เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 สมบัติลับระดับนภา และการกลับมาของศิษย์เอก

บทที่ 25 สมบัติลับระดับนภา และการกลับมาของศิษย์เอก

บทที่ 25 สมบัติลับระดับนภา และการกลับมาของศิษย์เอก


บทที่ 25 สมบัติลับระดับนภา และการกลับมาของศิษย์เอก

สิบปีที่พำนัก ณ บึงกระจกใส รางวัลจากระบบที่หลั่งไหลมาไม่ขาดสาย ทำให้ 'อีธาน' ครอบครองขุมทรัพย์ย่อม ๆ ที่เปรียบได้กับคลังศาสตราของสำนักใหญ่

เขามีกระบี่ที่คมกริบยิ่งกว่าสายลม มีมีดสั้นที่เฉือนขาดได้แม้กระทั่งไอจิตวิญญาณ และมีชุดเกราะที่เบาราวขนนกแต่แกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้า ศาสตราส่วนใหญ่ล้วนเป็น 'อาวุธวิญญาณ' ชั้นเลิศที่สำนักใหญ่ต่างถวิลหา บางชิ้นถึงขั้นอยู่ในระดับ 'ปฐพี' อันเลื่องชื่อ แม้จะหาได้ยากยิ่งแต่ก็ยังมิอาจเรียกว่าไร้เทียมทาน

ทว่า ในคลังสะสมของเขามีสมบัติเพียงสองชิ้นเท่านั้นที่คู่ควรกับคำว่า 'ของวิเศษระดับนภา'

ชิ้นแรกคือชุดเกราะอมตะที่ถักทอด้วยอักขระคุ้มกัน และสะท้อนการโจมตี ส่วนชิ้นที่สองคือปีกเรืองแสงที่สรรสร้างจากกระดูกทองคำขาวของ 'ฟีนิกซ์โบราณ' ตัวจริง

ปีกคู่นี้คือของรักของหวงที่สุดของอีธาน เพราะมันช่วยลบจุดอ่อนเพียงหนึ่งเดียวของเขา นั่นคือการ 'เหินเวหา' ต่างจากผู้บำเพ็ญตบะสายปราณที่สามารถโบยบินได้นานนับชั่วโมงตั้งแต่ขอบเขตกลั่นปราณ แต่อีธานที่บำเพ็ญสายกายาทำได้เพียงพุ่งทะยานในอากาศได้ชั่วครู่ และสิ้นเปลืองแรงมหาศาล ทว่ายามที่ปีกคู่นี้สยายออก ทุกการขยับจะส่งร่างเขาพุ่งทะยานข้ามชั้นฟ้าด้วยความเร็ว และท่วงท่าสง่างาม ราวกับวิหคเพลิงที่บินพาดผ่านขุนเขายามรุ่งสาง

ขณะที่เขากำลังถือปีกคู่นั้น และลูบไล้อักขระขนนกอย่างแผ่วเบา สัมผัสของเขาก็รับรู้ถึงความผิดปกติ กระแสอากาศที่บิดเบี้ยว และเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นเกินกว่าจะเป็นเพื่อนบ้านระแวกนี้

มีคนกำลังมุ่งหน้ามา

เพียงชั่วพริบตา อีธานเก็บของวิเศษระดับนภาคืนสู่ห้วงมิติของระบบ เหลือเพียงชุดคลุมสีน้ำเงินธรรมดา และหมวกสานไม้ไผ่ที่สวมใส่อยู่

ครู่ต่อมา เสียงสตรีที่ใสกระจ่างทว่าเยือกเย็นก็ดังขึ้นที่หน้าประตู

"อีธาน พักอยู่ที่นี่หรือไม่?"

เขาเดินไปที่ประตูลานบ้าน มือหนึ่งวางบนกลอนอย่างผ่อนคลาย แต่จิตวิญญาณกลับตึงเครียดดั่งคันศรที่ถูกง้างจนสุด

"นั่นใคร?" เขาถามพร้อมเปิดประตูออกด้วยความมั่นใจเยี่ยงผู้ที่ไม่มีสิ่งใดต้องปิดบัง และไม่มีความคิดที่จะแสดงความอ่อนแอ

ที่หน้าธรณีประตู ร่างของหญิงสาวในชุดผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ยืนสงบนิ่งราวกับหิมะที่เกาะบนชายคา ผมหางม้าของนางมัดด้วยริบบิ้นสีฟ้าคราม และมีปิ่นเงินระยิบระยับประดับอยู่บนหน้าผาก ภายใต้ชุดที่ดูภูมิฐาน นางเคลื่อนกายด้วยท่วงท่าที่เย็นชา และสง่างาม ใบหน้าหมดจดงดงามราวกับน้ำค้างแข็งแรกของฤดู ทว่าแฝงไว้ด้วยความหนาวเหน็บเป็นเท่าตัว แววตาสีม่วงที่เปี่ยมด้วยความหยิ่งโส และห่างเหินนั้นเย็นเฉียบเสียจนแทบจะแช่แข็งแสงจันทร์ได้

"ข้าคือศิษย์เอกสตรี 'เซราฟิน่า'" นางตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยราวกับผิวน้ำในฤดูหนาว

แววตาของอีธานไหววูบด้วยความประหลาดใจเพียงชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาเป็นความเฉยเมยไม่ยินดียินร้าย

ศิษย์เอกผู้สูงส่งมาถึงที่นี่เชียวหรือ? หลังจากหายหน้าไปสิบปี เซราฟิน่าผู้นี้เพิ่งกลับมาจากการบำเพ็ญตนสันโดษอันเลื่องชื่อ และตอนนี้นางกลับมาเยือนถึงประตูบ้านอันต่ำต้อยของเขาโดยมิได้รับเชิญ

นี่มันเรื่องอะไรกัน? จะมาหยามเกียรติข้าด้วยตัวเองงั้นหรือ? หรือจะมาปรักปรำข้าอีกรอบ? บางทีนางอาจจะบอกว่าข้านั้นสกปรกเกินกว่าจะเป็นผู้พิทักษ์ของนาง หรือไม่คู่ควรจะยืนเคียงข้างนาง หรือทั้งหมดนี้เป็นเพียงการแสดงเพื่อรักษาหน้าตาของสำนักเท่านั้น? ความขมขื่นในอดีตปะทุขึ้นเพียงวูบหนึ่ง แต่อีธานก็ซ่อนมันไว้ภายใต้ใบหน้าที่สงบนิ่งราวกับศิลา

"เจ้าต้องการอะไร?" เขาถามอย่างราบเรียบ

สิ้นคำถามของเขา เสียงใหม่ที่แหลมสูง และดูแคลนก็ดังแทรกขึ้นมาทันที

"สามหาว! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงใช้สำเนียงเช่นนี้กับท่านศิษย์เอก!"

ชายหนุ่มผู้หนึ่งยืนอยู่เบื้องหลังเซราฟิน่า มือข้างหนึ่งกุมกระบี่ที่ข้างเอว ใบหน้าของเขาหล่อเหลาทว่าดูคุ้นตา เขาแสดงท่าทีลำพองใจตามแบบฉบับของผู้ที่เลือกยืนข้างขั้วอำนาจได้ถูกฝั่ง

ความทรงจำของอีธานแจ่มชัดขึ้นมาทันที ทั้งรูปลักษณ์ ท่าทาง และกลิ่นอายของการชิงดีชิงเด่น บุรุษผู้นี้คือ 'เคน' คู่ปรับเก่าของเขาจากสำนักนอก

แม้ว่าอีธานจะเคยเอาชนะเขาได้ในการประลองอย่างเป็นทางการถึงสามปีซ้อน แถมยังเป็นการชนะอย่างขาดลอยทุกครั้ง แต่เคนกลับสามารถถีบตัวเองเข้าสู่สำนักในได้ก่อนเขาเสียอย่างนั้น

ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง... ได้บารมีของศิษย์เอกดึงตัวขึ้นมาสินะ มิน่าเล่า คนที่พรสวรรค์งั้น ๆ อย่างเจ้าถึงได้เข้าสำนักในก่อนข้า

ความทรงจำนั้นน่าเจ็บใจ ทว่าตอนนี้อีธานกลับรู้สึกเพียงความขบขันในใจขณะลอบสังเกตเคน ชายผู้ถือกระบี่ยังคงหยิ่งยโส กลิ่นอายตบะเพิ่มพูนขึ้นแต่กลับไร้ซึ่งความดุดัน

"เจ้าคือ..." อีธานเริ่มพูดแล้วหยุดชะงักไปครู่หนึ่งเหมือนเพิ่งนึกออก "ข้าจำได้แล้ว เจ้าคือเคนใช่ไหม? ไม่นึกเลยว่าคนธรรมดาพื้น ๆ อย่างเจ้าจะได้มายืนข้างกายท่านศิษย์เอก โลกนี้ช่างเต็มไปด้วยเรื่องประหลาดเสียจริง"

ใบหน้าของเคนบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ ความภูมิใจ และความอัปยศเข้าโรมรันกันในใจ "เจ้า...!" เขาใช้เวลาหลายปีพยายามลบภาพความพ่ายแพ้ที่มีต่ออีธาน แต่เพียงคำพูดไม่กี่คำ ความจริงที่เขาอยากลืมก็ถูกขุดขึ้นมาแฉต่อหน้าสาธารณชนอีกครั้ง

อีธานลดน้ำเสียงลงเป็นความสุภาพที่แฝงด้วยการเย้ยหยัน

"เจ้าแพ้ข้าติดต่อกันสามปีซ้อน ทั้งที่มีแรงสนับสนุนจากยอดเขาเบื้องหลัง แต่เจ้ากลับลอยลำเข้าสำนักในได้ก่อนข้า... คงเพราะมี 'เส้นสาย' ดีสินะ หาใช่เพราะพรสวรรค์ไม่"

เคนโกรธจนตัวสั่น แต่เซราฟิน่ากลับตัดบทด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

"อีธาน อย่าได้ลำพองตนไป ข้ามิได้มาที่นี่เพื่อโต้เถียงเรื่องไร้สาระ ข้ามีข้อความมาแจ้งแก่เจ้า"

ความสุขุม และการสำรวมของนางช่างชัดเจนนัก ในเวลาสิบปีนางเปลี่ยนไปมาก ใบหน้าดูเติบโตขึ้น กลิ่นอายดูหนักแน่นขึ้น แต่ความเย็นชา และความถือตัวที่สร้างกำแพงกั้นไว้นั้นยังคงเดิม

"มาส่งข้อความงั้นรึ?" อีธานหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา แววตาหรี่ลงด้วยความเคลือบแคลง "ระหว่างข้ากับเจ้า ยังมีวาจาใดต้องแลกเปลี่ยนกันอีก?"

เซราฟิน่าจ้องมองเขาโดยไม่กะพริบตา

"สำรวมตนหน่อยอีธาน อาจารย์ของข้าส่งข้ามาเพื่อสะสางเรื่องราวเมื่อสิบปีก่อน จงฟังให้ดี สำหรับสิ่งที่เจ้าทำ การแอบดูศิษย์สตรีอาบน้ำ เจ้าได้รับโทษทัณฑ์ที่บึงกระจกใสมานานถึงสิบปีแล้ว บัดนี้ หากเจ้ายอมรับความผิด และสำนึกจากใจจริง สำนักจะอนุญาตให้เจ้าพ้นจากการเนรเทศ และกลับคืนสู่สถานะศิษย์สำนักในได้ดังเดิม"

เคนก้าวออกมาข้างหน้า น้ำเสียงสั่นด้วยความโกรธ "เจ้าควรจะสำนึกในพระคุณนะอีธาน สำนักสามารถทำลายตบะของเจ้า และขับไล่ให้ไปตายอย่างโดดเดี่ยวได้ แต่ท่านอาจารย์ยังมีเมตตา อย่าได้ดื้อรั้นไปหน่อยเลย"

เซราฟิน่ารุกต่อ ทุกถ้อยคำเฉียบขาดดั่งคำสั่ง

"สำนึกผิดเสีย แล้วโทษทัณฑ์จะจบลง นี่คือเจตจำนงของท่านอาจารย์ อย่าได้เขลาจนมองไม่เห็นวาสนาที่อยู่ตรงหน้า"

สีหน้าของอีธานมิได้ไหวติงแม้แต่น้อย

"สำนึกผิดรึ? ผิดเรื่องอะไร? เรื่องที่พวกเจ้าปรักปรำข้าด้วยข้อหาจอมปลอมนั่นน่ะหรือ? หรือเรื่องการใส่ร้ายป้ายสี ชื่อเสียงที่ป่นปี้ และการเนรเทศที่เกือบจะทำลายชีวิตข้า?"

เคนกำหมัดแน่น โทสะที่สะสมจากความอัปยศในอดีตปะทุออกมา "เจ้าจะเนรคุณไปถึงไหน! สำนักอดทนกับเจ้ามานานพอแล้ว ทำไมถึงไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีเสียที!"

แววตาของอีธานพลันเย็นเยียบ สายตาของเขาเปรียบเสมือนกระบี่ที่ทิ่มแทงทะลุความอวดดีของเคน "เจ้ามีสิทธิ์พูดที่นี่ด้วยหรือ?" เขาถามด้วยน้ำเสียงเย็นเหยียบ

เซราฟิน่าชะงัก ลมหายใจติดขัด บรรยากาศในลานบ้านพลันตึงเครียดขึ้นมาทันที ราวกับเส้นลวดที่ถูกดึงจนสุด

คนทั้งสามยืนประจันหน้ากันท่ามกลางความเงียบงันของหิมะที่โปรยปราย เงาอันยาวเหยียดของอดีตกำลังเริ่มก่อตัวขึ้นใหม่ที่หน้าประตูบ้านของอีธานอีกครั้ง

จบตอนแล้วนะครับ ขอบคุณที่ยังติดตามกันอยู่นะครับ หลังจากนี้จะพยายามอัพให้ได้ทุก ๆ วันนะครับ

ติดตามพวกเราเพิ่มเติมได้ที่ facebook : MysteryBox

https://www.facebook.com/share/17XxkhHdQg/?mibextid=wwXIfr

จบบทที่ บทที่ 25 สมบัติลับระดับนภา และการกลับมาของศิษย์เอก

คัดลอกลิงก์แล้ว