- หน้าแรก
- คำสาประดับโลก ค่ากับข้าวแม่นายจะแพงขึ้นตลอดไป
- บทที่ 5 แกมันขยะประเภทไหนกัน
บทที่ 5 แกมันขยะประเภทไหนกัน
บทที่ 5 แกมันขยะประเภทไหนกัน
บทที่ 5 แกมันขยะประเภทไหนกัน?
"...บ้าเอ๊ย ไอ้หมอนั่นห้องข้างๆ มันเป็นสัตว์ป่าหรือไง สองชั่วโมงแล้วยังไม่เสร็จอีก" แขกในห้อง 605 บ่นอุบ แม้ปากจะบ่นแต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาที่อธิบายไม่ได้
"เสี่ยคะ หนูไม่ไหวแล้วนะ ตะโกนจนเสียงแหบหมดแล้วเนี่ย" หญิงสาวแต่งหน้าจัดที่อยู่ข้างๆ ประท้วงขึ้นมา
'ศึกรัก' ของพวกเขาจบไปตั้งแต่สองชั่วโมงที่แล้ว แถมเสร็จภารกิจในเวลาแค่สามนาทีด้วยซ้ำ
หญิงสาวคิดว่าจะได้เลิกงานเร็วขึ้น แต่นึกไม่ถึงว่าเสี่ยจอมสร้างภาพคนนี้จะบังคับให้เธอแหกปากร้องต่ออีกตั้งสองชั่วโมง
เหตุผลก็แค่ไม่อยากแพ้คนห้องข้างๆ
ตกลงกันไว้ว่าถ้าห้องข้างๆ หยุดเมื่อไหร่ เธอก็หยุดเมื่อนั้น
ใครจะไปคิดว่าห้องข้างๆ จะฟิตจัดขนาดนี้
"พูดมากน่า ฉันจะต่อเวลาให้อีกชั่วโมง อยากจะรู้เหมือนกันว่าไอ้ห้องข้างๆ มันจะอึดไปได้สักกี่น้ำ" เสี่ยพูดอย่างหัวเสีย
เมื่อได้ยินดังนั้น หญิงสาวก็ได้แต่จำใจทำต่อ ในใจภาวนาขอให้ห้องข้างๆ เสร็จกิจเร็วๆ สักที
สถานการณ์เดียวกันนี้เกิดขึ้นที่ห้อง 607 เช่นกัน
ต่างกันตรงที่เสียงเคาะประตูทำให้กิจกรรมในห้อง 607 ต้องหยุดชะงักลงกะทันหัน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก~
"หนวกหูโว้ย! เลิกเคาะสักที!"
ก๊อก ก๊อก ก๊อก~
"บ้าเอ๊ย จะเคาะหาพระแสงอะไรนักหนา ไม่เห็นป้าย 'ห้ามรบกวน' ที่แขวนไว้หน้าประตูหรือไงวะ?!"
ชายวัยกลางคนอายุราวสี่สิบปี รูปร่างลงพุงเล็กน้อย ผมบนศีรษะยังดูดกดำ แต่ไม่รู้ว่าเป็นของจริงหรือใส่วิก ตวาดลั่น
"เสี่ยคะ คงไม่ใช่รูมเซอร์วิสหรอกมั้ง?" หญิงสาวเริ่มกังวล รีบลุกขึ้นมาแต่งตัว
คำทักท้วงของเธอทำให้ชายวัยกลางคนสร่างเมาทันที
"เดี๋ยวถ้ามีใครมา ก็บอกว่าเป็นเมียฉันแล้วกัน"
"ได้ค่ะ"
ก๊อก ก๊อก ก๊อก~
เสียงเคาะประตูทื่อๆ ดังขึ้นอีกครั้งราวกับเสียงเรียกของมัจจุราช ชายคนนั้นแสร้งทำใจดีสู้เสือเดินไปเปิดประตู
"สวัสดีค่ะ รูมเซอร์วิสค่ะ"
ที่ยืนอยู่หน้าประตูคือป้าแม่บ้านรูมเซอร์วิสที่แต่งกายมิดชิด ผมเผ้ารุงรังปิดบังใบหน้าส่วนบน ส่วนใบหน้าท่อนล่างสวมหน้ากากอนามัยหนาเตอะ
โธ่เอ๊ย นึกว่าตำรวจมาตรวจ ตกใจหมด
ชายคนนั้นถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันที ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด "ไม่เห็นป้ายหน้าประตูหรือไง? ไสหัวไป!"
ปัง~!
จังหวะที่เขากำลังจะปิดประตู จู่ๆ ป้าแม่บ้านก็ยกมือขึ้นดันประตูไว้
ฉากนี้ทำให้เขาตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก
"ห้องสกปรก... ต้องทำความสะอาด..." น้ำเสียงที่ไร้ชีวิตชีวาแฝงไปด้วยความเยือกเย็น
"อะไรวะเนี่ย?!"
ชายคนนั้นตะคอกด้วยความโมโห "ห้องฉันจะเป็นยังไงมันหนักหัวเธอหรือไง ฉันชอบแบบสกปรกเหม็นเน่าแบบนี้แล้วจะทำไม หลบไป เดี๋ยวพ่อร้องเรียนซะเลยนี่!"
"ร้องเรียน?"
"สามสิบปีมานี้ ไม่เคยมีแขกคนไหนร้องเรียนฉัน แกกล้าดียังไงมาร้องเรียนฉัน ขยะ ต้องกำจัดทิ้ง ต้องกำจัดให้หมด..."
ดูเหมือนคำพูดนั้นจะไปกระตุ้นต่อมอะไรบางอย่างของป้าแม่บ้าน การพูดของแกเร็วขึ้นอย่างกะทันหัน แววตาเปลี่ยนเป็นดุดันน่ากลัวราวกับสัตว์ร้าย
"ฉันเป็นป้าแม่บ้าน มีหน้าที่ทำความสะอาดแขกในห้องพัก"
"หือ?"
"มันต้องทำความสะอาดห้องพักแขกไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงทำความสะอาดแขกในห้องพักล่ะ?" ลางสังหรณ์ร้ายแรงผุดขึ้นในใจของชายคนนั้น
วินาทีถัดมา ป้าคนนั้นก็ถอดถุงมือยางออก เผยให้เห็นมือที่เน่าเฟะอยู่ภายใน
แกกดมือลงบนไหล่ของชายคนนั้นแล้วออกแรงเบาๆ
แคว่ก!
มือและแขนฉีกขาดออกจากกัน เลือดพุ่งกระฉูดออกมา
ชายคนนั้นรู้สึกเพียงความเจ็บปวดรวดร้าวถึงกระดูก ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ ไม่สามารถขัดขืนได้เลย
เขามองป้าแม่บ้านด้วยความเหลือเชื่อ ความหวาดกลัวสุดขีดแล่นพล่านในจิตใจ
"วะ... วิญญาณคำสาป ไม่สิ ที่นี่มีวิญญาณคำสาปได้ยังไง ไม่ อย่าฆ่าฉัน อย่าฆ่า... อ๊าก..."
แกร๊ก~
ประตูไม้ปิดลง ทุกอย่างตกอยู่ในความมืดมิด
หญิงสาวคนเดียวที่เหลืออยู่ในห้องมองดูชายคนนั้นถูกฉีกร่างเป็นชิ้นๆ แล้วยัดใส่ถุงขยะสีดำ
เธอหวาดกลัวจนทรุดลงกับพื้น ร่างกายสั่นเทาอย่างรุนแรง ของเหลวอุ่นๆ ไหลซึมเปียกแฉะกางเกง
วิญญาณคำสาปควรจะอยู่ในแดนต้องสาปเท่านั้นสิ ทำไมสัตว์ประหลาดแบบนี้ถึงมาโผล่ในโลกความจริงได้?
ไม่ ฉันต้องฝันไปแน่ๆ
ไม่ใช่เรื่องจริง มันต้องไม่ใช่เรื่องจริง
แม่จ๋า หนูเกลัว...
"ตาเธอแล้ว แกมันขยะประเภทไหนกัน?"
"ขยะแห้ง หรือขยะเปียก?"
"ดูท่าจะเป็นขยะเปียกสินะ"
"..."
ไม่นานนัก เสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังออกมาจากในห้อง
ผ่านไปครู่ใหญ่ ป้าสุดสยองที่ทำความสะอาด 'แขก' เสร็จเรียบร้อยก็เดินออกมาพร้อมกับหิ้วถุงขยะใบตุงสองใบ
แกโยนถุงขยะสองใบนั้นลงในรถเข็นทำความสะอาดตรงทางเดินอย่างไม่ไยดี
ป้าแม่บ้านเข็นรถมุ่งหน้าไปทำความสะอาดห้องต่อไป
แกหยุดยืนหน้าห้อง 606 เป็นเวลานาน จ้องมองหมายเลขห้องเขม็ง ก่อนจะเดินผ่านไปยังห้องถัดไปอย่างผิดหวังเล็กน้อย
ห้อง 605
ก๊อก ก๊อก ก๊อก~
"สงสัยข้าวกล่องมาส่งแล้ว เดี๋ยวหนูไปเอาเอง"
เสียงในห้องเงียบลงทันที หญิงสาวสวมชุดคลุมอาบน้ำเดินมาเปิดประตู
"สวัสดีค่ะ รูมเซอร์วิสค่ะ"
"บ้าจริง นึกว่าคนส่งข้าว... ไม่เห็นป้าย 'ห้ามรบกวน' หน้าประตูหรือไง? ไม่มีสามัญสำนึกเอาซะเลย รูมเซอร์วิสภาษาอะไรวะเนี่ย ฉันจะร้องเรียนเธอ รหัสพนักงานเบอร์อะไร?"
หญิงสาวตะโกนมาสองชั่วโมงเต็ม ความหงุดหงิดพุ่งพล่านเต็มอก
แต่เธอลงกับเสี่ยไม่ได้ ป้าแม่บ้านคนนี้เลยเดินเข้ามารับเคราะห์พอดี
ทว่า ป้าแม่บ้านกลับได้ยินคำที่ชอบที่สุดจากปากของอีกฝ่าย
"ร้องเรียน?"
"สามสิบปีมานี้ ไม่เคยมีแขกคนไหนร้องเรียนฉัน แกกล้าดียังไงมาร้องเรียนฉัน ขยะ ต้องกำจัดทิ้ง ต้องกำจัดให้หมด..."
ท่ามกลางสายตาไม่อยากจะเชื่อของหญิงสาว ป้าสุดสยองยื่นมือออกไปคว้าคอเธอทันที
"แค่ก แค่ก~!"
ความรู้สึกขาดอากาศหายใจรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หญิงสาวดิ้นรนปัดป่ายมือไปมาอย่างยากลำบาก
แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ก็ไม่อาจหลุดพ้นจากกรงเล็บของป้าสุดสยองได้
"อึก อึก อึก—!"
เสียงร้องอู้อี้ในลำคอ ดวงตาของหญิงสาวเบิกโพลง ใบหน้าเปลี่ยนจากสีแดงก่ำเป็นเขียวคล้ำ
กร๊อบ
ป้าสุดสยองยิ้มมุมปากเล็กน้อย บดขยี้ลำคอของอีกฝ่ายจนแหลกละเอียด แล้วหันไปมองอีกคนในห้อง
"อย่าเข้ามานะเว้ย!!!"
"..."
หลังจากนั้น แกก็เดินจากไปพร้อมกับถุงขยะอีกสองใบ
ปัง~!
ประตูปิดลง ทุกอย่างกลับสู่ความสงบเงียบ ราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น...
ในขณะเดียวกัน
หลินอี้ที่กำลังซิ่งรถอยู่บนเขาอากินะ ไม่ได้รับรู้ถึงความผิดปกติใดๆ
เขาแค่พบว่ารถเก่าสองคันที่ตามหลังมาหายไปแล้ว
เขาแค่นเสียงหัวเราะ เหยียบคันเร่งมิด แล้วซิ่งรถพุ่งทะยานออกไปอีกครั้ง
จนกระทั่งบ่ายสองโมง ทั้งสองคนเริ่มหิวจนทนไม่ไหว จึงยอมหยุดพัก
ด้วยความที่เหนื่อยล้าเกินไป ทั้งคู่จึงขี้เกียจออกไปข้างนอก เลยสั่งข้าวกล่องมากินแทน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก~
เสียงเคาะประตูทื่อๆ ดังขึ้นกะทันหัน แต่ซูเหมียวเหมียวยังคงนอนขดตัวแกล้งตายอยู่ในผ้าห่ม
วันนี้เธอเหนื่อยเกินไปแล้ว ไม่อยากขยับตัวเลยสักนิด
หลินอี้จนปัญญา จำต้องลุกไปเปิดประตูด้วยตัวเอง
แกร๊ก!
ประตูปิดเปิดออก
"สวัสดีค่ะ รูมเซอร์วิสค่ะ"