- หน้าแรก
- กลุ่มแชทของข้ารวมนางเอกดราม่าจากนิยายน้ำเน่า
- บทที่ 45 ผู้บงการเบื้องหลัง... มีที่มาไม่ธรรมดา
บทที่ 45 ผู้บงการเบื้องหลัง... มีที่มาไม่ธรรมดา
บทที่ 45 ผู้บงการเบื้องหลัง... มีที่มาไม่ธรรมดา
“เดิมทีนี่เป็นเพียงการกลับไปเยี่ยมบ้านที่แสนธรรมดาครั้งหนึ่ง…”
“ข้านำของขวัญกลับไปมากมาย พูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกับท่านแม่และท่านแม่เล็ก ไปพบปะเหล่าพี่น้องสตรี และกลับไปดูห้องพักเดิมของตน...”
“ถ้าไม่ใช่เพราะข้านึกครึ้มอกครึ้มใจ เดินไปยังสวนด้านหลังเพื่อชมดอกไม้ และถ้าไม่ใช่เพราะบังเอิญไปพบกับหลิ่วจิ่นหลีเข้า เรื่องก็คงไม่เป็นเช่นนี้”
“หลิ่วจิ่นหลี?” ฉู่ลู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่เห็นชื่อนี้ในบัญชีตระกูล ในใจพลันคิดว่าคงแต่งออกเรือนไปแล้ว
ฉู่ลู่จึงเรียกคนผู้หนึ่งมา สั่งให้ไปตามบ่าวไพร่ของตระกูลหลิ่วมาสอบสวน แล้วจึงหันไปพูดกับฮองเฮาต่อ
“เจ้าเล่าต่อเถอะ... ก็คือหลิ่วจิ่นหลีผู้นี้สินะ ที่อยู่เบื้องหลังคอยชี้แนะเจ้า?”
“อืม” ฮองเฮาพยักหน้าแล้วกล่าวว่า
“ตอนแรกนางเพียงแค่มาทักทายข้า ด้านหลังยังมีนางกำนัลรับใช้ที่ดูท่าทางเซ่อซ่าตามมาด้วย, นางทำสีหน้าเลื่อมใส ถามข้าถึงเรื่องราวในวังหลวง”
“แต่หลังจากนั้น... นางก็เริ่มพูดถึงแนวคิดที่สะเทือนฟ้าสะเทือนดิน...”
ในคุกหลวงอันโสโครก ฮองเฮาเริ่มบรรยายถึงเหตุการณ์ในบ่ายวันนั้น ที่คนทั้งสองพูดคุยกันในสวนดอกไม้
หลิ่วจิ่นหลี: “ท่านพี่ ท่านอยู่ในวังหลวงมีความสุขดีหรือไม่?”
ฮองเฮา: “มีกินมีใช้ไม่ขาดแคลน มีสถานะสูงส่ง ย่อมมีความสุขอยู่แล้ว”
หลิ่วจิ่นหลี: “ข้าได้ยินมาว่าฝ่าบาทมีพระสนมมากมาย ท่านพี่ไม่รู้สึกไม่พอใจบ้างหรือ?”
ฮองเฮา: “ฮ่องเต้ทุกยุคทุกสมัยล้วนมีสามตำหนักหกพระสนม เป็นธรรมเนียมเช่นนี้มาตลอด แล้วจะมีอะไรให้ไม่พอใจ?”
หลิ่วจิ่นหลี: “แต่การที่มันเป็นเช่นนี้มาตลอด ก็ใช่ว่าจะถูกต้องเสียเมื่อไหร่?”
ฮองเฮา: “หืม?”
หลิ่วจิ่นหลี: “ท่านพี่อย่าเพิ่งว่าข้าเพ้อเจ้อเลยนะ แต่ข้ารู้สึกแปลกมาตั้งแต่เด็กแล้ว พวกเราล้วนเป็นสตรีเหมือนกัน เกิดมาก็มีรูปร่างไม่ต่างกัน เหตุใดถึงต้องแบ่งชนชั้นสูงต่ำ?
เหตุใดคนบางคนถึงทำได้เพียงอยู่บ้านดูแลสามีเลี้ยงลูก ขณะที่คนบางคนกลับสามารถไปเปิดหน้าชูตาข้างนอกได้? เหตุใดคนบางคนถึงสามารถมีฮาเร็ม แต่คนบางคนกลับทำได้เพียงเป็นหนึ่งในฮาเร็มเท่านั้น?”
หลิ่วจิ่นหลี: “คนเราเกิดมาเท่าเทียมกัน ไม่มีอะไรที่เราจะทำไม่ได้... ข้าคิดว่าเช่นนั้นต่างหากถึงจะถูก”
ฮองเฮา: “แนวคิดของเจ้านับว่าแปลกใหม่น่าสนใจดี แต่เก็บไว้คิดในใจคนเดียวก็พอ อย่าได้พูดมันออกมาเชียว เดี๋ยวจะถูกคนหัวเราะเยาะเอาได้”
หลิ่วจิ่นหลี: “ท่านพี่… ท่านคิดจริงๆ หรือว่าแนวคิดนี้มันน่าขบขัน, ท่านไม่เคยมีสักชั่วขณะหนึ่งเลยหรือ… ที่ในใจคิดว่า...
‘นังสวีลี่เหนียงนั่นมันมีอะไรต่างไปจากข้ากัน? แล้วข้าด้อยกว่านางตรงไหน? เหตุใดนางถึงได้เป็นฮ่องเต้ ขณะที่ข้ากลับเป็นได้แค่ฮองเฮา?’ ราชบัลลังก์นั่น... ข้าจะนั่งมันไม่ได้เลยหรือ?”
ฮองเฮา: “หยุดปากเดี๋ยวนี้! เจ้ายิ่งพูดยิ่งเลอะเทอะกันไปใหญ่แล้ว! วาจาเช่นนี้เป็นสิ่งที่เจ้าควรพูดหรือ?”
หลิ่วจิ่นหลี: “ถ้าท่านพี่ไม่มีความคิดเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย ข้าก็จะยอมตบปากตนเองเดี๋ยวนี้ แต่หากมีแม้เพียงสักเสี้ยวเดียวที่ไม่พอใจ... น้องสาวคนนี้ก็อาจจะสามารถช่วยท่านพี่ได้นะเพคะ”
ฮองเฮา: “...จริงหรือ?”
หลิ่วจิ่นหลี: “จริงแท้แน่นอนเพคะ”
ฮองเฮา: “เจ้าจะช่วยอย่างไร?”
หลิ่วจิ่นหลี: “อย่างแรก… เราต้องกำจัดฮ่องเต้เสียก่อน มีตระกูลหลิ่วคอยหนุนหลัง ท่านเพียงแค่ใช้เล่ห์เหลี่ยมเล็กน้อย ก็สามารถทำได้สำเร็จโดยง่าย”
หลิ่วจิ่นหลีอธิบายรายละเอียดว่าจะสร้างเรื่องใส่ร้ายผิงเฟยอย่างไร ล่อลวงสวีลี่เหนียงให้ลงมาติดกับ แล้วจึงใช้กระบี่อาญาสิทธิ์ทำให้สวีลี่เหนียงต้องอัปยศอดสู
และหลังจากนั้นจะค่อยๆ หยามเกียรติและวางยาสวีลี่เหนียง บีบให้นางร่างกายอ่อนแอ แล้วจึงฉวยโอกาสเข้ากุมอำนาจทางการเมือง ส่งคนของตนเข้าไป... และแผนการอื่นๆ อีกมากมาย
ฮองเฮา: “เจ้า... เจ้าไปเรียนรู้เรื่องพวกนี้มาจากที่ไหน?”
หลิ่วจิ่นหลี: “รู้เองโดยสัญชาตญาณเพคะ”
ฮองเฮา: “แต่... ถึงจะทำสำเร็จ เรื่องเช่นนี้ก็ไม่ต่างอันใดจากการก่อกบฏ ย่อมต้องถูกต่อต้านจากผู้คนจำนวนมากเป็นแน่”
หลิ่วจิ่นหลี: “ไม่เป็นไรเพคะ อาศัยอำนาจของตระกูลหลิ่ว ก็สามารถกดคนส่วนใหญ่ไว้ได้ ที่เหลือก็มิใช่อะไรอื่นนอกจากพวกเชื้อพระวงศ์เท่านั้น…
หากเหล่าอ๋องหัวเมืองนำทัพมาโจมตี แล้วอ้างว่าขจัดภัยใกล้เบื้องยุคลบาท ท่านพี่ก็เพียงหลอกพวกนางไปว่าเรื่องกบฏเป็นข่าวลือ ถึงขั้นตลบหลังกล่าวหาว่าพวกนางต่างหากที่คิดจะฉวยโอกาสก่อกบฏ”
“พวกนางก็ย่อมต้องถอยกลับไปเอง ส่วนพวกที่เหลือ... ก็มอบให้หม่อมฉันจัดการเองเพคะ”
ฮองเฮา: “เจ้า? จะทำอย่างไร?”
หลิ่วจิ่นหลี: “อีกไม่นาน ข้าจะได้แต่งงานกับทายาทอ๋องฉินเพคะ”
ฮองเฮา: “หา? อ๋องฉิน… พระขนิษฐาแท้ๆ ของฮ่องเต้องค์ก่อนน่ะหรือ, แม้้ตระกูลหลิ่วของพวกเราจะเป็นตระกูลใหญ่ก็จริง… แต่เจ้าเป็นเพียงลูกอนุ จะแต่งงานกับนางได้อย่างไร?”
หลิ่วจิ่นหลี: “ง่ายนิดเดียวเพคะ, อีกไม่กี่วัน… ก็จะถึงวันคล้ายวันเกิดของท่านแม่ ทายาทอ๋องฉินจะมาร่วมงานด้วย ข้าได้จัดคนไว้แล้ว ถึงเวลานั้นก็จะล่อนางไปที่ริมแม่น้ำ สั่งให้คนผลักนางตกน้ำ ข้าก็จะกระโดดลงไปช่วยนางขึ้นมา...
ถึงเวลานั้นข้าตัวเปียกถูกคนเห็น… ก็ถือว่าสิ้นเกียรติแล้ว, ทั้งยังมีบุญคุณช่วยชีวิตนางไว้อีก นางย่อมต้องให้ข้าแต่งเข้าจวนแน่นอน!”
ฮองเฮา: “ยังมีเล่ห์กลเช่นนี้อีกหรือ... แต่ทายาทอ๋องฉินมีภรรยาเอกอยู่แล้ว เจ้าไปก็คงได้เป็นแค่อนุเท่านั้น”
หลิ่วจิ่นหลี: “เรื่องเล็กน้อยเพคะ ข้าเพียงแค่ต้องปรนนิบัติรับใช้นางอย่างเต็มที่ก่อน ทำให้นางตกอยู่ในห้วงเสน่หา, ในขณะเดียวกันก็แอบใส่ยาขับเลือดในอาหารของภรรยาเอก เพื่อให้แน่ใจว่าข้าจะสามารถตั้งครรภ์มีทายาทได้เร็วกว่านาง
พอข้ามีสถานะสูงขึ้น ก็ค่อยไปยั่วยวนองครักษ์สักคน ทำให้เขายอมสละชีวิตเพื่อข้า แอบเอาสายรัดเอวไปไว้ในห้องของภรรยาเอก แล้วก็หาคนอื่นมาใส่ร้ายว่าภรรยาเอกกับองครักษ์คนนั้นลักลอบได้เสียกัน ก็จะสามารถกำจัดนางทิ้งได้!”
หลิ่วจิ่นหลี: “ข้าก็จะสวมรอยขึ้นแทนทันที ปลอบประโลมดวงใจที่แหลกสลายของท่านอ๋อง, ย่อมสามารถเลื่อนขึ้นเป็นภรรยาเอกได้ หลังจากนั้นก็ค่อยไปจัดการนังเฒ่าฉินอีกคน ทั้งจวนอ๋องฉินก็จะตกอยู่ในกำมือของข้าแล้ว!”
หลิ่วจิ่นหลี: “ถึงเวลานั้น… พวกเราสองคนพี่น้องก็รับนอกส่งในกัน ทั้งแผ่นดินต้าเหยี่ยนอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้ก็จะตกเป็นของพวกเรา!”
ฮองเฮา: “นี่...นี่...”
หลิ่วจิ่นหลี: “ท่านพี่ วันนี้ข้าได้เปิดอกพูดกับท่านจนหมดเปลือกแล้ว ท่านก็แค่บอกน้องมาสักคำเถอะเพคะ ว่าท่านตกลงหรือไม่ตกลง!”
ฮองเฮา: “...ตกลง!”
ความทรงจำจบลงเพียงเท่านี้ แววตาของฮองเฮาก็ค่อยๆ กลับสู่ความเป็นจริง นางมองสภาพแวดล้อมรอบตัว ในแววตาก็พลันฉายแววเศร้าสลดออกมาวูบหนึ่ง
“เรื่องมันก็เป็นเช่นนี้” ฮองเฮากล่าว
ฉู่ลู่ขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดีอย่างรุนแรง
เจ้าเด็กนอกคอกที่ชื่อหลิ่วจิ่นหลีนั่น... ทั้งคำพูดและการกระทำของนางล้วนทำให้ฉู่ลู่รู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างมาก ราวกับว่า...
เจ้าหลิ่วจิ่นหลีนี่... ราวกับเป็นผู้ที่ข้ามมิติมาอย่างไรอย่างนั้น!
แถมยังเป็นพวกที่อ่านนิยายน้ำเน่ามาไม่น้อย เชี่ยวชาญกลยุทธ์ในแนวนี้ทุกรูปแบบ…
ทั้งป่าวประกาศเรื่องความเท่าเทียม ทั้งเรื่องตกน้ำจนสิ้นเกียรติ ทั้งเรื่องยาขับเลือดและการกลั่นแกล้งในวัง... นี่มันพล็อตคลาสสิกทั้งนั้นเลยนี่!?
ฉู่ลู่ลุกขึ้นยืน
“ฮองเฮาก็จงพักผ่อนอยู่ที่นี่ต่อไปเถิด”
จากนั้นเขาก็เดินจากไป พลางกล่าวกับลูกน้องที่อยู่ข้างกาย
“พวกบ่าวไพร่ตระกูลหลิ่วสอบสวนเสร็จหรือยัง?”
“ทูลฝ่าบาท ยังไม่เสร็จสิ้นเพคะ”
“พอสอบสวนเสร็จ ให้รวบรวมทำเป็นเอกสาร แล้วส่งไปที่ห้องอักษร”
“เพคะ”
…
ครึ่งชั่วยามต่อมา
ณ ห้องทรงอักษรตำหนักหย่างซิน ฉู่ลู่ก็ได้รับคำให้การที่เพิ่งถูกส่งขึ้นมา
หลังจากอ่านจบ… ก็พบว่าฮองเฮาไม่ได้โกหก
มีเด็กนอกคอกชื่อหลิ่วจิ่นหลีอยู่จริง และเป็นเพราะในวันงานฉลองนั่น นางได้ช่วยทายาทอ๋องฉินที่ตกน้ำไว้ จึงถูกแต่งเข้าจวนไปเป็นอนุภรรยา
คำให้การนี้ สลายความหวังลมๆ แล้งๆ ที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของฉู่ลู่จนหมดสิ้น
“ดูท่าคงต้องไปพบกับเจ้าหลิ่วจิ่นหลีนี่สักครั้งแล้ว”
ฉู่ลู่กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขาเรียกซูมู่หวินมาแล้วสั่งการ
“เจ้าจงไปเรียกตัวอ๋องฉินและครอบครัวมาเข้าวัง”