เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 - เปิดฉากการต่อสู้

บทที่ 20 - เปิดฉากการต่อสู้

บทที่ 20 - เปิดฉากการต่อสู้


บทที่ 20 - เปิดฉากการต่อสู้

คุยกันเพลินๆ ก็มาถึงห้องหมายเลข 28 บลาทท์ไขกุญแจเปิดประตู ทุกคนเดินสำรวจรอบหนึ่ง สีหน้าพอใจ

ห้องกว้างสามสิบกว่าตารางเมตร ค่อนข้างสะอาด กลิ่นไม่อับ มีเตียงใหญ่สองเตียง โต๊ะเก้าอี้ครบ มุมห้องมีห้องน้ำ ไม่มีชักโครก แต่มีก๊อกน้ำกับท่อระบายน้ำ ตักน้ำราดได้

อันเธอร์พยักหน้า ค่อนข้างพอใจ

เทียบกับความปลอดภัยและสภาพห้องแล้ว 5 เหรียญเงินถือว่าไม่แพงเลย

เขาเดินเข้าห้องน้ำ เจอเศษกระจกแตกแผ่นเล็กๆ เงาสะท้อนในกระจกเผยให้เห็นใบหน้าที่มีเสน่ห์ ผมสีชาเทาประกายเงิน ผิวหนังมีเกล็ดมังกรจางๆ เหลือบแสงโลหะ

'นี่ฉันเหรอ?' เดินทางมาตลอดเพิ่งจะได้เห็นหน้าตัวเองชัดๆ

'มิน่าแลนด์ถึงจำไม่ได้ มีเค้าโครงเดิมอยู่บ้าง แต่เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย'

รูปร่างสูงโปร่ง สมส่วน ใบหน้าคมเข้มแต่ดูละมุน ให้ความรู้สึกเป็นกันเองอย่างบอกไม่ถูก ดวงตาสีดำลุ่มลึกดูลึกลับ มีแรงดึงดูดประดุจเวทมนตร์

คำว่า "เสน่ห์" ถูกทำให้เห็นเป็นรูปธรรมก็คราวนี้แหละ!

อันเธอร์แอบทึ่ง 'ค่าเสน่ห์ส่งผลขนาดนี้เชียว'

หลงตัวเองอยู่พักหนึ่ง เขาก็กลับออกมา

บลาทท์กำลังนับของสงครามที่ได้จากการ "ข่มขู่" เมื่อกี้ นี่เป็นผลงานแรกหลังตั้งทีม

เสื้อเกราะโซ่สภาพดีหนึ่งตัว เสื้อคลุมหนึ่งตัว อัญมณีเกรดต่ำสามเม็ด เหรียญทอง 37 เหรียญ เหรียญเงิน 41 เหรียญ และเหรียญทองแดงอีกร้อยกว่าเหรียญ

"น้อยไปหน่อยนะ" เขาไม่ค่อยพอใจ

"แค่นี้ก็ดีถมไปแล้ว" อันเธอร์แย้ง ภัยพิบัติกะทันหัน เอาชีวิตรอดมาได้ก็บุญโข จะมีสักกี่คนที่ขนสมบัติออกมาได้หมด

"นายเก็บเงิน" บลาทท์หน้าจริงจัง "ในเมื่อเราเป็นทีมเดียวกันแล้ว ก็ต้องมีกฎ จะแบ่งของตามอารมณ์ไม่ได้"

"นายว่าไง?" อันเธอร์ไม่ค่อยรู้ธรรมเนียม ร่างเดิมก็ไม่เคยมีประสบการณ์

ฟินน์ขยับเข้ามาใกล้ ตั้งใจฟัง เขาอยู่แต่ในป่า จะไปรู้เรื่องพวกนี้ได้ไง

บลาทท์ครุ่นคิด "กฎของแต่ละทีมไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย..."

โดยทั่วไปการแบ่งของจะดูจากผลงาน มันสมอง ประสบการณ์ พลังต่อสู้ และประโยชน์ต่อทีม จอมเวทย์ที่รู้เวทมนตร์เยอะและแก้ปัญหาได้หลากหลายมักจะไม่ค่อยเข้าร่วมทีมผจญภัย แต่ถ้าเข้ามักจะได้สิทธิพิเศษ เพราะพวกเขามีวิธีแก้ปัญหาเยอะมาก

ปรึกษากันอยู่นาน สุดท้ายตกลงกันว่าหัวหน้าทีมอย่างอันเธอร์จะได้ครึ่งหนึ่ง ที่เหลือบลาทท์กับฟินน์แบ่งกัน ค่าใช้จ่ายในการผจญภัยทีมออกให้

ของที่ได้จากการผจญภัยและการต่อสู้จริงจะต้องปรับตามผลงานของแต่ละคนอีกที

อันเธอร์ดึงเสื้อเกราะโซ่กับเสื้อคลุมมา ชี้ไม้เท้าไป ร่ายคาถาสั้นๆ คราบเลือดและสิ่งสกปรกบนชุดก็หายวับไป เหมือนใหม่เอี่ยม

นี่คือเวทย์ปาหี่ มายากลพื้นฐาน (Prestidigitation) ใช้สร้างเอฟเฟกต์ภาพเสียง จุดไฟ ทำความสะอาด ทำให้สกปรก สร้างตราเวทมนตร์ หรือสร้างของเล็กๆ น้อยๆ ได้ ผลไม่รุนแรงแต่ใช้งานได้จริง

"เสื้อเกราะกับเสื้อคลุมให้นาย คิดราคาแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของตลาด ตีไป... 40 เหรียญทองแล้วกัน แปะโป้งไว้ก่อน มีเงินค่อยมาจ่ายส่วนต่าง เงินที่เหลือเอาไปซื้อเสบียง ยังไม่แบ่ง ว่าไง?" อันเธอร์เสนอ

"ตกลง..." ทั้งสองเห็นด้วย นี่เป็นวิธีปกติ

หัวใจของการแบ่งของคือ "ตกลงกันก่อนทุกคน" และ "เคลียร์ทันทีหลังจบงาน" ถ้าไม่ชัดเจนเดี๋ยวมีปัญหาทีหลัง

แบ่งของเสร็จ อันเธอร์ทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ผ่อนคลายร่างกาย ความเหนื่อยล้าก็ถาโถมเข้ามา ศึกที่หัวสะพานเมื่อกี้กินแรงไปเยอะจริงๆ

"พักสักชั่วโมง"

"ได้..."

อันเธอร์เปิดดูหน้าต่างสถานะ พลังเวทย์เหลือไม่ถึงครึ่ง ค่าประสบการณ์ 827/900 อีกนิดเดียวก็จะอัพเลเวลแล้ว

'ช่วงแรกๆ นี่อัพไวดีจริง'

เขาหลับตาลง เข้าสู่สมาธิ —— บอกว่าพักชั่วโมงเดียว แต่ผ่านไปเกือบสองชั่วโมงกว่าจะตื่นกัน การต่อสู้ก่อนหน้านี้สั้นๆ แต่กินพลังงานมหาศาล

อันเธอร์นวดขมับ รู้สึกว่าพลังเวทย์รอบตัวปั่นป่วนกว่าเดิม

หลังจากมี 「การควบคุมพลังเวทย์」 เขาไวต่อการเปลี่ยนแปลงของพลังเวทย์มาก มั่นใจว่าไม่ได้คิดไปเอง

'เฮ้อ แปลกแฮะ'

หยิบนาฬิกาพกออกมาดู เพิ่งจะสี่โมงกว่า แต่ข้างนอกมืดตึ๊ดตื๋อเหมือนตอนเย็น

"อบอ้าวแบบนี้ ฝนน่าจะตก"

พูดไม่ทันขาดคำ แสงขาววาบผ่านหน้าต่าง เสียงฟ้าร้องครืนครางเหนือหัว

บลาทท์เงียบไปครู่หนึ่ง ถอนหายใจ "ไม่รู้จะมีคนตายอีกเท่าไหร่"

คนหลายหมื่นอัดกันอยู่ในเมืองที่รองรับคนได้แค่ไม่กี่พัน ไม่มีกินไม่มีที่นอน พอพายุมา คนอ่อนแอจะทนไหวได้ยังไง

อันเธอร์เข้าใจความรู้สึก ชาติก่อนตอนเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ แค่ดูคลิปเขาก็น้ำตาไหล ถึงปกติจะปากดีในเน็ต แต่พอเห็นเพื่อนร่วมชาติประสบภัย จะไม่ให้สะเทือนใจได้ไง

แต่ที่นี่คือต่างโลก แม้จะมีความทรงจำของร่างเดิม แต่เขาก็ยากจะมองคนอื่นเป็นเพื่อนร่วมชาติ ยิ่งบัลเดอร์สเกตมีหลายเผ่าพันธุ์ปนกัน ไม่ใช่แค่มนุษย์ ยังมีฮาล์ฟเอลฟ์ คนแคระ ฮาล์ฟลิง ดราก้อนบอร์น...

เขาสลัดความคิดทิ้ง "ไปซื้อของกันเถอะ จะได้เอาของพวกนี้ไปขายด้วย"

เขาเตะห่อผ้าเบาๆ ข้างในมีแต่อาวุธหนักๆ บลาทท์แบกมาตลอดทางคงเหนื่อยแย่ รู้งี้ยืมรถเข็นจากนักบวชชรามาก็ดี

"ไปๆ เผื่อเจอของดี" บลาทท์ตื่นเต้นขึ้นมาทันที

ไม่ได้พูดเล่น อันเธอร์เคยคุยกับเขาเรื่องนี้ โครงข่ายเวทมนตร์ปั่นป่วน ภัยพิบัติมาเยือน พวกจอมเวทย์ที่รวยที่สุดเสียพลังไปเกือบหมด ไม่ว่าจะจำยอมหรือเต็มใจ ของดีๆ ในมือก็น่าจะหลุดออกมาบ้าง

"เอาของมีค่าไปด้วยนะ ในห้องไม่ปลอดภัย" บลาทท์เตือน "ไอ้ที่บอกว่าของหายจ่ายคืนน่ะฟังหูไว้หูเถอะ จับขโมยได้ถึงจะจ่าย จับไม่ได้ก็อด แต่คนทั่วไปคงไม่กล้ามาขโมยของที่นี่หรอก"

"เข้าใจแล้ว"

ล็อคประตูเสร็จ ขนของลงมาข้างล่าง พอเหยียบเข้าโถงกิลด์ เสียงสัญญาณเตือนภัยแสบแก้วหูก็ดังสนั่นไปครึ่งเมือง

"สู้กันแล้ว! สู้กันแล้ว! พวกใต้พิภพบุกป้อมปราการเฟลมิ่งฟิสต์แล้ว..."

โถงใหญ่โกลาหลทันที นักผจญภัยพากันวิ่งออกไปข้างนอก

อันเธอร์ขมวดคิ้ว รู้สึกทะแม่งๆ ทางเหนือโล่งสะดวก ทำไมคนแคระสีเทาต้องมาชนตออย่างป้อมปราการเฟลมิ่งฟิสต์ด้วย

ออกมาหน้าตึก ถนนแน่นขนัด ตรงนี้อยู่ไม่ไกลจากสะพานเวิร์มครอสซิ่ง แต่อยู่ใต้ป้อมปราการสูงชัน มองไม่เห็นสถานการณ์ทางเหนือเลย

"ให้สัตว์คู่หูนายไปดูหน่อย" อันเธอร์ตบแขนฟินน์

"อืม"

ฟินน์สายตาเหม่อลอย รีบเชื่อมต่อจิตกับเหยี่ยวสีเทา สั่งให้บินไปดูลาดเลา

อาชีพย่อยบีสต์มาสเตอร์ของเรนเจอร์สามารถเรียกสัตว์ป่าบรรพกาลออกมาได้ จะเป็นสัตว์บก สัตว์น้ำ หรือสัตว์ปีกก็ได้ สัตว์พวกนี้มีตราประทับของพลังบรรพกาล แข็งแกร่งกว่าสัตว์ธรรมดา

ถ้าตายก็ชุบชีวิตได้ หรือจะเรียกตัวใหม่ก็ได้

เหยี่ยวสีเทาของฟินน์บินได้และมองเห็นในที่มืด เหมาะกับการลาดตระเวนมาก แต่ปกติต้องบินสูงๆ ไม่งั้นอาจโดนพวกสติรจ์สอยร่วง

"ในเมือง บนสะพาน เต็มไปด้วยพวกใต้พิภพ เป็นพัน อาจจะถึงหมื่น ไม่มีเครื่องจักรตีเมือง การต่อสู้ไม่รุนแรง..." ฟินน์รายงานตะกุกตะกัก น้ำเสียงตื่นตระหนก

"ขึ้นมาเร็วขนาดนี้เชียว?" อันเธอร์ใจหาย ดินแดนใต้พิภพเชื่อมกับโลกมนุษย์ก็จริง แต่การจะขนคนขึ้นมาเยอะขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย

"นายบอกว่าใต้ดินกันดารไม่ใช่เหรอ แล้วเอาอะไรมาเลี้ยงสิ่งมีชีวิตตั้งเยอะแยะ?" บลาทท์สงสัย

"ใต้ดินชั้นบนยังพอไหว มีแม่น้ำใต้ดิน เห็ด มอส และสัตว์ต่างๆ" สีหน้าอันเธอร์เปลี่ยนไปมา "แต่จำนวนขนาดนี้มันเยอะเกินไปจริงๆ ยกเว้นว่า... จะเตรียมการมานานแล้ว"

"ตรงเขื่อนแม่น้ำชิออนทาร์แตกถูกอุดแล้ว มีพวกใต้พิภพเฝ้าอยู่" ฟินน์เสริม

"กะไว้แล้ว"

แม่น้ำชิออนทาร์ไหลลงทะเล ต่อให้ใต้ดินมีโครงสร้างซับซ้อนหลายชั้นก็รับน้ำไม่ไหว ขืนปล่อยให้ไหลต่อ เมืองคนแคระสีเทาคงถล่มเละเทะ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 20 - เปิดฉากการต่อสู้

คัดลอกลิงก์แล้ว