- หน้าแรก
- วันสิ้นโลกกับระบบกาชาปอง
- EP.11 : ความประมาท
EP.11 : ความประมาท
EP.11 : ความประมาท
เมื่อแสงสีทองพุ่งทะลวงผ่านชั้นบรรยากาศและเปลี่ยนโลกที่แสนสวยงามให้กลายเป็นขุมนรก มันไม่ได้นำพามาเพียงไวรัสมรณะที่ก่อให้เกิดการกลายพันธุ์เท่านั้น แต่มันยังมาพร้อมกับการเข่นฆ่าที่ไร้ความปรานี บีบคั้นให้มนุษย์ต้องก้าวสู่เส้นทางการวิวัฒนาการรูปแบบใหม่และฝากความหวังไว้กับการเสี่ยงโชคผ่านระบบกาชาปองวันสิ้นโลก
ความหวังเหล่านั้นรวมถึงเรื่องราวของ 'แดนลับ' ในตำนาน
ใช่แล้ว... มันคือตำนาน นั่นก็เพราะในชาติที่แล้ว เย่จงหมิงเพียงแค่เคยได้ยินเรื่องราวของมันแต่ไม่เคยได้เห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง
กุญแจแดนลับและพื้นที่แดนลับที่มันเป็นตัวแทน คือสิ่งที่ยอดฝีมือเพียงไม่กี่คนบนโลกเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ครอบครอง
ตลอดสิบปีในวันสิ้นโลก เย่จงหมิงซึ่งเป็นเพียงนักรบวิวัฒนาการระดับ 6 ดาวทำได้แค่รับฟังเรื่องเล่าของมัน โดยไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเข้าไปเฉียดใกล้
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความยิ่งใหญ่ของตำนานนี้ลดน้อยลง เรื่องราวของมันถูกหยิบยกมาพูดถึงครั้งแล้วครั้งเล่าจนสลักลึกอยู่ในความทรงจำของเขา
เขาจำได้ว่าคนที่เคยสัมผัสกับมันเคยกล่าวไว้ว่า แดนลับและดันเจี้ยนนั้นคือสิ่งที่ตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง ดันเจี้ยนคือตัวแทนของอันตราย ความตาย และความสยดสยอง ในขณะที่แดนลับคือตัวแทนของความหวังและชีวิต
จากคำบอกเล่าของคนผู้นั้น เย่จงหมิงจึงได้รู้ถึงลักษณะการปรากฏของกุญแจแดนลับ นั่นคือมันจะมาพร้อมกับแสงสีทองที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า
ไม่มีใครรู้ว่าแดนลับเหล่านี้มีจำนวนเท่าใด แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ กุญแจจะร่วงหล่นลงสู่ทุกมุมโลกภายในวันนี้ เหมือนกับดอกหนึ่งที่เพิ่งร่วงหล่นสู่พื้นดินไม่ไกลจากเขานัก
เมื่อเผชิญหน้ากับกาชาปองวันสิ้นโลก เย่จงหมิงยังพอจะรักษาความสุขุมไว้ได้ แต่กุญแจแดนลับกลับทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความระทึก
แดนลับคือหนึ่งในสิ่งล้ำค่าที่สุดในวันสิ้นโลก! ข้างในนั้นเราจะได้รับไอเทมและผลประโยชน์ที่แข็งแกร่งจนเกินจินตนาการ สำหรับคนที่ใช้ชีวิตในนรกมานานถึงสิบปีอย่างเย่จงหมิง แรงดึงดูดของมันนั้นรุนแรงจนถึงขั้นยอมตายถวายหัว
เขาตัดสินใจละทิ้งการตามล่าซอมบี้เลเวล 1 แล้วมุ่งหน้าไปชิงกุญแจนั่นทันที
วันสิ้นโลกเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง ด้วยพละกำลังของผู้วิวัฒนาการ 1 ดาวที่มีอยู่ตอนนี้ เขาย่อมมีโอกาสสูงยิ่งที่จะชิงมันมาไว้ในกำมือ
เมื่อกะระยะทางดูแล้ว เขาพบว่ามันตกลงไปในเขตโรงเรียนของเขานั่นเอง
เย่จงหมิงนึกถึงจำนวนซอมบี้ที่นั่นแล้วก็เริ่มจะปวดหัว เขตโรงเรียนไม่เหมือนกับย่านที่พักอาศัย ที่นั่นไม่ได้มีคนน้อยลงเพียงเพราะเป็นเวลาทำงาน แต่มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีนักศึกษานับหมื่นคนใช้ชีวิตและเรียนอยู่ข้างใน เมื่อรวมคนที่กลายพันธุ์และติดเชื้อเข้าด้วยกัน ที่นั่นน่าจะมีซอมบี้เกือบหมื่นตัว มันเป็นสถานที่ที่อันตรายยิ่งกว่าติงเฉิงอพาร์ตเมนต์หลายเท่าตัวนัก
แต่ความเสี่ยงสูงย่อมมาพร้อมกับผลตอบแทนที่สูงยิ่งกว่า นั่นคือกฎเหล็กที่ทุกคนในวันสิ้นโลกต้องเผชิญ และเย่จงหมิงก็คุ้นชินกับมันมานานแล้ว
เขากระชับดาบในมือแน่น ก่อนจะพุ่งตัวขึ้นไปยังชั้นสองอย่างรวดเร็ว เนื่องจากบริเวณนี้ไม่มีสิ่งกีดขวาง เขาจึงกระโดดลงสู่สนามหญ้าหลังตึกทันที
แต่เขาเพิ่งจะวิ่งไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าตามมาจากทางด้านหลัง หญิงสาวผู้นั้นวิ่งตามเขามานั่นเอง
เมื่อเห็นเย่จงหมิงเหลียวหลังมามอง เธอไม่สนแม้แต่ความเจ็บปวดจากการล้มกระแทกพื้น รีบวิ่งมาขนาบข้างเขาแล้วอ้อนวอนอย่างน่าเวทนา
"อย่า... อย่าทิ้งฉันไปเลยนะคะ"
ในวันสิ้นโลก ยังมีผู้หญิงบางคนที่แข็งแกร่งอย่างมู่ซินเฟย เธอคือผู้วิวัฒนาการ 9 ดาวที่แข็งแกร่งที่สุดกลุ่มหนึ่ง หรืออย่างไห่ว่างซิงที่เป็นผู้หญิงเช่นกัน แม้เธอจะเป็นยอดฝีมือ 8 ดาว แต่เธอก็สามารถควบคุมอสูรทะเลจนยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกได้ นอกจากนี้ยังมีเย่หลิงหลาน เธอทั้งแข็งแกร่งและมีสติปัญญาที่เฉียบแหลมในการควบคุมกองทัพที่เกรียงไกร ชื่อเสียงของเธอเลื่องลือไปทั่ววงการผู้วิวัฒนาการ
แต่นั่นก็เป็นเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้น ด้วยสรีระร่างกายที่แตกต่าง ทำให้พวกเธอตกเป็นรองมาตั้งแต่ต้นและมันก็เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ในวันสิ้นโลกพวกเธอมักจะเป็นเพียงผู้ช่วยของผู้ชาย ไร้ซึ่งศักดิ์ศรีหรือสถานะใดๆ ส่วนใหญ่มีชีวิตที่น่าสลด ต้องใช้รูปร่างหน้าตาและร่างกายเข้าแลกเพื่ออาหารและน้ำ บางคนมองพวกเธอเป็นเพียงเครื่องมือผลิตทายาทและไม่มีประโยชน์อื่นใดมากกว่านั้น
ตลอดสิบปีในวันสิ้นโลก เย่จงหมิงเองก็ได้รับอิทธิพลจากความคิดเหล่านั้นไม่น้อย หากไม่ใช่ยอดฝีมือระดับตำนานอย่างมู่ซินเฟยแล้ว เขามักจะมองผู้หญิงคนอื่นเป็นเพียงภาระ พวกเธอให้ได้เพียงอันตรายและปัญหา ไม่ใช่ความช่วยเหลือ
ภายใต้ชุดความคิดเช่นนั้น ทัศนคติของเขาที่มีต่อพวกเธอจึงไม่ค่อยดีนัก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ใช่คนที่มองข้ามคุณค่าของชีวิต เขาจะไม่ฆ่าเธอเพียงเพราะเธอกำลังทำให้เขาตกอยู่ในอันตราย เขาชี้ดาบไปที่เธอแล้วกล่าวอย่างจริงจัง
"เธอจะตามมาก็ได้ แต่ฉันไม่รับรองความปลอดภัยของเธอหรอกนะ ถ้าเธอส่งเสียงแม้แต่นิดเดียว ฉันจะฆ่าเธอทิ้งโดยไม่ลังเล"
หญิงสาวรีบพยักหน้าทันที ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเธอเห็นคนมากมายหนีตายหรือพยายามสู้กลับ แต่สุดท้ายทุกคนก็ตายเรียบ มีเพียงผู้ชายคนนี้เท่านั้นที่ฆ่าสัตว์ประหลาดพวกนั้นได้ง่ายดายเหมือนปอกกล้วย ถ้าไม่ตามเขาเพื่อเอาชีวิตรอดแล้วจะให้เธอไปตามใคร? เขาแค่สั่งให้เธอเงียบ ต่อให้เขาสั่งให้เธอไปซักผ้าหรือนวดตัวให้ เธอก็พร้อมจะทำทุกอย่าง
หลังจากยืนยันจุดหมายได้แล้ว เย่จงหมิงก็มุ่งหน้าไปยังโรงเรียนของเขา กำแพงโรงเรียนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้น
เขาอาศัยความมืดมิดของค่ำคืนเริ่มต้นการเดินทางแห่งการเข่นฆ่า เขาชะลอความเร็วลงเพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจ เมื่อเจอซอมบี้ที่อยู่ตัวเดียว เขาจะลอบเข้าโจมตีเพื่อขุดเอาคริสตัลออกมา แต่ถ้าเจอฝูงขนาดใหญ่ เขาก็เลือกที่จะเดินอ้อมไปทางอื่น
เมื่อมาถึงริมเขตติงเฉิงอพาร์ตเมนต์ เขาก็ได้คริสตัลอสูรเพิ่มมาอีก 11 ก้อน
เย่จงหมิงเหลียวหลังกลับไปมองพลางคิดว่าสลัดผู้หญิงคนนั้นหลุดไปแล้ว เนื่องจากพละกำลังและสมรรถภาพของผู้วิวัฒนาการ 1 ดาวนั้นทิ้งห่างคนธรรมดาไปไกลโข แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกแปลกใจคือ แม้เธอจะดูเหนื่อยหอบเจียนตายแต่เธอก็ยังตามเขามาทันและอยู่ห่างออกไปเพียง 50 เมตรเท่านั้น
นั่นทำให้เย่จงหมิงรู้สึกทึ่งเล็กน้อย
แม้ระยะทางจะไม่ไกลนัก แต่การพยายามตามเขาให้ทันคือบททดสอบความอึดและความพยายามอย่างหนัก ผู้หญิงที่ดูบอบบางคนนี้กลับทำมันได้สำเร็จ
เธอคงเป็นคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำและมีสภาพจิตใจที่ค่อนข้างดี ถ้าเป็นพวกคุณหนูเอาแต่ใจ คงถูกกินไปตั้งนานแล้ว
อย่างไรก็ตาม เย่จงหมิงแค่รู้สึกประหลาดใจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในวันสิ้นโลกพวกคนระดับหัวกะทิยังต้องตายกันเป็นเบือ สิ่งที่เธอแสดงออกมาตอนนี้แค่เหนือกว่าคนปกตินิดหน่อย โอกาสที่จะมีชีวิตรอดต่อไปได้นั้นก็ยังไม่ได้มีมากนัก
เขามองไปยังลานกว้างของโรงเรียนแล้วอดไม่ได้ที่จะนึกถึงไป๋สือสือ เธอควรจะอยู่กับฉินจวิน พ่อแม่ของฉินจวินรวยและควรจะได้รับการคุ้มครองในทันที
หลังจากสลัดความคิดเหล่านั้นทิ้งไป เย่จงหมิงก็กระโดดข้ามกำแพงและลงสู่พื้นทันที ที่นี่คือทางเดินที่ว่างเปล่าหลังโรงอาหารซึ่งปกติจะใช้เป็นที่กองขยะเศษอาหาร
แต่ก่อนที่เท้าของเขาจะทันได้แตะพื้น เขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างพุ่งเข้าใส่เขาอย่างจัง หัวใจของเขาดิ่งวูบและรู้ได้ทันทีว่าเขาประมาทเกินไปเสียแล้ว