เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 เจ้าต้องมีทายาท!

บทที่ 40 เจ้าต้องมีทายาท!

บทที่ 40 เจ้าต้องมีทายาท!


วันต่อมา 

ณ ตำหนักคุนหนิง

ฮองเฮาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราวกับคุยเรื่องทั่วไป

“จิ่นเอ๋อร์เป็นอย่างไรบ้าง?”

นางกำนัลชุนฮวา ตอบกลับ

“เมื่อวานนางกลับไปพักผ่อนที่จวนสกุลหลิ่วแล้วเพคะ”

“ได้รับบาดเจ็บอะไรหรือไม่?”

“ไม่มีบาดแผลแม้แต่น้อยเพคะ”

ฮองเฮายิ้มเล็กน้อย

‘ข้าว่าแล้ว นังไร้ประโยชน์นั่นจะมีความกล้าที่ไหนกัน!’

จากนั้นฮองเฮาก็ลุกขึ้นยืนพร่อมกล่าวว่า

“ชุนฮวา, เราไปกันเถอะ ไปหาฮ่องเต้”

เมื่อวานฮ่องเต้คงถูกจิ่นเอ๋อร์เล่นงานจนอ่วมไปแล้ว โอกาสดีเช่นนี้จะปล่อยให้เสียเปล่าได้อย่างไร ข้าจะต้องไปซ้ำเติม!

ณ ตำหนักหย่างซิน

ฉู่ลู่มองฮองเฮาที่ทำสีหน้าหยิ่งผยอง พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย

หรือนังหลิ่วจิ่นเอ๋อร์นั่น เก็บความลับไม่ได้แม้แต่วันเดียวเลยหรือ?

“ฮองเฮามาในวันนี้ มีธุระอันใดหรือ?” ฉู่ลู่เอ่ยถาม

“เปิ่นกงมาเพื่อเกลี้ยกล่อมให้ฝ่าบาททรงรับพระสนมเพิ่ม เพื่อที่จะได้มีโอรสมังกรโดยเร็วที่สุดเพคะ” ฮองเฮากล่าว

ในช่วงสองวันที่ผ่านมานี้… หลังจากทบทวนสถานการณ์ ฮองเฮาก็เข้าใจแล้วว่าปัญหาสำคัญมันอยู่ที่การยังไม่มีรัชทายาท

เมื่อก่อนเรื่องนี้ไม่นับว่าเป็นปัญหา เพราะสวีลี่เหนียงนั้นช่างไร้ประโยชน์สิ้นดี ไม่สามารถก่อให้เกิดภัยคุกคามใดๆ ต่อนางได้

แต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นฉู่ลู่แล้ว ภัยคุกคามนี้มันก็ชักจะใหญ่ไปเสียหน่อย…

และวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะขจัดภัยคุกคามนี้ให้สิ้นซาก ก็คือการเปลี่ยนคน, หากมีพระธิดา ก็แต่งตั้งเป็นรัชทายาททันที สวีลี่เหนียงฮ่องเต้เก่าผู้นี้ก็จะไร้ประโยชน์ ต่อให้จะแอบวางยาพิษฆ่าทิ้ง ก็คงไม่มีใครสนใจสักเท่าใดนัก

ฉู่ลู่เข้าใจเจตนาของอีกฝ่ายในทันที… เขาแสยะยิ้มที่มุมปาก

ถ้าเป็นโลกที่ปกติกว่านี้ แผนนี้ก็คงไม่มีประโยชน์อันใดต่อฉู่ลู่เลย

เพราะท้ายที่สุด… การตั้งครรภ์ต้องใช้เวลาสิบเดือน, ในขณะที่เขาใช้เวลารักษาตัวอย่างมากก็แค่สองเดือน ย่อมล้างบางพวกนางได้อย่างง่ายดาย

แต่ในโลกหญิงล้วนใบนี้มันไม่เหมือนกัน…

เพราะฉู่ลู่จะยังไม่เข้าใจ ว่าโลกใบนี้มันมีลูกกันอย่างไร, เขาเคยแอบดูอวัยวะของสวีลี่เหนียงแล้ว ทั้งภายในแฃะภายนอก ก็ไม่มีความแตกต่างอะไรกับผู้หญิงปกติ

ลองถามสวีลี่เหนียงถึงรายละเอียด นางก็เอาเป็นเอาตายไม่ยอมบอก

แต่มีอยู่จุดหนึ่งที่เขารู้ดี

นั่นคือในโลกใบนี้ มัน...

“การไร้โอรสธิดาย่อมเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ จำเป็นต้องรีบจัดการโดยเร็ว แต่ตัวข้าบาดเจ็บยังไม่หายดี อีกทั้งยังเยาว์วัย ดังนั้นก็ยังไม่จำเป็นต้องรีบร้อนในตอนนี้ รอให้หายจากอาการบาดเจ็บแล้วค่อยว่ากันเถิด”

“บาดเจ็บไม่หายดีแล้วจะเป็นไรไป? นี่มิใช่การงานใช้แรงงานหนักเสียหน่อย” ฮองเฮากล่าว

“ฝ่าบาทเพียงแค่นอนลงบนนั้น ที่เหลือก็ปล่อยให้เหล่าพระสนมจัดการเองก็สิ้นเรื่อง, อีกอย่าง… ก็ไม่ควรชะล่าใจเพราะยังเยาว์วัยหรอกนะเพคะ ทายาทของราชวงศ์น่ะ ยิ่งมีมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี”

“ตัวข้าตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ฮองเฮาไม่ต้องพูดให้มากความอีก”

“เช่นนั้นไม่ได้เพคะฝ่าบาท ท่านมิใช่มีทายาทเพื่อตัวท่านเพียงผู้เดียว แต่เพื่อสรรพชีวิต เพื่อเหล่าประชาราษฎร์ทั้งปวง ราชวงศ์ต้าเหยี่ยนของพวกเราหากไร้รัชทายาทแม้เพียงวันเดียว ก็มิอาจสงบสุขได้!”

“ฝ่าบาท ท่านกล้าทนดูราชสำนักต้องล่มสลายเพียงเพราะท่านไม่ยอมมีทายาทได้ลงคอหรือ!?”

“กล้า” ฉู่ลู่ตอบ

ฮองเฮาได้ยินดังนั้นสีหน้าก็ยิ่งมืดครึ้มลง นางกล่าวด้วยเสียงเย็นเยียบ

“ฝ่าบาท… มิใช่ว่าท่านเสื่อมสมรรภาพไปแล้วหรอกนะเพคะ? หากเป็นเช่นนั้น เปิ่นกงได้ยินมาว่าทางหมอหลวงพอมีโอสถที่เหมาะสมอยู่บ้าง สามารถไปขอมาให้ท่านได้”

ฉู่ลู่ขมวดคิ้วมุ่น สวีลี่เหนียงในหัวก็กำลังเดือดดาล

นางโกรธที่ถูกสงสัยว่าเสื่อมสมรรถภาพ ส่วนฉู่ลู่ก็ตระหนักได้ว่ายัยนี่จะไม่ยอมเลิกราง่ายๆ

“ตัวข้านั้นยังฟิตปั๋งดี” ฉู่ลู่ตัดสินใจโต้กลับทันที

“วาจาที่ฮองเฮาพูดมาก็มีเหตุผลอยู่ เห็นทีคงต้องรีบมีรัชทายาทออกมาสักคนโดยเร็ว, ในเมื่อเป็นเช่นนั้น คืนนี้ฮองเฮาก็มาหาข้าที่ตำหนักหย่างซินก็แล้วกัน”

“เอ๊ะ?” ฮองเฮาชะงัก

“ข้าหรือ?”

“ย่อมเป็นเจ้าสิ” ฉู่ลู่กล่าว

“ทายาทคนแรกนี้… ถ้าได้ฮองเฮาเป็นผู้ให้กำเนิด, ย่อมเป็นธิดาเอก เหมาะสมจะเป็นรัชทายาทที่สุด หรือไม่จริง?”

“แต่... แต่ว่า...” ฮองเฮาตั้งตัวไม่ทัน ถึงกับมึนงงไปเล็กน้อย

นางคาดไม่ถึงว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองที่มันเลวร้ายถึงขั้นนี้ อีกฝ่ายยังจะกล้าเอ่ยปากให้นางถวายตัวอีก

เจ้าจะทำลงหรือ?

“แต่อะไร? หรือฮองเฮาไม่ยินยอม?” ฉู่ลู่แค่นเสียงเย็น

“ฮองเฮา… ท่านมิได้มีทายาทเพื่อตัวท่านเพียงผู้เดียวหรอกนะ แต่เพื่อสรรพชีวิต เพื่อเหล่าประชาราษฎร์ทั้งปวง ราชวงศ์ต้าเหยี่ยนของพวกเราหากไร้รัชทายาทแม้เพียงวันเดียว ก็มิอาจสงบสุขได้! ฮองเฮา… ท่านกล้าทนดูราชสำนักต้องล่มสลายเพียงเพราะท่านไม่ยอมมีทายาทได้ลงคอหรือ!?”

ฮองเฮาโกรธจนหน้าแดงก่ำทันที

เจ้ากล้าเอาคำพูดของข้ามายอกย้อนงั้นหรือ!?

“ฝ่าบาทตรัสถูกต้องแล้ว… แต่เปิ่นกงแก่ชรา เกรงว่าจะทำให้ฝ่าบาทหมดอารมณ์เสียเปล่าๆ มิสู้ให้ฝ่าบาทที่ทรงโปรดปรานเสียนเฟย ให้นางมารับหน้าที่แทนจะดีกว่า” ฮองเฮาปฏิเสธ

นางไม่อยากจะร่วมเตียงกับฉู่ลู่ นางไม่ต้องการเปิดโอกาสให้สวีลี่เหนียงเลยแม้แต่น้อย

ฉู่ลู่หรี่ตาลงกล่าว

“ฮองเฮา… มิใช่ว่าท่านเสื่อมสมรรถภาพไปแล้วหรอกนะ? หากเป็นเช่นนั้น ตัวข้าได้ยินมาว่าทางหมอหลวงพอมีโอสถที่เหมาะสมอยู่บ้าง สามารถไปขอมาให้ท่านได้”

ฮองเฮาโกรธจนต้องสูดลมหายใจลึก

นางดูออกแล้ว ฉู่ลู่ไม่ได้คิดจะตอบตกลงตั้งแต่แรก เพียงแค่หาเหตุผลมาเย้ยหยันนางเท่านั้น!

นางจึงทุบโต๊ะดังปังแล้วกล่าวว่า

“พอกันที! ข้าขี้เกียจจะพูดไร้สาระกับเจ้าแล้ว เจ้าอยากมีก็ต้องมี ไม่อยากมีก็ต้องมี!”

“เหอะ” ฉู่ลู่แค่นเสียงเย้ยหยันต่อคำขู่ของฮองเฮา

อวัยวะมันอยู่บนตัวข้า... ไม่สิ สรุปคือข้าไม่เชื่อหรอกว่าเรื่องแบบนี้เจ้าจะยังบังคับข้าทำได้

“ฮองเฮา เจ้าเชิญลงมือได้เลย ข้าก็อยากจะดูเหมือนกันว่าไอ้ที่ว่า ‘ไม่อยากมีก็ต้องมี’ น่ะ มันเป็นอย่างไร”

ฮองเฮาจ้องมองเขาเขม็ง

“ฝ่าบาท! ท่านอย่าเสียใจทีหลังก็แล้วกัน!” พูดจบ… นางก็ลุกพรวด สะบัดแขนเสื้อจากไป

“ชุนฮวา เราไปกันเถอะ!”

หลังจากฮองเฮาจากไปแล้ว สวีลี่เหนียงก็กล่าวขึ้นด้วยสีหน้ากังวล

“ฉู่ลู่ เจ้าต้องระวังตัวด้วย!”

“รู้แล้ว” ฉู่ลู่ตอบ แม้ว่าเขาจะไม่รู้เหมือนกันว่าตนเองต้องระวังอะไร

แต่พอถึงตอนกลางคืน…

เขาก็เข้าใจในที่สุด!

เมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนรุ่มที่ตีขึ้นมาจากท้องน้อย บวกกับความคิดฟุ้งซ่านที่อยู่ในหัว และพระสนมโฉมงามที่นอนอยู่ข้างเตียง

ฉู่ลู่บ่นในใจ: แผนวางยากับแผนสาวงามสินะ?

น่าเสียดายที่โลกนี้ไม่ใช่โลกยุทธภพกำลังภายใน ฉู่ลู่ก็มิใช่ตัวละครในนิยาย ที่เพียงโคจรพลังวัตรเล็กน้อย ก็ขับฤทธิ์ยาออกไปได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนพระสนมที่ฮองเฮาส่งมาให้ข้างเตียงคนนี้ นางก็คือเสียนเฟยที่เคยพูดถึงนั่นเอง หากดูเพียงรูปโฉมภายนอก ก็นับว่างดงามอย่างยิ่ง มิน่าเล่าสวีลี่เหนียงถึงได้ลุ่มหลงนางถึงเพียงนั้น

แน่นอนว่าฉู่ลู่ไม่ได้คิดจะลงมืออะไร

แต่ในขณะที่เขากำลังเตรียมจะเมินเฉยแล้วนอนหลับไป ในหัวของเขาก็มีเสียงของสวีลี่เหนียงที่เต็มไปด้วยความแน่วแน่ดังขึ้น

“ฉู่ลู่ เจ้าลงมือเถอะ!”

“หา?”

“ถ้าเจ้าไม่ลงมือ ฮองเฮาก็คงไม่มีวันยอมรามือแน่ พวกเราก็ต้องการซื้อเวลาด้วย, แทนที่จะมัวแต่ต่อต้าน ถูกบีบให้ฮองเฮาต้องใช้วิธีที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มิสู้ยอมๆ ไปเสียเลยดีกว่า” สวีลี่เหนียงกล่าว

“ไม่เป็นไร มันไม่ได้ท้องกันง่ายๆ หรอก, อีกอย่าง… แค่เจ้าหยุดให้ทันท่วงที โอกาสมันก็ยิ่งต่ำลงไปอีก”

“ข้าไม่เอาด้วยหรอก!”

“ไม่เป็นไรฉู่ลู่ เจ้าไม่ต้องเกรงใจข้าก็ได้” สวีลี่เหนียงน้ำตานองหน้ากัดฟันกล่าว

“ข้าเข้าใจ นี่คือการเห็นแก่ส่วนรวม เป็นการเสียสละที่จำเป็น! อีกอย่าง… นี่มันคือร่างกายของข้า! ย่อมไม่นับว่าถูกสวมเขา! นี่มันไม่นับว่าถูกสวมเขาใช่ไหม!!!”

ฉู่ลู่: “...”

“ไม่... ดูท่าเจ้าคงไม่เข้าใจอะไรเลย ข้าไม่อยากทำจริงๆ เจ้าเลิกพูดไร้สาระได้แล้ว ข้าจะนอน”

ฉู่ลู่มุดหัวเข้าผ้าห่มทันที

จบบทที่ บทที่ 40 เจ้าต้องมีทายาท!

คัดลอกลิงก์แล้ว