เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 ข้าฝึกนางดุจฝึกสุนัข!

บทที่ 15 ข้าฝึกนางดุจฝึกสุนัข!

บทที่ 15 ข้าฝึกนางดุจฝึกสุนัข!


หยางหรูอิงทอดมองไปยังคนทั้งสองเบื้องล่างด้วยสีหน้ามืดครึ้ม…

บิดาและมารดาของลั่วต่างก็กระสับกระส่ายและหวั่นเกรง

“ท่านทั้งสอง ข้าได้ย้ำเตือนพวกท่านอย่างชัดแจ้งแล้วว่าเรื่องนี้มีความสำคัญเพียงใด ต้องระมัดระวังให้มาก และต้องทำอย่างสุดกำลัง แล้วเหตุไฉนกัน…?” หยางหรูอิงกล่าวอย่างเย็นชาว่า

“พวกท่านถึงยังกล้ามาโกหกข้าต่อหน้าเช่นนี้!”

สองเฒ่าตัวสั่นเทารีบแก้ต่าง

“ผู้น้อยทั้งสองพูดความจริงทุกประการ ไม่มีคำเท็จแม้แต่ครึ่งคำ ท่านเซียนคงเข้าใจผิดแล้วกระมัง?”

“ยังจะแก้ตัวอีก!” หยางหรูอิงตบพนักพิงแขนด้วยความโกรธเกรี้ยว

เดิมทีเขาดูถูกคนทั้งสองนี้อยู่แล้ว ทั้งพลังบำเพ็ญเพียรต่ำต้อยและมีพฤติกรรมน่ารังเกียจ อีกทั้งยามนี้… หากแผนการเกิดข้อผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย ชีวิตของตนก็คงจบสิ้น… ความรู้สึกจึงยิ่งโกรธหนักขึ้นไปอีก

“ข้าได้ส่งคนไปตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว พวกท่านกล่าวว่าปฏิบัติต่อลั่วชิงเตี๋ยกับน้องชายอย่างเท่าเทียม? ที่ว่ามีเสื้อผ้าใหม่ของน้องชาย และของนางก็มีด้วย? ที่ว่ามีอาหารดีๆ ของน้องชาย ของนางก็เช่นกัน?”

“ใช่แล้ว” บิดาของลั่วแสดงสีหน้าสงสัย ราวกับไม่เข้าใจว่าหยางหรูอิงโกรธอะไรกันแน่

หยางหรูอิงกล่าวอย่างเย็นชา

“เมื่อน้องชายได้เสื้อผ้าใหม่ พวกท่านก็เอาเสื้อผ้าเก่าที่ขาดวิ่นไปปะชุนแล้วให้นาง เมื่อน้องชายกินเนื้อไก่ นางก็ได้กินกระดูก… พวกท่านเรียกสิ่งนี้ว่าเท่าเทียมอย่างนั้นหรือ?”

“ใช่สิ” มารดาของลั่วก็แสดงสีหน้าสงสัยเช่นกัน

“นี่ก็คือความเท่าเทียมไง พวกข้าไม่ได้โกหกนะ…. มีเสื้อผ้าใหม่ของน้องชาย ก็จะมีของนางด้วย มีอาหารดีๆ ก็จะมีของนางด้วยเช่นกัน?”

หยางหรูอิงโกรธจัด

“พวกท่านยังกล้าเบิกตาพูดโกหก! สิ่งของมันไม่เหมือนกัน แล้วจะเรียกว่าความเท่าเทียมได้อย่างไร?”

“แต่พวกเราก็แบ่งส่วนให้นางแล้วมิใช่หรือ? นี่จะคือความไม่เท่าเทียมได้อย่างไร?” บิดาของลั่วกล่าวด้วยความหวาดกลัวและตัดพ้อ

“ใช่แล้วท่านเซียน พวกข้าไปล่วงเกินท่านตรงไหน? ท่านบอกมาตรงๆ พวกข้าจะขออภัย แต่ได้โปรดอย่าหาเหตุผลที่ไร้สาระเช่นนี้มาตำหนิพวกเราเลย” มารดาของลั่วก็โอดครวญออกมา

หยางหรูอิงตะลึงงันไปครู่หนึ่ง เขามองดูสีหน้าของคนทั้งสองซึ่งไม่เหมือนเสแสร้งแกล้งทำ…

จู่ๆ ก็มีความคิดแปลกๆ ผุดขึ้นมาในใจ

—หรือว่าคนทั้งสองนี้… จะคิดไปตามจริงว่าตนเองไม่ได้ลำเอียง?

“ได้ ได้ ข้าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้ก่อน” หยางหรูอิ ยกมือนวดหน้าผากก่อนกล่าวต่อ

“พวกท่านบอกว่าตอนที่จี้เซี่ยงซานพาลั่วชิงเตี๋ยไป พวกท่านต่างก็อาลัยอาวรณ์ เรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องโกหกอย่างแน่นอนช่หรือไม่?”

“ไม่นี่… พวกเราตั้งใจจะตามไปด้วยจริงๆ แต่พอไม่สำเร็จก็ร้องไห้หนักมาก” บิดาของลั่วส่ายหน้า

“เพื่อนบ้านต่างก็เห็นกันหมด”

“ไม่ผิด พวกท่านต้องการจะตามไปด้วยจริง แต่เรื่องนั้นไม่เกี่ยวข้องกับความกังวลต่อลั่วชิงเตี๋ยเลยแม้แต่น้อย”

“พวกท่านต้องการให้บุตรชายของตนได้เข้าสำนักกระบี่ถามไถ่ด้วยต่างหาก จึงได้ตามติดไปไม่ปล่อย และการร้องไห้น้ำตานองในภายหลัง ก็เป็นเพราะไม่ประสบความสำเร็จ รู้สึกว่าลั่วชิงเตี๋ยแย่งชิงวาสนาเซียนของบุตรชายไป จึงได้เกลียดนางจนร้องไห้!”

“เหลวไหล! พูดจาไร้สาระสิ้นดี!” บิดาของลั่วโกรธจัดจนแทบบ้าคลั่ง

มารดาของลั่วก็มีสีหน้าดุร้ายพลางกล่าวว่า

“ใครกันที่พูดพล่อยๆ ใส่ร้ายเรา ข้าจะฉีกปากมันผู้นั้น!”

หยางหรูอิงกล่าวอย่างเย็นชาว่า

“บุตรชายของพวกท่านเป็นคนพูดเอง”

“เอ๊ะ?” ทั้งสองคนพลันตะลึง

จากนั้นมารดาของลั่วส่ายหน้าและกล่าวอย่างหนักแน่น

“เป็นไปไม่ได้! หาไม่แล้วเขาก็จำผิด ยามนั้นเขายังเด็ก จะไปรู้อะไร?”

“นอกจากนี้ บิดามารดาของพวกท่าน และญาติคนอื่นๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ ต่างก็พูดเช่นเดียวกัน”

“กล่าวว่าพวกท่านสองคนยืนอยู่หน้าประตู โกรธจัดจนแทบบ้าคลั่ง ด่าทอเสียงดัง… ถึงขั้นลามปามจี้เซี่ยงซาน ว่าเป็นตาแก่ตาฝ้าฟาง เลือกเอาคนไร้ค่าไป

แถมยังด่าลั่วชิงเตี๋ยว่ายังเด็กแต่ก็รู้จักยั่วยวน เป็นแค่สัตว์เดรัจฉาน แล้วก็ร้องไห้เสียใจว่าบุตรชายของพวกตนดีเลิศถึงเพียงนี้ แต่กลับถูกแย่งชิงวาสนาไป”

ทั้งสองตกตะลึงไปชั่วขณะ บิดาของลั่วนิ่งเงียบไป

ส่วนมารดาของลั่วโกรธจัด

“เหลวไหล! ทุกอย่างล้วนเหลวไหล! ข้าจำไม่ได้เลยว่าเคยพูดคำเหล่านั้น! ข้ากำลังร้องไห้เพราะลูกสาวที่น่าสงสารของข้าต้องจากบ้านไปตั้งแต่เด็ก! พวกมันอิจฉาข้า ต้องการทำร้ายข้า!”

“เช่นนั้นหรือ?” หยางหรูอิงจ้องเขม็งคนทั้งสอง แล้วเริ่มเข้าใจธาตุแท้ของคนเหล่านี้

“ถ้าเช่นนั้น… การที่พวกท่านเดินทางไกลไปยังสำนักกระบี่ถามไถ่โดยอ้างว่าคิดถึงลูกสาว แต่แท้จริงต้องการหาผลประโยชน์จากนาง

ย่อมหมายความว่าการที่ลั่วชิงเตี๋ยกลับมาเยี่ยมพวกท่านเป็นครั้งคราว ก็ไม่ใช่เพราะความสัมพันธ์ที่ดี แต่เป็นเพราะการบีบบังคับของพวกท่าน บวกกับการกดดันจากคนในสำนักกระบี่ถามไถ่

ความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนราบรื่น แต่จริงๆ แล้วพวกท่านแอบด่าทอนางอยู่ตลอด... เรื่องเหล่านี้ พวกท่านก็ไม่ยอมรับเช่นกัน?”

“ไม่มีเรื่องเช่นนั้น จะให้ข้าไปยอมรับได้อย่างไร?” มารดาของลั่วกล่าวอย่างมีเหตุผลอันชอบธรรม

“นี่มันเรื่องที่ไม่มีมูลความจริงเลยมิใช่หรือ?”

“เฮอะ!” หยางหรูอิงอดไม่ได้ที่จะหัวร่อออกมา

“ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมจริงๆ! มิน่าเล่าลั่วชิงเตี๋ยถึงถูกพวกท่านบงการได้ตั้งแต่แรก”

มารดาของลั่วใบหน้าเขียวคล้ำ โกรธราวกับได้รับความอยุติธรรมอย่างใหญ่หลวง

ทว่าบิดาของลั่วนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วเปิดปากกล่าว

“ท่านเซียน พวกเรามาพูดกันให้ชัดเจนหน่อยดีกว่า ท่านพูดเรื่องเหล่านี้กำลังคิดอะไรอยู่? ท่านกังวลอะไรกันแน่?”

“ยังต้องบอกอีกหรือว่ากังวลอะไร? พวกท่านไม่มีความรักในสายเลือดต่อกันเลย ข้าจะเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าพวกท่านจะสามารถล่อลั่วชิงเตี๋ยเข้าสู่กับดักได้สำเร็จ” หยางหรูอิงกล่าว

“แค่นี้เองหรือ? เพียงเพราะเรื่องเหล่านี้ ท่านถึงกังวลว่าลั่วชิงเตี๋ยจะไม่เชื่อฟังพวกเรา? ท่านเซียน ขออภัยที่ต้องถาม”

“ท่านเคยเลี้ยงลูกบ้างหรือไม่?”

หยางหรูอิงส่ายศีรษะ หากนับตามอายุของมนุษย์ธรรมดา เขาก็ควรจะมีลูกแล้ว แต่ตามอายุของผู้บำเพ็ญเซียน เขายังคงเป็นเด็กอยู่

“เป็นเช่นนี้นี่เอง เช่นนั้นก็ไม่แปลกที่ท่านจะไม่เข้าใจ” บิดาของลั่วกล่าว

“ท่านเซียน การเลี้ยงลูกสาวก็เหมือนกับการเลี้ยงสุนัข ท่านต้องเลี้ยงดูแบบต่ำต้อย ต้องทำให้มันรู้ถึงที่สูงที่ต่ำ

หากท่านดีกับสุนัขมากเกินไป ประคบประหงมมัน ให้มันกินของอร่อย ดื่มแต่ของดี มันก็จะคิดว่าตนเองเป็นเจ้าของบ้าน กล้าเห่าใส่ท่าน เมื่อไม่พอใจก็กล้ากัดท่าน จนกระทั่งเติบโตเป็นสุนัขป่าไป”

“แต่หากท่านเลี้ยงแบบต่ำต้อย เพียงแค่ให้เศษอาหารเหลือๆ ไม่ถูกใจก็เตะมัน หากกล้าแยกเขี้ยวใส่ท่านก็หยิบไม้ไปตี มันก็จะกลับกลายเป็นเชื่อฟัง ว่าง่าย รู้จักบุญคุณ กลายเป็นสุนัขที่ดีไป”

“ท่านเซียนกังวลว่าเรื่องเหล่านั้นจะทำให้ความรักในระหว่างพวกเรากับลูกสาวจางหายไป นับว่าท่านคิดผิดแล้ว…

เป็นเพราะพวกเราทำเรื่องเหล่านี้ต่างหาก นางถึงได้ว่าง่ายและกตัญญูถึงเพียงนี้ ไม่เช่นนั้นท่านเซียนลองคิดดู เรื่องเหล่านี้ท่านสามารถสืบหาได้ แล้วเหตุใดพวกเราจะต้องโกหกด้วย? นางยังคงกตัญญูต่อพวกเราตลอดมาแน่นอน”

สีหน้าของหยางหรูอิงดูแปลกๆ ความรู้สึกส่วนตัวของเขาบอกว่าคำพูดเหล่านี้ไร้สาระ

แต่อีกเหตุผลก็บอกเขาว่าการที่บิดามารดาของลั่วสามารถมีชีวิตอยู่ได้จนถึงตอนนี้ ก็เป็นข้อพิสูจน์ว่าสิ่งที่กล่าวมานั้นมิใช่เรื่องโกหก

หยางหรูอิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า

“แต่ถึงอย่างไร… วันนี้ก็ไม่เหมือนวันวาน ลั่วชิงเตี๋ยนิสัยเปลี่ยนไปแล้ว”

บิดาของลั่วหัวร่อ

"สุนัขก็คือสุนัข ไม่ว่านิสัยจะเปลี่ยนไปอย่างไร ก็เปลี่ยนการกินอุจจาระไม่ได้"

“ลูกสาวก็คือลูกสาว… ไม่ว่าจะเปลี่ยนสถานะ เปลี่ยนตำแหน่ง หรือเปลี่ยนนิสัย ก็ยังหนีไม่พ้นฝ่ามือของพวกเราอยู่ดี”

“ท่านเซียนโปรดอย่าคิดมาก จงวางใจเถิด มอบเรื่องนี้ให้พวกเราจัดการ พวกเราจะทำให้เรียบร้อยอย่างแน่นอน”

สีหน้าของหยางหรูอิงเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา สายตาแปรปรวน ราวกับยังตัดสินใจไม่ได้

จบบทที่ บทที่ 15 ข้าฝึกนางดุจฝึกสุนัข!

คัดลอกลิงก์แล้ว