- หน้าแรก
- คำสาประดับโลก ค่ากับข้าวแม่นายจะแพงขึ้นตลอดไป
- บทที่ 4 3456 ไม่มี 7 แน่นอน
บทที่ 4 3456 ไม่มี 7 แน่นอน
บทที่ 4 3456 ไม่มี 7 แน่นอน
บทที่ 4 3456 ไม่มี 7 แน่นอน
เมื่อแสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้อง หลินอี้ค่อยๆ ลุกจากเตียง
เขาเดินตัวงอเข้าห้องน้ำ กว่าอาการจะทุเลาก็ต้องอาบน้ำเย็นจนเสร็จ
แต่ความรู้สึกวูบวาบยังคงตกค้าง ความร้อนรุ่มแล่นพล่านจากท้องน้อยไปสู่แขนขา
หลังจากล้างหน้าแต่งตัวเสร็จ ขณะกำลังจะออกจากห้อง หลินอี้ก็ชะงักฝีเท้า
"แปลกแฮะ เมื่อคืนมันยังดำอยู่เลย ทำไม..."
จี้หยกดำที่หลินรั่วเสวี่ยให้ยืม จู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นเปล่งแสงเรืองรอง ใสกระจ่างดุจคริสตัลและเจิดจ้า
เขายื่นมือไปแตะ สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือก
"หรือว่าจี้หยกนี่จะไม่ธรรมดา?" หลินอี้พึมพำกับตัวเอง
ขณะที่กำลังครุ่นคิด เขาเดินออกจากห้องแล้วชนเข้ากับหลินรั่วเสวี่ยที่ดูอิดโรย ซึ่งเพิ่งเดินออกมาจากห้องพอดี
"พี่คะ พี่ไม่เป็นไรใช่มั้ย?" หลินรั่วเสวี่ยถามด้วยความเป็นห่วง
"ไม่ต้องห่วง พี่สบายดี แต่เธอนั่นแหละ ทำไมสภาพเป็นแบบนี้? ไม่ได้นอนทั้งคืนเหรอ?"
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ สงสัยจะเป็นหวัด"
เห็นชัดว่ายัยเด็กนี่มีความลับที่บอกไม่ได้ แต่เขาเลือกที่จะไม่เซ้าซี้
"เอ้า เอาคืนไป"
หลินอี้หยิบจี้หยกออกมาส่งคืนให้เธอ
"เอ๊ะ? เป็นไปได้ยังไง..."
หลินรั่วเสวี่ยทำหน้าไม่อยากเชื่อ จ้องมองหลินอี้ด้วยแววตาประหลาด
เธอรับจี้หยกไปสวมไว้ที่ลำคอขาวผ่อง โดยไม่ถามถึงความเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นตะลึงนั้น
หลินอี้มองเธอพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย กำลังจะเอ่ยปากถาม หลินเจิ้งเฟิงก็โผล่มาถูกจังหวะพอดี
"ไอ้ลูกตัวแสบ แกได้คำสาปอะไรมา? ไหนขอพ่อดูหน่อยซิ"
"คงไม่ใช่คำสาปดวงกาลกิณีโดดเดี่ยวหรอกนะ? ไม่งั้นพ่อคงต้องผดุงความยุติธรรมกำจัดคนในครอบครัวทิ้งซะแล้ว"
"พรืด ~"
พอเห็นพ่อหลินเป็นแบบนี้ หลินรั่วเสวี่ยก็อดขำไม่ได้ ยกมือป้องริมฝีปากแดงระเรื่อหัวเราะคิกคัก
"เฮ้~ ตาแก่หลิน พ่อพูดแรงไปแล้วนะ"
"ผมจะบอกให้นะ วันหลังเพลาๆ เกมไพ่แลนด์ลอร์ดลงหน่อย ไม่งั้น 3456 จะไม่มี 7 แน่นอน"
พูดไม่ทันขาดคำ มือของหลินเจิ้งเฟิงก็คว้าหมับเข้าที่เอว เตรียมชักเข็มขัดตราเจ็ดหมาป่าออกมาฟาดหลินอี้สักป้าบในวินาทีถัดไป
"อุ๊ยๆๆ... คืนนี้ผมไม่กลับนะ บ๊ายบาย"
เห็นท่าไม่ดี หลินอี้รีบพุ่งตัวออกประตู วิ่งหนีโดยไม่หันกลับมามอง
หลินรั่วเสวี่ยเองก็อ้างว่าจะไปโรงเรียนแล้วชิ่งหนีไปเช่นกัน ทิ้งให้หลินเจิ้งเฟิงยืนฮึดฮัดอยู่คนเดียว
"บ้าเอ๊ย มันมีคำสาปพิลึกแบบนี้จริงๆ ด้วย"
เขาแอบลบแอป 'Happy Fight the Landlord' ออกจากมือถือเงียบๆ แล้วโหลดแอปที่ชื่อว่า 'เพนกวินไพ่นกกระจอก' มาแทน
ตราบใดที่ใจยังสู้ ปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ
ไม่ให้เล่นไพ่แลนด์ลอร์ด งั้นฉันเล่นไพ่นกกระจอกก็ได้ใช่มั้ยล่ะ? หลังจากหนีออกจากบ้าน หลินอี้มุ่งหน้าตรงไปยังโรงแรม
เขาส่งข้อความหาซูเหมียวเหมียวว่า "เจอกันที่โรงแรม"
"ติ๊งต่อง ~"
[ยัยบ้า: รอฉันด้วย!]
หลินอี้ยิ้มมุมปาก เก็บมือถือ แล้วเดินกร่างเข้าไปที่หน้าโรงแรม
คืนนี้ คงเป็นคืนที่ไม่ได้หลับไม่ได้นอนแน่ๆ
"ยินดีต้อนรับค่า ~~!"
"รับเป็นเตียงคิงไซส์หรือห้องมาตรฐานดีคะ?"
หลินอี้ชอบพนักงานต้อนรับที่ตรงไปตรงมาแบบนี้ ถึงอีกฝ่ายจะเป็นจิ้งจอกก็เถอะ
โลกนี้มีคำสาปนับไม่ถ้วน คนที่ถูกสาปให้กลายเป็นสัตว์ก็มีถมเถและเยอะแยะไปหมด
ตรงหน้าเขาคือสาวจิ้งจอกที่เดินสองขา
ทว่า... เขารับสาวหูสัตว์ได้ แต่สาวหัวสัตว์นี่ขอผ่าน
มันดูสยองขวัญไปหน่อย
"มีห้องสวีทสำหรับคู่รักไหม?"
พนักงานจิ้งจอกเข้าใจทันที ตาเล็กๆ หรี่ลงเป็นเส้นโค้ง เผยรอยยิ้มแบบคุณป้าข้างบ้าน
"มีค่า ห้อง 606 ว่างอยู่ มีเตียงน้ำ เก้าอี้แขวน..."
"หยุด พอเลย ขืนพูดต่อเดี๋ยวต้องจ่ายเพิ่ม"
"ตกลงค่ะ จะค้างคืนหรือชั่วคราวคะ?"
หลังจากคิดครู่หนึ่ง หลินอี้เลือกค้างคืนอย่างเด็ดขาด
ด้วยสมรรถภาพร่างกายของเขา จะเปิดชั่วคราวไปทำไม? เดี๋ยวต้องมาต่อเวลาให้วุ่นวายเปล่าๆ
ก่อนเดินจากไป เขาแวะซื้อถุงยางอนามัยสองกล่องที่เคาน์เตอร์วางสินค้าวางแผนครอบครัวติดมือไปด้วย เผื่อฉุกเฉิน
แต่หลินอี้ไม่ทันสังเกต
ทันทีที่เขาเดินเข้าโรงแรม ท้องฟ้าด้านนอกก็มืดลงทันตา
พนักงานทำความสะอาดสวมหน้ากากปิดมิดชิดคนหนึ่งเดินตามเขาขึ้นไปที่ชั้นหกอย่างเงียบเชียบ
"ฮู่ว ~ ฮู่ว ฮู่ว ~"
หลินอี้ผิวปาก เปิดประตูห้อง 606 เสียบการ์ด ไฟสลัวชวนให้คิดลึกก็สว่างพรึ่บขึ้นทั้งห้อง
"อืมมม... ได้บรรยากาศแฮะ"
ทว่า หลินอี้ผู้ใช้ชีวิตมาสองชาติภพแต่ยังโสดสนิท กลับรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูกเมื่อต้องเผชิญกับดินแดนลี้ลับที่กำลังจะได้สำรวจ
ไม่รู้ทำไม เขาถึงรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ ว่าคืนนี้มันดูไม่ปกติชอบกล
"ปัง ปัง ปัง ~"
จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
"ใครน่ะ?" หลินอี้สะดุ้งโหยง รีบจ้องไปที่ประตูอย่างระแวดระวัง
"คุณคะ ต้องการทำความสะอาดห้องไหมคะ?"
"ทำความสะอาด? ห้องเพิ่งเปิดจะทำความสะอาดหาพระแสงอะไร? พรุ่งนี้ค่อยมา"
เขาขี้เกียจเปิดประตู พลางบ่นบริการห่วยแตกของโรงแรม
แต่คนเคาะก็ตื๊อเก่งเหลือเกิน ยังคงเคาะประตูไม่หยุด
"แม่งเอ๊ย!"
เมื่อได้ยินเสียงเคาะรัวๆ อู้อี้ๆ หลินอี้สบถออกมา เดินตรงไปกระชากประตูเปิดออก
พอประตูเปิด สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือใบหน้าจิ้มลิ้มที่มีแก้มป่องแบบเด็กทารกนิดๆ
ซูเหมียวเหมียว?
แปลก แล้วพนักงานคนเมื่อกี้หายไปไหน?
"ฉันเคาะตั้งนาน ไอ้บ้า ทำไมมาเปิดช้าจังฮะ?"
ซูเหมียวเหมียวกอดอก บ่นอุบ จ้องหลินอี้ตาเขียวปั้ด
"อ้าว นึกว่าพนักงานรูมเซอร์วิส เมื่อกี้เขายืนอยู่หน้าประตู เธอไม่เห็นเหรอ?"
"พนักงานอะไร? ฉันไม่เห็นใครสักคน"
พูดจบ ซูเหมียวเหมียวก็เบียดตัวเข้ามาในห้อง
เห็นดังนั้น หลินอี้ก็เลิกสนใจเรื่องพนักงาน ปิดประตูลลงกลอน แล้วแขวนป้าย "ห้ามรบกวน" ไว้ที่ลูกบิด
พอหันกลับมา ก็พบว่ายัยเด็กนี่ใจร้อนยิ่งกว่าเขาเสียอีก
เสื้อผ้ากระจัดกระจายเกลื่อนพื้น
กางเกงในลายหมีน้อยน่ารักเผยให้เห็นความคิ้วท์แบบเด็กสาว
ซูเหมียวเหมียวตัวไม่สูงมาก ประมาณ 156 เซนฯ เป็นสายโลลิพกพาง่าย
เธอถักผมทวินเทลดูสดใส บวกกับแก้มป่องๆ ยิ่งทำให้ดูไร้เดียงสาน่ารักเข้าไปใหญ่
"ยืนบื้ออยู่ทำไม? เร็วๆ เข้าสิ"
ซูเหมียวเหมียวดึงแขนเร่งยิกๆ
เห็นแบบนี้ หลินอี้ก็รู้สึกทะแม่งๆ ในใจ
ทำไมบทบาทมันสลับกันฟะ?
เวลาแบบนี้ เธอต้องเขินอายมุดผ้าห่มไม่ใช่เรอะ?
ทำตัวยังกับเจ้าหนี้มาทวงเงินซะงั้น
"เอื๊อก"
"มองพอหรือยัง?"
ซูเหมียวเหมียวเบะปากดุ "มานอนลงได้แล้ว!"
หลินอี้มีเครื่องหมายคำถามเต็มหัว
ความคิดของยัยบ้านี่มันไม่เหมือนคนปกติจริงๆ
ความรักก่อเกิดพร้อมสายลม แต่ยามลมสงบ ความรู้สึกกลับยากจะระงับ...