมฉายา “จอมมารโลหิต” เสียจริงๆ แม้จะเป็นเลือดกระต่ายก็เถอะ

และพอนึกถึงท่าทางแตกตื่นของพวกบ่าวไพร่ โดยเฉพาะซูหลิวซื่อเมื่อครู่นี้ เขาก็พอจะเดาได้ว่าต้นเหตุของความวุ่นวายทั้งหมดมาจากตัวเขาเอง

“งั้นวานพวกเจ้าช่วยออกไปดูให้ที” ซูฉางอันบอก “แล้วก็... พอแค่นี้ก่อนดีกว่า” เขาหันไปมอง “ลานประหาร” ที่เต็มไปด้วยเลือด และซากกระต่ายไร้หัวที่ถูกถลกหนังวางเรียงรายอยู่อย่างเป็นระเบียบ “แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วล่ะ”

“พอไม่พอก็เรื่องหนึ่ง แต่คราวนี้เจ้าได้ดังอีกรอบแน่!” เมาเมาพูดอย่างเอือมระอา ชี้ไปที่สภาพลานบ้านที่ดูไม่ได้ “แล้วข้าเริ่มเก็บกวาดได้เลยใช่หรือไม่?”

ซูฉางอันพยักหน้า “อืม ช่วยกันเก็บ ตัวที่ยังเป็นๆ อยู่ยกให้เจ้าไปทดลองยา ส่วนเนื้อกระต่ายพวกนี้ เดี๋ยวตั้งเตาย่างกินกันเลย แบ่งสักสองสามตัวไปผัดพริกด้วย ไหนๆ คุณหนูรองก็มาแล้ว ต้องทำเผื่อหน่อย ส่วนที่เหลือเอาไปแช่แข็งไว้ ถ้าพวกบ่าวไพร่คนไหนอยากกินก็บอกข้าได้นะ เดี๋ยวผัดให้”

เมาเมาค้อนขวับ “เห็นสภาพเจ้าทำเมื่อกี้ เจ้าคิดว่าจะมีใครกล้ากินลงอีกหรือ? แล้วดูสิ... ลานบ้านสวยๆ กลายเป็นโรงฆ่าสัตว์ไปแล้ว เจ้ามาอาศัยบ้านเขาอยู่แท้ๆ ยังจะกล้าทำเรื่องแบบนี้อีกนะ”

เรื่องเหน็บแนมซูฉางอัน

ต้องยกให้เมาเมาเป็นที่หนึ่ง

แม้ตอนนี้ซูฉางอันจะไม่ได้เป็นแค่นางกำนัลน้อยห้องเครื่องที่เคยนอนห้องเดียวกันแล้ว แต่เมาเมาก็ยังคงฝีปากกล้าไม่เปลี่ยนแปลง

ซูฉางอันได้แต่ทำตาปริบๆ เถียงไม่ออก แต่ลึกๆ ก็ชอบที่เมาเมาเป็นแบบนี้

อย่างไรก็ตาม...

บ่นไปก็เท่านั้น เมาเมาก็ยังคงนั่งลง ยกถังไม้ที่เต็มไปด้วยหัวกระต่ายอันน่าสยดสยองเข้าไปในครัว

พร้อมกับสั่งให้แม่ครัวที่แม้จะเคยชินกับการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต แต่พอมาเจอคุณหนูผู้สูงศักดิ์และเลื่องลือด้านบทกวีลงมือสังหารโหดด้วยตัวเองก็ถึงกับยืนตะลึงตาค้าง ให้รีบไปหาผ้าขี้ริ้วและน้ำสะอาดมาทำความสะอาด

ซูฉางอันก็รีบเข้าไปช่วยเก็บกวาดด้วยเช่นกัน

สักพักเยี่ยนหรูอวี้ก็เดินกลับเข้ามา

เมื่อรู้ว่าสาวใช้ของคุณหนูรองเป็นลมไป ซูฉางอันก็โล่งอกไปเปลาะหนึ่ง

แม้จะรู้สึกผิดกับสาวใช้คนนั้น แต่ก็ยังดีกว่าเป็นซูหลินหานที่เป็นลม ไม่อย่างนั้นคงรู้สึกผิดต่อซูหลิวซื่อที่อุตส่าห์ดีกับเขาแย่เลย

ทว่า...

เยี่ยนหรูอวี้ไม่ยอมให้ซูฉางอันช่วยทำความสะอาดต่อแล้ว

นางไล่ให้ซูฉางอันรีบไปอาบน้ำล้างตัวโดยด่วน

เพราะเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นมันช่างบ้าบอสิ้นดี!

แถมซูหลินหานก็ประกาศปาวๆ อยู่หน้าเรือนว่ามาคารวะพี่สาวคนโต

แม้การต้อนรับซูหลินหานจะไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนในสายตาเยี่ยนหรูอวี้

แต่ในเมื่อมีสายตาจับจ้องอยู่มากมายขนาดนี้ ก็ต้องให้ซูฉางอันวางตัวให้สมเป็นกุลสตรีผู้เพียบพร้อมสมฐานะพี่สาวคนโตบ้าง

ถึงแม้วันนี้...

เยี่ยนหรูอวี้เองก็เดาไม่ออกเลยว่าข่าวลือข้างนอกจะพัดพาไปในทิศทางไหน

ก็คนเขาชอบพูดกันปากต่อปาก ยิ่งพูดยิ่งเพี้ยนนี่นะ!

ซูฉางอันเองก็รู้ตัวว่าทำเกินเหตุไปหน่อย และสภาพตัวเองตอนนี้ก็ไม่เหมาะจะรับแขกจริงๆ

จึงไม่รีรอ สั่งงานเมาเมาเสร็จก็รีบแจ้นเข้าห้องไปเตรียมอาบน้ำ

เยี่ยนหรูอวี้ได้แต่ส่ายหน้า สั่งให้ทหารกองทัพหมอกแดงรีบมาช่วยกันทำความสะอาดลานบ้าน ในใจได้แต่รำพึง...

จะมีสาวงามบ้านไหนอีกหรือไม่เนี่ยที่มือหนึ่งถือมีดสับหัวกระต่าย อีกมือถลกหนังเลาะกระดูกได้อย่างช่ำชองขนาดนี้!!

การอาบน้ำของซูฉางอันเป็นไปอย่างรวดเร็ว

ต้องขอบคุณทหารกองทัพหมอกแดงที่มีพละกำลังมหาศาล แป๊บเดียวก็ตักน้ำมาเติมจนเต็ม

และด้วยระบบทำความร้อนใต้ดินที่เชื่อมต่อกับห้องอาบน้ำ น้ำในสระจึงอุ่นขึ้นอย่างรวดเร็ว

เมื่อซูฉางอันอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เดินออกมาด้วยชุดใหม่ที่สะอาดสะอ้าน...

ภาพลานนองเลือดเมื่อครู่ก็อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น หน้าดินที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดถูกพลิกกลับหน้าดินใหม่หมด ถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็คงนึกว่าจะมีการลงดอกไม้ใหม่กระมัง

ส่วนคราบเลือดบนแผ่นหินก็ถูกขัดล้างจนเกลี้ยงเกลา

ภายในห้องโถง

ซูหลิวซื่อนั่งอยู่บนเก้าอี้ สีหน้าดูดีขึ้นมาก

ซูหลินหานนั่งอยู่ข้างๆ ใบหน้ายังซีดเซียวอยู่บ้าง แต่ก็ดูไม่เป็นอะไรมากนัก

จะมีก็แต่จู๋หลิน...

แม้จะฟื้นจากอาการเป็นลมแล้ว แต่สาวใช้ตัวน้อยยังคงหน้าซีดเผือด แววตายังฉายแววหวาดผวา ยามเหลือบมองไปยังจุดเกิดเหตุฆาตกรรมหมู่เมื่อครู่

เมื่อเห็นซูฉางอันเดินเข้ามา...

ซูหลิวซื่อยกระดับมือกุมขมับ ก่อนจะเอ่ยเตือน “วันหน้าวันหลังอย่าได้ทำเรื่องพรรค์นี้อีกนะลูก ฐานะเจ้าสูงส่ง การกระทำเช่นนี้รังแต่จะเป็นขี้ปากชาวบ้านให้เขาติฉินนินทาเอาได้”

ซูฉางอันหัวเราะแหะๆ ไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร

ซูหลิวซื่อเห็นท่าทางของซูฉางอันก็ได้แต่ถอนหายใจ แล้วหันไปมองลูกสาวตัวเอง

ซูหลินหานเป็นลูกผู้ดี เติบโตมาในกรอบระเบียบ ภาพสยดสยองเมื่อครู่นี้ถือเป็นครั้งแรกในชีวิตที่นางได้เห็น นอกจากจะสะอิดสะเอียนแล้ว ยังตกใจแทบสิ้นสติ แต่ด้วยการอบรมบ่มนิสัยมาดี นางจึงยังพอประคองสติไว้ได้

นางลุกขึ้นยืน ย่อกายคารวะซูฉางอัน “ซูหลินหานคารวะพี่หญิงใหญ่เจ้าค่ะ ความจริงน้องควรมาคารวะตั้งแต่วันแรกที่พี่หญิงกลับมา แต่ทราบว่าพี่หญิงร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง จึงเพิ่งมาในวันนี้ ขอพี่หญิงโปรดอย่าถือสา”

พอพูดถึงคำว่า “ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง”...

ภาพซูฉางอันถือมีดเปื้อนเลือด อีกมือหิ้วหัวกระต่ายก็แวบเข้ามาในหัวซูหลินหานทันที

อุ๊บ!

กระเพาะอาหารปั่นป่วนขึ้นมาอีกระลอก จนต้องรีบยกมือปิดปาก

ซูหลิวซื่อเห็นอาการลูกสาวก็รู้ทันที รีบเข้าไปประคอง “แม่เป็นคนสั่งน้องๆ เองว่าอย่าเพิ่งมารบกวนเจ้า แต่หานเอ๋อร์ นางเจ้าระเบียบ ก็เลยเอาของขวัญมาขอขมาเจ้าด้วย”

จู๋หลินไม่ใช่สาวใช้หัวทึบ ตรงกันข้าม นางฉลาดเฉลียวและรู้ความมาก

ข้อนี้ซูหลิวซื่อรู้ดี จึงไม่ได้พูดอะไรมาก

แต่...

เมื่อเห็นจู๋หลินยังยืนนิ่งไม่ยอมเดินเข้ามา ซูหลิวซื่อจึงหันไปมอง

เห็นจู๋หลินกอดห่อกระดาษเฉิงซินถังไว้แน่น สายตามองซูฉางอันด้วยความหวาดกลัว ขาสั่นพั่บๆ ไม่กล้าขยับตัวแม้แต่ก้าวเดียว ใบหน้าจิ้มลิ้มฉายแววขัดแย้งในใจอย่างที่สุด

ซูหลิวซื่อถอนหายใจอีกครั้ง

เยี่ยนหรูอวี้กับเมาเมามองหน้ากัน ก่อนที่เมาเมาจะเดินเข้าไปรับห่อกระดาษจากมือจู๋หลินแทน

ซูฉางอันรู้สึกหดหู่ใจพิกล ไม่คิดเลยว่าแค่ทำหัวกระต่ายกินจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนี้!

ทำเอาน้องสาวสติกระเจิง แถมสาวใช้ก็กลัวจนหัวหด

“ขอบใจมากนะน้องหาน” ซูฉางอันยิ้มรับ แล้วนึกขึ้นได้ “วันนี้ข้ากำลังจะทำของอร่อยพอดี อยู่ทานข้าวด้วยกันสิ? มีทั้งหัวกระต่าย เนื้อกระต่ายย่าง แล้วก็เนื้อกระต่ายผัดพริก... ถึงตอนทำสภาพมันจะดูโหดไปหน่อย แต่ทำเสร็จแล้วรสชาติเด็ดขาดมากนะ รับรองเจ้าต้องชอบ”

พอซูฉางอันพูดประโยคนี้ออกมา...

เมาเมาถึงกับสะบัดหน้าหนี ทนดูไม่ได้จริงๆ

เยี่ยนหรูอวี้ก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ พยายามหาทางแก้สถานการณ์

ส่วนซูหลิวซื่อ ซูหลินหานและจู๋หลินถึงกับสตั๊นไปชั่วขณะ ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ย้อนกลับมาฉายซ้ำ...

ซูหลิวซื่อยังพอทนไหว แค่หมดความอยากอาหารไปโดยสิ้นเชิง

แต่ซูหลินหานที่เดิมทีก็พะอืดพะอมกับภาพหัวกระต่ายเลือดอาบและลานประหารนั่นอยู่แล้ว พอซูฉางอันมาชวนกินเนื้อกระต่ายแถมยังขยี้ซ้ำถึงสภาพตอนทำ...

ใบหน้าของซูหลินหานซีดเผือดลงไปอีก แต่ด้วยมารยาทที่ถูกปลูกฝังมาอย่างดี นางจึงพยายามฝืนยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ขะ... ขอบคุณพี่หญิงใหญ่เจ้าค่ะ แต่... แต่น้องรู้สึกไม่ค่อยสบาย วันนี้คงต้องขอตัวลากลับก่อน วันหน้าจะมาคารวะใหม่นะเจ้าคะ”

พูดจบ...

ซูหลิวซื่อเห็นลูกสาวที่เลี้ยงมาอย่างไข่ในหิน ไม่เคยเห็นแม้แต่เลือดนกเลือดกาต้องมาฝืนทนขนาดนี้ก็รีบตัดบท “แม่จะไปส่งน้องเอง เจ้า... เจ้าตามสบายเถิด”

สุดท้ายทนไม่ไหวจริงๆ จนต้องบอกว่า “ตามสบายเถิด” แล้วรีบพาลูกสาวชิ่งหนี

ซูฉางอันอ้าปากจะรั้งไว้ แต่ก็เพิ่งนึกได้ว่าคำพูดเมื่อกี้มันออกจะ... สยองขวัญไปหน่อยสำหรับคุณหนูตระกูลผู้ดี

กำลังจะอ้าปากแก้ตัว เยี่ยนหรูอวี้ก็ชิงพูดขึ้นก่อน “คุณหนู เดี๋ยวข้าไปส่งฮูหยินกับคุณหนูรองเองเจ้าค่ะ”

ไม่รอให้ซูฉางอันอนุญาต เยี่ยนหรูอวี้ก็หันไปผายมือเชิญซูหลิวซื่อและซูหลินหาน

ส่วนสาวใช้ตัวน้อยนั้น... สติหลุดไปเรียบร้อยแล้ว

ไม่ต้องพูดถึงภาพสยดสยองเมื่อครู่

แค่คำชวนกินหัวกระต่ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบของซูฉางอัน ก็ทำให้จู๋หลินมองเห็นซูฉางอันเป็นปีศาจสาวพราวเสน่ห์ในนิยายสยองขวัญไปแล้ว

พอเห็นเจ้านายจะกลับ นางรีบละล่ำละลัก “คะ... คุณหนู... รอข้าด้วย... ข้า... ข้าขาอ่อน...”

ทุกคนได้ยินแล้วก็...

เออ จริงด้วย!

จู๋หลินเดินขาล้าจนเยี่ยนหรูอวี้ต้องเข้าไปช่วยประคอง

หลังจากส่งแขกกลับไปจนพ้นประตูเรือน

เยี่ยนหรูอวี้มองไปรอบๆ เห็นพวกบ่าวไพร่ที่แอบซุ่มดูอยู่ด้วยสายตาหวาดกลัวก็ถอนหายใจ “สงสัยชื่อเสียงท่านคงได้เปลี่ยนไปในทางแปลกๆ อีกแน่ ฝ่าบาทรู้เข้าคง...”

พูดถึงตรงนี้...

เยี่ยนหรูอวี้หันกลับไปมอง ก็เห็นซูฉางอันวิ่งกลับเข้าไปในครัวอย่างร่าเริง!

ช่างไร้มาดคุณหนูผู้สูงศักดิ์และว่าที่มารดาของแผ่นดินโดยสิ้นเชิง!

“ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าคนที่มีพรสวรรค์ทางวรรณศิลป์ขนาดนั้น หน้าตาก็งดงามปานล่มเมือง เหตุใดถึงทำเรื่องพรรค์นี้ได้หน้าตาเฉย แถมยังเชี่ยวชาญขนาดนั้นอีก” เยี่ยนหรูอวี้บ่นพึมพำ

เมาเมาที่ยืนมองแผ่นหลังของซูฉางอันอยู่กะพริบตาปริบๆ แล้วหันมาพูดกับเยี่ยนหรูอวี้ “ท่านรองเยี่ยน ท่านคงไม่เคยเห็นเด็กๆ ในหมู่บ้านสินะ... ข้าหมายถึงหมู่บ้านที่เพิ่งผ่านพ้นภัยสงครามมาหมาดๆ น่ะ”

เยี่ยนหรูอวี้ชะงัก

เมาเมาพูดต่อ “เด็กที่รอดชีวิตมาได้ในหมู่บ้านแบบนั้น คือเด็กที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดท่ามกลางกองศพและคาวเลือด”

พูดจบ เมาเมาก็ย่อกายคารวะเยี่ยนหรูอวี้ “ข้าขอตัวไปช่วยคุณหนูทำอาหารก่อนนะเจ้าคะ”

แล้วนางก็เดินตามซูฉางอันเข้าไปในครัว

เยี่ยนหรูอวี้รู้อยู่แล้วว่าซูฉางอันมาจากหมู่บ้านที่ถูกจักรพรรดินีเก็บมาเลี้ยง...

แต่พอได้ฟังคำพูดของเมาเมา

นางก็นิ่งอึ้ง มองตามหลังเมาเมาไป

หมายความว่า...

การฆ่ากระต่ายแค่นี้ สำหรับซูฉางอันแล้ว มันเป็นเรื่องเล็กน้อยงั้นหรือ?

เมื่อคิดได้ดังนั้น...

ภาพความเชี่ยวชาญในการจัดการกับกระต่ายของซูฉางอัน

ก็ซ้อนทับกับภาพเด็กน้อยที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดเพียงลำพัง ในหมู่บ้านร้างที่เต็มไปด้วยซากศพและกลิ่นคาวเลือดหลังสงคราม...

ในเมืองหลวง ข่าวลือและคำนินทาเป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้

โดยเฉพาะเรื่องในราชสำนักและเรื่องฉาวโฉ่ในบ้านขุนนางชั้นสูง

ไม่ว่าจะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ ชาวบ้านร้านตลาดก็นำมาเม้าท์มอยกันสนุกปาก

ทว่า...

ช่วงสองสามวันมานี้ ชื่อของ “ซูฉางอัน” คุณหนูใหญ่แห่งจวนตระกูลซู กลับไม่เคยจางหายไปจากวงสนทนา!

ตั้งแต่เรื่องจู่ๆ ก็โผล่มาเป็นคุณหนูใหญ่ ตามด้วยเรื่องบทกวีสามบทสะท้านเมือง...

เป็นที่โจษจันกันไปทั่ว

โดยเฉพาะเรื่องรูปโฉมที่ลือกันว่าสวยหยาดเยิ้มปานเทพธิดา!

บ้างก็ว่าเหมือนฉางเอ๋อ

บ้างก็ว่าสวยที่สุดในเมืองหลวง

กระทั่งมีคนคุยโวว่าเคยเห็นตัวจริงมาแล้ว สวยกว่าหลิวไป๋ซือ นางโลมอันดับหนึ่งแห่งตรอกโคมเขียวเสียอีก

คำกล่าวอ้างเหล่านี้เป็นตุเป็นตะจนชาวบ้านร้านตลาดพากันไปด้อมๆ มองๆ หน้าจวนตระกูลซู หวังจะได้เห็นเป็นบุญตาสักครั้ง

แถมยังมีเรื่องที่...

“คฤหาสน์ซิ่วหู่” ภัตตาคารชื่อดังนอกเมือง ใครไปก่อเรื่องที่นั่นมีหวังโดนจับส่งทางการไปโบยหลังลาย

แต่คุณหนูใหญ่ตระกูลซูกลับลอยนวล แถมยังมีรองผู้บัญชาการกองทัพหมอกแดงคอยตามอารักขา

สมแล้วที่เป็นคนโปรดที่เติบโตมาในวังหลวง

ไม่ธรรมดา!

เทียบกับพวกคุณชายเจ้าสำราญจอมกร่างแล้ว แบบนี้สิถึงเรียกว่า “ผู้มีอิทธิพล” ตัวจริง

ทว่า...

เรื่องพวกนี้สำหรับชาวบ้านก็เป็นแค่กับแกล้มในวงเหล้า

เพราะมันไกลตัว ฟังเอาสนุกๆ

แต่เมื่อวันสองวันมานี้...

ไม่นับเรื่องประหลาดล่าสุดที่เพิ่งหลุดออกมาจากจวนตระกูลซู จู่ๆ ก็มีข่าวลือหนาหูจากแหล่งข่าวปริศนาว่า...

ซูฉางอัน คุณหนูใหญ่ตระกูลซู!

เป็นเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า หรือพูดง่ายๆ ก็คือ... เป็นลูกนอกสมรสของราชเลขาธิการซูจื่อมู่

ถ้าพูดให้แรงกว่านั้นก็คือ... ลูกเมียน้อย!!

นี่คือเวอร์ชั่นแรก...

ส่วนอีกเวอร์ชั่นที่หลุดโลกยิ่งกว่าก็คือ...

............................................................................

จบบทที่ บทที่ 13 สวยหยาดฟ้ามาดินขนาดนี้ แต่เหตุใดถึงทำให้คนตกใจจนเป็นลมได้ล่ะเนี่ย

คัดลอกลิงก์แล้ว