เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 แนวคิดการผ่านด่านที่แตกต่างกันสามรูปแบบ

บทที่ 47 แนวคิดการผ่านด่านที่แตกต่างกันสามรูปแบบ

บทที่ 47 แนวคิดการผ่านด่านที่แตกต่างกันสามรูปแบบ


“ซือถูอัน!?” เมื่อได้ยินชื่อนี้ แผ่นหลังที่ค่อมงอของอู๋ป๋อก็ยิ่งงอมากขึ้น เขาเผลอทำตัวให้เล็กลงโดยที่ไม่รู้ตัว “พวกเธอต้องระวังคนคนนี้”

“ลุงเคยเจอเขามาก่อนเหรอ?”

“เมื่อก่อนฉันคิดว่าผีเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากที่สุด จนกระทั่งได้เจอซือถูอัน….” อู๋ป๋อเลียแผลบนริมฝีปาก “ที่ฉันต้องอยู่ที่นี่ก็เพราะเขา ถ้าฉันไม่แกล้งบ้าพวกมันคงฆ่าฉันไปแล้ว ก่อนหน้านี้ฉันก็เคยคิดจะเอากล้องไปให้ตำรวจ แต่ก่อนหน้านั้น เคยเกิดเรื่องคล้ายกันมาแล้วเคยมีอาสาสมุครหนุ่มคนหนึ่งต้องการเปิดเผยบางอย่างต่อสื่อ สุดท้ายไฟล์เสียงก็ถูกส่งไปถึงมือของซือถูอัน ไม่นานอาสาสมัครหนุ่มคนนั้นก็หายตัวไป พอนึกถึงพ่อหนุ่มคนนั้นที่ไร ฉันก็ยิ่งไม่กล้า”

เมื่อได้ยินอู๋ป๋อพูดถึงตรงนี้ ยายของกงซีก็มีอารมณ์ปั่นป่วนขึ้นมาทันที อาสาสมัครหนุ่มที่อู๋ป๋อพูดถึง ดูเหมือนจะเป็นกงซี!

แต่สำหรับเรื่องเหล่านี้ ตัวกงซีเองกลับจำไม่ได้เลย เขายังคงคุกเข่าหมอบลงกับพื้นอย่างนอบน้อม

‘ซือถูอัน…’ ในใจของเกาหมิงเกิดความรู้สึกประหลาดบางอย่างขึ้น เขาไม่เคยพบซือถูอันตัวจริงมาก่อน แต่เขากลับมีความเกลียดชังต่อชายคนนี้อย่างรุนแรง ราวกับเคยมีบางอย่างเลวร้ายเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาในอดีต ‘ดูเหมือนต้องหาทางขังเขาไว้ในเหตุผิดปกตินี้ตลอดไป’

“มันก็แค่ผีร้ายที่สวมหนังคน” แววตาของอู๋ป๋อมีความหวาดกลัวปะปนอยู่ “หัวใจเนื้อโลหิตของฆาตกรคดีล้างครอบครัว และหัวใจจากรูปปั้นดินเหนียวของเซียนเนื้อโลหิต ห้ามตกไปอยู่ในมือซือถูอันเด็ดขาด สมาคมการกุศลเมืองหานไห่เลี้ยงผีไว้ในอพาร์ตเมนต์ซื่อสุ่ย ก็น่าจะเพื่อหัวใจทั้งสองดวงนี้”

อู๋ป๋อขีดเส้นไม่กี่เส้นลงบนกระดาษเหลือง “ฆาตกรตัวนั้นอาศัยอยู่ในห้องใดห้องหนึ่งในอาคาร มันจะออกไปข้างนอกเฉพาะตอนฆ่าคน ฉันเองก็ยืนยันตำแหน่งของมันไม่ได้ แต่พวกเธอสามารถไปทำลายรูปปั้นของเซียนเนื้อโลหิตก่อนได้”

“รูปปั้นนั้นอยู่ที่ไหน?”

“ชั้นใต้ดินอาคารเอ เป็นที่มืดมนและอัปมงคลมากที่สุดของอพาร์ตเมนต์ มีศาลบรรพชนลับแห่งหนึ่ง รูปปั้นของเซียนเนื้อโลหิตถูกบูชาอยู่ที่นั่น” อู๋ป๋อล้วงเอากระดาษยันต์ออกมาอีกปึกหนึ่งจากอกเสื้อ “ฉันแก่แล้ว ขาไม่ค่อยดี ไปกับพวกเธอก็มีแต่จะถ่วงเวลา เก็บยันต์พวกนี้ไว้ให้ดี เผื่อจะได้ใช้”

หลังเก็บยันต์ เกาหมิงมองไปยังหุ่นกระดาษเหล่านั้น “พวกคุณจะไปด้วยกันไหม? ฆาตกรที่ฆ่าพวกคุณก็อยู่ในอาคารนี้ นี่อาจจะเป็นโอกาสที่พวกคุณจะได้แก้แค้น”

หุ่นกระดาษทั้งเจ็ดไม่ขยับ มีเพียงหุ่นกระดาษที่อายุมากที่สุด หยิบข้าวสารขาวจากแท่นบูชามากำหนึ่ง แล้วยัดใส่กระเป๋าของเกาหมิง

“นี่คืออะไร?”

“ข้าวสารขาวเป็นของที่ฉันใช้บูชาผู้ตาย” อู๋ป๋ออธิบาย “ถ้าถึงขั้นที่จำเป็นต้องกินเนื้อจริง ๆ ข้าวสารกำนี้จะช่วยให้เธอรักษาสติไว้ได้ชั่วคราว”

เนื้อที่อู๋ป๋อพูดถึง น่าจะเป็นแบบเดียวกับที่ไป๋เซียวกิน หลังจากกินแล้วจะกลายเป็นคนบ้า แต่กลับฆ่าได้ยากยิ่ง

“ดูเหมือนพวกคุณจะเตรียมใจไว้กับผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดแล้ว” เกาหมิงพาจูเหมี่ยวเหมี่ยวออกจากบ้านอาถรรพ์ ไม่นานกงซีก็วิ่งตามออกมา

หุ่นกระดาษตกลงจะคุ้มครองครอบครัวของกงซี แต่มีเงื่อนไขว่ากงซีต้องช่วยเกาหมิงทำลายรูปปั้นดินเหนียวของเซียนเนื้อโลหิต

ชาวอาคารส่วนใหญ่ศรัทธาเซียนเนื้อโลหิต แต่กงซีเป็นข้อยกเว้น ความศรัทธาของเขามีเพียงการดูแลยายให้ดี ขอแค่ปกป้องครอบครัวได้ จะเชื่อใครก็ไม่สำคัญ

“ผมจะนำทางเอง ผมรู้ตำแหน่งของศาลบรรพชน” กงซีกลายเป็น “คนทรยศ” เดินนำอยู่ด้านหน้า

เกาหมิงแบกจ้าวซี เดินตามอยู่ด้านหลังอย่างเงียบงัน ในเกมเรื่องเล่าประหลาดนี้ เขาเริ่มเข้าใจโลกเงามืดอย่างแท้จริง

รูปลักษณ์เกิดจากจิตใจ ชาวอาคารถูกแบ่งออกเป็นสี่ประเภท พวกเขาต่างรักษาสมดุลอันละเอียดอ่อนนี้ไว้ และที่นี่ก็เป็นเพียงภาพย่อส่วนเล็ก ๆ ของโลกเงามืดเท่านั้น

‘โลกเงามืดไม่ได้เป็นแค่ภัยพิบัติ แต่มันคือโลกอีกใบหนึ่ง และมีกฎเกณฑ์เป็นของตัวเอง’

….

หลังจากเดินผ่านระเบียงอาคาร เซวียนเหวินก็หยุดฝีเท้า เธอเหมือนได้ยินเสียงเกาหมิงเรียกเธอ

เมื่อหันกลับไป เซวียนเหวินเห็นเกาหมิงกับจูเหมี่ยวเหมี่ยวเดินตามกันมา ทุกอย่างดูเหมือนจะปกติ

แต่เมื่อเดินไปได้อีกไม่นาน สายตาของเซวียนเหวินก็เปลี่ยนไปในทันที เธอล้วงมีดปลายแหลมออกมาจากกระเป๋าสะพาย

“เกิดอะไรขึ้น?” หยานฮัวขมวดคิ้ว

“เกาหมิงกับจูเหมี่ยวเหมี่ยวถูกสลับตัวไปแล้ว” น้ำเสียงของเซวียนเหวินไร้อารมณ์โดยสิ้นเชิง ต่างจากตอนอยู่ข้างเกาหมิงราวกับเป็นคนละคน

“คุณแน่ใจนะ?”

“ฉันรับรู้ตำแหน่งคร่าว ๆ ของเกาหมิงได้ คนที่อยู่ข้างหลังไม่ใช่เขา” เซวียนเหวินหันตัว เอามือที่ถือมีดซ่อนไว้ด้านหลัง ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้ม เธอก้าวยาว ๆ เข้าหาเกาหมิง

เมื่อเห็นเซวียนเหวินเดินเข้ามา “เกาหมิง” ก็รู้สึกงุนงง เขากำลังจะอ้าปากพูด แต่จู่ ๆ คมมีดก็แทงทะลุคอของเขาแล้ว!

ไม่มีเลือดไหลออกมา “เกาหมิง” ที่คอถูกแทงค่อย ๆ เปลี่ยนจากความตกตะลึงเป็นความคลุ้มคลั่ง พุ่งเข้าใส่เซวียนเหวินทันที โดยที่มีดยังคงเสียบอยู่ที่คอ

คมมีดเฉือนผ่าน เซวียนเหวินมีดวงตาแดงฉาน มือของเธอกดลงบนหน้าอกของ “เกาหมิง

เกาหมิง” ที่ถูกสลับตัว ค่อย ๆ สูญเสียการควบคุมร่างกาย เงามืดภายในร่างกำลังกัดกินตัวเขาจากด้านใน!

ด้านข้าง “จูเหมี่ยวเหมี่ยว” รู้ตัวว่าถูกจับได้ จึงเหวี่ยงขวานดับเพลิงใส่เซวียนเหวิน แต่แขนของเธอกลับถูกนิ้วทั้งห้าที่แข็งราวเหล็กเส้นเหล็กกำเอาไว้แน่น

หยานฮัวปล่อยหมัดลงไป เพียงหมัดเดียวร่างของ “จูเหมี่ยวเหมี่ยว” ก็เสียรูปในทันที เขาไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตั้งตัว หมัดทั้งสองข้างถาโถมราวกับพายุฝน

ไม่มีเสียงเลือดกระเซ็นหรือเสียงกระดูกแตก แต่ทุกครั้งที่หยานฮัวเหวี่ยงหมัด รอยสักผีร้ายบนร่างของเขากลับดูมีชีวิตขึ้นมา เงามืดทั้งหมดที่ฟุ้งออกมาจากตัวจูเหมี่ยวเหมี่ยว ถูกผีร้ายกลืนกินจนหมดสิ้น

จูเหมี่ยวเหมี่ยว” ที่ถูกสลับตัว ถูกกระหน่ำจนสลายไปทั้งแบบนั้น หยานฮัวจึงค่อยเก็บหมัด เมื่อเขาหันไปอีกด้าน เซวียนเหวินก็จัดการ “เกาหมิง” เสร็จแล้ว

“อย่าใช้หมัดของคุณมั่วซั่ว ปล่อยให้ฉันจัดการเอง” เซวียนเหวินดูเหมือนจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง เธอจ้องไปที่มือซ้ายของหยานฮัว

หลังจากหยานฮัวฆ่า “จูเหมี่ยวเหมี่ยว” บนมือของเขาก็ปรากฏอักขระสีดำประหลาดหลายตัว คล้ายคำสาปบางอย่าง

เมื่อเซวียนเหวินเตือน หยานฮัวที่เห็นตัวอักษรสีดำนั้นกลับไม่ใส่ใจ “ไปหาเกาหมิงก่อนเถอะ มีแค่เขาที่รู้ว่าพี่สาวของผมอยู่ที่ไหน เขาห้ามตายเด็ดขาด”

“มีแค่เขาที่รู้ว่าพี่สาวของคุณอยู่ที่ไหนงั้นเหรอ?” เซวียนเหวินกำมีดแน่น ‘ผู้ชายก็เป็นแบบนี้ ชอบซ่อนความลับเก่งจริง ๆ’

พวกเขาก้าวเดินไปข้างหน้า เงามืดหลีกทาง ร่างกายสูงใหญ่แข็งแกร่งของหยานฮัวทำให้เขาซ่อนตัวได้ยาก แต่เขาก็ไม่เคยคิดจะหลบซ่อนตัวอยู่แล้ว

ไม่ว่าจะเจออะไรก็ตาม หยานฮัวพุ่งเข้าใส่ก่อนเสมอ ผียักษ์ดุร้ายบนร่างของเขายิ่งดูสมจริงขึ้นเรื่อย ๆ ขณะเดียวกัน อักษรสีดำบนตัวเขาก็เพิ่มขึ้นไม่หยุด

“คุณตั้งใจจะฆ่าทุกอย่างที่ขวางทางเหรอ? นี่คือเหตุผิดปกติระดับสี่นะ” เซวียนเหวินห้ามหยานฮัวไม่ได้ อนาคตของพวกเขาทุกคนมีโอกาสกลายเป็นอาชญากรระดับสูง คนแบบนี้มักดื้อรั้น นอกจากเกาหมิงซึ่งเป็นตัวเชื่อมแล้ว พวกเขาแทบไม่อาจเชื่อใจใครได้จริง ๆ

“ผมไม่เข้าใจว่าเหตุผิดปกติระดับสี่คืออะไร รู้แค่ว่า หมัดของฉันทำร้ายพวกมันได้ ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องกลัว”

ตัวอักษรสีดำบนร่างเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ร่างกายของหยานฮัวก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ รอยสักผียักษ์บนตัวเขาก็ดูซับซ้อนมากขึ้น ราวกับมีผีร้ายตัวจริงยืนอยู่ด้านหลังของเขา

….

หว่านชิวเดินตามกลุ่มมาเงียบ ๆ เดินไปเดินมา เขากลับพบว่าระเบียงอาคารเหลือเพียงเขาคนเดียว

‘ทางเดินไม่เหมือนเดิมแล้ว?’

หว่านชิวหดคอ เงามืดเอ่อล้นมาจากทุกทิศ เขารู้สึกหวาดกลัว

อาคารอพาร์ตเมนต์ดูอึมครึมกว่าก่อนหน้า ในอากาศยังอบอวลไปด้วยกลิ่นเหม็นที่ยากจะบรรยาย

หัวใจเต้นโครมคราม หว่านชิวยืนอยู่ตรงมุม ความไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นทำให้เขาตื่นตระหนก แต่เมื่อเทียบกับบาดแผลจากชีวิตที่ผ่านมา เหตุผิดปกติเหล่านี้ยังไม่อาจทำลายแนวป้องกันในใจของเขาได้

“เกะ…เกาหมิง…”

เขาเรียกเสียงเบา แต่รอบด้านไร้การตอบสนอง คนที่บอกว่าจะปกป้องเขา อยู่ ๆ ก็หายไปเฉย ๆ

สัญชาตญาณบอกเขาว่าข้างหน้าอันตรายมาก หว่านชิวไม่รู้จะทำอย่างไร เขาขดตัวอยู่ที่มุมทางเดิน กอดขาตัวเองไว้

ผ่านไปไม่กี่นาที จู่ ๆ หัวใจของหว่านชิวก็เต้นเร็วขึ้นอย่างรุนแรง สัญญาณกำลังเตือนเขาว่าจำเป็นต้องไปเดี๋ยวนี้

ไม่รู้จะหลบไปที่ไหน ด้วยความร้อนรน หว่านชิวจึงมุดเข้าไปในห้องข้าง ๆ

ห้องห้าศูนย์หก

ไม่นานหลังจากเขาปิดประตู ชายคนหนึ่งสวมหน้ากากหนูเดินเข้ามา ในมือถือกุญแจและบัตรประจำตัวผู้ดูแลอาคาร จากนั้นก็หยุดยืนตรงจุดที่หว่านชิวนั่งอยู่เมื่อครู่

ชายคนนั้นเคี้ยวอะไรบางอย่าง เขาถอดหน้ากากออก ปลายจมูกกระตุกเล็กน้อย ราวกับกำลังตามหากลิ่นอายของมนุษย์ที่ยังมีชีวิต

หว่านชิวปิดปากปิดจมูก เขามองทุกอย่างผ่านตาแมว

ใต้หน้ากากหนูนั้น คือใบหน้าของหนูจริง ๆ!

ผู้ดูแลอาคารที่ทุกคนในอพาร์ตเมนต์ต่างหวาดกลัว แท้จริงแล้วดูเหมือนจะเป็นเพียงหนูที่แอบกินเนื้อเท่านั้น!

จบบทที่ บทที่ 47 แนวคิดการผ่านด่านที่แตกต่างกันสามรูปแบบ

คัดลอกลิงก์แล้ว