เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 84 จุดจบของศิษย์น้องเล็ก

บทที่ 84 จุดจบของศิษย์น้องเล็ก

บทที่ 84 จุดจบของศิษย์น้องเล็ก


ศิษย์น้องเล็กยังคงเดินสายไปเยือนจอมมารผู้ยิ่งใหญ่อีกหลายท่าน… ทว่าสิ่งที่พบกลับเลวร้ายยิ่งกว่าจินตนาการไว้มาก

เหล่าตัวตนระดับสูงอย่าง 'จอมมารกลืนวิญญาณ', 'เจ้าแห่งปีศาจเก้าโลกันตร์' และคนอื่นๆ… ล้วนประสบเคราะห์กรรมกันถ้วนหน้า

กระบี่มารคู่กายถูกช่วงชิง ตัวคนตกอยู่ในสภาพเหม่อลอย จิตใจได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง, ไม่ต่างอันใดกับสภาพของจอมมารฟ้าหมื่นอสูรแม้แต่น้อย

ยังนับว่าโชคดีที่ โม๋หลัว, เสวียนเย่, หลัวโหว และ ฉงหลอ จอมมารทั้งสี่ท่านนี้ยังคงปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน…

เมื่อกวาดตามองกลุ่มพันธมิตรที่ประกอบด้วยจอมมารชายล้วนและจิตวิญญาณกระบี่หญิงล้วนกลุ่มนี้, ศิษย์น้องเล็กก็อดกังขาไม่ได้ว่า… เหตุใดฉู่ลู่ถึงไม่จัดการพวกเขาให้สิ้นซากไปเสียทีเดียว?

แต่นางก็คร้านจะเก็บมาคิดให้รกสมอง, จึงทึกทักเอาเองไปว่าคงเป็นเพราะเขาเสียพลังปราณไปมาก จากการสังหารพวกก่อนหน้านี้ จึงจำต้องพักผ่อนออมแรงชั่วคราว

ไม่ว่าอย่างไรก็นับเป็นเรื่องดี… การได้จอมมารสี่ท่านนี้มาร่วมขบวนก็นับว่าพอถูไถไปได้

อีกทั้งวีรกรรมอันบ้าระห่ำของฉู่ลู่ ได้จุดชนวนโทสะและความหวาดระแวงในหมู่จอมมารจนพุ่งทะยานถึงขีดสุด… การเกลี้ยกล่อมให้พวกเขาร่วมมือจึงง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ

เพียงไม่นาน… พวกเขาก็บรรลุข้อตกลงโดยมีศิษย์น้องเล็กเป็นแกนนำ ยอมละทิ้งความบาดหมางในอดีต ผนึกกำลังสาบานว่าจะต้องกำจัด 'กระบี่ฌานนรก' อันน่าสะพรึงกลัวให้จงได้!

เมื่อเห็นภาพเหล่าจอมมารร่วมแรงร่วมใจกันต่อต้านศัตรู ศิษย์น้องเล็กพลันลอบยิ้มย่องในใจ

—คิดไม่ถึงว่าจะราบรื่นเพียงนี้… ฮ่าฮ่าฮ่า! อี้เสี่ยวหว่าน คอยดูเถอะ! ข้ากำลังจะไปลากคอเจ้าเดี๋ยวนี้แหละ!

หลายวันต่อมา 

ณ ตำหนักใหญ่ สำนักกระบี่จื่อเสีย

ฉู่ลู่มีสีหน้าเคร่งเครียดถึงขีดสุด เบื้องหน้าเขาคือกระบี่วิญญาณนับสิบเล่มที่วางเรียงรายเป็นหน้ากระดาน… คุณภาพแต่ละเล่มล้วนยอดเยี่ยมเหนือชั้น

เพียงหยิบออกไปสักเล่ม ก็สามารถก่อลมฝนโลหิตสะเทือนยุทธภพ เป็นศาสตราเทพที่ผู้คนนับหมื่นทำได้เพียงเฝ้าฝันแต่ไม่อาจครอบครอง

“สรุปว่า...” ฉู่ลู่นวดขมับพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง

“เหตุใดภารกิจถึงยังไม่สำเร็จสักทีวะ?!”

อี้เสี่ยวหว่านรีบละล่ำละลักตอบในใจ

‘ข้าพอใจแล้ว! ข้าพอใจจริงๆ แล้วนะ! สาบานต่อสวรรค์ได้เลย! ความพอใจของข้าทะลุปรอทแตกไปแล้ว!’

“...พอที ข้าทนมามากพอแล้ว!”

สีหน้าของเขาอิดโรย เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ

“เอาแค่นี้แหละ… มองไม่เห็นหนทางแล้ว, ภารกิจจะล้มเหลวก็ช่างหัวมัน ยังไงก็ไม่มีบทลงโทษอยู่แล้ว” ฉู่ลู่พึมพำกับตัวเอง เตรียมถอดใจทิ้งภารกิจเพื่อกลับสู่โลกหลัก

ในยามนั้นเอง… ผู้อาวุโสฝ่ายสื่อสารคนหนึ่งก็พุ่งพรวดพราดเข้ามา

“เอ่อ... คือว่า… ท่านเจ้าสำนัก?” ผู้อาวุโสเอ่ยเรียกอย่างกล้าๆ กลัวๆ

กฎมณเฑียรที่มีมาแต่โบราณกาลระบุว่า… ผู้ใดได้รับการยอมรับจาก 'กระบี่ทะลวงความว่างเปล่า' ผู้นั้นคือเจ้าสำนักกระบี่จื่อเสีย แต่วิธีที่ฉู่ลู่ได้รับการยอมรับนั้น... ช่างเหลือเชื่อ และน่าอัปยศอดสู วิปริตผิดมนุษย์จนเกินจะรับไหว, ท่าทีของคนทั้งสำนักที่มีต่อเขาจึงดูแปลกประหลาดพิกล

“มีอะไร?” ฉู่ลู่ถามส่งเดช ไม่ได้ใส่ใจนัก

“พวกเราได้รับยันต์ขอความช่วยเหลือจากสำนักกระบี่ม่วง” ผู้อาวุโสสื่อสารรายงาน

“พวกเขาแจ้งว่าเจ้าวังแห่งวังโลหิตอสูรนำทัพพร้อมด้วยจอมมารทั้งสี่… อันได้แก่ โม๋หลัว, เสวียนเย่, หลัวโหว และฉงหลอ บุกโจมตีสำนัก… บัดนี้ค่ายกลป้องกันกำลังจะแตก พวกร้องขอให้ท่านไปช่วยกู้สถานการณ์”

“อะไรนะ!?” อี้เสี่ยวหว่านในหัวสมองของฉู่ลู่ร้องเสียงหลงด้วยความตื่นตระหนก

“ทุกคนไม่เป็นอะไรใช่ไหม?!”

ฉู่ลู่เห็นดังนั้น จึงช่วยนางสอบถามต่อ

“จอมมารเหล่านั้นลงมืออย่างยั้งคิด… จับเป็นแต่ไม่ฆ่า แม้แต่เจ้าสำนักยังตกเป็นเชลย, แต่ดูเหมือนการบาดเจ็บล้มตายจะไม่ร้ายแรงนักขอรับ”

“เป็นเช่นนี้นี่เอง...” ฉู่ลู่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะถามขึ้น

“แล้ว 'กระบี่อวิ๋นเฟิง' ล่ะ… อยู่ในเหตุการณ์หรือไม่?”

“เอ๊ะ!” อี้เสี่ยวหว่านอุทานลั่น

“เจ้าถามถึงเขาทำไม?!”

“อยู่ขอรับ” ผู้อาวุโสตอบ

“ที่แท้เขาก็อยู่สินะ...” น้ำเสียงของอี้เสี่ยวหว่านพลันแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกที่ซับซ้อนยากจะอธิบาย

ฉู่ลู่จับสังเกตได้ทันที ในใจบังเกิดสมมติฐานขึ้นมาข้อหนึ่ง

ก่อนหน้านี้เขาเคยระแวง… ว่าเหตุที่ภารกิจไม่สำเร็จเสียที อาจเป็นเพราะปมในใจระหว่างนางกับ 'กระบี่อวิ๋นเฟิง' ยังสะสางไม่จบสิ้น…

ยามนี้ดูแล้วมีความเป็นไปได้สูงทีเดียว

“งั้นพวกเราไปกันเถอะ” ฉู่ลู่ลุกขึ้นยืน

เขาบอกกล่าวในใจ

‘ถือโอกาสลองครั้งสุดท้าย ดูซิว่าหลังจากข้าไปแย่งกระบี่นั่นมาให้… เจ้าจะพอใจหรือเปล่า’

“น่าจะไม่มีประโยชน์กระมัง...” อี้เสี่ยวหว่านลังเล

“ข้าหมดความสนใจในตัวเขาแล้วจริงๆ นะ”

ฉู่ลู่: “......”

—ขอให้จริงเถอะแม่คุณ

สำนักกระบี่ม่วง 

ยามนี้ภายในสำนักเงียบสงัดวังเวง ศิษย์และผู้อาวุโสล้วนถูกสกัดจุดควบคุมตัวจนขยับเขยื้อนไม่ได้

ส่วนกลุ่มจอมมารกำลังรวมตัวปรึกษาหารือกันอย่างเคร่งเครียด

“แผนนี้จะได้ผลจริงหรือ? กระบี่ฌานนรกคงไม่มีความผูกพันอะไรกับสำนักกระบี่ม่วงกระมัง?”

“ช่วงนี้พวกเราสืบข่าวจากฝั่งผู้บำเพ็ญเพียรธรรมะ… ไม่พบผู้ใดล่วงรู้เลยว่านางคือกระบี่ฌานนรก แสดงว่ามันมีเจตนาปกปิดตัวตน, เช่นนั้นเพื่อจะสวมบทบาทของ 'อี้เสี่ยวหว่าน' ให้สมบูรณ์แบบ การมาช่วยเพียงลำพังก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้”

“แต่โอกาสสำเร็จก็น้อยมิใช่หรือ? มันไม่ได้โง่… กับดักชัดเจนขนาดนี้ไฉนเลยจะยอมเอาตัวเข้ามาเสี่ยง?”

“ไม่เป็นไร… ลองดูก็ไม่เสียหาย, หากมันไม่มา พวกเราก็ทำลายสำนักกระบี่ม่วงทิ้งเสียเพื่อล้างแค้นให้ข้า และถือเป็นการสร้างบารมีให้วิถีมาร, อีกทั้งยังได้เปิดโปงตัวตนของมัน กระบี่ฌานรกนั้นนิสัยเย่อหยิ่งจองหอง ย่อมทนการยั่วยุเช่นนี้ไม่ได้แน่… ช้าเร็วจะต้องเป็นฝ่ายมาหาพวกเราเอง”

“ก่อเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ ไม่กลัวจะชักนำฝ่ายธรรมะแห่กันมาหมดหรือ?”

“นั่นคือกระบี่ฌานนรกนะ! หากจะสยบมัน… ไม่ว่าจะใช้วิธีใด ความเคลื่อนไหวย่อมต้องสะเทือนเลื่อนลั่น ย่อมชักนำฝ่ายธรรมะมาแน่นอนอยู่แล้ว ดังนั้นเลิกกังวลเรื่องหยุมหยิมพวกนี้เถอะ”

“อืม... มีเหตุผล”

ในขณะที่การหารือมาถึงช่วงพัก เสียงของฉู่ลู่ก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านนอก

“ศิษย์น้องเล็ก! ข้ามาแล้ว เจ้าอยู่ที่ไหน?”

ทุกคนสะดุ้งโหยง ก่อนจะเผยสีหน้ายินดีปรีดา

“คิดไม่ถึงว่าจะมาจริงๆ!”

“ไปรับแขกกันเถอะพวกเรา!”

พวกเขาพุ่งออกจากประตูสำนัก เผชิญหน้ากับฉู่ลู่ที่ยืนตระหง่านพร้อมรังสีอำมหิต

แวบแรกที่ศิษย์น้องเล็กเห็นฉู่ลู่ ดวงตาก็เป็นประกาย... ไอมารรุนแรงนัก!

แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องแปลก ใครแบกกระบี่มารชั้นยอดมาเป็นสิบเล่ม ก็ต้องมีไอมารท่วมตัวกันทั้งนั้น…

แต่วินาทีนั้นศิษย์น้องเล็กกลับนึกไม่ถึง…. คิดเพียงว่านี่คือการแสดงอานุภาพของกระบี่ฌานนรก

“นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะมาจริงๆ” ศิษย์น้องเล็กแสร้งอุทาน

“กระบี่อวิ๋นเฟิงอยู่ที่ใด?” ฉู่ลู่ถามเสียงเรียบ

ศิษย์น้องเล็กขมวดคิ้ว… หากเป็นอี้เสี่ยวหว่านถามคำนี้ นางคงไม่แปลกใจ แต่ระดับกระบี่ฌานนรกจะมาสนใจเรื่องกระบี่ทำไม?

ด้วยความระมัดระวัง… นางจึงยังไม่ตอบ

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด, ในเมื่ออีกฝ่ายให้ความสนใจ ก็สามารถนำมาใช้ต่อรองได้

“เรื่องนี้ไม่รีบร้อน” ศิษย์น้องเล็กกล่าว

“วันนี้เจ้ามาที่นี่… สรุปแล้วก็เพื่อต้องการช่วยสำนักกระบี่ม่วงใช่หรือไม่? ในเมื่อเป็นเช่นนั้น, ข้ามีข้อเสนอ... ข้าจะถือกระบี่อวิ๋นเฟิงตัดสินแพ้ชนะกับเจ้า หากเจ้าชนะ… ข้าจะปล่อยสำนักกระบี่ม่วงไป แต่หากเจ้าแพ้… เจ้าต้องให้ข้าจัดการตามใจชอบ, เช่นนี้เป็นอย่างไร?”

ฉู่ลู่มองหน้านางนิ่งๆ

แม้จะเป็นเพียงการจ้องมองธรรมดา แต่ศิษย์น้องเล็กกลับรู้สึกราวกับฟ้าถล่มลงมาทับร่าง… แข้งขาอ่อนแรงจนเข่าแทบทรุด!

นี่หรือคือความแข็งแกร่งของกระบี่ฌานนรก? เพียงแค่ปรายตามอง ก็เปี่ยมด้วยแรงกดดันน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้!

ศิษย์น้องเล็กกัดฟันแน่น… ข่มความรู้สึกอัปยศอดสู เตรียมพร้อมที่จะแตกหัก, แต่กลับได้ยินฉู่ลู่ตอบกลับเรียบๆ

“เอาสิ”

แรงกดดันพลันจางหาย ศิษย์น้องเล็กถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“ตกลง” นางปั้นหน้าเคร่งขรึม

“ที่นี่ไม่เหมาะแก่การประมือ เจ้าตามข้ามา”

นางหันหลังเดินนำออกไป… เมื่อเห็นฉู่ลู่เดินตามมาอย่างว่าง่าย ในใจก็พลันลิงโลดยินดี

ครู่ต่อมา… ทุกคนก็มาถึงลานกว้างบริเวณหลังเขา

ศิษย์น้องเล็กหยุดยืนบนก้อนหินใหญ่ สีหน้าดูสงบนิ่ง แต่ภายในใจตื่นเต้นจนแทบอาเจียน

ที่นี่คือกับดักค่ายกลอาคมที่เตรียมไว้!

เดิมทีพวกเขาไม่คิดเลยว่าฉู่ลู่จะยอมรับคำท้าดวลเดี่ยว, แผนเดิมคือรุมโจมตีแล้วแกล้งแพ้ถอยร่นเพื่อล่อเขามาที่นี่ แล้วค่อยเปิดค่ายกลแยกเขาออกจากกระบี่วิญญาณ

คาดไม่ถึงว่าสวรรค์จะเข้าข้าง… เรื่องราวราบรื่นเกินคิด ฉู่ลู่ถึงกับเดินเข้ากับดักเองโดยไม่ต้องออกแรง

ความง่ายดายนี้ทำให้ศิษย์น้องเล็กดีใจจนเนื้อเต้น แต่ลึกๆ ก็อดระแวงไม่ได้เช่นกัน

ทว่าเมื่อมองดูท่าทีผ่อนคลายของฉู่ลู่ นางก็ปัดความกังวลทิ้งไป…

ฝ่ายตรงข้ามคงถือดีว่ามีฝีมือ หรือไม่ก็โง่เขลาเกินเยียวยา ถึงได้ไม่ระแคะระคายเลยสักนิด

ทั้งๆ ที่เหล่าจอมมารแอบถอยไปเตรียมเปิดค่ายกลในที่ลับ...

ทั้งๆ ที่ไอสังหารเริ่มแผ่ซ่านปกคลุมพื้นที่...

แต่ฉู่ลู่กลับทำท่าทางสบายใจราวกับมาเดินชมสวนดอกไม้

“กระบี่อวิ๋นเฟิงล่ะ?” ฉู่ลู่ถามย้ำเป็นครั้งที่สอง

หัวใจของศิษย์น้องเล็กบีบแน่น นางยังคงไม่เข้าใจเจตนาของเขา… แต่ในเมื่อเหยื่อเดินตกหลุมพรางแล้ว ลูกธนูก็ต้องถูกปล่อยออกจากแหล่ง

“กระบี่อวิ๋นเฟิง? ชาตินี้เจ้าอย่าหวังจะได้เจอเขาเลย!” ศิษย์น้องเล็กตะโกนก้อง

“ลงมือ!!”

สิ้นเสียงคำสั่ง, จอมมารที่ซุ่มอยู่ก็ลงมือพร้อมกัน พลังมารมหาศาลถูกถ่ายเทลงสู่ค่ายกลใต้ดิน

ฉับพลัน! ปากยักษ์แห่งห้วงลึกที่สร้างจากพลังเวทก็ผุดขึ้นจากใต้เท้าฉู่ลู่ กลืนกินร่างของเขาเข้าไปทั้งตัวในคำเดียว!

ตามมาด้วยลำแสงนับสิบสายที่ลอยออกมาจากปากยักษ์ ตกลงสู่พื้นแล้วคืนร่างเป็นมนุษย์... พวกเขาคือจิตวิญญาณของกระบี่มารนับสิบเล่มนั่นเอง!

เมื่อเห็นภาพนี้ ศิษย์น้องเล็กก็ลิงโลดจนแทบคลั่ง ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

“สำเร็จ! สำเร็จแล้ว! ฮ่าฮ่าฮ่า! ไหนล่ะความอวดดีของเจ้า? ท้ายที่สุดก็เป็นแค่กระบี่วิญญาณโง่เง่า ถูกขังนานจนสมองขึ้นสนิมไปหมดแล้วสินะ! ถึงยังกล้ามาถลึงตาใส่ข้าอีก!”

นางระบายความอัดอั้นออกมาจนหมดเปลือก, ในสายตาของนาง… คนและกระบี่ถูกแยกจากกันสำเร็จ

ฉู่ลู่ที่ไร้กระบี่ฌานนรกก็เป็นเพียงคนพิการ ส่วนกระบี่ฌานยรกที่ไร้ร่างสถิตก็ถูกค่ายกลผนึกมารกดข่มไว้

นางชนะใสๆ!

“พูดมา!” นางชี้หน้ากลุ่มจิตวิญญาณกระบี่

“พวกเจ้าใครคือกระบี่ฌานนรก? อย่าได้คิดโกหก!”

ทว่า... ไม่มีเสียงตอบรับ

เหล่ากระบี่วิญญาณเพียงแค่มองศิษย์น้องเล็กด้วยสายตา…. ที่สงสารและเวทนาจับใจ

“มองอะไร?” ศิษย์น้องเล็กขมวดคิ้ว สายตาพวกมันทำให้นางขนลุกซู่ ราวกับมองคนตายที่กำลังจะถูกยมทูตลากลงนรก

“พวกเจ้าหมายความว่าอย่างไร?!”

“แม่นาง...” กระบี่ราชันย์สวรรค์เอ่ยเตือนด้วยความหวังดี

“รีบคิดหาวิธีขอชีวิตเถอะ”

“หา?” ศิษย์น้องเล็กเลิกคิ้วสูง

“ขอชีวิต? กับใคร? เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ยังจะมีใครมาขวางข้าได้อีก?”

เหล่ากระบี่วิญญาณพร้อมใจกันหันไปมองทางค่ายกลที่ผนึกฉู่ลู่ไว้

“ไอ้นั่นน่ะหรือ?” ศิษย์น้องเล็กแค่นหัวเราะ

“พวกเจ้าบ้าไปแล้วหรือ? หากไร้ซึ่งกระบี่ฌานนรก มันก็เป็นแค่ขยะรากปราณว่างเปล่า มนุษย์ธรรมดายังทุบมันตายได้เลย! มันจะมีปัญญาทำอะไรข้า?”

ทว่าสายตาของเหล่ากระบี่วิญญาณกลับยิ่งทวีความเวทนามากขึ้นไปอีก

สิ่งนี้ทำให้ศิษย์น้องเล็กเดือดดาลจนสติขาดผึง!

“ได้! ดี! ในเมื่อพวกเจ้าบูชาขยะนั่นนัก… รอข้าผนึกกระบี่ฌานนรกเสร็จ ข้าจะลากคอมันมาฆ่าทิ้งซะ!” นางแสยะยิ้มอำมหิต

“ไม่สิ... ก่อนหน้านั้น ข้าจะฆ่าล้างโคตรคนของสำนักกระบี่ม่วงให้มันดูเล่น แล้วค่อยเชือดมันทิ้ง ล้างแค้นที่ร่างแบ่งภาคข้าถูกทำลาย...”

“เดี๋ยว! มีบางอย่างผิดปกติ!”

จอมมารผู้คุมค่ายกลตะโกนเสียงหลง

“อะไรอีก!?” ศิษย์น้องเล็กหันขวับไปมองค่ายกล

ภาพที่เห็นคือปากยักษ์แห่งห้วงลึกกำลังบิดเบี้ยวและดิ้นพล่านอย่างรุนแรง! ราวกับอมถ่านร้อนไว้ในปาก

ตูม!!!

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ปากยักษ์แห่งห้วงลึกแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ

ฉู่ลู่เดินออกมาจากกลุ่มควัน ทั่วร่างไร้ซึ่งรอยขีดข่วนแม้แต่ปลายก้อย

เขากวาดตามองไปรอบๆ ด้วยสายตาเบื่อหน่าย แล้วสะบัดหมัดออกไปดื้อๆ สี่หมัด

ปัง!

ปัง!

ปัง!

ปัง!

จอมมารทั้งสี่แหลกเหลวกลายเป็นหมอกเลือดในพริบตาเดียว!

ศิษย์น้องเล็กเบิกตาโพลงจนแทบถลน สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความช็อกสุดขีด

“จะ... เจ้า... เป็นไปได้อย่างไร?! ข้าแยกกระบี่ฌานนรกออกจากเจ้าแล้วชัดๆ!”

“เอ่อ...” ตอนนั้นเอง กระบี่ราชันย์สวรรค์ก็อดไม่ได้ที่จะถามแทรกขึ้นมา

“เจ้าเอาแต่พูดว่ากระบี่ฌานนรกๆ... ตกลงไอกระบี่นี่มันคือตัวไหนกัน?”

“ฮะ?” ศิษย์น้องเล็กสมองหยุดทำงานชั่วขณะ

นางมองฉู่ลู่ที่กำลังย่างสามขุมเข้ามาหา…

ชั่วพริบตานั้น… ความจริงอันน่าสะพรึงก็แล่นเข้าสู่สมอง...

กระบี่ฌานนรกไม่เคยหลุดจากการควบคุม... เพราะที่ผ่านมา… ฉู่ลู่ใช้พลังของตัวเองมาโดยตลอด!

ตึก!

ฉู่ลู่หยุดยืนตรงหน้าศิษย์น้องเล็ก ก้มมองนางด้วยแววตาว่างเปล่า

แรงกดดันมหาศาลที่เคยสัมผัสก่อนหน้านี้กดทับลงมาอีกครั้ง แต่คราวนี้หนักหน่วงกว่าเดิมพันเท่า!

ศิษย์น้องเล็กทรุดฮวบลงคุกเข่า ตัวสั่นเทาราวลูกนกตกน้ำ

“ข้าผิดไปแล้ว! ข้าผิดไปแล้ว ท่านไว้ชีวิตข้าเถอะ!”

ทว่าแรงกดดันมิได้ลดลงเลย ฉู่ลู่ยังคงถามคำเดิม

“กระบี่อวิ๋นเฟิงล่ะ?”

ศิษย์น้องเล็กสะดุ้งสุดตัว รีบตะโกนลั่น

“กระบี่อวิ๋นเฟิง! มานี่เดี๋ยวนี้!”

แสงกระบี่วูบวาบพุ่งลงมาจากฟ้า กระบี่อวิ๋นเฟิงตกลงสู่มือนาง

นางรีบประคองกระบี่ขึ้นเหนือหัวด้วยสองมือละล่ำละลักกล่าว

“ข้ายินดีมอบเขาให้ท่าน! ให้เขาทำพันธสัญญากับท่าน! วันหน้าข้าจะไม่โผล่หัวมาให้เห็นอีก จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก! ดังนั้น... ปล่อยข้าไปเถอะ!”

ฉู่ลู่คว้ากระบี่อวิ๋นเฟิงมาถือไว้ แล้วมองนางด้วยสายตาประหลาดใจแวบหนึ่ง

“สมองเจ้ามีปัญหาหรือไร?”

ศิษย์น้องเล็กชะงักค้าง

วินาทีถัดมา หมัดลุ่นๆ ก็ซัดเข้ากลางหน้าอกนาง

ผัวะ!

ร่างของศิษย์น้องเล็กระเบิดเป็นเถ้าธุลี ปลิวหายไปกับสายลม

ฉู่ลู่ก้มมองกระบี่ในมือ พลางคิดในใจว่า…

เฮ้อ! กว่าจะได้มา

อันที่จริงเขาดูออกตั้งแต่แรกแล้วว่านี่เป็นกับดัก แต่เพื่อความชัวร์จึงยอมเล่นตามน้ำ เพราะคิดว่าพวกมันน่าจะเอากระบี่อวิ๋นเฟิงออกมาล่อตาล่อใจบ้าง

ถึงตอนนั้นค่อยชิงกระบี่แล้วฆ่าคน… ก็แค่เรื่องง่ายๆ

แต่ผิดคาดที่พวกมันดันกั๊กของไว้!

สุดท้ายผลลัพธ์ก็มีค่าเท่ากัน ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่มีทางปล่อยให้พวกมันรอด… และไม่ปล่อยกระบี่อวิ๋นเฟิงหลุดมือไปเด็ดขาด!

ก็แค่สลับขั้นตอนจาก 'ชิงแล้วฆ่า' เป็น 'ฆ่าแล้วชิง' ก็เท่านั้น….

“จิตวิญญาณกระบี่ยังไม่ออกมาอีก? จะมุดหัวอยู่ในนั้นอีกนานไหม?” ฉู่ลู่กล่าวเสียงเข้ม

สิ้นเสียง… จิตวิญญาณกระบี่หนุ่มรูปงามก็จำใจโผล่ออกมาจากตัวกระบี่

เขายืนตัวแข็งทื่อ หนังศีรษะชาหนึบไปหมด

ไม่ใช่แค่เพราะเห็นจอมมารระดับบอสถูกฉู่ลู่ตบตายเหมือนยุง

แต่เป็นเพราะเบื้องหลังฉู่ลู่... มีกระบี่มารรุ่นพี่นับสิบเล่มที่พลังแก่กล้ากว่าเขา กำลังยืนเรียงหน้ากระดานและมองมา!

แววตาของพวกนั้นเปี่ยมด้วยความ 'สงสารและเวทนา' พร้อมกับถอนหายใจออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

กระบี่อวิ๋นเฟิง: “......”

จบบทที่ บทที่ 84 จุดจบของศิษย์น้องเล็ก

คัดลอกลิงก์แล้ว