- หน้าแรก
- ระบบตกปลา ระดับเทพ
- บทที่ 25 สมบัติลับระดับนภา และการกลับมาของศิษย์เอก
บทที่ 25 สมบัติลับระดับนภา และการกลับมาของศิษย์เอก
บทที่ 25 สมบัติลับระดับนภา และการกลับมาของศิษย์เอก
บทที่ 25 สมบัติลับระดับนภา และการกลับมาของศิษย์เอก
สิบปีที่พำนัก ณ บึงกระจกใส รางวัลจากระบบที่หลั่งไหลมาไม่ขาดสาย ทำให้ 'อีธาน' ครอบครองขุมทรัพย์ย่อม ๆ ที่เปรียบได้กับคลังศาสตราของสำนักใหญ่
เขามีกระบี่ที่คมกริบยิ่งกว่าสายลม มีมีดสั้นที่เฉือนขาดได้แม้กระทั่งไอจิตวิญญาณ และมีชุดเกราะที่เบาราวขนนกแต่แกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้า ศาสตราส่วนใหญ่ล้วนเป็น 'อาวุธวิญญาณ' ชั้นเลิศที่สำนักใหญ่ต่างถวิลหา บางชิ้นถึงขั้นอยู่ในระดับ 'ปฐพี' อันเลื่องชื่อ แม้จะหาได้ยากยิ่งแต่ก็ยังมิอาจเรียกว่าไร้เทียมทาน
ทว่า ในคลังสะสมของเขามีสมบัติเพียงสองชิ้นเท่านั้นที่คู่ควรกับคำว่า 'ของวิเศษระดับนภา'
ชิ้นแรกคือชุดเกราะอมตะที่ถักทอด้วยอักขระคุ้มกัน และสะท้อนการโจมตี ส่วนชิ้นที่สองคือปีกเรืองแสงที่สรรสร้างจากกระดูกทองคำขาวของ 'ฟีนิกซ์โบราณ' ตัวจริง
ปีกคู่นี้คือของรักของหวงที่สุดของอีธาน เพราะมันช่วยลบจุดอ่อนเพียงหนึ่งเดียวของเขา นั่นคือการ 'เหินเวหา' ต่างจากผู้บำเพ็ญตบะสายปราณที่สามารถโบยบินได้นานนับชั่วโมงตั้งแต่ขอบเขตกลั่นปราณ แต่อีธานที่บำเพ็ญสายกายาทำได้เพียงพุ่งทะยานในอากาศได้ชั่วครู่ และสิ้นเปลืองแรงมหาศาล ทว่ายามที่ปีกคู่นี้สยายออก ทุกการขยับจะส่งร่างเขาพุ่งทะยานข้ามชั้นฟ้าด้วยความเร็ว และท่วงท่าสง่างาม ราวกับวิหคเพลิงที่บินพาดผ่านขุนเขายามรุ่งสาง
ขณะที่เขากำลังถือปีกคู่นั้น และลูบไล้อักขระขนนกอย่างแผ่วเบา สัมผัสของเขาก็รับรู้ถึงความผิดปกติ กระแสอากาศที่บิดเบี้ยว และเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นเกินกว่าจะเป็นเพื่อนบ้านระแวกนี้
มีคนกำลังมุ่งหน้ามา
เพียงชั่วพริบตา อีธานเก็บของวิเศษระดับนภาคืนสู่ห้วงมิติของระบบ เหลือเพียงชุดคลุมสีน้ำเงินธรรมดา และหมวกสานไม้ไผ่ที่สวมใส่อยู่
ครู่ต่อมา เสียงสตรีที่ใสกระจ่างทว่าเยือกเย็นก็ดังขึ้นที่หน้าประตู
"อีธาน พักอยู่ที่นี่หรือไม่?"
เขาเดินไปที่ประตูลานบ้าน มือหนึ่งวางบนกลอนอย่างผ่อนคลาย แต่จิตวิญญาณกลับตึงเครียดดั่งคันศรที่ถูกง้างจนสุด
"นั่นใคร?" เขาถามพร้อมเปิดประตูออกด้วยความมั่นใจเยี่ยงผู้ที่ไม่มีสิ่งใดต้องปิดบัง และไม่มีความคิดที่จะแสดงความอ่อนแอ
ที่หน้าธรณีประตู ร่างของหญิงสาวในชุดผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ยืนสงบนิ่งราวกับหิมะที่เกาะบนชายคา ผมหางม้าของนางมัดด้วยริบบิ้นสีฟ้าคราม และมีปิ่นเงินระยิบระยับประดับอยู่บนหน้าผาก ภายใต้ชุดที่ดูภูมิฐาน นางเคลื่อนกายด้วยท่วงท่าที่เย็นชา และสง่างาม ใบหน้าหมดจดงดงามราวกับน้ำค้างแข็งแรกของฤดู ทว่าแฝงไว้ด้วยความหนาวเหน็บเป็นเท่าตัว แววตาสีม่วงที่เปี่ยมด้วยความหยิ่งโส และห่างเหินนั้นเย็นเฉียบเสียจนแทบจะแช่แข็งแสงจันทร์ได้
"ข้าคือศิษย์เอกสตรี 'เซราฟิน่า'" นางตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยราวกับผิวน้ำในฤดูหนาว
แววตาของอีธานไหววูบด้วยความประหลาดใจเพียงชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาเป็นความเฉยเมยไม่ยินดียินร้าย
ศิษย์เอกผู้สูงส่งมาถึงที่นี่เชียวหรือ? หลังจากหายหน้าไปสิบปี เซราฟิน่าผู้นี้เพิ่งกลับมาจากการบำเพ็ญตนสันโดษอันเลื่องชื่อ และตอนนี้นางกลับมาเยือนถึงประตูบ้านอันต่ำต้อยของเขาโดยมิได้รับเชิญ
นี่มันเรื่องอะไรกัน? จะมาหยามเกียรติข้าด้วยตัวเองงั้นหรือ? หรือจะมาปรักปรำข้าอีกรอบ? บางทีนางอาจจะบอกว่าข้านั้นสกปรกเกินกว่าจะเป็นผู้พิทักษ์ของนาง หรือไม่คู่ควรจะยืนเคียงข้างนาง หรือทั้งหมดนี้เป็นเพียงการแสดงเพื่อรักษาหน้าตาของสำนักเท่านั้น? ความขมขื่นในอดีตปะทุขึ้นเพียงวูบหนึ่ง แต่อีธานก็ซ่อนมันไว้ภายใต้ใบหน้าที่สงบนิ่งราวกับศิลา
"เจ้าต้องการอะไร?" เขาถามอย่างราบเรียบ
สิ้นคำถามของเขา เสียงใหม่ที่แหลมสูง และดูแคลนก็ดังแทรกขึ้นมาทันที
"สามหาว! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงใช้สำเนียงเช่นนี้กับท่านศิษย์เอก!"
ชายหนุ่มผู้หนึ่งยืนอยู่เบื้องหลังเซราฟิน่า มือข้างหนึ่งกุมกระบี่ที่ข้างเอว ใบหน้าของเขาหล่อเหลาทว่าดูคุ้นตา เขาแสดงท่าทีลำพองใจตามแบบฉบับของผู้ที่เลือกยืนข้างขั้วอำนาจได้ถูกฝั่ง
ความทรงจำของอีธานแจ่มชัดขึ้นมาทันที ทั้งรูปลักษณ์ ท่าทาง และกลิ่นอายของการชิงดีชิงเด่น บุรุษผู้นี้คือ 'เคน' คู่ปรับเก่าของเขาจากสำนักนอก
แม้ว่าอีธานจะเคยเอาชนะเขาได้ในการประลองอย่างเป็นทางการถึงสามปีซ้อน แถมยังเป็นการชนะอย่างขาดลอยทุกครั้ง แต่เคนกลับสามารถถีบตัวเองเข้าสู่สำนักในได้ก่อนเขาเสียอย่างนั้น
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง... ได้บารมีของศิษย์เอกดึงตัวขึ้นมาสินะ มิน่าเล่า คนที่พรสวรรค์งั้น ๆ อย่างเจ้าถึงได้เข้าสำนักในก่อนข้า
ความทรงจำนั้นน่าเจ็บใจ ทว่าตอนนี้อีธานกลับรู้สึกเพียงความขบขันในใจขณะลอบสังเกตเคน ชายผู้ถือกระบี่ยังคงหยิ่งยโส กลิ่นอายตบะเพิ่มพูนขึ้นแต่กลับไร้ซึ่งความดุดัน
"เจ้าคือ..." อีธานเริ่มพูดแล้วหยุดชะงักไปครู่หนึ่งเหมือนเพิ่งนึกออก "ข้าจำได้แล้ว เจ้าคือเคนใช่ไหม? ไม่นึกเลยว่าคนธรรมดาพื้น ๆ อย่างเจ้าจะได้มายืนข้างกายท่านศิษย์เอก โลกนี้ช่างเต็มไปด้วยเรื่องประหลาดเสียจริง"
ใบหน้าของเคนบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ ความภูมิใจ และความอัปยศเข้าโรมรันกันในใจ "เจ้า...!" เขาใช้เวลาหลายปีพยายามลบภาพความพ่ายแพ้ที่มีต่ออีธาน แต่เพียงคำพูดไม่กี่คำ ความจริงที่เขาอยากลืมก็ถูกขุดขึ้นมาแฉต่อหน้าสาธารณชนอีกครั้ง
อีธานลดน้ำเสียงลงเป็นความสุภาพที่แฝงด้วยการเย้ยหยัน
"เจ้าแพ้ข้าติดต่อกันสามปีซ้อน ทั้งที่มีแรงสนับสนุนจากยอดเขาเบื้องหลัง แต่เจ้ากลับลอยลำเข้าสำนักในได้ก่อนข้า... คงเพราะมี 'เส้นสาย' ดีสินะ หาใช่เพราะพรสวรรค์ไม่"
เคนโกรธจนตัวสั่น แต่เซราฟิน่ากลับตัดบทด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
"อีธาน อย่าได้ลำพองตนไป ข้ามิได้มาที่นี่เพื่อโต้เถียงเรื่องไร้สาระ ข้ามีข้อความมาแจ้งแก่เจ้า"
ความสุขุม และการสำรวมของนางช่างชัดเจนนัก ในเวลาสิบปีนางเปลี่ยนไปมาก ใบหน้าดูเติบโตขึ้น กลิ่นอายดูหนักแน่นขึ้น แต่ความเย็นชา และความถือตัวที่สร้างกำแพงกั้นไว้นั้นยังคงเดิม
"มาส่งข้อความงั้นรึ?" อีธานหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา แววตาหรี่ลงด้วยความเคลือบแคลง "ระหว่างข้ากับเจ้า ยังมีวาจาใดต้องแลกเปลี่ยนกันอีก?"
เซราฟิน่าจ้องมองเขาโดยไม่กะพริบตา
"สำรวมตนหน่อยอีธาน อาจารย์ของข้าส่งข้ามาเพื่อสะสางเรื่องราวเมื่อสิบปีก่อน จงฟังให้ดี สำหรับสิ่งที่เจ้าทำ การแอบดูศิษย์สตรีอาบน้ำ เจ้าได้รับโทษทัณฑ์ที่บึงกระจกใสมานานถึงสิบปีแล้ว บัดนี้ หากเจ้ายอมรับความผิด และสำนึกจากใจจริง สำนักจะอนุญาตให้เจ้าพ้นจากการเนรเทศ และกลับคืนสู่สถานะศิษย์สำนักในได้ดังเดิม"
เคนก้าวออกมาข้างหน้า น้ำเสียงสั่นด้วยความโกรธ "เจ้าควรจะสำนึกในพระคุณนะอีธาน สำนักสามารถทำลายตบะของเจ้า และขับไล่ให้ไปตายอย่างโดดเดี่ยวได้ แต่ท่านอาจารย์ยังมีเมตตา อย่าได้ดื้อรั้นไปหน่อยเลย"
เซราฟิน่ารุกต่อ ทุกถ้อยคำเฉียบขาดดั่งคำสั่ง
"สำนึกผิดเสีย แล้วโทษทัณฑ์จะจบลง นี่คือเจตจำนงของท่านอาจารย์ อย่าได้เขลาจนมองไม่เห็นวาสนาที่อยู่ตรงหน้า"
สีหน้าของอีธานมิได้ไหวติงแม้แต่น้อย
"สำนึกผิดรึ? ผิดเรื่องอะไร? เรื่องที่พวกเจ้าปรักปรำข้าด้วยข้อหาจอมปลอมนั่นน่ะหรือ? หรือเรื่องการใส่ร้ายป้ายสี ชื่อเสียงที่ป่นปี้ และการเนรเทศที่เกือบจะทำลายชีวิตข้า?"
เคนกำหมัดแน่น โทสะที่สะสมจากความอัปยศในอดีตปะทุออกมา "เจ้าจะเนรคุณไปถึงไหน! สำนักอดทนกับเจ้ามานานพอแล้ว ทำไมถึงไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีเสียที!"
แววตาของอีธานพลันเย็นเยียบ สายตาของเขาเปรียบเสมือนกระบี่ที่ทิ่มแทงทะลุความอวดดีของเคน "เจ้ามีสิทธิ์พูดที่นี่ด้วยหรือ?" เขาถามด้วยน้ำเสียงเย็นเหยียบ
เซราฟิน่าชะงัก ลมหายใจติดขัด บรรยากาศในลานบ้านพลันตึงเครียดขึ้นมาทันที ราวกับเส้นลวดที่ถูกดึงจนสุด
คนทั้งสามยืนประจันหน้ากันท่ามกลางความเงียบงันของหิมะที่โปรยปราย เงาอันยาวเหยียดของอดีตกำลังเริ่มก่อตัวขึ้นใหม่ที่หน้าประตูบ้านของอีธานอีกครั้ง
จบตอนแล้วนะครับ ขอบคุณที่ยังติดตามกันอยู่นะครับ หลังจากนี้จะพยายามอัพให้ได้ทุก ๆ วันนะครับ
ติดตามพวกเราเพิ่มเติมได้ที่ facebook : MysteryBox
https://www.facebook.com/share/17XxkhHdQg/?mibextid=wwXIfr