เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 สิบปีแห่งการเฝ้ามอง ผู้ตัดสินในเงามืด

บทที่ 26 สิบปีแห่งการเฝ้ามอง ผู้ตัดสินในเงามืด

บทที่ 26 สิบปีแห่งการเฝ้ามอง ผู้ตัดสินในเงามืด


บทที่ 26 สิบปีแห่งการเฝ้ามอง ผู้ตัดสินในเงามืด

"อีธาน ข้ามาที่นี่ตามคำบัญชา" เซราฟิน่าเอ่ยเสียงเรียบเย็นดุจน้ำแข็งในสระมรณะ แววตาของนางหรี่ลงด้วยความผิดหวัง

"เดิมทีข้าหวังจะสะสางเรื่องราวในอดีตด้วยสันติวิธี แต่ดูท่าสิบปี ณ ทะเลสาบกระจกใส จะมิได้ช่วยชะล้างความดื้อรั้น และจองหองในสันดานของเจ้าให้สิ้นไปได้เลย"

นางก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว กลิ่นอายรอบกายแผ่ซ่านความหนาวเหน็บประหนึ่งคำสั่งจากสวรรค์

"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ วันนี้ข้าคงต้องสั่งสอนให้เจ้ารู้จักที่ต่ำที่สูงเสียบ้าง!"

ไอเย็นแผ่กระจายไปทั่วสารทิศ แต่อีธานเพียงแต่พยักหน้าเล็กน้อยด้วยท่าทีสงบนิ่ง

"แบบนี้ค่อยคุยกันรู้เรื่องหน่อย" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่ทว่ามั่นคง "ข้าก็อยากจะรู้นักว่า นาม 'สตรีศักดิ์สิทธิ์' ที่ใครต่อใครเทิดทูน จะมีค่าสักเท่าไรเมื่ออยู่ต่อหน้าการต่อสู้ที่แท้จริง"

หากเซราฟิน่ามิใช่ศิษย์เอกที่สถาบันทะนุถนอมราวกับไข่ในหิน อีธานคงไม่เสียเวลาเตือนนางให้เสียมารยาท ความอดทนที่บ่มเพาะมาตลอดสิบปีพังทลายลง ประกายในดวงตาของเขาบ่งบอกชัดแจ้งว่าเขากำลังรอคอยข้ออ้างที่จะคิดบัญชีแค้นนี้อยู่พอดี

ทว่าก่อนที่เขาจะลงมือ ร่างหนึ่งก็ถลันเข้ามาแทรกกลาง เคนก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่ตัดผ่านบรรยากาศอันตึงเครียด เขาหยัดยืนบังหน้าเซราฟิน่าไว้ มือข้างหนึ่งกุมกระบี่เตรียมพร้อม

"ท่านสตรีศักดิ์สิทธิ์ ให้ข้าจัดการเองเถิด คนพรรค์นี้ไม่คู่ควรให้ท่านต้องเปลืองมือ" เคนเค้นเสียงกร้าว พยายามข่มขวัญอีกฝ่าย

อีธานกระตุกยิ้มหยันที่มุมปาก

"เจ้าหรือ เคน? ยังจะแสร้งทำเป็นผู้กล้าอีกรึ? เจ้าแมลงตัวน้อยที่ข้าเหยียบย่ำมาสามปีซ้อนอย่างเจ้าเนี่ยนะ ช่างน่าขันสิ้นดี"

คำถากถางนั้นปักลึกกลางใจจนใบหน้าของเคนแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะ

"เจ้าหาที่ตาย!" เคนคำราม

พลังวิญญาณระเบิดออก กลิ่นอายของยอดฝีมือ ระดับก่อเกิดวิญญาณ (Nascent Soul) พลุ่งพล่านรอบกาย หากเป็นเมื่อสิบปีก่อน เคนอาจเป็นเพียงคนขลาดเขลาที่แอบซ่อนความอัปยศไว้ แต่ยามนี้เขาเปี่ยมไปด้วยพลัง ทั้งระดับการบำเพ็ญเพียร ความทะเยอทะยาน และศักดิ์ศรีที่ถูกหยามเหยียด

แต่ทว่าอีธานเองก็ถูกหล่อหลอมด้วยกาลเวลา ทั้งร่างกาย และจิตวิญญาณถูกเคี่ยวกรำจนแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า

ในวิถีแห่งผู้บ่มเพาะกายา พลังที่แท้จริงมิอาจวัดได้ด้วยเกณฑ์ทั่วไป แม้ระบบจะประเมินให้อีธานอยู่ในระดับกลางของ ระดับรังสรรค์วิญญาณ (Soul Formation) แต่ความจริงแล้ว ความสามารถในการต่อสู้ข้ามระดับของเขานั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

เขาสามารถทำลายยอดฝีมือ ระดับหลอมรวมความว่างเปล่า (Void Amalgamation) ได้ด้วยพละกำลัง และเทคนิคล้วน ๆ หากวัดตามมาตรฐานของ 'สำนักวิถีต้นกำเนิดฟ้า' พัฒนาการของเขาคงถูกตราหน้าว่าเป็น 'ปีศาจ' ไปแล้ว

บรรยากาศทวีความตึงเครียด เซราฟิน่ายังคงยืนนิ่งเย็นชา เคนหอบหายใจหนักหน่วง ส่วนอีธานนั้นยืนหยัดอย่างมั่นคงทว่าอากาศรอบตัวกลับเริ่มปริแตก

กระบี่ และเคียวเกือบจะถูกชักออกมา พลังอำนาจหลั่งไหลออกมาปะทะกัน หิมะม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่น ความกดดันบิดเบี้ยวจนคล้ายกับมีขุมพลังโบราณบางอย่างกำลังจะตื่นจากการหลับใหล

ทว่าก่อนที่เลือดจะนองแผ่นดิน น้ำเสียงทุ้มต่ำทว่ากังวานกลับสอดแทรกขึ้น

"พอได้แล้ว"

จากปลายทางเดิน สตรีในชุดกำมะหยี่สีดำขลับก้าวเข้ามา ท่าทางองอาจดุจลมเหนือ นางมีทรวดทรงเย้ายวนทว่าแฝงไว้ด้วยพละกำลังที่น่าเกรงขาม เรือนผมสีทองตัดสั้นรับกับใบหน้าที่สวมหน้ากากมิดชิด ผ้าคลุมของนางปักด้วยด้ายอาคมเรืองรอง ภายใต้หน้ากากนั้น ดวงตาสีน้ำเงินเข้มเป็นประกายฉายแววพินิจพิจารณาและงดงามอย่างประหลาด ความมั่นใจ และอำนาจแผ่ออกมาเป็นระลอกคลื่น บรรยากาศรอบกายนาเฉียบคมดุจกระบี่ที่ออกจากฝัก

แม้จะไม่เคยพบหน้า แต่อีธานสัมผัสได้ทันทีถึงพลังที่ซ่อนเร้น และความอันตรายที่อาบอยู่ภายใต้ความสงบนิ่งนั้น

กล้ามเนื้อทุกส่วนของนางผ่านการเคี่ยวกรำจากสมรภูมินับไม่ถ้วน ท่าทางการยืนดูผ่อนคลายทว่าพร้อมปลิดชีพศัตรูในชั่วพริบตา กลิ่นอายของนางกดข่มจนทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะหยุดหายใจ

เคนโพล่งถามออกไปอย่างลืมตัวด้วยความระแวง "เจ้าเป็นใคร?" แม้ตบะของเขาจะข่มขวัญคนได้ทั่ว แต่มารู้สึกตัวอีกที เขากลับดูเล็กจ้อยลงไปทันตาเมื่ออยู่ต่อหน้านาง

เซราฟิน่าตวัดสายตาปรามเขา ราวกับกำลังดุเด็กที่เสียมารยาท

"สำรวมหน่อย นางคือแม่ทัพลำดับสามแห่ง ภาคีพันธสัญญาทมิฬ (Black Oath)"

สีหน้าของเคนเปลี่ยนจากต่อต้านเป็นตื่นตะลึงในทันใด

ภาคีพันธสัญญาดำ... หน่วยรบยอดฝีมือภายใต้สังกัดโดยตรงของจักรพรรดินี ผู้ซึ่งเปรียบเสมือนเงาเร้นลับ แม้แต่ศิษย์สายในของสำนักยังยากที่จะได้พบเห็น

หลายคนเชื่อว่าพวกเขาเป็นเพียงตำนานแห่งการลงทัณฑ์ มีเพียงผู้ภักดีที่สุดเท่านั้นที่จะได้รับคำสั่งจากองค์จักรพรรดินีโดยตรง จำนวนและพลังที่แท้จริงของพวกเขายังคงเป็นความหวาดหวั่นที่ผู้คนได้แต่กระซิบถาม

เล่ากันว่าแม่ทัพทั้งสี่ของภาคีคือเหล่านักรบที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในสำนักวิถีต้นกำเนิดฟ้า ไร้เทียมทานในการสังหาร เฉียบขาดในการบัญชา และห้อมล้อมไปด้วยตำนานนับร้อย ใครก็ตามที่กล้าขัดขวางย่อมพบกับความพินาศ

เคนรีบละล่ำละลักเอ่ยคำ "ศิษย์เคนขอคารวะท่านแม่ทัพ! ข้ามีตาหามีแววไม่ โปรดประทานอภัยที่ล่วงเกิน!"

ลิลิธ สตรีภายใต้หน้ากากเพียงโบกมือเบา ๆ น้ำเสียงของนางนุ่มนวลขึ้นแต่ยังคงไว้ซึ่งอำนาจ

"ข้าไม่ถือสา"

นางเบนสายตาไปที่อีธาน แววตาคู่นั้นสั่นไหวด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอ่านออก ดูเหมือนนางจะขบขันเล็กน้อย หรืออาจจะ... โล่งใจ

หากนางมาช้ากว่านี้เพียงหนึ่งนาที ผืนหิมะแห่งนี้คงต้องชุ่มไปด้วยเลือด ยิ่งกว่าทุ่งสังหารที่ยอดเขาหมอกโลหิตเสียอีก

เป็นเวลานานแล้วที่อีธานรู้สึกเหมือนมีใครบางคนเฝ้ามองเขาอยู่ ลึกลับ ห่างไกล แต่ก็จับจ้องทุกฝีก้าว

ยิ่งเขาแข็งแกร่งขึ้น สัมผัสถึง 'ผู้เฝ้ามอง' ในเงามืดก็ยิ่งชัดเจน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาเคยสงสัยว่าอาจเป็นผู้คุมหรือคู่ปรับที่ถูกส่งมาเพื่อหยั่งเชิงพลังหรือจิตใจของเขา

จนกระทั่งเมื่อห้าปีก่อน เขาจึงมั่นใจ

มีใครบางคนสะกดรอยตามเขา ไม่เพียงแต่ศึกษาพฤติกรรม แต่บางทีอาจล่วงรู้ไปถึงแก่นแท้ของการบำเพ็ญเพียรของเขาด้วย

แต่เขาก็มิได้เคลื่อนไหว และผู้เฝ้ามองก็มิได้จู่โจม

มันคือการประลองความอดทน ซึ่งเขาก็ผ่านมันมาได้ด้วยความแน่วแน่

บัดนี้ เมื่อเห็นลิลิธปรากฏกายขึ้นท่ามกลางหิมะ อีธานก็เข้าใจความจริงทั้งหมดในทันที

นางนี่เองที่เป็นผู้ตัดสินเขาอย่างเงียบเชียบ เป็นคมดาบเร้นลับของสำนักที่พร้อมจะฟาดฟันลงมาหากเขาข้ามเส้นที่มองไม่เห็น การเฝ้าสังเกตทุกท่วงท่า แววตาที่เย็นเยียบ และความอดทนอันยาวนาน ทั้งหมดนั้นคือหน้าที่ของนาง

ทว่า... เพราะเหตุใดกัน? เหตุใดหนึ่งในผู้พิทักษ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักถึงต้องมาเฝ้าติดตามนักโทษเนรเทศนานถึงสิบปีโดยไม่แทรกแซง เพียงแค่เฝ้ามองอย่างเดียวงั้นหรือ?

ปมคำถามพันผูกอยู่ในใจของอีธาน นางมาเพื่อรับประกันว่าเขาจะได้รับโทษอย่างสาสม? หรือเพื่อคุ้มกันภัยเร้นลับที่อาจคุกคามสำนัก? หรือว่า ซึ่งเป็นไปได้ยาก พละกำลังที่เขาสั่งสมมาอย่างเงียบเชียบนั้น ถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอนาคตสำนักมานานแล้ว?

ลิลิธสบตาเขา ดวงตาสีน้ำเงินเข้มคู่นั้นราวกับมีดวงดาราพราวแสง หน้ากากของนางทำให้ทุกอย่างดูลึกลับเกินหยั่งถึง

และเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่อีธานยอมรับในใจว่า นี่คือคู่ปรับที่คู่ควร ผู้ที่มิได้เกลียดชัง และมิได้ปกป้อง มีเพียงการเฝ้าสังเกตเท่านั้น

เกล็ดหิมะโปรยปวนอีกครั้ง กลิ่นอายพลังมหาศาลอบอวลในอากาศอันหนาวเหน็บ ทุกจังหวะหัวใจเต็มไปด้วยคำขู่และคำสัญญา

อีธานอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามในใจ

นางเฝ้ามองเขามาเนิ่นนานเพื่อสิ่งใด และต่อจากนี้นางจะลงมือเช่นไร?

จบตอนแล้วนะครับ ขอบคุณที่ยังติดตามกันอยู่นะครับ หลังจากนี้จะพยายามอัพให้ได้ทุก ๆ วันนะครับ

ติดตามพวกเราเพิ่มเติมได้ที่ facebook : MysteryBox

https://www.facebook.com/share/17XxkhHdQg/?mibextid=wwXIfr

จบบทที่ บทที่ 26 สิบปีแห่งการเฝ้ามอง ผู้ตัดสินในเงามืด

คัดลอกลิงก์แล้ว