เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 ปัญญาอ่อน!

บทที่ 9 ปัญญาอ่อน!

บทที่ 9 ปัญญาอ่อน!


เกิดอันใดขึ้น? เขากำลังสื่อถึงสิ่งใดกันแน่?

ฉู่ลู่ครุ่นคิดซ้ำไปซ้ำมาในใจ

หรือว่าเขาล่วงรู้เรื่องกลุ่มสนทนาแล้ว? และล่วงรู้ว่าเขาเข้ายึดร่างลั่วชิงเตี๋ย?

หรือว่าล่วงรู้เรื่องที่นี่คือโลกนิยายน้ำเน่า? หรือว่าล่วงรู้ว่าข้ากำลังทำภารกิจ?

เพราะเหตุนี้จึงมีท่าทีไม่เกรงกลัวข้ารึ? หรือเขาก็มีกลุ่มสนทนาและเป็นผู้ข้ามมิติมาด้วยเช่นกัน?

ฉู่ลู่ยิ่งครุ่นคิดก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ ทว่าก็ไม่ได้ปล่อยให้ความกังวลใจเข้าครอบงำสติ

เพราะคำพูดของอีกฝ่ายยังคงคลุมเครือ ไม่แน่ว่าอาจเป็นเพียงความเข้าใจผิดก็ได้ ยังคงต้องไต่ถามให้แน่ชัด

ดังนั้นฉู่ลู่จึงถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า

“เช่นนั้นเจ้าก็ลองว่ามา… ข้าทำเพื่อสิ่งใดกัน?”

บนใบหน้าอันเย็นชาของเซียวอี้เฉินปรากฏความรังเกียจและความจนใจออกมาเล็กน้อย

“แน่นอนว่าเพื่อข้า”

“หา!!?”

“ข้ารู้ว่าเจ้าหลงรักข้ามานานแล้ว และต้องการจะผูกพันเป็นคู่บำเพ็ญเพียร” เซียวอี้เฉินส่ายหน้าพร้อมเอ่ยต่อว่า

“สาเหตุที่เจ้าจงเกลียดจงชังหลิวเยียนเอ๋อร์ ก็คงไม่พ้นเพราะข้าดูแลนางเป็นพิเศษ

เจ้าลงมือสังหารหมู่ในวันนี้ ก็เป็นเพราะเห็นว่าความหวังที่จะได้เป็นคู่บำเพ็ญเพียรกับข้าได้ดับสลายลงไปแล้ว จึงเกิดความรักแปรเปลี่ยนเป็นความแค้น คิดจะใช้ชีวิตของหลิวเยียนเอ๋อร์บีบให้ข้ายอมจำนน!”

“ดังนั้นพอได้แล้ว! อย่าได้สังหารผู้บริสุทธิ์อีกเลย”

ใบหน้าอันเย็นชาของเซียวอี้เฉินเปี่ยมไปด้วยความสูงส่ง ราวกับรู้สึกว่าตนยอมสละเพื่อส่วนรวม

“ตราบใดที่เจ้าปล่อยหลิวเยียนเอ๋อร์ไป และไม่สังหารผู้บริสุทธิ์อย่างไม่เลือกหน้า…. พร้อมกลับมายอมรับโทษแต่โดยดี ข้าสาบานว่าจะผูกพันเป็นคู่บำเพ็ญเพียรกับเจ้า และในชาตินี้จะมีเพียงแค่เจ้าคนเดียวเท่านั้น”

ฉู่ลู่ตกตะลึงจนมิอาจขยับเขยื้อน

ในขณะเดียวกัน หลิวเยียนเอ๋อร์ที่ซ่อนอยู่ด้านหลังเซียวอี้เฉิน จ้องมองใบหน้าที่ตกใจอย่างยิ่งของฉู่ลู่

นางคิดในใจอย่างลับ ๆ ว่า: หรือว่าข่าวลือที่ว่าเจ้าสำนักหลงรักเซียวอี้เฉินมานานจะเป็นเรื่องจริง? นางดูมีความสุขจนตัวสั่นเพียงนี้แล้ว

กล่าวได้ว่าข่าวลือนี้แพร่สะพัดมานานแล้ว หลิวเยียนเอ๋อร์ได้ยินมาจากศิษย์พี่และศิษย์น้องตั้งแต่เข้ามาในสำนัก

เล่ากันว่าเมื่อลั่วชิงเตี๋ยเพิ่งเข้าสำนัก นางถูกเซียวอี้เฉินนำพาให้ฝึกฝน และตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกเห็น พึ่งพาเขาเป็นอย่างยิ่ง

การบำเพ็ญเพียรอย่างหนักหลังจากนั้น ก็เพื่อได้รับคำชมและความรักจากเซียวอี้เฉิน

แต่น่าเสียดายที่เซียวอี้เฉินชอบคนประเภทที่บอบบางน่ารัก ทว่าลั่วชิงเตี๋ยยิ่งเติบโตกลับยิ่งดูสง่าผ่าเผย ออกไปในทางที่สง่างาม

ลั่วชิงเตี๋ยจึงพยายามศึกษาเคล็ดวิชาเพื่อเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ ก็เพื่อเอาใจเซียวอี้เฉิน แม้ว่าจะไม่เคยได้ผล… แต่ลั่วชิงเตี๋ยก็ไม่ยอมแพ้

ด้วยเหตุนี้… นางจึงไม่มีคู่บำเพ็ญเพียรมาจนถึงปัจจุบัน

หลิวเยียนเอ๋อร์ถอนหายใจอย่างโล่งอก พลางคิดว่าตนเองรอดพ้นจากภัยพิบัติในวันนี้แล้ว

ส่วนเรื่องเซียวอี้เฉิน… ผู้ซึ่งนางทุ่มเทใจให้ กำลังจะถูกช่วงชิงไปนั้น... นางกลับไม่รู้สึกแยแสเลยแม้แต่น้อย

เพราะสำนักกระบี่ถามไถ่กว้างใหญ่ไพศาล ผู้ที่รูปงามและมีระดับพลังสูงก็ไม่ได้มีแค่เซียวอี้เฉินเพียงคนเดียว แค่เปลี่ยนคนใหม่ก็เท่านั้นเอง

นอกจากนี้ การเป็นคู่บำเพ็ญเพียรก็ไม่ได้หมายความว่าจะหมดโอกาสอย่างสิ้นเชิง ยังสามารถขุดมุมกำแพงได้มิใช่หรือ?

ในเมื่อลั่วชิงเตี๋ยดูโง่เขลาเบาปัญญาถึงเพียงนั้น นางจะรู้เรื่องการใช้เสน่ห์ได้อย่างไรกัน? ตนสามารถแย่งชิงเซียวอี้เฉินกลับมาได้ในพริบตา อีกทั้งยังสามารถหลอกล่อให้เขาวางยาพิษลั่วชิงเตี๋ยได้อีกด้วย

ถึงเวลานั้น... ผู้ที่ชนะก็ยังคงเป็น...

ปัก—!

ขณะที่หลิวเยียนเอ๋อร์ยังคิดลำพองใจ ทันใดนั้นก็มีเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากข้างหน้า… ของเหลวเหนียวหนืดกระเด็นเต็มศรีษะของนาง

หลิวเยียนเอ๋อร์ตกตะลึงจนผงะ นางเงยหน้าขึ้นไปมอง… พลันเห็นศีรษะของเซียวอี้เฉินลอยละลิ่วออกไป

บนใบหน้ายังคงมีร่องรอยของความตกตะลึงอย่างไม่เชื่อ โลหิตจำนวนมากพุ่งออกมาจากรอยตัดที่ลำคอนั้น

หลิวเยียนเอ๋อร์มองผ่านช่องว่างของโลหิต เห็นฉู่ลู่ที่ทำสีหน้าขยะแขยง

“ปัญญาอ่อน” ฉู่ลู่กล่าวอย่างเย็นชา

“เจ้าคิดว่าอิสตรีทุกคนจะหลงรักเจ้าหรือไร?”

“เอ๊ะ?” หลิวเยียนเอ๋อร์

—เซียวอี้เฉินถูกสังหาร? เขาถูกลั่วชิงเตี๋ยสังหาร!?

“เอ๊ะ! เอ๊ะ! เอ๊ะ!” หลิวเยียนเอ๋อร์อดไม่ได้ที่จะกรีดร้องออกมา

เสียงของนางทำให้ฉู่ลู่หันมาสนใจทันที

“โอ้! ใช่แล้ว ยังมีเจ้าอีกคน! เกือบจะลืมเจ้าไปเสียแล้วสิ…”

“เจ้าคือต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด เป็นตัวการสำคัญ… และเป็นเบื้องหลังของแผนการเหล่านี้” ฉู่ลู่สะบัดกระบี่ แล้วเดินเข้าไปหาหลิ่วเยียนเอ๋อร์

“จะปล่อยใครไปก็ได้ แต่ปล่อยเจ้าไม่ได้โดยเด็ดขาด!”

ตึง—!

หลิวเยียนเอ๋อร์คุกเข่าลงทันที นางหวาดกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ

ภาพชีวิตที่ผ่านมาทั้งหมดฉายวาบในความคิด ประสบการณ์ต่างๆ ตั้งแต่เข้าสำนักก็ฉายผ่านตาอย่างรวดเร็ว

นางไม่เข้าใจ... นางมิอาจเข้าใจได้เลย!

ทำไมเรื่องราวถึงได้พัฒนามาถึงจุดนี้อย่างกะทันหัน? เมื่อก่อนทุกอย่างก็เป็นได้ไปอย่างราบรื่นมิใช่หรือ?

ตอนที่นางถูกลั่วชิงเตี๋ยปฏิเสธเพราะพรสวรรค์ไม่เพียงพอ นางก็แอบปล่อยข่าวลือว่าลั่วชิงเตี๋ยอิจฉาความงามของนาง จึงไม่ยอมให้นางเข้าร่วมสำนัก ทำให้นางได้รับความเห็นใจจากเหล่าศิษย์พี่

และเมื่อเข้าสำนักมาได้ นางก็เข้าใจว่าหากต้องการประสบความสำเร็จ… การสูบเลือดจากลั่วชิงเตี๋ยเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

ด้วยเหตุนี้นางจึงพยายามเข้าถึงผู้คนรอบข้างลั่วชิงเตี๋ยอย่างบ้าคลั่ง จัดการศิษย์ของลั่วชิงเตี๋ย จนฟ่านไป่ลู่เต็มใจมอบยาเม็ดบำเพ็ญเพียรให้ และช่วยนางทำร้ายอาจารย์ของตนเอง

นางจัดการศิษย์พี่ของลั่วชิงเตี๋ย โดยประสบความสำเร็จในการให้เซียวอี้เฉินมาเป็นอาจารย์ ทำให้เขาไปขอความช่วยเหลือจากลั่วชิงเตี๋ยเพื่อตนเอง

นางจัดการอาจารย์ของลั่วชิงเตี๋ย จนเขาเอ็นดูนางเหมือนหลานสาว และเรียกร้องให้ลั่วชิงเตี๋ยช่วยเหลือนางอยู่บ่อยครั้ง

นางยังจัดการปรมาจารย์ในสำนัก เช่นผู้อาวุโสตำหนักพิทักษ์ธรรม, ผู้อาวุโสสูงสุด และผู้อื่นอีกมากมาย

ในขณะเดียวกัน นางก็ทดสอบลั่วชิงเตี๋ยเป็นครั้งคราว แสดงท่าทีไม่พอใจต่อนางเป็นประจำ

ซึ่งลั่วชิงเตี๋ยก็ไม่เคยกล้าที่จะตอบโต้เลย นางเตรียมการไว้แล้วว่าจะกล่าวหาลั่วชิงเตี๋ยขโมยหยกประจำตระกูลของนางในอีกสองสามวันข้างหน้า

หากสำเร็จ… ตนก็จะสามารถผลักลั่วชิงเตี๋ยลงสู่ห้วงเหวแห่งความพินาศชั่วนิรันดร์ได้

แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหัน ลั่วชิงเตี๋ยที่อ่อนแอและถูกรังแก กลับกลายเป็นคนเหี้ยมโหดและสังหารคนอย่างไม่เลือกหน้าได้ และถึงกับสังหารเซียวอี้เฉินผู้เป็นที่รักของตนเองอย่างไม่ไว้หน้า

นางเป็นอะไรไปกันแน่? เหตุใดจึงได้กลายเป็นคนน่ากลัวถึงเพียงนี้?

หากล่วงรู้ว่านางมีนิสัยเช่นนี้ ตนจะกล้าไปยุ่งกับนางได้อย่างไรกัน

หลิวเยียนเอ๋อร์ตัวสั่นเทา มองดูฉู่ลู่ที่คืบคลานเข้ามาใกล้เรื่อยๆ นางเตรียมจะก้มลงกราบเพื่อขอความเมตตา

ในเวลานั้นเอง… เสียงที่แก่ชราและเปี่ยมด้วยความโกรธาก็ดังขึ้น

“ศิษย์ทรยศ เหตุใดเจ้ายังไม่หยุดมืออีก!”

ร่างหนึ่งก็รีบร้อนมาถึง

ฉู่ลู่หยุดมือทันที…

เรื่องที่ถูกขัดจังหวะซ้ำแล้วซ้ำเล่านั้น… เขาก็ไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย เพราะการที่เขาจัดฉากเรื่องทั้งหมดนี้ ก็เพื่อล่อให้ทุกคนที่ควรถูกสังหารออกมาให้หมด

การถูกขัดจังหวะไม่หยุดหย่อน กลับแสดงให้เห็นว่าแผนการของเขาได้ผลดีแค่ไหน

แต่ทว่า... ฉู่ลู่มองไปยังชายชราผมขาวโพลน แล้วถามในใจ: 'ลั่วชิงเตี๋ย บุรุษผู้นี้คือใคร?'

ลั่วชิงเตี๋ยมองไปยังชายผู้นั้นด้วยสีหน้าซับซ้อน

“เขาคืออาจารย์ของข้า จี้เซี่ยงซาน”

เหล่าศิษย์ก็จำตัวตนของชายชราได้ จึงพากันโห่ร้องยินดีอีกครั้ง

“ท่านเจ้าสำนักคนก่อน!”

“ท่านเจ้าสำนักคนก่อนมาแล้ว!”

“ท่านเจ้าสำนักคนก่อนมาแล้ว พวกเรามีทางรอดแล้ว!”

“ฮ่าฮ่าฮ่า! ลั่วชิงเตี๋ย อาจารย์ของเจ้ามาแล้ว! เจ้ายังจะกล้าอวดดีอีกหรือ?”

พวกเขากลับมาโห่ร้องอีกครั้ง ราวกับว่าตนเองเป็นฝ่ายชนะแล้ว

จี้เซี่ยงซานมองดูตำหนักพิทักษ์ธรรมที่มีศพเกลื่อนกลาดอย่างเกรี้ยวกราด เส้นผมและหนวดเคราตั้งชันด้วยความโกรธา

แล้วเมื่อเห็นหลิวเยียนเอ๋อร์ที่นั่งอยู่บนพื้นด้วยความหวาดกลัว สีหน้าของเขาก็ยิ่งโกรธแค้นจนระงับไว้ไม่อยู่

“ลั่วชิงเตี๋ย! ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือเจ้าหรือ?” จี้เซี่ยงซานจ้องมองฉู่ลู่พร้อมถามอย่างเย็นชา

ฉู่ลู่มองไปยังเขา…

ทัศนคติของเขาไม่ได้แตกต่างจากคนอื่นเลย แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นเจ้าสำนักคนก่อน หรือจะเป็นอาจารย์ของลั่วชิงเตี๋ยก็ตาม

ในสายตาของเขา.. บุรุษผู้นี้ก็ไม่ต่างจากผู้อาวุโสตำหนักพิทักษ์ธรรม, ผู้อาวุโสสูงสุด และเซียวอี้เฉินเลยแม้แต่น้อย

ดังนั้นเขาจึงกล่าวอย่างเฉยเมยว่า

“ถูกต้อง แล้วเจ้าจะทำเช่นไร?”

จบบทที่ บทที่ 9 ปัญญาอ่อน!

คัดลอกลิงก์แล้ว