- หน้าแรก
- วันสิ้นโลกกับระบบกาชาปอง
- EP.15 : แขนที่เปล่งแสงสีดำ
EP.15 : แขนที่เปล่งแสงสีดำ
EP.15 : แขนที่เปล่งแสงสีดำ
นักศึกษากลุ่มนั้นยืนอึ้งและใช้เวลาอยู่หลายวินาทีกว่าจะตั้งสติได้
"ผ... ผมไม่ทันสังเกตครับ..."
หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงละอายใจ เขารู้สึกผิดอย่างเห็นได้ชัดที่เย่จงหมิงอุตส่าห์ช่วยชีวิตเขาไว้ แต่เขากลับช่วยเหลืออะไรตอบแทนไม่ได้เลย
เย่จงหมิงหันไปมองคนอื่นๆ แต่ทุกคนต่างพากันส่ายหน้า พวกเขาบอกว่าเห็นแสงนั่นก็จริง แต่ด้วยความตื่นตระหนกจึงไม่ได้สังเกตว่ามันตกลงไปที่ตรงไหน
ข้างนอกนั่น... ที่ชั้นล่างและในลานกว้างเต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดที่จ้องจะกินพวกเขา มองไปทางไหนก็เห็นแต่เลือดและซากศพ สติของพวกเขาแทบจะแตกสลายอยู่รอมร่อ สิ่งเดียวที่พวกเขาหวังคือจะมีใครสักคนมาช่วยพาออกไป ไม่ใช่มาถามหาแสงประหลาดๆ อะไรนั่น
เย่จงหมิงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ดูเหมือนเขาคงต้องออกไปตามหามันด้วยตัวเอง โชคยังดีที่นี่คือโรงเรียนเก่าของเขา แม้พื้นที่จะกว้างขวางแต่เขาก็คุ้นเคยกับมันดี เขาแค่ต้องใช้เวลาสักหน่อยในการค้นหา แต่ก็ต้องแข่งกับเวลาเพราะคนอื่นอาจจะเจอมันก่อน
แต่มันก็ไม่มีทางเลือกอื่น ในเมื่อวันสิ้นโลกเริ่มขึ้นแล้ว ก็เท่ากับว่าเขาต้องใช้ชีวิตอยู่ในนรกขุมนี้ การจะรอดไปได้ไม่ได้ใช้แค่ความแข็งแกร่ง แต่ต้องอาศัยดวงด้วย
"ผมคิดว่า... อาจารย์ปาร์คน่าจะเห็นนะครับ"
ชายหนุ่มที่สวมเสื้อผ้าแบรนด์เนมและใส่แว่นตากรอบทองเอ่ยขึ้น คำพูดนั้นทำให้ดวงตาของเย่จงหมิงเป็นประกายขึ้นมาทันที
"อาจารย์ปาร์คคือใคร?"
เมื่อได้ยินคนถือดาบเปื้อนเลือดถาม ชายหนุ่มคนนั้นก็รีบตอบ "อาจารย์ที่ปรึกษาของพวกเราเองครับ เธอติดอยู่กับพวกเราในห้องเรียน ตอนนี้เธอก็น่าจะยังอยู่ที่นั่น"
เขาชี้มือกลับไปยังห้องเรียนที่พวกเขาเพิ่งหนีออกมา
งั้นแสดงว่าอาจารย์คนนั้นยังติดอยู่ในห้องเรียนสินะ
จะช่วยหรือไม่ช่วยดี?
เมื่อมองไปที่ลานกว้างที่มีซอมบี้เกือบร้อยตัว เย่จงหมิงก็ขมวดคิ้วแน่น
เขามั่นใจว่าฆ่าพวกมันได้ แต่เขาไม่การันตีว่าจะไม่บาดเจ็บเลย ก่อนที่จะได้รับภูมิคุ้มกัน การบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยก็มีค่าเท่ากับความตาย
ถ้าคิดตามหลักเหตุผล เขาไม่ควรเสี่ยง แต่ 'กุญแจแดนลับ' นั้นดึงดูดใจเกินไป เขากลัวว่าคนอื่นจะชิงตัดหน้าไปเสียก่อน
เขาชั่งน้ำหนักผลดีผลเสียในใจ ก่อนจะตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
ช่วย!
ต่อให้เสี่ยง เขาก็จะไม่ยอมทิ้งความหวังที่จะได้กุญแจดอกนั้น แดนลับมีค่ามากพอให้เสี่ยงชีวิต
"เห็นตึกสามชั้นตรงนั้นไหม?" เย่จงหมิงชี้ไปยังกลุ่มอาคารเก่าๆ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ 'อาคารกองพันนักศึกษา' ประจำโรงเรียน และยังมีห้องเก็บของอยู่ที่นั่นด้วย ปกติแล้วที่นั่นจะคึกคักเฉพาะช่วงที่มีการฝึกนักศึกษาวิชาทหาร แต่ในเวลาปกติแทบจะไม่มีคนอยู่เลย
"ไปซ่อนตัวที่นั่นซะ"
เมื่อได้ยินเย่จงหมิงสั่ง หญิงสาวผมยาวก็เริ่มร้อนรน เธออายุไม่มากแต่ก็ผ่านโลกสังคมภายนอกมาระดับหนึ่ง เธออาจจะกลัวแต่สติยังครบถ้วนดี เมื่อเทียบกับผู้ชายคนนี้แล้ว นักศึกษาพวกนี้มันก็แค่พวกไก่อ่อน วิ่งก็สะดุด แถมความอึดยังน้อยกว่าเธอเสียอีก จะให้เธอไปกับพวกนี้เหรอ? ตลกตายล่ะ! ความปลอดภัยในชีวิตเธอคงลดฮวบแน่ๆ
"คุณทิ้งฉันไม่ได้นะ"
เธอร้อนใจจนเผลอจะเอื้อมมือไปดึงแขนเย่จงหมิง แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาที่วาวโรจน์คู่นั้น เธอก็รีบชักมือกลับด้วยความหวาดเกรงต่อผู้มีพระคุณ
แต่เธอก็ยังชูกิ่งไม้กลายพันธุ์ในมือขึ้น "ฉันยังต้องถือไอ้นี่ให้คุณอยู่นะ"
"นั่นมัน... เหลียงชูยินไม่ใช่เหรอ?" นักศึกษาคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาเมื่อจำใบหน้าสวยๆ นั่นได้
เมื่อคนอื่นได้ยินชื่อ ต่างก็พากันนึกออก สาวสวยที่กำลังอ้อนวอนคนนี้คือเทพธิดาของเหล่าโอตาคุอย่างพวกเขา! นักร้องยอดนิยม นางแบบชื่อดัง และพรีเซนเตอร์เกมออนไลน์ คนดังที่มีแฟนคลับนับล้าน!
แม้จะเผชิญกับอันตรายและฝูงซอมบี้ แต่โอกาสที่จะได้เจอตัวจริงแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ สำหรับพวกเขาที่วันๆ เอาแต่ใช้มือถือและโน้ตบุ๊กดูคลิปเธอพลางใช้มืออีกข้างทำภารกิจส่วนตัว นักศึกษาพวกนี้ต่างพากันตื่นเต้นจนลืมตาย อะดรีนาลีนสูบฉีดพล่าน
เหลียงชูยินกลอกตามองบนอย่างเหนื่อยหน่าย เธอไม่สนพวกนักศึกษาที่หมดเงินไปกับค่าทิชชู่เพราะเธอพวกนี้หรอก สายตาของเธอจับจ้องไปที่เย่จงหมิงเพียงคนเดียว
กิ่งไม้นั่นเป็นอาวุธที่ดี และเย่จงหมิงก็เสียดายที่จะทิ้งมันไปเฉยๆ เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสั่งเสียงเข้ม "ไปรอที่นั่น หลังจากเสร็จธุระ ฉันจะพาพวกเธอทั้งหมดไปที่ปลอดภัย"
พูดจบ เขาก็มองตำแหน่งของฝูงซอมบี้ ก่อนจะออกวิ่งไปอีกทางพร้อมกับเคาะขวานส่งเสียงดังเพื่อล่อพวกมันให้ตามไป
"แล้วถ้าที่นั่นมีซอมบี้ล่ะครับ?" นักศึกษาแว่นกรอบทองตะโกนถามไล่หลังด้วยความกังวล
แม้ตึกนั้นจะมีคนน้อย แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์
"งั้นก็ฆ่าตัวตายซะ ไม่งั้นพวกแกก็ไม่มีสิทธิ์รอดในวันสิ้นโลกหรอก"
คำตอบที่ลอยตามลมมาทำให้นักศึกษาและเหลียงชูยินยืนนิ่งอึ้งพูดไม่ออก
......................................................................................................
ซอมบี้กลุ่มใหญ่ถูกล่อออกไป เย่จงหมิงอาศัยความได้เปรียบของผู้วิวัฒนาการ 1 ดาว วิ่งอ้อมไปด้านหลังตึกและปีนขึ้นไปตามท่อระบายน้ำ เรื่องแค่นี้ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาเลย
เมื่อปีนขึ้นมาถึงชั้น 4 เขาก็กระโดดเข้าไปทางหน้าต่าง
ที่ชั้นล่าง ฝูงซอมบี้ที่ตามมาได้แต่วิ่งวนไปวนมาอย่างงุนงงว่าทำไมกลิ่นอาหารที่พวกมันตามมาถึงหายไป
โชคดีที่หน้าต่างบานนั้นเปิดอยู่ เย่จงหมิงม้วนตัวเข้าไปข้างใน
บนผนังเต็มไปด้วยคราบเลือด และบนพื้นสะอาดๆ ก็มีรอยลากเป็นทางยาว ทุกอย่างบ่งบอกว่ามีเรื่องสยองขวัญเกิดขึ้นที่นี่
เขาก้าวข้ามแขนที่ขาดกระจุยกระจาย และสังเกตเห็นว่าซอมบี้ทั้งหมดในทางเดินกำลังออกันอยู่ที่หน้าห้องห้องหนึ่ง จำนวนไม่เยอะมากแต่นับคร่าวๆ ก็น่าจะเกินสิบตัว พวกมันกำลังรุมข่วนประตูอย่างบ้าคลั่ง
เย่จงหมิงยังไม่บุกเข้าไปทันที เขาคว้าเก้าอี้แถวนั้นมาวางขวางทางไว้ แล้วผิวปากดังก้องเพื่อยั่วยุสัตว์ร้ายกระหายเลือดพวกนั้น
เมื่อเห็นพวกมันดาหน้าเข้ามา เย่จงหมิงก็ถีบเก้าอี้ไถลไปที่เท้าของพวกมัน ทำให้บางตัวสะดุดล้มและขัดขาตัวอื่นจนชะลอความเร็วลง จากสิบกว่าตัวที่รุมเข้ามาพร้อมกันจึงกลายเป็นทยอยเข้ามาเป็นระลอก ซึ่งทำให้เขารับมือได้ง่ายขึ้นมาก
ผู้วิวัฒนาการ 1 ดาวสามารถฆ่าซอมบี้ 1 ดาวได้สบายๆ ยิ่งเมื่อรวมกับทักษะและประสบการณ์ที่อัดแน่นอยู่ในร่างของเย่จงหมิง เพียงแค่พริบตาเดียว ซอมบี้กว่าครึ่งก็ลงไปนอนกองกับพื้น
ทว่าในขณะที่เป้าหมายกำลังจะสำเร็จ อุบัติเหตุก็เกิดขึ้น
ในจังหวะที่เย่จงหมิงแทงดาบเข้าไปในหัวของซอมบี้ตัวหนึ่ง เงาทะมึนสายหนึ่งก็พุ่งวูบเข้าใส่! ความเร็วของมันทัดเทียมกับเย่จงหมิงที่เพิ่งวิวัฒนาการจนน่าตกใจ กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงปะทะจมูก พร้อมกับที่เขาเห็นแขนข้างหนึ่งที่กำลังเปล่งแสงสีดำทมิฬพุ่งเข้ามา!