เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 สังหารผู้บงการ ดับชีพวิชามารควบคุมศพ

บทที่ 32 สังหารผู้บงการ ดับชีพวิชามารควบคุมศพ

บทที่ 32 สังหารผู้บงการ ดับชีพวิชามารควบคุมศพ


บทที่ 32 สังหารผู้บงการ ดับชีพวิชามารควบคุมศพ

ใครกันแน่ที่ปรารถนาเอาชีวิตเขา?

อีธานปล่อยให้คำถามนั้นวนเวียนอยู่ในหัว แต่ก็หาได้เสียเวลาครุ่นคิดให้มากความไม่

ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร ศัตรูมักปรากฏกายขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติเฉกเช่นวสันตพฤกษา* ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ แผนการถูกถักทอและพังทลาย ชีวิตยังคงต้องดำเนินต่อไป หากภยันตรายรนหาที่คลานเข้ามาหาเขาเอง เช่นนั้นเขาก็พร้อมจะสนองคืน... ทุกที่ทุกเวลา

อยากมาก็เชิญ! ไม่ว่าใครที่กล้าซ่อนตัวอยู่ในเงามืดเพื่อชักใยหมายหัวเขา เขาจะตัดมือคู่นั้นทิ้งเสียโดยไม่เหลือความเมตตาแม้เพียงเศษเสี้ยว

ขณะที่เขากำลังปัดเศษฝุ่นศพออกจากมือ พลันบังเกิดคลื่นพลังปราณอันแก่กล้าสายหนึ่งพุ่งทะยานตรงมา ตัดแหวกม่านหมอกในสุสานราวกับพายุคลั่ง เพียงไม่กี่อึดใจ แสงเย็นเยียบสายหนึ่งก็กรีดผ่านความมืดมิด ก่อนจะควบแน่นกลายเป็นร่างคนเมื่อเท้าแตะถึงพื้น

บุรุษผู้นั้นมีท่วงท่าน่าเกรงขาม ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีครามเข้ม คิ้วเรียวคมประดุจกระบี่ น้ำหนักเสียงสุขุมหนักแน่น

ผู้อาวุโสอาเซล... คนเดียวกับที่อีธานเคยพบเมื่อสิบปีก่อน ในคราที่เขาถูกเนรเทศมายังทะเลสาบกระจกใสเป็นครั้งแรก

อาเซลกวาดสายตามองซากปรารภที่กระจัดกระจาย นัยน์ตาหดแคบลงเมื่อภาพตรงหน้าชัดเจนขึ้น เศษกระดูก และซากศพเน่าเปื่อยเกลื่อนกลาดเต็มพสุธา โลหิต และดินสุสานคลุกเคล้ากันจนกลายเป็นภาพที่น่าสยดสยอง

ความเงียบงันปานป่าช้าปกคลุมคนทั้งคู่

"เกิดอะไรขึ้นที่นี่?" น้ำเสียงของอาเซลแฝงความระแวดระวังแต่ไร้ซึ่งการจับผิด มันคือสุ้มเสียงของผู้ที่คุ้นชินกับการเผชิญหน้ากับความวุ่นวายที่ไร้เจ้าของ

อีธานประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม พยายามข่มความเกียจคร้านที่เกือบจะแสดงออกมา

"เรียนผู้อาวุโส เกิดเหตุศพเปลี่ยน*ขึ้นในสุสานบรรพชน เพื่อเอาชีวิตรอด ศิษย์จึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องฝ่าวงล้อมออกมา" เพื่อให้บทละครสมจริงยิ่งขึ้น เขาแสร้งไอออกมาสองสามครั้ง ร่างกายโงนเงนเล็กน้อย และขยับไหล่ให้ดูอ่อนแรง เลียนแบบท่าทางของคนที่เพิ่งผ่านความเป็นตายมาอย่างหวุดหวิด

อาเซลมองเขาด้วยสายตาที่ฉายแววห่วงใย

"เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหมอีธาน? เรื่องระดับนี้หาใช่ว่าใครจะรอดชีวิตออกมาได้ง่าย ๆ"

"ขอบคุณผู้อาวุโสอาเซลที่เป็นห่วง ศิษย์เพียงใช้พลังเกินขีดจำกัดจนได้รับบาดเจ็บภายในเล็กน้อย ขอเพียงได้พักผ่อนสักพักก็คงทุเลาลง"

อาเซลพยักหน้า

"ดีแล้ว... แต่เรื่องนี้หาใช่เรื่องเล็ก ช่วงเวลามันประจวบเหมาะจนน่าสงสัย เหตุศพเปลี่ยนในสุสานบรรพชนมักไม่เกิดขึ้นง่าย ๆ ยิ่งเป็นการระเบิดพลังในสเกลที่ควบคุมได้ และมุ่งเป้าชัดเจนเช่นนี้ยิ่งประหลาด" เขาลูบคางพลางตกอยู่ในห้วงความคิด

โดยปกติ สุสานบรรพชนอาจมีวิญญาณอาฆาตหลุดรอดออกมาบ้างตามแรงพยาบาทที่ตกค้าง ศพหนึ่งหรือสองศพที่คลุ้มคลั่งด้วยไอเน่าเปื่อยของดวงวิญญาณ แต่การที่มีศพนับสิบตื่นขึ้นพร้อมกันและรุมล้อมเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว? นั่นย่อมหมายความว่ามี "มือมืด" ชักใยอยู่เบื้องหลัง

น้ำเสียงของอาเซลทุ้มลึกขึ้น แฝงไปด้วยความกังวล "ศพพวกนี้... มุ่งเป้ามาที่เจ้าโดยเฉพาะใช่หรือไม่?"

อีธานส่ายหน้าพร้อมก้มตาส่ำลง

"ศิษย์ไม่อาจยืนยันได้ว่าตนเองคือเป้าหมายที่แท้จริงหรือไม่ แต่ที่พอบอกได้คือเรื่องนี้มิใช่ปรากฏการณ์ธรรมชาติ มีคนกำลังควบคุมซากศพเหล่านี้อยู่"

ความสนใจของอาเซลถูกเบี่ยงเบนไปทันที "ใคร? เจ้าเจอตัวผู้บงการแล้วหรือ?"

"ที่นั่นครับ" อีธานชี้ไปยังโคนต้นสนที่หักโค่น ซึ่งภายใต้ซากไม้นั้นมีร่างที่ไร้ศีรษะของผู้ที่ริอ่านเป็นคนเชิดหุ่น นอนจมกองเลือด และเศษสมองปนเปกันจนดูไม่เป็นรูปร่าง

อาเซลเดินเข้าไปตรวจสอบซากนั้น ริมฝีปากเม้มแน่นเมื่อเห็นร่องรอยการต่อสู้ที่รุนแรง เหลือเพียงร่างกายส่วนล่าง ส่วนศีรษะแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี

เด็กคนนี้... ช่างอำมหิตนัก ภายนอกดูสงบนิ่ง แต่เมื่อถึงคราวเป็นตายกลับเด็ดขาด และไร้ความปรานีไม่ต่างจากนักฆ่ามือฉกาจ

เขามองกลับมาที่อีธาน น้ำเสียงเต็มไปด้วยการหยั่งเชิง "เจ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าคนผู้นี้คือคนควบคุมศพ?"

อีธานโค้งกายเล็กน้อย โยนภาระการตัดสินใจกลับไปอย่างนอบน้อม

"คนผู้นี้ตายไปแล้ว คำพูดของศิษย์ย่อมไร้น้ำหนัก ความปรีชา และตบะอันแก่กล้าของผู้อาวุโสย่อมวินิจฉัยได้เองว่าเขาคือต้นเหตุหรือไม่"

อาเซลจ้องมองเขาครู่หนึ่งก่อนจะสะบัดมือ กลิ่นอายพลังปราณแผ่ซ่าน ชิมเมอร์ด้วยอำนาจแห่งการชำระล้าง เพียงชั่วอึดใจ หมอกดำก็ซึมออกมาจากศพ และพื้นดิน มันหนาแน่น และชั่วร้าย หมุนวนเป็นวงคลื่นเหนียวหนะ แต่ภายใต้แรงกดดันของอาเซล หมอกนั้นสั่นสะท้าน บิดเบี้ยวอย่างเจ็บปวด ก่อนจะมลายหายไปสิ้น

"ไอศพที่หลงเหลืออยู่ ตรงกับพลังในร่างนี้" อาเซลตัดสิน

"คนผู้นี้คือต้นเหตุอย่างไม่ต้องสงสัย"

เขาเอื้อมมือลงไปดึงแหวนมิติออกจากมือนิ้วที่แหลกเหลวของศพ แล้วสำรวจสิ่งของภายใน ภายใต้สมบัติทางโลกทั่วไป มีตำราเก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่งซ่อนอยู่ ปกเปื้อนคราบหมึก

"วิชาควบคุมศพ... จริง ๆ ด้วย" อาเซลพลิกหน้ากระดาษสีเหลืองกรอบ

"มิน่าเล่ามันถึงคุมศพได้มากมายขนาดนี้... วิชาแขนงนี้ แม้จะอยู่ในระดับพื้นฐานก็สามารถปลุกศพทั้งสุสานมาล้อมฆ่าผู้บำเพ็ญเพียรหยวนอิง (Nascent Soul) ได้ หากฝึกฝนจนชำนาญ และลงมือทีเผลอ..." เขาเงียบเสียงลง มองอีธานด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างไม่ปิดบัง

เขามองอีธานอีกครั้ง ความระแวง และความสนใจหวนกลับมาเต็มกำลัง

"เจ้าหนู... นอกจากเจ้าจะทนต่อการรุมสับของศพเดินได้พวกนี้แล้ว เจ้ายังกระชากหน้ากากผู้บงการออกมาได้ทันที บอกข้ามาตามตรง ตบะที่แท้จริงของเจ้าอยู่ในระดับใด? ข้าขอเดาว่า อย่างน้อยที่สุดเจ้าต้องก้าวเข้าสู่ระดับสร้างวิญญาณ (Soul Formation) แล้วใช่หรือไม่?"

อีธานส่ายหน้าช้า ๆ พร้อมรอยยิ้มถ่อมตัวอันเหนื่อยล้าดั่งนักแสดงชั้นครู

"ผู้อาวุโสอาเซล ศิษย์ผู้นี้เกิดมาไร้รากปราณ มิอาจเดินบนเส้นทางแห่งการฝึกฝนจิตวิญญาณได้ ข้าเป็นเพียง 'ผู้ฝึกกายา' บริสุทธิ์เท่านั้น ส่วนระดับขั้นที่แท้จริง... เรียนตามตรงว่าข้าเองก็ไม่อาจกะเกณฑ์ความแข็งแกร่งของตนเองได้อีกต่อไปแล้ว"

อาเซลกะพริบตา ก่อนที่รอยยิ้มจาง ๆ จะปรากฏที่มุมปากเมื่อเกิดความเข้าใจแจ้ง

"อา... จริงด้วย ข้าเกือบลืมไป... เจ้าเดินบนเส้นทางฝึกกายาเพียงอย่างเดียว แมแต่ข้าเองก็ไม่อาจใช้มาตรฐานทั่วไปมาวัดพลังของเจ้าได้"

เขามองกลับไปยังกองซากศพที่ถูกทำลาย ความเงียบทวีความลึกซึ้งขึ้นท่ามกลางลมสุสานอันเยือกเย็น อีธานเพียงยืนรออย่างสงบ ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวต่ออันตรายที่อาจแฝงมากับลม หัวใจของเขาหนักแน่นดุจขุนเขา

เงาแห่งแผนการอีกชั้นในสำนักถูกเผาทำลายไปแล้ว แต่อีธานมิได้ประมาท เมื่อคนเชิดหุ่นคนหนึ่งล้มลง ย่อมมีคนอื่นเสียบแทนที่ในเงามืดเสมอ

เขามองอาเซลอย่างระแวดระวัง ในใจเริ่มคำนวณถึงก้าวต่อไปที่กำลังจะมาถึง

___________________________________________________________________________

เกร็ดสำนวน:

ศพเปลี่ยน (僵尸化/Corpse Transformation): มักใช้ในนิยายจีนหมายถึงศพที่ลุกขึ้นมามีชีวิตด้วยไอหยินหรือเวทมนตร์

วสันตพฤกษา (Spring Rain): ในที่นี้เปรียบเปรยถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปกติ

จบตอนแล้วนะครับ ขอบคุณที่ยังติดตามกันอยู่นะครับ หลังจากนี้จะพยายามอัพให้ได้ทุก ๆ วันนะครับ

ติดตามพวกเราเพิ่มเติมได้ที่ facebook : MysteryBox

https://www.facebook.com/share/17XxkhHdQg/?mibextid=wwXIfr

จบบทที่ บทที่ 32 สังหารผู้บงการ ดับชีพวิชามารควบคุมศพ

คัดลอกลิงก์แล้ว