เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 พระเจ้า?

บทที่ 21 พระเจ้า?

บทที่ 21 พระเจ้า?


บทที่ 21 พระเจ้า?

หลินอี้มองหม่าหงจวิ้น คิ้วขมวดมุ่นอย่างหนัก ผ่านไปครู่ใหญ่ในที่สุดเขาก็เอ่ยปาก "เคยมีคนบอกฉันไว้ว่าต้องปกป้อง..."

เสียงของหลินอี้ขาดหายไปดื้อๆ

สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม "ใครเป็นคนบอกฉันกันนะ?"

ระบบ: "..."

มันอุตส่าห์นึกว่าโฮสต์จะกลับมาปกติแล้วเชียว!

หลินอี้เลิกกังวลอย่างรวดเร็ว เขาหันไปพูดกับหม่าหงจวิ้นว่า "สรุปง่ายๆ ก็คือ ฉันจะฆ่านาย"

หม่าหงจวิ้นแค่นหัวเราะอย่างดูแคลน "เหอะ แค่วิญญาณจารย์สายสนับสนุนอย่างแกเนี่ยนะ?"

หลินอี้ไม่ได้หัวเราะตาม เขาก้าวเข้าไปใกล้หม่าหงจวิ้นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "โชว์วงแหวนวิญญาณของนายออกมาซิ!"

"หึ ได้ตามที่แกขอ"

ด้านหลังหม่าหงจวิ้นปรากฏร่างเงาพญาหงส์ที่ดูน่าขนลุก เปลวเพลิงที่แผ่ออกมาจากพญาหงส์นั้นร้อนแรงแผดเผา ปะปนไปด้วยกลิ่นอายชั่วร้าย นี่คือวิญญาณยุทธ์ของเขา: พญาหงส์อัคคี

วงแหวนวิญญาณเจ็ดวงสว่างวาบขึ้นทีละวง ดวงตาของหลินอี้เป็นประกาย เขาไม่คิดเลยว่าเจ้าอ้วนตรงหน้าจะหลอกง่ายขนาดนี้ เขาเอื้อมมือออกไปอย่างรวดเร็วและคว้าวงแหวนวิญญาณของหม่าหงจวิ้นมาถือไว้

ระบบเฝ้ามองฉากนี้อย่างเงียบๆ โฮสต์มักจะดูบ้าๆ บอๆ แต่ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน เขามักจะเผยด้านที่ฉลาดเฉลียวออกมาเสมอ

หม่าหงจวิ้นจ้องมองวงแหวนวิญญาณในมือหลินอี้ด้วยความตกตะลึง ทันใดนั้นรถไถคันหนึ่งก็พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง หม่าหงจวิ้นที่มีพลังวิญญาณเหลือเพียงระดับ 10 ก็ไม่ต่างอะไรกับคนธรรมดา เมื่อเผชิญหน้ากับรถไถที่พุ่งมาอย่างเร็ว เขาไร้ซึ่งกำลังจะต้านทาน ถูกชนกระเด็นลอยละลิ่วตกลงกระแทกพื้น ตายสนิทแบบไม่ต้องสืบ

หลินอี้ขยำวงแหวนวิญญาณทั้งเจ็ดในมือจนเป็นก้อนกลม แล้วโยนทิ้งลงทะเลอย่างไม่ไยดี

ถังซานมองศพของหม่าหงจวิ้น สถานการณ์เปลี่ยนจากสามรุมสามกลายเป็นสองรุมสามในพริบตา แล้วแบบนี้จะสู้ยังไงไหว?

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ถังซานก็พูดกับเสียวอู่ว่า "เดี๋ยวข้าจะพยายามฆ่าวิญญาณจารย์สายต่อสู้วิญญาณยุทธ์คู่นั่นให้เร็วที่สุด เจ้าพยายามถ่วงเวลาอีกสองคนนั้นไว้... ระวังอย่าให้ผู้ชายคนนั้นแตะต้องวงแหวนวิญญาณของเจ้าได้เด็ดขาด"

เสียวอู่พยักหน้าอย่างหนักแน่น "อื้ม พี่ซาน ไม่ต้องห่วงนะ"

ถังซานกระชับตรีศูลเทพสมุทรในมือ พุ่งเข้าใส่ปิปี๋ตง แต่เพียงชั่วพริบตา เขาก็ปลิวกลับมาเร็วยิ่งกว่าตอนพุ่งเข้าไปเสียอีก

เสียวอู่ชะงักค้างอยู่กับที่ เธอยังไม่ทันจะได้ลงมือเลยด้วยซ้ำ...

ถังซานกระอักเลือดสดๆ ออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ เขาเองก็มีวิญญาณยุทธ์คู่ ต่อให้ระดับพลังจะห่างชั้นกัน แต่ในมือเขามีตรีศูลเทพสมุทรอยู่ ไม่น่าจะพ่ายแพ้รวดเร็วขนาดนี้

ปิปี๋ตงก้าวเข้ามา มองศีรษะของถังซานแล้วเอ่ยเรียบๆ "ของที่ขโมยไป ท้ายที่สุดก็ต้องคืนเจ้าของ"

ปิปี๋ตงค่อยๆ ยกมือขึ้น หนามแหลมคมพุ่งเล็งไปที่หว่างคิ้วของถังซาน ถังซานบาดเจ็บสาหัสจนไร้ทางสู้ เสียวอู่มองถังซานด้วยความอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาด เริ่มพิธีกรรมสังเวย

ในชั่วขณะที่สัตว์วิญญาณแสนปีเริ่มการสังเวย พื้นที่โดยรอบตัวเธอก็กลายเป็นดั่งกำแพงที่ไม่อาจเจาะทะลวง การโจมตีของปิปี๋ตงสลายไปในทันที

ปิปี๋ตงมองเงาร่างกระต่ายที่ปรากฏขึ้นด้านหลังเสียวอู่แล้วพึมพำ "เป็นนางนี่เอง..."

กระต่ายตัวนั้นที่วัวอัสนีมรกตและมหาวานรยักษ์ช่วยเอาไว้ใจกลางป่าซิงโต่วในตอนนั้น

หลินอี้นั่งยองๆ ลงกับพื้น กอบทรายขึ้นมากำมือหนึ่งแล้วปาออกไป ทรายเหล่านั้นก็ถูกกันไว้เช่นกัน เขาถามอย่างสงสัย "การสังเวยคืออะไรเหรอ?"

"คือการอุทิศทุกสิ่งทุกอย่าง รวมถึงวิญญาณของตนเองให้กับคนอีกคน..."

หลินไป๋มองถังซานและเสียวอู่ด้วยความอิจฉา แล้วเอื้อมมือไปคล้องแขนหลินอี้ "ในอนาคต ถ้าคุณตกอยู่ในอันตราย ฉันก็จะสังเวยเพื่อคุณเหมือนกัน"

หลินอี้ตบหัวหลินไป๋ดังป้าบ "จะบ้าเหรอ? ฉันจะอยากให้เธอมาสังเวยทำไม?"

ระบบ: "..."

คนบ้ามีหน้าไปว่าคนอื่นบ้าด้วยแฮะ?

หลินไป๋กุมหัวด้วยความน้อยใจ ปากยื่นปากยาว

พิธีกรรมสังเวยกินเวลาหนึ่งก้านธูป เมื่อแสงแห่งการสังเวยจางหายไป ร่างของเสียวอู่ก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงถังซานยืนอยู่ลำพัง

และด้านหลังถังซาน ตอนนี้มีวงแหวนวิญญาณเพิ่มขึ้นมาเป็นแปดวง วงที่แปดเป็นสีแดงฉาน สีแห่งวงแหวนวิญญาณแสนปี

ในเวลานี้ บาดแผลทั้งหมดของถังซานฟื้นฟูจนหายสนิท เขากำหมัดแน่น สัมผัสถึงขุมพลังในร่าง แล้วพุ่งเข้าใส่ปิปี๋ตงอีกครั้ง

ครั้งนี้ เขายื้อได้นานขึ้นอีกไม่กี่นาที

ถังซาน: "..."

ในขณะที่ปิปี๋ตงกำลังจะกะเทาะกะโหลกถังซานเพื่อชิงเอา 'ครอบเอกภพวารี' คืนมา แสงสีฟ้าเจิดจรัสก็ห่อหุ้มร่างของถังซานไว้ทันควัน

ร่างหนึ่งที่แผ่กลิ่นอายอันน่าเกรงขามลอยลงมาจากฟากฟ้า หยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ มองลงมายังกลุ่มคนเบื้องล่าง

ไกลออกไป ป๋อไซซีหมอบกราบลงกับพื้น "ท่านเทพสมุทร..."

เทพสมุทรชำเลืองมองถังซานแล้วถอนหายใจ "ถึงยังไง เขาก็เป็นผู้สืบทอดที่ข้าเลือก..."

ปิปี๋ตงเอ่ยเสียงเรียบ "เทพห้ามแทรกแซงโลกมนุษย์"

นี่คือสิ่งที่นางเรียนรู้มาจากเทพรากษส

เทพสมุทรยิ้ม "กฎนั่นก็ถูกอยู่หรอก แต่... ต่อให้ข้าฆ่าเจ้าแล้วจะเป็นไรไป? เทพผู้คุมกฎแห่งแดนเทพก็คือน้องชายข้า"

ปิปี๋ตงขมวดคิ้ว "หากกฎไม่อาจให้ความเสมอภาคแก่ทุกคน และไม่อาจปฏิบัติอย่างเท่าเทียมไม่เลือกที่รักมักที่ชัง เช่นนั้นการมีอยู่ของกฎก็ไร้ความหมาย"

"งั้นวันนี้ ข้าก็จะบอกเจ้าว่า ข้าคือเทพ และเจ้าคือมนุษย์ ต่อหน้าข้า เจ้าไม่มีสิทธิ์มาชี้นิ้วสั่งสอน"

เดิมทีเทพสมุทรเพียงต้องการปกป้องถังซาน แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนใจแล้ว เขาต้องการสั่งสอนปิปี๋ตงให้รู้สำนึกเสียบ้าง

ตรีศูลเทพสมุทรในมือถังซานลอยเข้าสู่มือเขาโดยอัตโนมัติ ลำแสงสีฟ้าเจิดจรัสพุ่งออกจากปลายตรีศูล ตรงเข้าใส่ปิปี๋ตง

ป๋อไซซีจ้องมองภาพนี้ด้วยความเหม่อลอย รู้สึกเพียงว่าศรัทธาที่นางยึดมั่นมาหลายปี กำลังพังทลายลงในวินาทีนี้...

ปิปี๋ตงมองลำแสงที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วแล้วถอนหายใจ พลังวิญญาณกับพลังเทพ ยังไงก็แตกต่างกันเกินไป...

ทันใดนั้น ลำแสงสีทองสายหนึ่งก็พุ่งเข้ามาสลายการโจมตีของเทพสมุทร เหนือผืนทะเล ร่างสีทองที่มีปีกหกปีกกลางหลังพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว มาหยุดยืนเคียงข้างปิปี๋ตง

"เชียนสวินจี๋?"

"ข้าเอง"

ในยามนี้ เชียนสวินจี๋ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป เกราะทองคำศักดิ์สิทธิ์และปีกสีขาวบริสุทธิ์บ่งบอกว่าเขาได้รับสืบทอดบัลลังก์เทพทูตสวรรค์เรียบร้อยแล้ว

เขามองปิปี๋ตงด้วยความหลงใหล "ขอแค่เจ้ายอมแต่งงานกับข้า ข้าจะรับรองความปลอดภัยให้เจ้าเอง"

ปิปี๋ตงเอ่ยเบาๆ คำเดียว "ไสหัวไป"

ใบหน้าของเชียนสวินจี๋แข็งค้าง "ดี ดีมาก!"

จู่ๆ เขาก็ชี้ไปที่หลินอี้ "ข้าไม่สนหรอกว่าเจ้าจะเกลียดข้าหรือไม่ เจ้าต้องเป็นของข้าคนเดียวเท่านั้น ถ้าเจ้าไม่ตกลง ข้าจะฆ่ามันซะ ตอนนี้ข้าคือเทพ เจ้าช่วยมันไม่ได้หรอก"

เทพสมุทรยืนดูละครฉากนี้อยู่ข้างๆ สีหน้าของปิปี๋ตงเย็นชาดุจน้ำแข็ง แต่ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะยอมตกลงตามคำเรียกร้องของเชียนสวินจี๋

เชียนสวินจี๋คำรามด้วยความโกรธ "เจ้าไม่สนความเป็นความตายของมันจริงๆ งั้นรึ?"

"นั่นก็ต่อเมื่อเจ้าฆ่าเขาได้น่ะนะ"

"งั้นข้าจะฆ่ามันให้เจ้าดู!"

ปีกด้านหลังเชียนสวินจี๋กางออก ขยับเพียงเล็กน้อย เขาก็พุ่งมาอยู่ตรงหน้าหลินอี้แทบจะในพริบตา มือเอื้อมไปหมายจะคว้าคอหลินอี้ แต่ข้อมือของเขากลับถูกมือเรียวบางคว้าเอาไว้กลางอากาศ

ปิปี๋ตงมายืนขวางอยู่หน้าหลินอี้ หันกลับมามองเขาด้วยแววตาซับซ้อน

ทันใดนั้น ปิปี๋ตงสูดลมหายใจลึก แสงสีขาวนวลตาเปล่งออกมาจากร่างของนาง ทั่วทั้งทวีปดูเหมือนจะมีบางสิ่งบางอย่างกำลังหลั่งไหลมารวมที่ตัวนางอย่างต่อเนื่อง

ดวงตาของเทพสมุทรเบิกกว้าง "พลังแห่งศรัทธา!?"

ร่างของปิปี๋ตงลอยขึ้นกลางอากาศ วิญญาณยุทธ์และพลังวิญญาณของนางกำลังเกิดการแปรเปลี่ยน... แปรเปลี่ยนไปสู่ความเป็นเทพ

เกราะสีทองอ่อนแนบสนิทไปกับเรือนร่าง ขับเน้นสัดส่วนอันสมบูรณ์แบบ วงแหวนแห่งแสงปรากฏขึ้นด้านหลัง ในที่สุด ปิปี๋ตงก็ยื่นมือออกไป คทาด้ามหนึ่งปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า นางคว้ามันไว้มั่น

"ท่านพ่อ ท่านเคยถามข้าไม่ใช่หรือว่าทำไมข้าไม่เลือกสืบทอดตำแหน่งเทพรากษสในตอนนั้น?"

"เพราะข้ามีบัลลังก์เทพของข้าเองอยู่แล้ว!"

"เทพแห่งศรัทธาเพียงหนึ่งเดียวของทวีปนี้..."

จบบทที่ บทที่ 21 พระเจ้า?

คัดลอกลิงก์แล้ว