เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP.10 : กุญแจแดนลับ

EP.10 : กุญแจแดนลับ

EP.10 : กุญแจแดนลับ


เสียงกรีดร้องนั้นทำเอาเย่จงหมิงเกือบจะสบถคำหยาบออกมา

มันดังเกินไป ดังขนาดที่ว่ามู่ซินเฟยที่เก็บตัวอยู่ในห้องใต้ดินก็น่าจะได้ยินชัดเจน ในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยซอมบี้ที่ไวต่อเสียง การแหกปากขนาดนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการตะโกนเรียกยมทูตให้มารับวิญญาณ

แม้เย่จงหมิงจะตั้งใจออกมาล่าซอมบี้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะอยากรับมือพวกมันพร้อมกันทั้งกองทัพ อย่าว่าแต่เรื่องพละกำลังที่มีจำกัดของผู้วิวัฒนาการ 1 ดาวเลย เขายังไม่มีภูมิคุ้มกันเชื้อไวรัสด้วยซ้ำ ซึ่งนั่นทำให้เขาต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษในการปะทะ

ลองคิดดูสิ ยอดฝีมือผู้กลับชาติมาเกิด แต่ดันมาพลาดท่าตายตั้งแต่วันแรกเพราะความประมาท มันคงเป็นเรื่องน่าอับอายที่สุดในประวัติศาสตร์แน่ๆ

ดังนั้น เย่จงหมิงจึงไม่สนใจเสียงนั้นหรือเจ้าของเสียงเลยแม้แต่นิดเดียว เขาเพียงแค่กลิ้งตัวหลบเข้าไปในพงหญ้าข้างทาง ก่อนจะกระโดดข้ามพุ่มไม้ที่สูงเท่าเอวเพื่อข้ามไปยังอีกฝั่งของทางเดิน หวังจะอาศัยความมืดสลัดหลุดจากความวุ่นวาย

"ช่วยด้วย!"

เสียงผู้หญิงดังขึ้นอีกครั้ง คงจะเป็นคนเดียวกันกับที่กรีดร้องเมื่อกี้

สิบปีในนรกบนดินได้หล่อหลอมหัวใจของเย่จงหมิงให้เย็นชาและแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า เขาไม่รู้สึกสงสารหรือเห็นใจเมื่อได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือนั้น เขากวาดตามองไปรอบๆ และเห็นฝูงซอมบี้กำลังกรูกันไปทางต้นเสียง เย่จงหมิงจึงเลือกเส้นทางที่มีซอมบี้น้อยที่สุดแล้วมุ่งหน้าไปเงียบๆ

แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงคือ เจ้าของเสียงนั่นกลับมีความพยายามเป็นเลิศ เธอตะโกนไล่หลังเขามาว่า "รอด้วย! ช่วยฉันด้วย! อย่าหนีนะ!" พร้อมกับวิ่งตามเขามาติดๆ ราวกับรู้ว่าเขาคือฟางเส้นสุดท้าย

ถ้าเป็นที่โล่งกว้าง เย่จงหมิงคงใช้ความเร็วสลัดยัยนี่หลุดไปนานแล้ว แต่ที่นี่คือเขตอพาร์ตเมนต์ที่มีทางเดินซับซ้อนและพื้นที่จำกัด บวกกับยัยบ้านั่นวิ่งแบบไม่สนอุปสรรคเพราะความกลัวตาย แม้ระยะห่างจะเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ได้ทิ้งห่างมากพอที่จะสลัดหลุด

ผลก็คือ ยัยตัวซวยนั่นลากเอาฝูงซอมบี้ทั้งโขยงตามมาด้วย! จากการประเมินคร่าวๆ น่าจะมีสัก 60-70 ตัว!

ต่อให้พวกมันยืนเฉยๆ ให้เขาฟันคอทีละตัว ยังต้องใช้เวลาตั้งนานกว่าจะหมด แถมเขายังต้องระวังไม่ให้โดนข่วนแม้แต่แผลเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่เสี่ยงเกินไปในสถานการณ์ที่ถูกรุมล้อมแบบนี้

บัดซบเอ๊ย! เย่จงหมิงรู้ดีว่าขืนปล่อยไว้แบบนี้ เขาได้ตายอยู่ที่นี่แน่ๆ เขาแจกของลับในใจชุดใหญ่ก่อนจะตัดสินใจหันหลังกลับ

เขาวิ่งสวนกลับไปหาเจ้าของเสียงนั่น ภาพที่เห็นคือหญิงสาวผมเผ้ายุ่งเหยิงในชุดแฟชั่นราคาแพงที่ตอนนี้ขาดวิ่นไปหมด ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยคราบน้ำตาและความหวาดกลัว

"ถ้าอยากรอดก็หุบปากซะ!"

กับคนที่เกือบจะพาเขาไปตาย เย่จงหมิงไม่มีความปรานีให้ ฝ่ามือที่อัดแน่นด้วยพละกำลังของผู้วิวัฒนาการ 1 ดาวฟาดลงไปที่แก้มเธอฉาดใหญ่

เพี๊ยะ!

แรงกระแทกนั้นมากพอจะทำให้สมองเธอขาวโพลนและลืมวิธีส่งเสียงไปชั่วขณะ เย่จงหมิงไม่รอให้เธอได้สติ กระชากแขนเธอลากไปอีกทางทันที

โชคยังดีที่พวกซอมบี้ยังเป็นแค่เลเวล 1 และเคลื่อนไหวไม่เร็วนัก เย่จงหมิงที่วิวัฒนาการแล้วจึงสามารถลากผู้หญิงผอมบางคนนี้วิ่งหนีได้สบายๆ ไม่นานนักพวกเขาก็ทิ้งฝูงซอมบี้ไว้ข้างหลัง และพุ่งเข้าไปหลบในตึกแห่งหนึ่งที่ประตูทางเข้ายังเปิดอ้าอยู่

หลังจากปิดประตูรั้วเหล็กดัดแน่นหนา เย่จงหมิงมองออกไปข้างนอก ฝูงซอมบี้ส่วนใหญ่ตามมาไม่ทัน แต่ก็ยังมีพวกที่อยู่ใกล้เคียงเดินป้วนเปี้ยนอยู่ราว 20 ตัว ดูทรงแล้วพวกมันคงไม่ไปไหนง่ายๆ

"ขะ... ขอบคุณค่ะ"

หญิงสาวเอ่ยขึ้นเสียงสั่น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าน้ำเสียงของเธอไพเราะมาก เมื่อปลอดภัยแล้ว เย่จงหมิงถึงได้มีโอกาสพิจารณาเธอชัดๆ หญิงสาวคนนี้จัดว่าสวยจัด ผิวขาวเนียนละเอียดราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ เพียงแต่ตอนนี้ดวงตาคู่สวยนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แถมแก้มข้างหนึ่งยังบวมเป่งและมีเลือดซึมที่มุมปาก

แม้เขาจะยั้งแรงไว้แล้ว แต่แรงตบของผู้วิวัฒนาการ 1 ดาวก็ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

"ฉันแค่ไม่อยากซวยตายไปพร้อมกับเธอ"

เย่จงหมิงตอบกลับอย่างเย็นชา กระชับมีดในมือแน่นแล้วเริ่มเดินสำรวจ หูของเขาที่เฉียบคมขึ้นจากการวิวัฒนาการได้ยินเสียงเคี้ยว กรุบๆ ดังแว่วมาจากทางบันได

ผู้หญิงคนนี้ยังเป็นแค่คนธรรมดา เธอจึงไม่ได้ยินเสียงมรณะนั้น เมื่อเห็นเย่จงหมิงเดินไป เธอจึงรีบเดินตามเกาะติดแจ การต้องมีคนแปลกหน้ามาเดินตามต้อยๆ แบบนี้ทำให้เย่จงหมิงหงุดหงิดไม่น้อย

เขาหันกลับไปจ้องตาเธอแล้วเตือนเสียงเข้ม "จะตามมาก็ได้ แต่ห้ามส่งเสียงเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นฉันจะเชือดเธอทิ้งตรงนี้แหละ"

หญิงสาวสะดุ้งเฮือกกับคำขู่ที่แผ่ออกมาจากแววตาอำมหิตคู่นั้น เธอรีบพยักหน้ารัวๆ อย่างว่าง่าย

หลังจากได้เห็นเพื่อนมนุษย์กลายร่างเป็นซอมบี้ เห็นเลือดสดๆ และซากศพแขนขาขาดกระจุยกระจาย สาวสวยระดับนางฟ้าที่ใครๆ ต่างรุมล้อมเอาใจคนนี้ก็เรียนรู้ที่จะหุบปากและกลายเป็นเด็กดีในทันที

เย่จงหมิงเดินไปที่ทางเข้าโถงบันได มองผ่านกระจกเข้าไปเห็นขาคู่หนึ่งกำลังขยับไปมา บนพื้นมีกองเลือดขนาดใหญ่ที่เริ่มแข็งตัวและเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ

เขาผลักประตูเข้าไป อาจเพราะนี่เป็นคอนโดหรู บานพับประตูจึงได้รับการดูแลอย่างดี ไม่มีเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดให้กวนใจ เย่จงหมิงแทรกตัวเข้าไปและเห็นซอมบี้ในชุดสูทตัวหนึ่งกำลังนั่งคุกเข่าก้มหน้าก้มตากินศพอยู่อย่างตะกละตะกลาม มือทั้งสองข้างของมันเป็นสีม่วงคล้ำเพราะเปื้อนเลือด

เย่จงหมิงไม่รีรอ กระโดดพุ่งเข้าไปตวัดมีดตัดหัวมันจนขาดกระเด็น หญิงสาวที่ตามมาเกือบจะกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ แต่พอเจอกับสายตาพิฆาตของเย่จงหมิง เธอก็รีบเอามือตะปบปากตัวเองกลืนเสียงลงคอไปแทบไม่ทัน

เย่จงหมิงแค่นเสียงในลำคออย่างไม่พอใจ เขาเมินเฉยต่อเธอแล้วก้มลงขุดคริสตัลอสูรออกมา จากนั้นเขาก็สังเกตศพที่ถูกกิน

สิ่งที่เขาเห็นทำให้คิ้วเขากระตุก

กะโหลกศีรษะของศพมีรูโหว่ขนาดใหญ่ สมองหายไปเกลี้ยงราวกับถูกคว้านออก... นี่คือสาเหตุที่ศพนี้ไม่กลายร่างเป็นซอมบี้

เย่จงหมิงขมวดคิ้วแน่น

โดยปกติแล้ว ซอมบี้ที่ยังไม่วิวัฒนาการจะกระหายเลือดและเนื้อสดๆ เมื่อเทียบกับกะโหลกแข็งๆ ที่เปิดยาก พวกมันชอบที่จะคว้านท้องกินเครื่องในนุ่มๆ มากกว่า การที่กะโหลกถูกเปิดออกอย่างประณีตราวกับใช้ที่เปิดกระป๋องแบบนี้... ซอมบี้เลเวล 1 ไม่มีปัญญาทำแน่

ฝีมือใคร? ซอมบี้วิวัฒนาการ? หรือสัตว์กลายพันธุ์?

ไม่ว่าจะเป็นอย่างไหน มันก็หมายความว่ามี "นักล่า" ที่เหนือชั้นกว่าป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้

เย่จงหมิงเริ่มสลัดความคิดที่ว่าจะสามารถพัฒนาตัวเองได้เรื่อยๆ สบายๆ ทิ้งไป โลกใบนี้ไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น อันตรายระดับสูงเริ่มปรากฏตัวเร็วกว่าที่คิด

หลังจากลุกขึ้นยืน เย่จงหมิงเหลือบไปเห็นตู้เก็บอุปกรณ์ดับเพลิงที่ผนัง เขาเปิดมันออกและหยิบขวานดับเพลิงออกมา แม้มีดของเขาจะคุณภาพดี แต่หลังจากผ่านศึกหนักและโดนกรดของตัวเรือดกัดกร่อน มันก็เริ่มบิ่นและเสียหาย เขาจำเป็นต้องหาอาวุธสำรองที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงกว่าเดิม

เขามองขึ้นไปด้านบน ได้ยินเสียงคำรามต่ำๆ ของซอมบี้แต่ยังไม่เห็นตัว เย่จงหมิงตัดสินใจว่าจะเคลียร์พื้นที่ตรงนี้ให้ปลอดภัยก่อนค่อยวางแผนขั้นต่อไป

ทันใดนั้น หน้าต่างด้านหลังก็สว่างวาบ

เย่จงหมิงหันขวับไปมอง เห็นลำแสงสีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่งพุ่งตกลงมาจากฟากฟ้าราวกับดาวตก มันแหวกว่ายผ่านความมืดมิดก่อนจะร่อนลงสู่พื้นดินไม่ไกลนัก

เมื่อเห็นแสงสีขาวนั้น หัวใจของเย่จงหมิงก็เต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง

เขาจำแสงนั้นได้แม่นยำ มันไม่ใช่แค่แสงธรรมดา แต่มันคือบัตรเชิญสู่ 'ขุมทรัพย์' ที่แม้แต่ยอดฝีมือในชาติก่อนยังต้องแย่งชิงกันแทบตาย

มันคือ... กุญแจแดนลับ (Secret Realm Key)!

จบบทที่ EP.10 : กุญแจแดนลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว