เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 57 แย่ล่ะสิ, นี่มันพวกคลั่งรัก!

บทที่ 57 แย่ล่ะสิ, นี่มันพวกคลั่งรัก!

บทที่ 57 แย่ล่ะสิ, นี่มันพวกคลั่งรัก!


ในกลุ่มแชทพลันเด้งรัวไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

ขณะที่ฉู่ลู่กำลังสงสัยว่าตนเองคิดผิดไปหรือเปล่า ทุกคนก็ต่างพากันรัวข้อความเข้ามา

สวีลี่เหนียง: “อะไรคือแย่งกระบี่วิญญาณ? นี่มันกำลังแย่งสามีกันอยู่ไม่ใช่หรือ?”

ฮวาหงเหลียน: “ฉู่ลู่… เจ้าสติลอยไปแล้วเหรอ?”

ลั่วชิงเตี๋ย: “นางกำลังเล่าเรื่องเศร้าขนาดนั้น รบกวนช่วยตั้งใจฟังหน่อยได้ไหม?!”

จู้ซานหลิน: “หรือว่าเจ้ากำลังเยาะเย้ย? ฉู่ลู่… ถ้าเช่นนั้นข้าคงมองเจ้าผิดไปจริงๆ!”

หลิวหรูเยว่: “นี่มันเกินไป!”

ฉู่ลู่: “...”

ฉู่ลู่: “ได้ๆ เป็นความผิดของข้าเอง, ข้าขอโทษ!”

สวีลี่เหนียง: “เอาล่ะ, เสี่ยวหว่าน เจ้าอย่าไปสนใจเขาเลย, เล่าต่อเถอะ หลังจากนั้นล่ะ? ถึงคิวตบชู้แล้วใช่ไหม!?”

อี้เสี่ยวหว่าน: “ข้าพุ่งเข้าไปต่อว่า, ศิษย์น้องก็ร้องไห้โฮออกมาทันที บอกว่านางไม่เคยเห็นกระบี่ที่ดีเช่นนี้มาก่อน ก็เลยอดใจไม่ไหว

ส่วนจิตวิญญาณกระบี่ก็โกรธจัด, พูดว่าข้าเป็นถึงศิษย์พี่ใหญ่ แค่ให้ศิษย์น้องยืมกระบี่ใช้หน่อยมันจะเป็นอะไรไป? ขนาดเขาเองยังไม่ถือสาเลย, แล้วข้าจะมาโมโหอะไรนักหนา?

หลังจากนั้นศิษย์น้องยังพูดอีกว่านางจะไม่ใช้เปล่า ๆ, นางสามารถสอนวิชากระบี่ให้ข้าได้ จิตวิญญาณกระบี่ก็ยังพูดผสมโรงต่ออีกว่า นี่เป็นโอกาสที่ดี เพราะว่าวิชากระบี่ของข้ามันห่วยแตก ควรจะใช้โอกาสนี้ฝึกปรือเสียบ้าง

ข้าถูกคนทั้งสองรุมต้อนจนพูดไม่ออก… ทำได้เพียงตอบตกลง”

อี้เสี่ยวหว่าน: “หลังจากนั้นศิษย์น้องก็มาที่เรือนของข้าทุกวัน, มาฝึกกับจิตวิญญาณกระบี่ต่อหน้าข้า และตอนที่ฝึกกระบี่… ข้าก็ยังต้องถือไม้ฟืนอันเดิม เพราะกระบี่อวิ๋นเฟิงบอกว่าวิชาข้ากระบี่ห่วยแตกเกินไป, ไม่อนุญาตให้ข้าแตะต้องเขาเลย”

พอเรื่องราวท่อนนี้เล่าจบ ทุกคนในกลุ่มแชทก็พากันเงียบกริบ

ฉู่ลู่: “ถ้าเรื่องนี้มันเป็นการแย่งสามีกัน, งั้นพล็อตช่วงนี้มันควรจะ... สุดโต่งที่สุดแล้วใช่ไหม?”

ฮวาหงเหลียน: “ข้าโสด, ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่”

ลั่วชิงเตี๋ย: “ข้าก็เหมือนกัน”

จู้ซานหลิน: “เหมือนข้างบน”

หลิวหรูเยว่: “ยังเป็นเด็กอยู่”

สวีลี่เหนียง: “โคตรของโคตรเหนือโลกเลยล่ะ”

ทว่าสิ่งที่เหนือความคาดหมายของทุกคนก็คือ… นี่ยังไม่ใช่ส่วนที่พีคที่สุด!

พอเหล่าสมาชิกกลุ่มแชทเริ่มสงบลง, อี้เสี่ยวหว่านก็เล่าเรื่องราวต่อจากนั้น

หลังจากนั้น, เรื่องราวก็ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปอีกนาน อี้เสี่ยวหว่านต้องออกไปดิ้นรนทำงานหาเงินอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อเลี้ยงดูกระบี่อวิ๋นเฟิง, ส่วนกระบี่อวิ๋นเฟิงก็อยู่กับศิษย์น้องฝึกยุทธ์กันตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

จนกระทั่งใกล้ถึงงานประลองยุทธ์ประจำสำนัก, จู่ๆ ศิษย์น้องก็เข้ามาท้าทายอี้เสี่ยวหว่าน, บอกว่าจะพนันกันด้วยสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของกระบี่อวิ๋นเฟิง, ใครชนะคนนั้นก็คือเจ้าของกระบี่อวิ๋นเฟิงที่แท้จริง!

ศิษย์น้องยังพูดอีกว่าอี้เสี่ยวหว่านอยู่กับกระบี่อวิ๋นเฟิงมานานขนาดนี้ แต่ยังไม่ได้ผูกพันธสัญญากัน, แสดงว่าทั้งสองไม่เหมาะสมกัน, ขืนดึงดันอยู่ต่อ ก็มีแต่จะทรมานกันทั้งสองฝ่ายเสียเปล่าๆ

อี้เสี่ยวหว่านตอบตกลง… จากนั้นในวันงานประลองยุทธ์ อี้เสี่ยวหว่านก็ทุ่มสุดตัวทุกกระบวนท่า, จนในที่สุดก็มีแววว่าจะพลิกชนะ… แต่กระบี่อวิ๋นเฟิงทนดูไม่ไหว, หันปลายกระบี่มาร่วมมือกับศิษย์น้องเพื่อโจมตี แทงทะลุอี้เสี่ยวหว่านจนพรุน

อี้เสี่ยวหว่านพ่ายแพ้บาดเจ็บสาหัส และสูญเสียกระบี่อวิ๋นเฟิงไป จำต้องนอนพักรักษาตัวอยู่บนเตียง, ศิษย์น้องยังแสร้งทำเป็นหวังดี พากระบี่อวิ๋นเฟิงมาเยี่ยมและขอโทษอยู่เป็นพักๆ ทำให้นางจมอยู่ในความเศร้าหมอง

จากนั้นในวันหนึ่ง… พอนางลืมตาตื่นขึ้นมา ก็พบว่าตนเองได้เกิดใหม่แล้ว

อี้เสี่ยวหว่าน: “การได้กลับมาอีกครั้ง เรื่องเช่นนี้ก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน, แต่โอกาสที่ล้ำค่าเช่นนี้ ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้สูญเปล่าแน่ ครั้งนี้จะต้องพลิกชะตาอนาคตอันแสนรันทดให้จงได้!”

ฉู่ลู่รู้สึกชินชากับเรื่องเกิดใหม่นี่จนไม่รู้สึกอะไรแล้ว, แต่เขากลับรู้สึกพึงพอใจกับท่าทีของอี้เสี่ยวหว่านมากกว่า

ฉู่ลู่: “เข้าใจแล้ว, เจ้าจะไปฆ่าไอ้พวกชู้คู่นั้นสินะ!”

อี้เสี่ยวหว่าน: “ครั้งนี้ข้าจะต้องชิงหัวใจของกระบี่อวิ๋นเฟิงกลับมาให้ได้!”

ฉู่ลู่: “?”

อี้เสี่ยวหว่าน: “?”

ฉู่ลู่: “เจ้าจะชิงอะไรกลับมานะ?”

อี้เสี่ยวหว่าน: “ท่านจะฆ่าใครนะ?!”

ฉู่ลู่: “ไม่ใช่สิ! ชาติที่แล้วมันถึงขั้นแทงเจ้าจนพรุนเลยนะ!”

อี้เสี่ยวหว่าน: “แต่ข้าชอบเขานี่! อีกอย่าง… นี่มันเป็นความผิดของข้าเอง”

ฉู่ลู่: “??”

อี้เสี่ยวหว่าน: “เป็นข้าเองที่มัวแต่ออกไปทำงานหาเงิน คิดว่าขอแค่มีเงินให้พอ ความสัมพันธ์ก็จะดีเอง, ยิ่งไปกว่านั้น… ก็เป็นเพราะข้าใสซื่อเกินไป ไม่รีบห้ามความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงระหว่างเขากับศิษย์น้องเสียแต่เนิ่นๆ

จะไปโทษเขาว่าทำผิดก็มิได้ เป็นข้าเองที่ให้อิสระแก่เขามากเกินไป ทำให้เขายิ่งอ้างว้าง, ถึงทำให้เขาตกอยู่ในห้วงวังวนแห่งรักเช่นนี้!”

ฉู่ลู่: “เจ้าถึงขั้นร้องเป็นเพลงเลยสินะ? ทำไมเจ้าไม่แบกรับความเจ็บปวดแล้วมองเขาโบยบินไปเลยล่ะ!?”

อี้เสี่ยวหว่าน: “ข้าเจ็บแล้วจึงคิดได้, อยากจะทบทวนความผิดพลาด, แต่ก็ทุกข์ใจที่หาหนทางไม่เจอ ถ้าข้ามัวแต่ทำงานงกๆ ก็ไม่มีเวลาไปโอบกอดเขา, แต่ถ้าหากไม่ทำงาน ก็ไม่มีปัญญาเลี้ยงดูเขา!

ท่านหัวเกลุ่ม! ทุกคนต่างพูดว่าท่านเก่งมาก, ดังนั้นท่านคงต้องมีหนทางแน่ใช่ไหม? ขอเพียงสามารถชิงหัวใจของกระบี่อวิ๋นเฟิงกลับมาได้, ต่อให้ต้องตายกี่คนข้าก็ไม่สนทั้งนั้น!”

ฉู่ลู่: “...”

ฉู่ลู่: “ขอโทษ, ข้าก็มีจุดยืนอยู่เหมือนกัน, ไอ้งานสกปรกที่มันหยามเกียรติกันขนาดนี้, ข้าไม่ทำโว้ย!”

【ตรวจพบคลื่นอารมณ์ที่รุนแรง, เริ่มภารกิจกลุ่มแชท】

【เนื้อหาภารกิจ: มุ่งหน้าสู่โลกนิยายน้ำเน่าหมายเลขสิบสอง, ช่วยเหลืออี้เสี่ยวหว่านให้ได้รับซึ่งวาสนาคู่ครองที่ดีงาม】

【รางวัลภารกิจ: การถ่ายทอดพลังฝีมือ (ขีดจำกัดสูงสุดระดับแก่นทองคำขั้นต้น)】

【จะยอมรับหรือไม่?】

ฉู่ลู่: “??”

—เดี๋ยวก่อนนะ, อารมณ์แบบนี้ก็ได้หรือ? ... แม่งเอ้ย! ไอ้รางวัลนี่มันก็น่าสนไม่เลวเสียด้วย!

แต่ฉู่ลู่ก็ไม่ได้คิดจะเปลี่ยนใจ สังหารผู้ชายน่ะไม่มีปัญหา, แต่ให้ไปจีบผู้ชาย... เขาไม่เอาด้วยหรอก!

อี้เสี่ยวหว่าน: “ทำไมล่ะ?”

ฉู่ลู่: “เพราะมันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีความเป็นคน”

อี้เสี่ยวหว่าน: “เฮ้อ! ก็ได้ ถ้าเช่นนั้นข้าทำเองก็ได้! ขอเพียงใช้พลังเป็นสองเท่าในการทำงาน, ก็คงจะแบ่งเวลามาได้สักครึ่งหนึ่งล่ะนะ!”

แต่คนอื่นๆ ในกลุ่มแชท… อาจเพราะเป็นนางเอกนิยายน้ำเน่าหัวอกเดียวกัน, ต่างก็เลยอดแสดงความสงสารไม่ได้

ลั่วชิงเตี๋ย: “ฉู่ลู่... ช่วยนางหน่อยเถอะ”

ฮวาหงเหลียน: “ใช่แล้ว ดูท่าทางนางคงจะต้องตายอย่างอนาถอีกแน่ๆ”

จู้ซานหลิน: “นางต้องโดนแทงทะลุจนพรุน”

หลิวหรูเยว่: “เป็นผู้พ่ายแพ้”

อี้เสี่ยวหว่าน: “เชื่อมั่นในตัวข้าบ้างสิ! ข้าอุตส่าห์เกิดใหม่กลับมาเชียวนะ!”

ทุกคน: “ใครบ้างที่ไม่ใช่ล่ะ!?”

อี้เสี่ยวหว่าน: “?”

ฉู่ลู่ก็มีท่าทีลังเลอยู่บ้าง, ความเห็นใจที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกก็ทำให้เขารู้สึกปล่อยไปไม่ลงเช่นกัน

เขาไม่อยากจะเปิดกลุ่มแชทขึ้นมาในวันใดวันหนึ่ง แล้วต้องมาเห็นข้อความสั่งเสียก่อนตายของอี้เสี่ยวหว่าน

“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน”

ฉู่ลู่คิดแล้วคิดอีก, จู่ๆ ก็มีไอเดียหนึ่งผุดขึ้นมา…

“เจ้าเป็นผู้บำเพ็ญระดับแก่นทองคำใช่ไหม? แล้วไอ้รากวิญญาณคงหลิงนั่นมันเป็นอย่างไรกัน?”

อี้เสี่ยวหว่าน: “รากวิญญาณธาตุไฟจะเชี่ยวชาญคาถาสายไฟ, รากวิญญาณธาตุน้ำจะเชี่ยวชาญคาถาสายน้ำ, แต่รากวิญญาณคงหลิงไม่เก่งอะไรสักอย่าง

ข้าใช้คาถาใดๆ ไม่ได้เลย นอกจากจะสามารถยกระดับขอบเขตได้, เพิ่มอายุขัยได้, และใช้เติมพลังให้อาวุธวิเศษและค่ายกลได้, นอกนั้นข้าก็ไม่ต่างอะไรจากคนธรรมดาเลย”

ฉู่ลู่: “เหรอ? ถ้าเช่นนั้นเจ้าได้เคยเจอปาฏิหาริย์หรือวาสนาอะไรบ้างไหม?”

อี้เสี่ยวหว่าน: “หืม? ไม่มีเลยนะ”

ฉู่ลู่ได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจ, คิดในใจว่าถ้าเช่นนั้นก็คงช่วยไม่ได้แล้ว

เดิมทีเขาอุตส่าห์คิดไอเดียเด็ดๆ ออก… ที่ไม่จำเป็นต้องไปยุ่งเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ก็สามารถทำให้ความปรารถนาของอี้เสี่ยวหว่านเป็นจริงได้ เพียงแต่มันต้องอาศัยพลังฝีมือที่แข็งแกร่งมาสนับสนุน

แต่ในเมื่ออี้เสี่ยวหว่านฝีมือไม่ถึง… ก็คงช่วยไม่ได้แล้ว

ในยามนี้อี้เสี่ยวหว่านก็กล่าวขึ้น

“แต่ก็เคยเจอเรื่องแปลกๆ อยู่บ้างนะ, เช่นมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ข้าออกไปทำงาน บังเอิญไปเจอกับขอทานเฒ่าคนหนึ่ง, เขามองข้าแวบหนึ่งแล้วพูดว่า…

แม่หนูนี่มีรากวิญญาณคงหลิงด้วยหรือ? อยู่ในโลกใบนี้ลำบากแย่เลยนะ เจ้าเลี้ยงข้าวเลี้ยงเหล้าผู้เฒ่าสักมื้อจะเป็นไร, ข้าจะบอกความลับของรากวิญญาณคงหลิงให้สักหน่อย, ...แต่ข้าว่าช่างไร้สาระสิ้นดี”

ฉู่ลู่: “หืม?”

จบบทที่ บทที่ 57 แย่ล่ะสิ, นี่มันพวกคลั่งรัก!

คัดลอกลิงก์แล้ว