เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 56 เรื่องราวสมาชิกใหม่ช่างแปลกประหลาดนัก

บทที่ 56 เรื่องราวสมาชิกใหม่ช่างแปลกประหลาดนัก

บทที่ 56 เรื่องราวสมาชิกใหม่ช่างแปลกประหลาดนัก


“มีสมาชิกใหม่มาอีกแล้วหรือ?” ฉู่ลู่พึมพำ พลางเลื่อนอ่านประวัติข้อความในช่วงสองชั่วโมงที่ผ่านมา

จากบทสนทนาของพวกนาง ฉู่ลู่พบว่าสมาชิกใหม่ที่ชื่ออี้เสี่ยวหว่านคนนี้ ดูเหมือนจะมาจากโลกเซียนเช่นกัน โดยอ้างว่าเป็นผู้ฝึกกระบี่จากนิกายกระบี่จื่อเสีย และมีพลังฝีมืออยู่เพียงระดับแก่นทองคำ

ดังนั้น… พอนางได้ยินลั่วชิงเตี๋ยบอกว่าเป็นระดับมหาบรรลุ, สวีลี่เหนียงอ้างว่าเป็นฮ่องเต้, จู้ซานหลินเล่าว่าเป็นเซียนผู้ผ่านเคราะห์กรรมนับร้อยชาติ, ฮวาหงเหลียนเผยว่าเป็นหงเหลียน(บัวแดง)จุติมาเกิด, และหลิวหรูเยว่บอกว่าเป็นเซียนสวรรค์...

นางก็ถึงกับตัวสั่นงันงก! นึกว่าตนเองหลงเข้ามาในสถานที่สุดพิสดารเข้าให้แล้ว

แน่นอนว่าฉู่ลู่ก็ประหลาดใจเช่นกัน… สองคนแรกยังพอเข้าใจได้ แต่สามคนหลังนี่เขาเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเท็จกันแน่

แน่นอนว่าหลังจากคุยกันสักพัก พอสัมผัสได้ถึงกลิ่นอาย "ความบ๊อง" ที่แทรกซึมอยู่ในไขกระดูกของอีกฝ่าย นางก็คงเลิกเกร็ง, หัวเราะคิกคัก และไม่นานก็เข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย

แล้วก็ไม่ผิดคาด อี้เสี่ยวหว่านก็เอ่ยขึ้นมาว่าตนเองกำลังเดือดร้อน

ดูเหมือนนางจะรู้สึกว่าการที่ตนได้เข้ากลุ่มแชทมาในช่วงเวลานี้ แถมในกลุ่มยังมีเหล่ายอดฝีมืออยู่เพียบ คงเป็นลิขิตสวรรค์ที่ต้องการจะช่วยเหลือนางเป็นแน่

และเมื่อได้ยินเช่นนี้ ปฏิกิริยาของเหล่า "ยัยบ๊อง" ที่เหลือก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง

พวกนางพร้อมใจกันแท็กฉู่ลู่: “@ฉู่ลู่ งานเข้าแล้ว!”

ฉู่ลู่: “...”

อี้เสี่ยวหว่าน: “เอ่อ ฉู่ลู่คือ...”

ลั่วชิงเตี๋ย: “คือเจ้าของกลุ่ม เป็นคนเดียวในกลุ่มที่มีวิธีเดินทางไปมาระหว่างโลกต่างๆ ได้ เป็นคนที่...ค่อนข้างอัธยาศัยดี ปัญหาของข้ากับสวีลี่เหนียงก็ล้วนได้เขาช่วยจัดการให้”

สวีลี่เหนียง: “เพียงแต่วิธีจัดการของเขามัน... ออกจะหยาบช้าไปหน่อย”

ฮวาหงเหลียน: “คำว่าหยาบช้าดูดีเกินไปหน่อยไหม?”

จู้ซานหลิน: “คอนเซ็ปต์หลักคือ ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า! ฆ่าแหลกตั้งแต่ต้นจนจบ ถ้าไม่ได้กำลังฆ่าคน ก็กำลังอยู่ระหว่างทางไปฆ่าคน!”

หลิวหรูเยว่: “สู้มันส์สะใจ!”

อี้เสี่ยวหว่าน: “จอมมารรึ? นี่มันจอมมารชัดๆ?!”

ลั่วชิงเตี๋ย: “ก็ไม่เชิงนะ... อืม ใช่ไหมทุกคน?”

สวีลี่เหนียง: “ข้าว่าเขาก็ยังพยายามเลี่ยงที่จะทำร้ายผู้บริสุทธิ์อยู่นะ... บางครั้ง”

อาจเป็นเพราะรู้สึกว่าท่าทีลังเลของตนมันดูแปลกๆ ลั่วชิงเตี๋ยจึงรีบพูดแก้

ลั่วชิงเตี๋ย: “แต่ไม่ว่าจะว่าอย่างไร ปัญหาก็ถูกแก้ไขได้จริงๆ นะ! ฉู่ลู่ไว้ใจได้มาก!”

สวีลี่เหนียง: “นั่นก็ไม่ผิด! ถ้าไม่รังเกียจเรื่องนองเลือดล่ะก็ ฉู่ลู่ก็นับว่าสมบูรณ์แบบเลย!”

ประวัติข้อความจบลงที่ตรงนี้ ฉู่ลู่รู้สึกกระอักกระอ่วนพิกล เขาจึงพิมพ์ข้อความไป:

ฉู่ลู่: “นี่พวกเจ้ากำลังชมข้าอยู่จริงๆ ใช่ไหม?”

พอฉู่ลู่พิมพ์ไป ทุกคนก็พากันตอบกลับ

ลั่วชิงเตี๋ย: “เจ้าอย่าเข้าใจผิด! ข้าก็ชมเจ้านั่นแหละ”

สวีลี่เหนียง: “ใช่ๆ!”

ฉู่ลู่: “...จะถือว่าเป็นเช่นนั้นแล้วกัน, ว่าแต่สวีลี่เหนียง จัดการชุ่ยฮวาไปหรือยัง?”

สวีลี่เหนียง: “ฆ่าแล้ว… ตัดหัวก่อน แล้วค่อยสับจนละเอียด เอาไปเผาแล้วก็เอาโปรยลงแม่น้ำให้ปลากิน, ตกปลาที่กินขึ้นมาเผาซ้ำอีกรอบ! ไม่มีปัญหาแน่นอน!”

ฉู่ลู่: “ก็ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้... ช่างเถอะ ว่าแต่สมาชิกใหม่ ต้องการให้ข้าช่วยหรือไม่?”

ผ่านไปสักพัก เขาจึงได้เห็นคำตอบของอี้เสี่ยวหว่าน

อี้เสี่ยวหว่าน: “ต้องการ! ขอเพียงสามารถทำให้ความปรารถนาของข้าเป็นจริง ต่อให้เลือดจะนองเป็นสายธาร ข้าก็ไม่ลังเล!”

ฉู่ลู่ได้ยินดังนั้นก็เลิกคิ้วขึ้น คิดในใจว่าจิตใจแน่วแน่ดี ดูท่าจะมีกึ๋นกว่า "พวกบ๊อง" สองคนนั่นอยู่บ้าง

ฉู่ลู่: “ตกลง, ถ้างั้นก็เล่าสถานการณ์มา เรื่องของทางฝั่งเจ้า? ปัญหาที่เจ้าเจอ? และอยากให้ข้าทำอะไร?”

อี้เสี่ยวหว่าน: “ได้!”

อี้เสี่ยวหว่าน: “เริ่มเล่าจากสถานะของข้าก่อนก็แล้วกัน ข้าคือศิษย์พี่ใหญ่แห่งยอดเขาอวิ๋นหลาน นิกายกระบี่จื่อเสีย บิดามารดาของข้าทั้งคู่ล้วนเป็นผู้อาวุโสของนิกาย ในตอนที่ทำสงครามครั้งใหญ่กับวังอสูรโลหิต พวกเขาเสียชีวิตทั้งหมด เหลือเพียงข้าไว้คนเดียว…

ท่านเจ้าสำนักเห็นว่าครอบครัวของพวกเราเสียสละไปมาก ดังนั้นจึงคอยดูแลข้าเป็นอย่างดี ข้ามีรากวิญญาณคงหลิงมาแต่กำเนิด ถือเป็นพวกกึ่งไร้ประโยชน์ในการบำเพ็ญเพียร”

อี้เสี่ยวหว่าน: “ท่านเจ้าสำนักกังวลเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของข้า จึงช่วยตามหากระบี่วิญญาณชั้นยอดเล่มหนึ่งมาให้ คิดจะให้ข้าผูกพันธสัญญากับกระบี่วิญญาณ เช่นนี้ก็ถือว่าได้ที่พึ่งดีๆ ในวันข้างหน้า อย่างน้อยก็จะไม่ถูกคนรังแก”

ฉู่ลู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกว่ามันทะแม่งๆ แต่ก็ยังบอกไม่ถูกในทันที จึงตั้งใจฟังต่อไป

อี้เสี่ยวหว่าน: “และข้าก็ตอบตกลง ด้วยพลังฝีมือและพรสวรรค์ของข้า การได้รับกระบี่เล่มนี้ก็นับเป็นวาสนาสามชาติแล้ว, ยิ่งไปกว่านั้น… กระบี่อวิ๋นเฟิงตนนั้นยังมีจิตวิญญาณกระบี่ที่อยู่ในชุดสีขาว รูปโฉมสง่างาม องอาจผึ่งผาย หน้าตาหล่อเหลาเป็นพิเศษ”

อี้เสี่ยวหว่าน: “แต่ข้ามีศิษย์น้องหญิงอยู่คนหนึ่ง, พอนางเห็นกระบี่อวิ๋นเฟิง ตาก็ลุกวาวทันที เข้ามาขัดขาข้าให้ล้ม แล้ว แย่งกระบี่ไปกอดไว้ไม่ยอมปล่อย ยังพูดอีกว่าข้าเป็นพวกรากวิญญาณคงหลิง อย่างไรเสียก็ฝึกอะไรให้ก้าวหน้าไม่ได้ ต่อให้ได้กระบี่ไปก็เป็นการสิ้นเปลืองเปล่าๆ มิสู้ยกให้นางเสียดีกว่า…

ท่านเจ้าสำนักโกรธมาก จะสั่งสอนศิษย์น้อง, ในยามนั้นเองที่จิตวิญญาณของกระบี่อวิ๋นเฟิงก็ปรากฏตัวออกมา คิดจะขวางอาจารย์ไว้”

อี้เสี่ยวหว่าน: “จิตวิญญาณกระบี่อวิ๋นเฟิงกล่าวว่า เทียบกับข้านังซอมซ่อคนนี้แล้ว เขาชอบนางศิษย์น้องมากกว่า”

อี้เสี่ยวหว่าน: “แน่นอนว่าสุดท้ายท่านเจ้าสำนักก็ยังคงแย่งกระบี่อวิ๋นเฟิงกลับมามอบให้ข้าจนได้ แต่ก็เพราะเรื่องนี้… ข้าจึงบาดหมางกับจิตวิญญาณกระบี่ และเขาไม่ยอมผูกพันธสัญญากับข้า แต่ตอนนั้นข้สคิดว่าไม่เป็นไร หวังว่าเมื่อเวลาเนิ่นนานไป ข้าย่อมสามารถเอาชนะใจเขาได้สักวัน”

ฉู่ลู่: “...”

—ซี๊ด กลิ่นมันชักจะแรงขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะ

อี้เสี่ยวหว่าน: “วิชาฝีมือทั้งหมดของผู้ฝึกกระบี่ ล้วนอยู่ที่กระบี่ทั้งสิ้น, ดังนั้นการเลี้ยงจิตกระบี่ให้ดี จึงเป็นบทเรียนที่สำคัญที่สุดของการฝึก…

กระบี่อวิ๋นเฟิงอายุยังไม่มาก ดังนั้นฝีมือจึงไม่สูงมากนัก, แต่ศักยภาพกลับสูงล้ำอย่างยิ่ง ดังนั้นทรัพยากรที่เขาต้องใช้ในการฝึกฝน จึงมากมายตามไปด้วย …

ตัวข้าแม้จะเป็นศิษย์พี่ใหญ่ และได้รับการดูแลมากมายจากสำนัก ได้รับทรัพยากรมาไม่น้อย, แต่มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะใช้เลี้ยงกระบี่อวิ๋นเฟิงได้ ข้าจึงต้องจำใจลงเขาไปดิ้นรน ทำภารกิจหาเงินอย่างเอาเป็นเอาตาย”

อี้เสี่ยวหว่าน: “งานต่ำต้อยอย่างขัดส้วม หรือไปช่วยในสวนสมุนไพร จนไปถึงงานยากๆ อย่างฆ่าอสูร และสำรวจแดนลับ ทุกอย่างที่ทำได้ ข้าก็ทำมาหมดแล้ว…

วันๆ เอาแต่ดิ้นรนอยู่ข้างนอก บวกกับข้าไม่อยากให้เขาต้องมาลำบาก จึงไม่ได้พาเขามาด้วย ต้องอาศัยไม้ฟืนท่อนเดียวนี้สู้ตาย จนทำให้เนื้อตัวต้องมอมแมม สองสามเดือนถึงจะได้กลับไปสักครั้ง”

อี้เสี่ยวหว่าน: “เขาอาศัยทรัพยากรที่ข้าส่งให้ ฝีมือก็ก้าวหน้าขึ้นอย่างมั่นคง แต่มีเพียงเรื่องความสัมพันธ์นี้เท่านั้น ที่กลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ

เขาเจอหน้าข้าทีไรก็อ้าปากเรียกแต่ว่า นังโง่, น่าเกลียดชะมัด ไสหัวไป, อย่ามาขวางหูขวางตาข้า, ทรัพยากรข้าล่ะ… ทำไมมันน้อยเช่นนี้?, เจ้าแอบอู้อีกแล้วหรือ?, ส่วนเรื่องผูกพันธสัญญายิ่งไม่ต้องพูดถึง ไม่มีทางเป็นไปได้เลย”

อี้เสี่ยวหว่าน: “ที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือ… มีอยู่วันหนึ่งข้ากลับมา เหล่าศิษย์น้องชายหญิงจู่ๆ ก็มาหาข้า บอกให้ข้าระวังตัวไว้หน่อย พวกเขาเห็นนางศิษย์น้องนั่นแอบย่องมาที่เรือนของข้าบ่อยๆ ในใจข้าพลันรู้สึกไม่ดี จึงรีบวิ่งไปดู แล้วก็ได้เห็นภาพที่ไม่น่าดูชมเข้า”

อี้เสี่ยวหว่าน: “ในเรือนของข้า จิตวิญญาณกระบี่อวิ๋นเฟิงมอบร่างจริงของเขาให้นาง แล้วก็สอนนางฝึกกระบี่ด้วยสีหน้าเอ็นดูรักใคร่, เหล่าพี่น้องทั้งหลาย… พวกเจ้าเข้าใจข้าไหม?!”

อี้เสี่ยวหว่านเจ็บปวดจนแทบขาดใจ: “นางศิษย์น้องกับกระบี่วิญญาณของข้า แอบลักลอบฝึกวิชากระบี่กันในบ้านของข้า!!”

ฉู่ลู่: “...”

—เวร กลิ่นมันชักจะระเบิดออกมาแล้ว!

ฉู่ลู่ทนไม่ไหวในที่สุด

“เอ่อ… มีแค่ข้าคนเดียวหรือเปล่า? ที่ฟังแล้วรู้สึกว่านางไม่ได้กำลังจะแย่งกระบี่วิญญาณกับศิษย์น้อง… แต่กำลังแย่งสามีจากชู้กันอยู่?”

จบบทที่ บทที่ 56 เรื่องราวสมาชิกใหม่ช่างแปลกประหลาดนัก

คัดลอกลิงก์แล้ว