- หน้าแรก
- กลุ่มแชทของข้ารวมนางเอกดราม่าจากนิยายน้ำเน่า
- บทที่ 90 การเตรียมการก่อนวันสิ้นโลก
บทที่ 90 การเตรียมการก่อนวันสิ้นโลก
บทที่ 90 การเตรียมการก่อนวันสิ้นโลก
“ฐานที่มั่นแห่งนี้ไม่จำเป็นต้องใหญ่โตนัก เสบียงอาหารทั้งหมดสามารถเก็บไว้ในมิติเก็บของของฉันได้ แต่ในด้านอื่นๆ จำเป็นต้องทำให้สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ”
“ระบบรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวต้องรัดกุมถึงขีดสุด ต้องรับประกันได้ว่าคนนอกจะไม่มีทางบุกรุกเข้ามาได้ ระบบรักษาอุณหภูมิ, ระบบระบายอากาศ, กล้องวงจรปิด, และส่วนประกอบอื่นๆ ต้องจัดการให้ดีที่สุด, นอกเหนือจากนี้ ยังมีส่วนที่สำคัญที่สุดอีกอย่าง...”
หลินเสี่ยวใช้น้ำเสียงหนักแน่นเด็ดขาดดุจคำประกาศิต
“ฐานที่มั่นจะต้องตั้งอยู่ในอพาร์ตเมนต์แห่งนี้!”
ฉู่ลู่ทำท่าจะเอ่ยปากแย้ง แต่ถูกหลินเสี่ยวขัดจังหวะเสียก่อน
“ฉันรู้ ไม่ว่าจะมองในแง่ไหน ย่อมไม่ใช่ทางเลือกที่ดี… แต่พวกมันทั้งหมดอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ตึกนี้ หากฉันไม่ตั้งฐานที่มั่นไว้ที่นี่ แผนการล้างแค้นในภายหลังก็คงเปิดฉากขึ้นไม่ได้”
“โอเค... แต่ทำไมพวกมันถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ? พวกมันเป็นคนรวยกันไม่ใช่เหรอ?” ฉู่ลู่ถามด้วยความสงสัย
“ฉันก็ไม่รู้” หลินเสี่ยวส่ายหน้า
“พวกมันน่าจะแค่บังเอิญติดอยู่ที่นี่, ชาติที่แล้วหลังวันสิ้นโลกมาเยือน ฉันกับพวกมันไม่ได้ข้องเกี่ยวกันมากนัก เลยไม่รู้สถานการณ์ที่แน่ชัด”
“เอาเป็นว่าเรื่องการเตรียมสร้างฐานที่มั่น ฉันคงต้องไหว้วานให้นายช่วยจัดการ” หลินเสี่ยวกล่าวเสริม
“ขืนให้ฉันเป็นคนออกหน้า ยัยแม่ผัวตัวแสบกับน้องสะใภ้ตัวดีจะต้องหาเรื่องขัดขวางสารพัดแน่นอน”
“ได้สิ ไม่มีปัญหา” ฉู่ลู่พยักหน้ารับปากแต่โดยดี
อย่างไรเสียภารกิจหลักก็คือการช่วยหลินเสี่ยวให้ทำแผนแก้แค้นสำเร็จ แม้แผนการนี้จะดูยุ่งยากซับซ้อนไปบ้าง แต่อย่างน้อยก็ไม่ชวนให้เส้นเลือดในสมองแตก จึงไม่มีเหตุผลอะไรให้ปฏิเสธ
หลังจากที่ทั้งสองตกลงกันได้… ก็เริ่มลงมือทันที
อันดับแรกคือต้องหาเงิน เพราะหากไร้เงินตรา… ย่อมไม่อาจบันดาลสิ่งใดตามใจนึกได้
หลินเสี่ยวรวบรวมเงินเก็บทั้งหมดที่มีในบ้านออกมา จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปธนาคารเพื่อนำบ้านทั้งหมดไปจำนองกู้เงิน, ต่อด้วยการหาเงินก้อนโตมาจากช่องทางสีเทาที่ไม่ปกตินัก
ที่เหนือความคาดหมายคือหลินเสี่ยวรู้จักคนในวงการมืดไม่น้อย การดำเนินการจึงราบรื่นเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อรวบรวมเงินได้เพียงพอ… พวกเขาก็ตรงไปหาบริษัทรักษาความปลอดภัยที่มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบสถานที่หลบภัย (Safe House)
ในโลกความเป็นจริงจะมีบริษัทแบบนี้หรือไม่… ฉู่ลู่เองก็ไม่แน่ใจ, แต่ในนิยายวันสิ้นโลกพล็อตตลาดแบบนี้ โดยปกติมักจะมีบริษัทเช่นนี้ดำรงอยู่เสมอ
พวกเขาหาบริษัทรักษาความปลอดภัยระดับแนวหน้าเจอได้อย่างง่ายดาย ได้เข้าพบผู้จัดการแผนก, ปรึกษาเนื้องาน, เซ็นสัญญา, และชำระเงินอย่างรวดเร็ว
หลังจากจัดการเรื่องสำคัญที่สุดเสร็จสิ้น เวลาก็ล่วงเลยไปไม่น้อย… ประกอบกับเรื่องที่ต้องทำต่อจากนี้ไม่จำเป็นต้องทำพร้อมกัน ทั้งสองจึงแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน
ฉู่ลู่แยกตัวไปรวบรวมเสบียงต่อ พลางครุ่นคิดว่าในยุควันสิ้นโลกยังต้องการสิ่งใดอีกบ้าง ส่วนหลินเสี่ยวไปจ่ายตลาดซื้อกับข้าว แล้วก็เดินทางกลับบ้าน
ระหว่างทางกลับ หลินเสี่ยวรู้สึกตื่นเต้นเลือดลมสูบฉีดอย่างที่ไม่ได้รู้สึกมานาน แม้ใบหน้าของนางจะเรียบเฉยไร้อารมณ์ แต่ฝีเท้ากลับเบาสบายเป็นพิเศษ
เมื่อกลับถึงบ้าน… นางผลักประตูเข้าไปก็พบแม่สามีและน้องสะใภ้นั่งรออยู่บนโซฟาในห้องรับแขก
อีกฝ่ายได้ยินเสียงเปิดประตูก็หันขวับมา มองนางด้วยสีหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึก
ใบหน้าของหลินเสี่ยวแข็งค้างไปวูบหนึ่ง ก่อนจะรีบฝืนยิ้มตามความเคยชินแล้วเอ่ยว่า
“คุณแม่กลับมาแล้วเหรอคะ? รอแป๊บนึงนะ เดี๋ยวฉันจะรีบไปทำกับข้าวให้เดี๋ยวนี้แหละ”
“พี่สะใภ้ วางของลงก่อน” น้องสะใภ้เอ่ยเสียงเรียบ
“พวกเรามีเรื่องจะคุยกับพี่”
หลินเสี่ยวใจคอไม่ดี ร่างกายเกร็งทื่อขึ้นมากระทันหัน
นางวางของไว้ด้านข้าง เดินไปนั่งลงตรงข้ามคนทั้งสองแล้วถามหยั่งเชิง
“มีอะไรหรือเปล่า?”
“พี่สะใภ้ เพื่อนบ้านมาบอกพวกเราว่าเห็นพี่เดินออกมาจากห้องพร้อมกับผู้ชายคนอื่น”
หัวใจของหลินเสี่ยวเต้นรัวเร็วขึ้นทันที สีหน้าฉายแวววิตกกังวลอย่างปิดไม่มิด นางกำลังจะอ้าปากแก้ต่าง ก็ได้ยินน้องสะใภ้พูดสวนขึ้นมาว่า
“พี่สะใภ้… พี่ทำแบบนี้มันดูน่าเกลียดเกินไปแล้วนะ ถึงพี่ชายฉันจะนอกใจก่อน แต่พี่ก็ไม่ควรจะทำตัวเสื่อมเสียด้วยการคบชู้แบบนี้”
หลินเสี่ยวอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะเพิ่งได้สติว่าอีกฝ่ายกำลังเข้าใจผิด
นางลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก จึงเอ่ยปากอธิบาย
“พวกเธอเข้าใจผิดแล้ว นั่นเป็นญาติห่างๆ ของฉัน เขามาทำงานผ่านมาแถวนี้ ก็เลยแวะคุยกันครู่เดียวเท่านั้น”
แม่สามีได้ยินดังนั้นก็แค่นหัวเราะเยาะ ทำสีหน้าประมาณว่าเป็นพวกมารยาจิ้งจอกกันทั้งนั้น จะมาเล่นละครตบตาใครแถวนี้
“พวกที่แอบคบชู้ก็พูดแก้ตัวแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ” นางประชด
ทว่าน้องสะใภ้กลับโบกมือห้ามปราม
“ไม่หรอกแม่ หนูคิดว่าพี่สะใภ้ไม่ได้โกหก, พี่ชายหมดความสนใจในตัวนางไปนานแล้ว… ถ้านางกล้ามีชู้จริง คงต้องโดนไล่ออกจากบ้านแน่ นางไม่กล้าเสี่ยงหรอก”
แม่สามีเปลี่ยนสีหน้าทันควัน หันไปกล่าวประจบสอพลอลูกสาวตนเอง
“ใช่ๆๆ ลูกสาวแม่พูดถูก สมองแกดีจริงๆ มองคนทะลุปรุโปร่ง”
น้องสะใภ้สีหน้าไม่เปลี่ยน เพียงแต่มองหลินเสี่ยวด้วยสายตาดูแคลนราวกับมองจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ
“แต่พี่สะใภ้… ฉันขอเตือนว่าพี่เลิกเล่นลูกไม้หน้าไม่อายพวกนี้เถอะ พวกเราไม่ถือสาอดีตของพี่ ก็ไม่ได้แปลว่าพี่จะเอาวิธีการสกปรกโสโครกที่เคยเรียนรู้มาเหล่านั้นมาใช้ในบ้านนี้ได้”
“ที่บอกว่าเป็นญาติห่างๆ จริงๆ แล้วจงใจหาผู้ชายมาเพื่อยั่วโมโหพี่ชายฉัน อยากเรียกร้องความสนใจให้เขาหึงใช่ไหมล่ะ? ที่พี่ชายฉันตีตัวออกห่างพี่เรื่อยๆ ก็เพราะพี่เป็นคนแบบนี้ไม่ใช่เหรอ”
หลินเสี่ยวที่เดิมทีกำลังโล่งอกเพราะความเข้าใจผิดถูกคลี่คลาย พอได้ยินประโยคนี้ก็ถึงกับตะลึงงัน
“อดีตของฉัน? อดีตอะไร?” นางถามเสียงสั่น
“เธอหมายความว่ายังไง?”
น้องสะใภ้กล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“เมื่อก่อนพี่ก็เคยเป็นเมียเก็บของคนรวยไม่ใช่เหรอ?”
ร่างกายของหลินเสี่ยวสั่นสะท้าน ราวกับมีคนเอาไม้หน้าสามฟาดเข้าที่แสกหน้าอย่างจัง
น้องสะใภ้รุกไล่ต่อ
“คนคนนั้นดูเหมือนจะเป็นเจ้านายของพี่ด้วยใช่ไหม? ฉันเคยฟังพี่ชายเล่า… พี่เป็นเมียเก็บเขาอยู่ตั้งหลายปี พออายุเริ่มเยอะก็โดนเขาเขี่ยทิ้ง ถึงได้มาดูตัวหจหาคนพึ่งพิง ได้มาเจอพี่ชายฉันใช่ไหมล่ะ? พี่คงไม่คิดว่าเรื่องฉาวโฉ่พวกนี้พวกเราจะไม่รู้หรอกใช่ไหม?”
แม่สามีทำหน้ามึนตึงด้วยความรังเกียจขยะแขยง
“ฉันเห็นหน้านังนี่แล้วจะอ้วก! น่าเสียดายเจ้าจื้อเฉียงไม่รู้เป็นบ้าอะไร ดันรั้นจะเลือกแกมาทำเมียให้ได้”
หลินเสี่ยวรู้สึกหน้ามืดตาลายคล้ายจะเป็นลม…
ตอนนั้นที่นางกับสามีเริ่มมีใจให้กัน เป็นนางเองที่สารภาพเรื่องนี้ออกมาอย่างหมดเปลือก แต่สามีของนางในตอนนั้นบอกว่าไม่ถือสา และสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะไม่เอาเรื่องนี้ไปแพร่งพรายให้ใครรู้
แต่หลินเสี่ยวในตอนนี้ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องการทรยศหักหลังของสามี นางรีบแก้ต่าง
“นั่นเป็นเพราะฉันถูกหลอก! ฉันนึกว่าเขารัก...”
“คนเขาจะเลี้ยงดูในฐานะเมียเก็บเขาก็บอกชัดเจนอยู่แล้ว… ไม่ได้ให้สัญญาอะไร และยิ่งไม่ได้ให้สถานะคนรัก แบบนี้จะเรียกว่าหลอกตรงไหน?” น้องสะใภ้พูดแทรกขึ้นมาอย่างเจ็บแสบ
“ก็แค่พี่คิดเข้าข้างตัวเองว่ามีโอกาสจะได้ไต่เต้าขึ้นไปแทนที่ภรรยาหลวงก็เท่านั้นแหละ พี่สะใภ้... พี่น่ะชอบแย่งของคนอื่นมาแต่ไหนแต่ไร มีหรือที่จะยอมปล่อยโอกาสนี้? พี่ก็แค่พ่ายแพ้ในสนามรักในตอนท้ายเกมก็เท่านั้นเอง”
หลินเสี่ยวหน้าซีดเผือด รู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวอย่างแสนสาหัส นางยังอยากจะอ้าปากแก้ต่างให้ตนเองพ้นมลทิน แต่น้องสะใภ้กลับชิงกล่าวสรุป
“เดิมทีฉันกะว่าจะช่วยปิดบังเรื่องนี้ให้พี่ แต่ถ้าพี่ยังดื้อด้านจะแก้ตัวน้ำขุ่นๆ อีกล่ะก็... งั้นฉันเอาเรื่องนี้ไปฟ้องพี่ชาย ให้เขามาตัดสินดีไหม?”
หัวใจของหลินเสี่ยวร่วงดิ่งลงเหว! เรื่องมาถึงขั้นนี้… นางไม่ได้แยแสเยื่อใยระหว่างนางกับสามีอีกต่อไปแล้ว
แต่ปัญหาก็คือหากเรื่องบานปลายเกินไปจนถึงขั้นต้องหย่าร้างและเริ่มแบ่งสินสมรส ความลับเรื่องที่นางแอบขายทรัพย์สินทิ้งไปจนหมดเกลี้ยงย่อมต้องถูกเปิดเผย ซึ่งจะกระทบต่อแผนการแก้แค้นในภายหลังได้!
เมื่อคิดได้ดังนั้น… หลินเสี่ยวทำได้เพียงก้มหน้าลง กัดฟันกล่าวว่า
“อย่านะ... อย่าบอกเขา ฉันสำนึกผิดแล้ว”
น้องสะใภ้ถึงได้พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“แบบนี้สิถึงจะถูก… พี่สะใภ้ เชื่อฉันเถอะ เก็บลูกไม้มารยาแย่งชิงความโปรดปรานของพี่ไปซะ ทำตัวเป็นศรีภรรยาและแม่ที่ประเสริฐอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่แก่งแย่งชิงดีนั่นแหละคือวิถีที่ถูกต้อง, สิ่งที่เป็นของพี่ ไม่ช้าก็เร็วย่อมต้องเป็นของพี่ ทำตัวสงบเสงี่ยมแบบนี้พี่ชายถึงจะกลับมาหาพี่”
แม่สามีรีบผสมโรงซ้ำเติมทันที
“ใช่! แกต้องเชื่อฟังน้องสะใภ้! ดูสารรูปตัวเองบ้างว่าเป็นยังไง จะมาเทียบชั้นกับลูกสาวฉันได้ยังไง?”
หลินเสี่ยวลอบกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ นางตอบกลับด้วยความยากลำบาก
“ทราบแล้วค่ะ ฉันจะเชื่อฟังพวกคุณ”
จากนั้นนางก็ลุกขึ้น
“ฉันจะไปทำกับข้าวให้พวกคุณกิน”
หลังจากทำอาหารเย็นเสร็จ…. ทั้งสามก็กินเสร็จเรียบร้อย แม่สามีและน้องสะใภ้กลับเข้าห้องไปพักผ่อน หลินเสี่ยวเองก็จัดการชำระล้างครัวจนสะอาดเอี่ยม แล้วจึงกลับเข้ามาในห้องของตนเอง
นางหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา กดโทรไปยังเบอร์ที่เปิดให้ฉู่ลู่ในวันนี้
ปลายสายมีเสียงดังขึ้น
‘ฮัลโหล’
“งานราบรื่นดีไหม?” หลินเสี่ยวถามเสียงเรียบ
“ราบรื่นมาก มีอะไรหรือเปล่า?”
“ไม่มีอะไร ฉันแค่ถามดู... ราบรื่นก็ดีแล้ว”
หลินเสี่ยววางสาย
ท่ามกลางห้องนอนที่มืดมิด มีเพียงดวงตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟแค้นของนางเท่านั้นที่ส่องสว่าง