เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 เอ๊ะ?

บทที่ 16 เอ๊ะ?

บทที่ 16 เอ๊ะ?


วันรุ่งขึ้น 

ฉู่ลู่ก็มาถึงเมืองชิงอวิ๋น เขาลอยตัวอยู่กลางอากาศ พลางมองลงไปยังเมืองเบื้องล่าง ก็พบว่าเมืองแห่งนี้ไม่ต่างจากเมืองไป่ซุ่ยมากนัก

ทว่าโดยที่เขาไม่ทันสังเกต คือสายตาหลายคู่กำลังจับจ้องมาที่เขาอยู่…

จากนั้นเครือข่ายข่าวกรองของสำนักเซียนเทียนเสวียนที่ประจำการในเมืองชิงอวิ๋น ก็เริ่มทำงานอย่างรวดเร็ว ข่าวถูกส่งไปยังหยางหรูอิงในไม่ช้า

หยางหรูอิงจึงรีบตามตัวบิดาและมารดาลั่วทันที

“ลั่วชิงเตี๋ยมาถึงแล้ว ตอนนี้นางอยู่เหนือเมือง ถึงตาพวกท่านออกโรง”

“ดี” บิดาลั่วกล่าวอย่างมั่นใจ

“ท่านเซียน ท่านคอยดูเถิด ว่าข้าจะสั่งสอนนางลูกอกตัญญูนั่นอย่างไร!”

กล่าวจบคนทั้งสองก็โคจรพลังบินขึ้นไป

ในขณะนั้น… ฉู่ลู่กำลังเตรียมใช้คาถาแปลงโฉมก่อนลอบเข้าเมืองชิงอวิ๋นอย่างเงียบเชียบ ทว่าก็ได้ยินเสียงตวาดกร้าวดังลอยมาแต่ไกล

“ไอ้ตัวอัปมงคล ยังไม่รีบลงมาอีก!”

ฉู่ลู่ชะงักไปครู่หนึ่ง… หันหน้าไปมอง ก็เห็นชายชราและหญิงชราคู่หนึ่งกำลังชี้หน้าด่าทอตนพลางบินเข้ามา

เขายังไม่ทันได้เอ่ยคำว่า ‘ใคร?’ ออกจากปาก ในศีรษพลันมีเสียงอุทานของลั่วชิงเตี๋ยดังขึ้นมา

“ท่านพ่อ?! ท่านแม่?!”

“พวกเขาคือบิดามารดาเจ้า?” ฉู่ลู่ประหลาดใจเล็กน้อย

“บิดามารดาของเจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”

“ข้า... ข้าไม่ทราบ พวกเขาไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่เสียหน่อย”

ฉู่ลู่ขมวดคิ้วมุ่น สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของแผนการร้าย…

ณ เมืองชิงอวิ๋น ซึ่งแหล่งกำเนิดข่าวลือ ดันมาพบกับบิดามารดาของลั่วชิงเตี๋ยที่ไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่

บังเอิญเกินไปแล้ว หรือว่ามีคนจงใจจัดฉากไว้?

เดิมทีฉู่ลู่ตั้งใจจะไม่สนใจพวกเขา แต่เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ จึงเปลี่ยนใจเตรียมเผชิญหน้ากับทั้งสองคน

บิดาและมารดาลั่วเห็นฉู่ลู่ยืนนิ่งไม่ยอมขยับ จึงเร่งความเร็ว พุ่งเข้ามาใกล้ในทันที

ขณะเดียวกัน หยางหรูอิงและคนอื่นๆ ต่างจับจ้องภาพตรงหน้าอย่างตึงเครียด รอคอยวินาทีที่ทั้งสองฝ่ายพบกัน

เพียงครู่เดียว…

บิดาลั่วก็มาถึงตรงหน้าฉู่ลู่ ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวถมึงทึง ตวัดฝ่ามือตบออกไปพร้อมตะโกนลั่น

“เจ้าตัวอัปมงคลเช่นเจ้า เจ้าไปทำอะไร...”

ฉู่ลู่คว้าข้อมือของบิดาลั่วไว้

เขาตะลึงพลางอุทาน ‘เอ๊ะ?’ ออกมาคำหนึ่ง พอกำลังจะอ้าปากพูด…

เพียะ!

ฉู่ลู่ก็เงื้อมือตบเขากลับไปฉาดหนึ่ง ตบจนเขาหมุนคว้างอยู่กับที่ถึงสามรอบครึ่ง

“ไอ้เฒ่าสารเลว! อย่ามาแตะเนื้อต้องตัวข้า” ฉู่ลู่กล่าวเสียงเย็นชา

บิดาลั่วโซซัดโซเซก่อนจะหยุดนิ่ง เขาลูบใบหน้าที่ร้อนผ่าวของตน พลางมีอาการมึนงงอยู่เล็กน้อย

ฟากมารดาลั่วเห็นภาพนี้ก็บันดาลโทสะ

“เจ้ากล้าตบตีบิดาเจ้าหรือ?! บรรพบุรุษกล่าวไว้ไม่มีผิด ลูกสาวก็คือของเสีย...”

เพียะ!

ฉู่ลู่เงื้อมือตบไปที่นางอีกฉาด ตบจนนางหมุนคว้างอยู่กับที่สี่รอบครึ่ง

“อีแก่สารเลว! พูดจาให้มันสะอาดหน่อย” ฉู่ลู่กล่าวเสียงเย็นชา

มารดาลั่วโซซัดโซเซก่อนจะหยุดนิ่ง นางลูบใบหน้าที่ร้อนผ่าวของตน พลางมีอาการมึนงงอยู่เล็กน้อยเช่นกัน

บิดาลั่วและมารดาลั่วสบตากัน แววตาเต็มไปด้วยความสับสนงุนงง

—ไม่ถูกนี่นา มันไม่ควรเป็นเช่นนี้!

หยางหรูอิงและคนอื่นๆ ที่อยู่ในเมือง สีหน้าพลันคล้ำลงเล็กน้อย…

ในยามนี้ บิดาและมารดาลั่วเพิ่งจะตั้งสติได้จากความเจ็บปวดบนใบหน้า แม้จะคาดไม่ถึงว่าบุตรสาวจะกล้าลงมือจริง แต่ก็ไม่เป็นไร… พวกเขายังมีไม้ตายไว้รับมือ

บิดาลั่วตาแดงก่ำ บีบน้ำตาสองหยด กล่าวด้วยเสียงอันอัดอั้น

“เจ้าตบข้า! เจ้ากล้าตบข้าหรือ? ดี! ดี! เจ้าเก่งกาจขึ้นแล้ว! กล้าแม้กระทั่งตบตีบิดา! เจ้าคือเจ้าสำนักกระบี่ถามไถ่ เป็นผู้บำเพ็ญระดับมหาบรรลุ เฒ่าชราเช่นข้าไม่มีสิทธิ์สั่งสอนเจ้าแล้ว!”

ฉู่ลู่: “ก็ถูกนี่? ไอ้เฒ่าไร้ประโยชน์เช่นเจ้ามีสิทธิ์อันใด?”

บิดาลั่ว: “เอ๊ะ?”

มารดาลั่วพลันดิ้นทุรนทุรายกลางอากาศ รีบร่ำไห้คร่ำครวญ

“บุตรีตบตีบิดามารดาแล้ว! ข้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปทำไม? ข้าตายเสียดีกว่า!”

ฉู่ลู่: “ได้! ข้าจะส่งเจ้าไปเอง”

มารดาลั่ว: “เอ๊ะ?”

ครั้นคนทั้งสองเห็นฉู่ลู่ชักกระบี่เตรียมลงมือจริง ก็รีบห้ามปรามอย่างลนลาน

“อย่านะ+ อย่า!”

ฉู่ลู่: “มิใช่ว่าอยากตายหรอกหรือ?”

มารดาลั่วรีบกล่าว

“ไม่อยากแล้วๆ! เมื่อครู่ข้าสติฟั่นเฟือนไป ตอนนี้สติกลับมาแล้ว ไม่อยากตายแล้ว”

“อ้อ” ฉู่ลู่จึงเก็บกระบี่

บิดาและมารดามองฉู่ลู่ที่ใบหน้าเฉยเมย ในใจรู้สึกซับซ้อนจนยากจะบรรยาย

ตกตะลึง, หวาดกลัว, ฉงนสงสัย…

—เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้? ลูกไม้เหล่านี้เหตุใดจึงใช้ไม่ได้ผล? นางควรจะร้องไห้รับผิดมิใช่หรือ?

“เช่นนั้น...” ฉู่ลู่ค่อยๆ เอ่ยปากขึ้น

คนทั้งสองพลันรู้สึกตื่นตัว รีบโค้งคำนับกล่าวอย่างนอบน้อม

“ขอรับ/เจ้าค่ะ”

“ไม่ใช่ ข้าอยากถามว่าพวกเจ้าสองคนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? และเมื่อครู่ที่ด่าทอข้า… พวกเจ้าต้องการสิ่งใดกันแน่?” ฉู่ลู่เอ่ยถาม

เฒ่าชราทั้งสองมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่รู้ว่าควรทำเช่นไร แผนการในตอนนี้ยังต้องดำเนินต่อไปหรือไม่?

เป็นบิดาลั่วที่ครุ่นคิดแล้วรู้สึกว่าเหตุใดลั่วชิงเตี๋ยถึงดุร้ายขึ้นมาถึงเพียงนี้ ไม่แน่ว่าวันใดนางอาจจะกลับมาล้างแค้นตน สู้ดำเนินแผนต่อจึงจะดีกว่า…

เพียงแต่วิธีการคงต้องเปลี่ยนไปบ้าง

บิดาลั่ว: “พะ... พวกข้าได้ยินเรื่องที่เจ้าทำแล้ว แน่นอน! แน่นอนว่าบิดามารดาย่อมอยู่ข้างเจ้า ต้องเป็นสำนักกระบี่ถามไถ่ที่มีปัญหา เจ้าจึงจำใจต้องลงมือ พวกข้าเป็นกังวลจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ...”

ฉู่ลู่ขัดจังหวะคำพูดพร่ำเพรื่อของเขา

“เข้าเรื่องเสียที อย่าพูดจาไร้สาระ!”

“ได้! พวกข้าอยากพาเจ้าไปขอขมา” บิดาลั่วกล่าว

“ขอขมา?” ฉู่ลู่ขมวดคิ้วมุ่น

คนทั้งสองตัวสั่นสะท้าน มารดาลั่วรีบอธิบาย

“ลูกแม่ พวกเราก็ไม่อยากทำเช่นนี้ เป็นเพราะพวกเขาบีบบังคับ มิเช่นนั้นพวกเราก็จะถูกฆ่า”

ดวงตาของฉู่ลู่เป็นประกาย

“ใคร? ใครบังคับ?”

—ในที่สุดก็จะเจอผู้บงการเบื้องหลังแล้ว

“คือ... คือเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรฝ่ายธรรมะ”

“สำนักใดกันแน่?”

“คือ... คือข้าก็ไม่แน่ใจ สู้ให้พวกเราพาเจ้าไปเถิด ทุกคนต่างก็เป็นฝ่ายธรรมะ พูดคุยกันให้เข้าใจ แก้ไขปัญหาแล้วย่อมมีทางออกแน่”

“ดีสิ! นำทางไป” ฉู่ลู่กล่าว

เมื่อได้ยินเช่นนี้ บิดาลั่วและมารดาลั่วก็เผลอยิ้มออกมา รีบกล่าวต่อโดยไว

“ดีๆ เดี๋ยวพวกเรานำทาง ตามมาทางนี้…”

ลั่วชิงเตี๋ยกล่าวเตือนในใจ

“ฉู่ลู่! เบื้องหน้าอาจเป็นกับดัก”

“ข้าทราบ” ฉู่ลู่ตอบ

“แต่ในเมื่อเราเตรียมพร้อม และระวังตัวขนาดนี้แล้ว จะมีกับดักใดทำอันตรายพวกเราได้อีกเล่า?”

ลั่วชิงเตี๋ย: “นั่นก็จริง”

ในขณะเดียวกันนั้นเอง…

หยางหรูอิงและเหล่าลูกน้องกำลังปรึกษาหารือกัน

“ศิษย์พี่หยาง เห็นได้ชัดว่าลั่วชิงเตี๋ยเริ่มสงสัยแล้ว” ลูกน้องคนหนึ่งกล่าว

“หากพานางมาเช่นนี้ ค่ายกลใหญ่ของพวกเราต้องถูกค้นพบเป็นแน่”

“ข้ารู้แล้ว” หยางหรูอิงพยักหน้าอย่างใจเย็น

“ให้นางได้ขึ้นเวทีเถิด”

ลูกน้องรับคำสั่งแล้วจากไป

ในยามนี้ หยางหรูอิงรู้สึกโล่งอกราวกับรอดตายหวุดหวิด

—โชคดีนักที่ข้าไม่หลงเชื่อเฒ่าชราทั้งสองนั่น

อีกด้านหนึ่ง…

ทั้งสามคนค่อยๆ ร่อนลงสู่พื้น บิดาและมารดาลั่วรีบเอาอกเอาใจนำทางอยู่เบื้องหน้า

ในขณะที่เดินผ่านหัวมุมแห่งหนึ่ง… มือเหี่ยวแห้่งราวกับกรงเล็บนกข้างหนึ่งพลันยื่นออกมา และคว้าตัวฉู่ลู่เข้าไป!

ฉู่ลู่ตื่นตัวในทันที! หันมองไปยังอีกฝ่าย ก็พบว่าเป็นหญิงชรานางหนึ่ง ที่แก่จนแทบจะกลายเป็นซากศพ นางยังยกมือเป็นสัญญาณให้ฉู่ลู่เงียบเสียง

ขณะที่กำลังสงสัย เสียงในศีรษะเขาก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

“ท่านย่า?!”

ฉู่ลู่ชะงักงัน!

จบบทที่ บทที่ 16 เอ๊ะ?

คัดลอกลิงก์แล้ว