เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 คืนเดียวห้าสิบสามหน้า? ล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย?

บทที่ 5 คืนเดียวห้าสิบสามหน้า? ล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย?

บทที่ 5 คืนเดียวห้าสิบสามหน้า? ล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย?


บทที่ 5 คืนเดียวห้าสิบสามหน้า? ล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย?

วันถัดมา

ในช่วงเช้า อิชิกามิ รินะ ไม่ได้แวะไปที่ห้องของคาซามะ ยู ดูเหมือนเธอจะรู้ดีว่าต่อให้คาซามะจะเร่งปั่นต้นฉบับในช่วงเช้าเพียงใด ก็คงยากที่จะผลิตงานที่มีคุณภาพออกมาได้

ดังนั้น... รินะจึงตัดสินใจให้เวลาเขาเพิ่มอีกสักหน่อย ขอเพียงแค่เขาทำผลงานที่พอจะมอบความหวังให้เธอได้บ้างก็นับว่าเพียงพอแล้ว

"อ๊อด~"

เมื่อถึงเวลาอาหาร เสียงกริ่งหน้าห้องของคาซามะ ยู ก็ดังขึ้น

คาซามะขยับไหล่ไล่ความเมื่อยขบเบาๆ ฤทธิ์ของยาที่ยาวนานถึงสิบห้าชั่วโมงได้หมดลงแล้ว สมกับเป็นของจากระบบโดยแท้ ตลอดสิบห้าชั่วโมงที่ผ่านมาเขาไม่รู้สึกเหนื่อยล้าหรือแม้แต่จะง่วงนอนเลยสักนิด

แน่นอนว่าหลังจากนั้นคาซามะยังคงฝืนวาดต่ออีกสองชั่วโมง ผลที่ตามมาคือความรู้สึกปวดและชาที่บ่าทั้งสองข้าง

เขาวาดเสร็จไปทั้งหมดห้าสิบสามหน้า และหลังจากตรวจสอบดูแล้วเขาก็รู้สึกค่อนข้างพอใจ พล็อตเรื่องไม่ดูเร่งรีบจนเกินไป เก็บรายละเอียดสำคัญได้ครบถ้วน และตัดส่วนที่ยืดเยื้อออกไปจนหมดสิ้น

เขาลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู และพบว่าอิชิกามิ รินะ ยืนรออยู่ข้างนอก

วันนี้เป็นวันหยุด รินะจึงไม่ได้สวมชุดพนักงานออฟฟิศเหมือนอย่างเคย แต่เธอมาในชุดเสื้อคลุมไหมพรมถักสีครีมดูสบายตาคู่กับกางเกงยีนส์เอวสูงทรงกระบอก

คอเสื้อทรงวีเปิดกว้างเล็กน้อย เผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้าเรียวสวยและผิวพรรณที่ขาวผ่อง เสื้อซับในสีขาวสะอาดตาถูกสอดไว้ในกางเกงยีนส์สีฟ้าอ่อน ปลายขาพับขึ้นสองทบช่วยขับให้เรียวขาของเธอดูยาวและตรงสวย แม้จะไม่ใช่ชุดทำงานแต่เธอก็ยังดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบ

"ขอรบกวนหน่อยนะคะอาจารย์คาซามะ"

รินะยิ้มกว้างอย่างอ่อนโยนพลางพยักหน้าให้เขา

"เชิญเข้ามาข้างในก่อนครับ บรรณาธิการอิชิกามิ"

คาซามะเบี่ยงตัวหลบและเปิดประตูให้กว้างขึ้น

"เตรียมตัวไปถึงไหนแล้วคะ? วาดเสร็จสักหน้าหรือยัง?"

ทันทีที่ประตูปิดลง ท่าทางของรินะก็ดูผ่อนคลายขึ้น เธอวางกระเป๋าลงบนเก้าอี้อย่างเป็นกันเอง

เมื่อพิจารณาจากความเร็วในการวาดของคาซามะ ปกติเขาจะวาดได้เพียงสองหน้าต่อสิบสองชั่วโมง แน่นอนว่าถ้าฝืนตัวเองหน่อยอาจจะได้มากกว่านั้น แต่คุณภาพงานก็อาจจะตกลง

ทว่า... คาซามะกำลังเผชิญกับโจทย์ที่หินมากในตอนนี้ ทั้งการสร้างพล็อตเรื่องใหม่ และจำนวนหน้าที่ต้องส่งซึ่งสูงถึงเก้าสิบหน้า!

นักเขียนการ์ตูนส่วนใหญ่ต่างก็มีผู้ช่วยกันทั้งนั้น แต่ลำพังแค่เลี้ยงตัวเองคาซามะยังแทบไม่รอด นับประสาอะไรกับการจ้างผู้ช่วยมาช่วยงาน

เมื่อวานตอนขากลับ รินะลองไปขอความช่วยเหลือจากอาจารย์ซูซูกิมาแล้ว แต่... อีกฝ่ายกลับปฏิเสธ เพราะคนที่เธอต้องไปช่วยคือคาซามะ ยู และชื่อเสียงของเขานั้นเรียกได้ว่าป่นปี้ไปหมดแล้วในกองบรรณาธิการโชเน็นซันเดย์

ตอนนี้รินะเองก็กลุ้มใจไม่แพ้กัน เก้าสิบหน้า คาซามะจะทำได้จริงๆ หรือ?

ขอเพียงแค่ผลงานของเขาอยู่ในระดับที่พอรับได้ เธอจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหาเอกสิทธิ์พิเศษให้เขา เพื่อที่ความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงนี้จะได้จบลงเสียที

"ครับ นี่คือผลงานที่ผมเร่งทำเมื่อคืน เชิญตรวจดูได้เลยครับบรรณาธิการอิชิกามิ"

คาซามะหยิบต้นฉบับห้าสิบสามหน้าที่วางอยู่บนโต๊ะยื่นให้รินะ

"หือ? นายไม่ได้เอาพวกเศษกระดาษร่างงานเก่าๆ มาหลอกฉันใช่ไหม?"

คิ้วเรียวสวยของรินะขมวดเข้าหากัน ใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางฉายแววกรุ่นโกรธออกมา

เธออุตส่าห์คิดจะหาทางช่วยไอ้ซื่อบื้อที่ไร้ทางเยียวยาคนนี้แท้ๆ แต่เขากลับมีท่าทีแบบนี้หรือ? มันช่างน่าผิดหวังจริงๆ

"เปล่าครับ นี่คือต้นฉบับที่ผมเร่งปั่นทั้งคืนจริงๆ ตั้งแต่คุณกลับไปผมยังไม่ได้นอนเลยครับ"

คาซามะรีบอธิบาย แม้มันจะฟังดูเป็นข้อแก้ตัวที่ซื่อๆ ไปหน่อย แต่มันคือความจริง

"ถ้าฉันรู้ว่านายหลอกกันล่ะก็ นายตายแน่"

รินะเอ่ยคำขู่ที่แสนอันตรายออกมาโดยไม่ลังเล สายตาของเธอดูจริงจังจนน่ากลัว

"ไม่มีปัญหาครับ"

คาซามะพยักหน้ายืนยัน เขาลงแรงไปอย่างสุดความสามารถแล้ว หากรินะยังไม่พอใจ เขาก็ไม่มีอะไรจะพูดอีก บางทีเขาอาจจะไม่เข้าใจตลาดของโลกนี้จริงๆ ก็ได้

หลังจากได้รับคำยืนยัน สายตาของรินะก็เริ่มจับจ้องไปที่ต้นฉบับ หากคาซามะมีท่าทีอึกอักแม้เพียงนิดเดียว เธอคงจะฟาดปึกกระดาษหนาเตอะนี่ใส่หน้าเขาแล้วสะบัดก้นกลับไปทันที

สำหรับเธอแล้ว รินะจะไม่มีวันชายตาแลผลงานที่ทำแบบขอไปทีเด็ดขาด!

แน่นอนว่าต่อให้คาซามะจะวาดห้าสิบสามหน้านี้โดยไม่ได้นอน แต่มันก็อาจจะต้องแลกมาด้วยคุณภาพลายเส้นที่ด้อยลง หรือวาดแบบเผาๆ

ทว่า... ตราบใดที่เนื้อหาของการ์ตูนยังดีอยู่ก็นับว่าใช้ได้ เพราะนี่คือการประกวดผลงานหน้าใหม่ ต่อให้ลายเส้นจะดูเรียบง่ายไปบ้าง แต่ถ้าเรื่องราวสนุก คนก็ยังพร้อมจะควักเงินซื้อ แม้ว่ายอดขายอาจจะไม่สู้พวกที่วาดสวยเทพก็เถอะ

แต่เพียงแค่สายตาตกลงบนหน้าแรก รินะก็รู้สึกราวกับว่าต้นฉบับชุดนี้มีแรงดึงดูดประดุจแม่เหล็ก

สวย... สวยมากจริงๆ

นั่นคือความรู้สึกแรกที่รินะสัมผัสได้จากงานภาพ

นี่ต่างหากคือฝีมือการวาดที่คาซามะควรจะแสดงออกมา ไม่ใช่เอาไปใช้วาดเรื่องรักใคร่ของพวกก๊อบลินกับยักษ์ปักหลั่นพวกนั้น

ไม่นานนักรินะก็ตั้งสติได้ แม้งานภาพจะวิจิตรบรรจงเพียงใด แต่การที่คาซามะลงแข่งในสาขาผลงานหน้าใหม่ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเนื้อเรื่องที่ต้องตราดรึงใจ หากมีดีแค่ภาพสวย สุดท้ายก็หนีไม่พ้นการถูกคัดออกอยู่ดี

บทแรกมีชื่อตอนว่า เมืองแห่งซากุระ แค่ชื่อยังไม่ได้บอกอะไรมากนัก

ภูมิหลังของเรื่องถูกอธิบายสั้นๆ เพียงไม่กี่ประโยค

ตัวเอกชายต้องย้ายโรงเรียนบ่อยครั้งตามหน้าที่การงานของคุณพ่อ และต้องย้ายจากนากาโน่มายังโตเกียวในช่วงที่เรียนอยู่ชั้นประถมปีที่สาม

เมื่อเห็นอายุของตัวเอก รินะก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว อายุเท่านี้มันจะไม่เด็กเกินไปหน่อยหรือ?

อย่างไรก็ตาม รินะยังไม่ได้พูดอะไรออกมา เพราะเรื่องราวมันเพิ่งจะเริ่มต้น บางทีอาจจะเป็นพล็อตแนวเพื่อนสมัยเด็กก็เป็นได้

มันดูเป็นจุดเริ่มต้นที่ค่อนข้างธรรมดา เพียงแต่เริ่มเล่าตั้งแต่อายุยังน้อย

คำบรรยายที่ผสมผสานไปกับภาพวิวทิวทัศน์ที่ดูเบาบางช่วยเผยให้เห็นถึงความอ้างว้างภายในใจของ โทโนะ ทากากิ

การเยียวยาจิตวิญญาณอย่างนั้นหรือ...?

รินะจับประเด็นนี้ได้อย่างรวดเร็วและเข้าใจมันอย่างแจ่มแจ้ง เพราะการที่ต้องย้ายโรงเรียนบ่อยๆ ตามพ่อจนผิดจังหวะ ทำให้เขายากที่จะหาเพื่อนคุยด้วยได้ และถึงจะหาเพื่อนได้ ในไม่ช้าก็ต้องจากลันไปอยู่ดี

สำหรับเด็กคนหนึ่งแล้ว ความรู้สึกนี้มันดูหนักอึ้งเกินไป

ปลายนิ้วเรียวของรินะวางแตะอยู่ที่ขอบหน้ากระดาษ แม้ว่าหมึกที่ใช้จะแห้งสนิทจนไม่เลอะมือได้ง่ายๆ แต่เธอก็ยังระมัดระวังอย่างยิ่งเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับผลงาน

หน้าแรกจบลงด้วยการปรากฏตัวของเพื่อนร่วมชั้นคนใหม่ที่ย้ายมาในอีกหนึ่งปีต่อมา เธอชื่อ ชิโนฮาระ อาคาริ คาซามะใช้ทักษะการวาดอันยอดเยี่ยมของเขารังสรรค์ภาพเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่ดูน่ารักมากออกมา

ถูกต้องแล้ว ฝีมือระดับคาซามะควรจะนำมาใช้ในทางนี้ หากเขารู้ตัวเร็วกว่านี้สักนิด บางทีนางาซากิ เคนโตะ คงไม่หาเรื่องบีบบังคับเขาแบบนี้

แต่แน่นอนว่าคาซามะในตอนนี้อาจจะยังไม่รู้ตัว รินะยังจำได้แม่นว่าคำว่า "การพรากจากกัน" คือส่วนหนึ่งของพล็อตที่คาซามะเคยบอกไว้

ซึ่งมันคือคำต้องห้ามที่สุดในตลาดการ์ตูนรักสมัยนี้

ทว่า... หลังจากอ่านหน้าแรกจบ รินะกลับรู้สึกสนใจจนอยากจะอ่านต่อ แม้จะรู้ว่าในตอนจบอาจจะต้องพบกับความเศร้า แต่เธอก็อยากรู้นักว่าคาซามะจะถ่ายทอดมันออกมาในรูปแบบใด

นิ้วชี้ของเธอค่อยๆ พลิกกระดาษต้นฉบับหน้าแรกขึ้นอย่างแผ่วเบา

จบบทที่ บทที่ 5 คืนเดียวห้าสิบสามหน้า? ล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย?

คัดลอกลิงก์แล้ว