- หน้าแรก
- เมื่อโครงข่ายเวทย์ล่มสลาย มีแค่ผมคนเดียวที่ร่ายเวทย์ได้
- บทที่ 19 - ดาบหมาป่า
บทที่ 19 - ดาบหมาป่า
บทที่ 19 - ดาบหมาป่า
บทที่ 19 - ดาบหมาป่า
"พวกเราไปได้แล้วใช่ไหม?" บิลหัวโล้นหัวเราะแห้งๆ
"รู้จักยืดหยุ่นดีนี่ เสียดายตาไม่ถึง" อันเธอร์พูดเรียบๆ
"ท่านพูดถูกครับ" บิลหัวโล้นปั้นหน้ายิ้ม แต่ในใจก่นด่าเละเทะ: 'พวกแกไม่ส่องกระจกดูตัวเองหน่อยเรอะ ตัวมอมแมมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง คนหลังเหมือนคนป่า คนหน้าเหมือนกรรมกร อาวุธก็เก่าคร่ำครึ สามคนรวมกันยังหาเกราะดีๆ ไม่ได้สักตัว...'
อันเธอร์ไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายคิดอะไร เขารู้สึกดีกับตัวเองจะตาย
"ฉันมีเรื่องจะถาม เห็นพวกลูกศิษย์จากหอคอยเวทมนตร์ฟาเบียนบ้างไหม? พวกที่หนีมาจากเขตแบรมป์ตันเหมือนกันน่ะ"
"เอ่อ" บิลหัวโล้นนึกอยู่สองสามวิ ก็ส่ายหัว "ไม่คุ้นเลยครับ"
"แล้วไปฟังมาจากไหนว่าจอมเวทย์ร่ายเวทย์ไม่ได้?" กล้ามาแหยมกับจอมเวทย์แบบนี้ ต้องมีที่มาที่ไปแน่
"เขาลือกันให้แซ่ดครับ มีลัทธิหนึ่งกำลังรับคน บอกว่าโลกกำลังเปลี่ยน พายุสีน้ำเงินที่จะกวาดล้างทุกสิ่งกำลังจะมา แค่เข้าร่วมกับพวกเขาจะได้รับพรในตำนานที่เรียกว่า 'รอยแผลศักดิ์สิทธิ์' แล้วก็จะใช้พลังเวทย์อะไรสักอย่างได้..."
"ลัทธิเพลิงสีน้ำเงิน?"
"น่าจะชื่อนั้นแหละครับ"
"พวกแกไปได้แล้ว หวังว่าจะไม่เจอกันอีกนะ"
"ไม่กล้าครับ ไม่กล้า..."
อันเธอร์กวาดสายตามองรอบๆ คนแถวนั้นรีบหลบสายตาเขาเป็นแถว
"ไปกันเถอะ ไปกิลด์นักผจญภัย"
ทั้งสามรีบเดินจากไป เริ่มมีคนสังเกตเห็นแล้ว ขืนอยู่นานจะงานเข้า
สีหน้าบลาทท์ไม่ค่อยดี ถ้าเมื่อกี้เขาไม่ใจอ่อนจนอีกฝ่ายนึกว่าเคี้ยวง่าย เรื่องคงไม่เกิด
"ไม่ใช่ความผิดนาย" อันเธอร์ก้าวมายืนข้างหลังเขา "จมูกคนบางพวกไวยิ่งกว่าหมา เราแบกของมาเยอะขนาดนี้ ยังไงก็ต้องมีเรื่อง ถือโอกาสเชือดไก่ให้ลิงดูไปเลย"
"อืม" บลาทท์รับคำ
ตอนนี้มีทีมแล้ว เขาต้องคิดเผื่อคนอื่นด้วย
"ลัทธิเพลิงสีน้ำเงินคืออะไร?" เขาเปลี่ยนเรื่อง
"ลัทธิมารที่เคยรุ่งเรืองตอนวิกฤตการณ์เวทมนตร์ แต่พอเทพีแห่งเวทมนตร์กลับมาก็หายสาบสูญไปแล้ว น่าจะเป็นพวกฉวยโอกาสเอาชื่อมาแอบอ้างหากินมากกว่า" อันเธอร์อธิบายสั้นๆ
"อ้อ" บลาทท์ยิ้มแปลกๆ "ไม่นึกเลยว่าวันหนึ่งจอมเวทย์จะกลายเป็นลูกพลับนิ่มให้คนอื่นบีบเล่น"
อันเธอร์หัวเราะหึๆ ไม่พูดอะไร
จอมเวทย์ผู้สูงส่ง เคยเป็นสัญลักษณ์ของชนชั้นสูงและความร่ำรวย พอตกต่ำลง ใครๆ ก็อยากจะเหยียบซ้ำ
แต่เขารู้ว่ามันก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น วงการจอมเวทย์ไม่เคยขาดแคลนอัจฉริยะอยู่แล้ว —— ริฟวิงตันไม่ใช่เขตใหญ่ ถนนสายหลักทอดตัวจากสะพานเวิร์มครอสซิ่งลงใต้ผ่ากลางเขตเมือง เชื่อมต่อกับถนนเลียบชายฝั่งนอกเมือง
ถนนสายนี้เป็นย่านการค้าที่รุ่งเรืองที่สุดของริฟวิงตัน หรือที่เรียกว่าถนนกลาง สองข้างทางเต็มไปด้วยตึกสูงใหญ่โอ่อ่า มีคนลาดตระเวนตลอดเวลา ความปลอดภัยและความสะอาดดีกว่าที่อื่นมาก
บลาทท์นำทางพาพวกเขามาหยุดหน้าตึกหินสีเทาขาวที่เป็นแลนด์มาร์คทางฝั่งตะวันออกของถนนกลาง
ตึกหินสูงห้าชั้น กินพื้นที่นับพันตารางเมตร มีลานหลังบ้าน และถัดไปเป็นโกดังขนาดมหึมา
"ฉันเคยมาที่นี่" อันเธอร์นึกขึ้นได้
เขาเป็นคนพื้นที่ รู้จักที่นี่แต่ไม่เคยเข้าไป เพราะพวกนักผจญภัยพกอาวุธดูน่ากลัว
"นี่คือสาขาของกิลด์ผู้พิทักษ์ สำนักงานใหญ่อยู่ที่เขตไฮทาวเวอร์ เป็นหนึ่งในกิลด์นักผจญภัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในเฟรูน..." บลาทท์อธิบาย
โลกทอริลกว้างใหญ่ไพศาล กิลด์ส่วนใหญ่เป็นแค่องค์กรท้องถิ่น ต่อให้เป็นกิลด์ที่แข็งแกร่งที่สุดก็ครอบคลุมทวีปเฟรูนไม่ได้ แค่เรื่องการสื่อสารก็เป็นปัญหาใหญ่แล้ว
บัลเดอร์สเกตมีกิลด์นักผจญภัยหลายแห่ง กิลด์ผู้พิทักษ์เป็นแห่งที่ใหญ่ที่สุด มีสาขากระจายอยู่ตามชายฝั่งดาบหลายสิบแห่ง ครอบคลุมพื้นที่รอบบัลเดอร์สเกตนับพันกิโลเมตร ติดอันดับท็อปเท็นของกิลด์นักผจญภัยทั้งหมด ถือว่ามีอิทธิพลมากทีเดียว
เหมือนกิลด์นักผจญภัยทั่วไป ธุรกิจหลักของกิลด์ผู้พิทักษ์คือการรับภารกิจ ไม่ว่าจะเป็นการผจญภัย สำรวจ คุ้มกัน จัดหาของ นอกจากนี้ยังมีการซื้อขายข่าวสาร ขายอุปกรณ์และวัตถุดิบ ที่พัก อาหาร การรักษา และการฝึกทักษะ
สรุปง่ายๆ มันก็คือองค์กรบริการนักผจญภัยที่แสวงหาผลกำไรนั่นแหละ
"คนเยอะจัง" ฟินน์มองฝูงคนที่เดินขวักไขว่ หน้าตากลับมาเกร็งเหมือนเดิม สมกับเป็นหนุ่มขี้อาย
อันเธอร์ตบไหล่บลาทท์ "ตาคุณโชว์ฝีมือแล้ว"
"ไป ดูข่าวล่าสุดก่อน" บลาทท์ก้าวขึ้นบันได ตรงดิ่งเข้าโถงใหญ่ อันเธอร์กับฟินน์รีบตามไป
โถงชั้นล่างสูงโปร่งเท่าตึกสองชั้น ผนังสามด้านเต็มไปด้วยประกาศภารกิจ แบ่งเป็นห้าโซนตามสี
ด้านที่ตรงกับประตูทางเข้ามีเคาน์เตอร์เรียงราย ให้บริการนักผจญภัยโดยเฉพาะ
บลาทท์กวาดสายตามอง ความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นมา แววตาฉายแววคิดถึง
เขาพาทั้งสองคนตรงไปที่บอร์ดประกาศกลางโถง "ตรงนี้เป็นโซนประกาศข่าว ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลเปิดเผย อ่านคร่าวๆ ได้ว่าช่วงนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง..."
อันเธอร์ไล่ดู พบว่าเป็นเหตุการณ์สำคัญรอบๆ บัลเดอร์สเกต เรียงตามเวลา ข่าวเด่นในรอบสามปีมีหมด แต่เนื้อหาสั้นกุด
"พอๆ กับหนังสือพิมพ์บัลเดอร์สเกตเลยแฮะ" เขาบ่น
"ฮ่าๆ ก็ลอกมาจากหนังสือพิมพ์นั่นแหละ" บลาทท์หัวเราะร่า "ข่าวที่มีค่าจริงๆ ใครเขาจะให้ดูฟรี"
อันเธอร์มุมปากกระตุก ไม่นึกว่าจะมักง่ายขนาดนี้ ไม่รู้ว่าจ่ายค่าลิขสิทธิ์หรือเปล่า
เขาไล่ดูตามวันที่ จนเจอประกาศล่าสุด
【ปีแห่งการบุกเบิกหุบเขา 1699 เดือนแห่งกระแสน้ำฤดูร้อน โครงข่ายเวทมนตร์ปั่นป่วน ก่อให้เกิดภัยพิบัติต่อเนื่อง เขตเมืองบัลเดอร์สเกตถล่ม เชื่อมต่อกับดินแดนใต้พิภพ...】
【คนแคระสีเทาบุกบัลเดอร์สเกต เฟลมิ่งฟิสต์พ่ายยับ...】
"ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย" เขาผิดหวังเล็กน้อย
เขาอยากรู้ปฏิกิริยาของฝ่ายต่างๆ ในพันธมิตรลอร์ดมากกว่า มีใครส่งความช่วยเหลือมาไหม? ที่อื่นในเฟรูนมีภัยพิบัติอะไรอีกหรือเปล่า มีพายุแถบสีฟ้าเหมือนเปลวเพลิงไหม?
โลกนี้ข่าวสารล่าช้าเกินไป รู้แค่เรื่องรอบตัว ที่อื่นเหมือนอยู่ในม่านหมอก ต้องอาศัยข่าวลือ ซึ่งทำให้เขาอึดอัดมาก
"ซื้อข่าวได้นะ แต่แพง" บลาทท์ยิ้ม "ไปเถอะ หาที่พักกันก่อน"
"ตกลง"
เขาพาเพื่อนไปที่โซนเคาน์เตอร์ทิศเหนือ เดินเลียบระเบียงเข้าไปในโถงเล็กอีกห้อง บนผนังมีธงปักอยู่ เขียนว่า "บ้านนักผจญภัย"
ในโถงเล็กมีเคาน์เตอร์ ฮาล์ฟลิงคนหนึ่งนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ กำลังเล่นลูกเต๋าในมือ
บลาทท์ล้วงตราสัญลักษณ์รูปโล่สีเงินออกมาวางบนเคาน์เตอร์ "ขอห้องใหญ่ห้องนึง"
ฮาล์ฟลิงเงยหน้ามองพวกเขาทีหนึ่ง หยิบตราขึ้นมาจดบันทึก "ดาบหมาป่า รหัส 0071-02-05-237529 นักผจญภัยระดับกลาง ห้องใหญ่หนึ่งห้อง คืนละ 5 เหรียญเงิน มีแค่ห้องกับน้ำ พักกี่วัน?"
"วันเดียวก่อน" บลาทท์เมินสายตาแปลกๆ ของอันเธอร์ ล้วงถุงเงินใบใหญ่ออกมาจากห่อผ้า นับเหรียญทองแดง 60 เหรียญวางบนเคาน์เตอร์
เห็นแต่เหรียญทองแดง ฮาล์ฟลิงทำหน้าไม่พอใจ หมอบลงกับเคาน์เตอร์ ยื่นมือที่มีขนดกออกมานับอยู่นาน พอเห็นว่าเกินมา 10 เหรียญ ก็ยิ้มแก้มปริทันที
"ครบจ้ะ ครบ..."
เขาพึมพำพลางโกย 10 เหรียญลงกระเป๋าตัวเอง แล้วกวาดที่เหลือลงลิ้นชัก คว้ากุญแจดอกหนึ่งโยนให้บลาทท์
"มาได้จังหวะพอดี เหลือสองห้องสุดท้าย ห้อง 28 ชั้นสาม ทิศใต้ สะอาด มีห้องน้ำ พักได้เลย ของหายเราจ่ายคืน"
"ขอบใจมาก" บลาทท์รับตราคืน กวักมือเรียกอันเธอร์กับฟินน์ แล้วเดินขึ้นบันไดมุมห้อง
อันเธอร์เงียบมาตลอด ปล่อยบลาทท์จัดการ
พอขึ้นมาถึงชั้นสาม ทางเดินปลอดคน เขาอดถามไม่ได้ "ดาบหมาป่า? มีฉายานี้ด้วยเหรอ?"
เมื่อกี้ตอนได้ยินชื่อแทบหลุดขำ ถ้าไม่ได้ข้ามมิติมาคงนึกว่าบลาทท์เป็นแฟนคลับนักร้องเพื่อชีวิต
บลาทท์หัวเราะแห้งๆ "มีสิ เพราะตาสีเขียว ตอนเด็กๆ เขี้ยวแหลม เพื่อนๆ เลยบอกว่าเหมือนหมาป่าคาบดาบ ก็เลย... ฮ่าๆ..."
"ฮ่าๆ..." อันเธอร์ยิ้มตาม เขี้ยวบลาทท์ก็เด่นจริงแหละ "ที่นี่ยังมีห้องว่างแฮะ นึกว่าจะเต็มไปแล้วซะอีก"
"กิลด์นักผจญภัยให้บริการที่พักและอาหารเฉพาะนักผจญภัยระดับกลางขึ้นไป หนึ่งคนเปิดได้หนึ่งห้อง แต่พาคนอื่นมาด้วยได้สองคน" บลาทท์อธิบาย
"อืม ถ้าไม่มีเกณฑ์คัดคน ป่านนี้คงไม่มีที่ให้เราซุกหัวนอน" อันเธอร์แอบดีใจ "แล้วนักผจญภัยแบ่งระดับยังไง?"
"นักผจญภัยกับทีมแบ่งเป็นระดับ 1-5" บลาทท์ตอบ "แต่คนนิยมเรียกว่า ระดับต้น ระดับกลาง ระดับสูง ปรมาจารย์ และตำนาน มากกว่า
บางกิลด์ก็เรียกตามวัสดุที่ใช้ทำตราสัญลักษณ์ เช่น ทองแดง เงิน ทองคำ แพลตตินัม มิธริล..."
[จบแล้ว]