เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 85 หวนคืน

บทที่ 85 หวนคืน

บทที่ 85 หวนคืน


ฉู่ลู่ทอดตามองกระบี่อวิ๋นเฟิงที่บัดนี้หน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาด้วยความตระหนก

อีกฝ่ายทำท่าเหมือนจะเอ่ยปาก… ทว่าเสียงของอี้เสี่ยวหว่านก็พลันดังแทรกเข้ามาในห้วงความคิดเสียก่อน

“ฉู่ลู่… คืนร่างให้ข้าสักประเดี๋ยวได้ไหม? ข้ามีเรื่องอยากจะสะสางกับเขา”

“…เอาสิ” ฉู่ลู่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบตกลง

เดิมทีเขาก็คร้านจะเสวนากับเจ้าพวกนี้อยู่แล้ว… การโยนเผือกร้อนชิ้นนี้กลับไปให้อี้เสี่ยวหว่านรับช่วงต่อถือว่าเข้าทางพอดี, ส่วนนางจะไปก่อเรื่องชวนปวดประสาทอะไรอีกหรือไม่นั้น... ก็ช่างหัวมันปะไร อย่างไรฉู่ลู่ก็เตรียมทิ้งภารกิจแล้วเผ่นหนีกลับอยู่แล้ว

เมื่อสลับการควบคุมร่าง, แม้ใบหน้าจะยังเป็นดวงเดิม แต่กลิ่นอายรอบตัวกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง, บรรยากาศกดดันเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความอ่อนโยนที่แฝงความโศกเศร้า

อี้เสี่ยวหว่านทอดสายตามองกระบี่อวิ๋นเฟิง ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“การพบกันของเจ้ากับข้า เป็นแผนการที่ถูกวางไว้แต่แรก เรื่องนี้ข้ารู้ดี... แต่ที่ข้าอยากถามก็คือ ในช่วงเวลานั้นที่เจ้ามองดูข้าผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ต้องบากบั่นฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อเจ้า… ในใจเจ้าคิดอย่างไรกัน?”

นางสืบเท้าเข้าไปใกล้หนึ่งก้าว

“ในใจเจ้ากำลังหัวเราะเยาะว่าสตรีเช่นข้านั้น… ช่างโง่เขลาเบาปัญญา หรือว่าเคยมีความเวทนาสงสารเกิดขึ้นบ้าง?”

เมื่อได้ยินคำถามนี้ ฉู่ลู่ที่เฝ้ามองอยู่ในห้วงความคิดถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่

เฮ้อ! กะแล้วเชียว… พวกคลั่งรักอย่างไรก็เป็นพวกคลั่งรักอยู่วันยังค่ำ เจ็บแล้วไม่เคยจำ

ทว่าแววตาของกระบี่อวิ๋นเฟิงกลับเปลี่ยนไป จู่ๆ เขาก็ตระหนักได้ว่าแม้อี้เสี่ยวหว่านจะแข็งแกร่งขึ้นเพียงใด แต่นางดูเหมือนจะยังมีเยื่อใยต่อเขาอยู่

นี่เป็นโอกาสรอด!

“แม้ข้าจะเป็นเพียงภูตกระบี่ แต่ก็มิใช่พวกใจไม้ไส้ระกำ ย่อมต้องมีความเวทนาสงสารอยู่แล้ว, ถึงขั้นเกิดความรู้สึก... ผูกพันบางอย่างขึ้นมาด้วยซ้ำ”  กระบี่อวิ๋นเฟิงแสร้งตีหน้าเศร้า ใช้น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความลำบากใจ

“แต่อนิจจา… เจ้ากับข้าอยู่คนละเส้นทาง ธรรมะและอธรรมมิอาจบรรจบกันได้, อีกทั้งข้ามีนายเหนือหัวอยู่แล้ว จึงทำได้เพียงตัดใจลบความรู้สึกนั้นทิ้งไป”

“งั้นหรือ? ถ้าเช่นนั้น… ในเมื่อตอนนี้ศิษย์น้องเล็กไม่อยู่แล้ว ข้าเองก็ไม่สนใจเรื่องการแบ่งแยกธรรมะอธรรม หากข้าขอให้เจ้ากลับมาอยู่ข้างกายข้า เจ้าจะยินดีหรือไม่?” อี้เสี่ยวหว่านเอ่ยถาม แววตาไหวระริก

กระบี่อวิ๋นเฟิงลอบหัวเราะในใจ… เขารู้ดีว่าหากตอบรับง่ายดายเกินไป ย่อมทำให้ดูมีพิรุธ, เขาจึงแสร้งทำสีหน้าลังเลอยู่แวบหนึ่งก่อนส่ายหน้า

“เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว… แก้วที่แตกไปยากจะประสานคืน, อีกอย่างข้างกายเจ้ามีกระบี่มารที่ยอดเยี่ยมกว่าข้าตั้งมากมาย ยังมีจะที่ยืนสำหรับข้าอีกหรือ?”

“แล้วถ้าข้าสัญญาว่าจะไม่เอาความเรื่องในอดีต สัญญาว่าจะเหลือที่ว่างให้เจ้าตลอดไปล่ะ?”

เสียงหัวเราะในใจของกระบี่อวิ๋นเฟิงดังลั่น! เขารู้สึกว่าปลาติดเบ็ดเข้าแล้ว ขืนดึงเชิงต่อไปเกิดอี้เสี่ยวหว่านถอดใจขึ้นมาจริงๆ จะยุ่งยาก

เขาจึงเงยหน้าขึ้นสบตาอี้เสี่ยวหว่าน แสร้งทำสายตาเปี่ยมรักลึกซึ้ง

“หากคำพูดของเจ้าเป็นความจริง ข้าก็... ยินดีจะลองดูสักครั้ง ครั้งนี้พวกเราอาจจะมีจุดจบที่ไม่เหมือนเดิม... เป็นจุดจบที่งดงาม”

อี้เสี่ยวหว่านเผยรอยยิ้มสดใสเจิดจ้าดุจบุปผาแรกแย้ม

“ได้ยินเจ้าพูดเช่นนี้… ข้าดีใจมาก”

นางค่อยๆ ยื่นมือออกไป ลูบไล้แก้มของกระบี่อวิ๋นเฟิงอย่างแผ่วเบา แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฝัน

“งั้นข้าจะเหลือศพสวยๆ ไว้ให้เจ้าก็แล้วกัน”

ร่างของกระบี่อวิ๋นเฟิงพลันแข็งทื่อ!

“หือ?”

ฉู่ลู่ที่กำลังเบื่อหน่ายในหัว

“เอ๊ะ?”

กร๊อบ!

ฝ่ามือของอี้เสี่ยวหว่านพลันออกแรงอย่างรวดเร็ว บิดหักคอของร่างจำแลงกระบี่อวิ๋นเฟิงจนหมุนกลับด้าน!

ความเสียหายของจิตวิญญาณสะท้อนไปยังตัวกระบี่ทันที เสียงโลหะกรีดร้องดัง ‘เปรี้ยะ!’ ก่อนจะหักสะบั้นเป็นสองท่อน ร่วงหล่นลงสู่พื้น…

ร่างจิตวิญญาณของกระบี่อวิ๋นเฟิงแตกสลายกลายเป็นละออง ทั้งที่ใบหน้ายังคงฉายแววตะลึงงัน ไม่ทันได้รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตายได้อย่างไร

“ฟู่ว!~” อี้เสี่ยวหว่านพ่นลมหายใจยาว สีหน้าดูสดชื่นแจ่มใสราวกับได้ยกภูเขาออกจากอก

ฉู่ลู่: “...”

“เจ้าฆ่าเขาทำไม?!” เขาถามด้วยความตกตะลึง

“เจ้าไม่ได้ชอบมันหรอกรึ?”

“ฉู่ลู่… ข้าบอกไปหลายรอบแล้ว ข้าหมดความสนใจในตัวเขาแล้ว” อี้เสี่ยวหว่านตอบอย่างจนใจ

“เหตุใดเจ้าถึงไม่เชื่อข้าสักทีนะ?”

“แล้วเมื่อครู่เจ้าจะถามคำถามพวกนั้นไปเพื่ออะไร?”

“ก็ถามเล่นๆ ไง ไม่ได้รึ?”

“เจ้า... โอ๊ยยย ช่างเถอะๆ ข้าขี้เกียจจะสนแล้ว กลับล่ะ”

ฉู่ลู่รู้สึกเหนื่อยหน่ายหัวใจจนเกินจะบรรยาย เขาเปิดหน้าต่างกลุ่มแชทขึ้นมาเตรียมจะกดออก แต่แล้วก็ต้องชะงักงัน…

“หือ? ทำไมภารกิจถึงขึ้นว่าเสร็จสมบูรณ์แล้วล่ะ?!”

“สำเร็จแล้วเหรอ? ยินดีด้วยนะ” อี้เสี่ยวหว่านกล่าวแสดงความยินดี

ฉู่ลู่ทำสีหน้าพิลึกพิลั่น

ก่อนหน้านี้ภารกิจยังค้างคา, แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ นี้มีแค่เขาจัดการพวกจอมมารกับศิษย์น้องเล็ก และอี้เสี่ยวหว่านหักคอกระบี่อวิ๋นเฟิง

อย่างแรกดูยังไงก็ไม่น่าเกี่ยว… กุญแจสำคัญต้องอยู่ที่อย่างหลังแน่ๆ

แต่ว่า... ทั้งที่โจทย์ภารกิจคือ ‘สานต่อวาสนารักที่สมบูรณ์’ เขาก็อุตส่าห์หากระบี่วิญญาณหนุ่มหล่อมาประเคนให้อี้เสี่ยวหว่านตั้งมากมายกลับไร้ผล

แต่อี้เสี่ยวหว่านแค่ฆ่าถ่านไฟเก่าทิ้ง ภารกิจกลับสำเร็จเสียอย่างงั้น? นี่มันตรรกะวิบัติอะไรกันวะเนี่ย?

ฉู่ลู่เอ่ยปากบ่นข้อสงสัยของตนออกไป

“ไม่รู้สิ” อี้เสี่ยวหว่านยักไหล่

“สงสัยระบบแชทจะมีปัญหาจริงๆ กระมัง”

ฉู่ลู่: “...”

“ช่างเถอะ ช่างมันเถอะ” เขาถอนหายใจ

แม้จะข้องใจแค่ไหนแต่ก็ไม่มีแรงจะหาคำตอบแล้ว อีกอย่างเขารู้สึกตงิดๆ ว่านี่อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ชายโสดอย่างเขาจะเข้าใจได้

“งั้นเอาตามนี้แหละ ข้ากลับก่อนล่ะนะ”

“ไวปานนี้เชียว? ไหนๆ ภารกิจก็เสร็จแล้ว… เจ้าไม่อยู่พักผ่อนสักหน่อยเหรอ? อุตส่าห์ช่วยข้าไว้ตั้งเยอะ ข้ายังไม่ได้ตอบแทนเจ้าเลย”

“ไม่ล่ะ.. อยู่ที่นี่ข้าก็ไม่ได้พักผ่อน, ลาก่อน!”

“ก็ได้… ลาก่อน”

ฉู่ลู่ปลดผนึกยันต์ยึดร่าง จากนั้นก็กดปุ่มยืนยัน เลือกคำสั่ง

[กลับสู่โลกหลัก]

แสงสีขาววาบขึ้นเบื้องหน้า ร่างกายเกิดความรู้สึกวูบโหวงไร้น้ำหนักอย่างรุนแรงราวกับถูกกระชากผ่านห้วงมิติ

เมื่อแสงสว่างจางหายไปและเขาลืมตาขึ้น ก็พบว่าตนเองกลับมานั่งอยู่ที่เรือนพักของสำนักกระบี่หลิงเซียวเรียบร้อยแล้ว

เช่นเดียวกับสองครั้งก่อนหน้านี้ เขารีบเปิดกลุ่มแชทเพื่อรายงานตัว

เพื่อนๆ ในกลุ่มต่างก็พากันเด้งข้อความมาแสดงความยินดีต้อนรับกลับบ้าน

สวีลี่เหนียง: “รอบนี้ไปซะนาน จัดหนักเลยนะพ่อหนุ่ม…”

ฮวาหงเหลียน: “แต่ก็น่าแปลกที่คนตายไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่”

ลั่วชิงเตี๋ย: “ก็สำนักของเสี่ยวหว่านเขามีแต่คนดีนี่นา ต่อให้เป็นเจ้าบ้าฉู่ลู่ก็ต้องรู้จักเกรงใจบ้าง ไม่เหมือนทางฝั่งข้า...”

จู้ซานหลิน: “พวกเจ้าพูดแบบนี้ไม่ละอายปากบ้างรึ? ครั้งนี้มีคนตายไปก็ไม่น้อยมิใช่รึ? เพียงแต่เป็นพวกผู้บำเพ็ญมารทั้งนั้น ถึงข้าจะไม่ค่อยสนโลกก็เถอะ แต่ชีวิตผู้บำเพ็ญมารก็เป็นชีวิตคนนะ!”

หลิวหรูเยว่: “ก็แค่พวกมดปลวก!”

ฉู่ลู่: “...”

เดิมทีเขาคิดจะถามเจ้าพวกนี้เกี่ยวกับความผิดปกติของอี้เสี่ยวหว่าน… แต่นึกขึ้นได้ว่านางเองก็เห็นข้อความในกลุ่มแชทเหมือนกัน ขืนถามไปเจ้าพวกนี้ก็คงต้องรักษาน้ำใจอี้เสี่ยวหว่าน, ไม่กล้าพูดความคิดจริงๆ ออกมาแน่… เขาจึงล้มเลิกความตั้งใจ

เขาออกจากหน้าแชทแล้วเปิด [คลังเก็บของ]

พบว่าข้างในมีไอเทมลักษณะคล้ายกล่องของขวัญเพิ่มมาหนึ่งชิ้น คำอธิบายระบุว่าเมื่อเปิดแล้ว จะสามารถดันระดับการบำเพ็ญเพียรไปถึง ‘ระดับแก่นทองคำขั้นต้น’ ได้ทันที

ฉู่ลู่ขมวดคิ้วด้วยความกังวล…

ของที่ไม่มีที่มาที่ไปแน่ชัดแบบนี้ดูน่าสงสัยไม่น้อย… แต่สถานการณ์ของเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะเลือกกินเลือกใช้ได้

อีกอย่าง, รางวัลที่เป็นสกิลคราวก่อนเขาก็รับมาแล้ว จะรับรางวัลที่เป็นพลังบำเพ็ญเพียรมาอีกสักอย่างจะเป็นไรไป?

สิ่งที่เขากังวลหลักๆ คือการที่ระดับพลังพุ่งพรวดพราดอย่างกะทันหัน… ย่อมอธิบายต่อผู้อื่นได้ยาก และอาจชักนำปัญหามาให้ได้

“ลองขอวิชาซ่อนระดับพลังจากพวกลั่วชิงเตี๋ยดูดีกว่า” ฉู่ลู่พึมพำกับตนเอง

เขาเปิดกลุ่มแชทขึ้นมาอีกครั้ง ปลายนิ้วกำลังจะพิมพ์ข้อความ…

ทว่าจู่ๆ ก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ!

หน้าต่างแชทว่างเปล่า... ประวัติการสนทนาก่อนหน้านี้หายวับไปหมดเกลี้ยง!

ฉู่ลู่ทำหน้างง? ปกติประวัติการแชทจะถูกบันทึกไว้ตลอด ไม่น่าจะถูกล้างหายไปเพียงเพราะปิดหน้าต่าง, แถมต่อให้ถูกล้าง… แต่พวกนั้นที่กำลังคุยกันอย่างออกรส ข้อความใหม่ก็น่าจะเด้งขึ้นมาเรื่อยๆ สิ

เหตุใดถึงเงียบกริบแบบนี้?

เขาขมวดคิ้วแน่น หางตาเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่าง จึงรีบหันไปดูที่รายชื่อสมาชิก...

ในนั้นว่างเปล่า… ไม่มีชื่อใครอยู่เลยแม้แต่คนเดียว!

ฉู่ลู่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เขากระพริบตาปริบๆ พยายามจะเพ่งดูให้แน่ใจอีกที

ทันใดนั้น!

หน้าต่างกลุ่มแชททั้งหมดก็กระพริบแสงสีแดงวาบราวกับระบบล่ม

จากนั้นหน้าต่างแจ้งเตือนสีแดงฉานหลายบานก็เด้งขึ้นมาซ้อนๆ กันอย่างบ้าคลั่ง

【เกิดภารกิจฉุกเฉิน!】

【เกิดภารกิจฉุกเฉิน!】

【เกิดภารกิจฉุกเฉิน!】

จบบทที่ บทที่ 85 หวนคืน

คัดลอกลิงก์แล้ว