เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 46 หัวใจสองดวง

บทที่ 46 หัวใจสองดวง

บทที่ 46 หัวใจสองดวง


อะไรคือมนุษย์? อะไรคือผี?

ในชั่วขณะนั้น เกาหมิงแยกไม่ออกเลย ทั้งมนุษย์และผีต่างก็หวาดกลัว หวาดกลัวว่าอีกฝ่ายจะมองว่าตนเป็นสิ่งแปลกหน้า

ก่อนหน้านี้ เกาหมิงมองว่าการที่โลกเงาพยายามแทรกซึมเข้าสู่โลกความเป็นจริงเป็นเพียงภัยพิบัติ เขาคิดว่าเกมที่ตนสร้างขึ้นจะทำลายทุกอย่าง แต่ตอนนี้ ภายในใจเขากลับเกิดความคิดอื่นขึ้นมา

จ้าวซีกลับมาแล้ว เพื่อนบ้านทั้งตึกต่างหวาดกลัว สาปแช่ง ร่ำไห้ ร้องขอความช่วยเหลือ ส่วนกงซีกลับตรงกันข้าม หญิงชราเฝ้ารอเขามาโดยตลอด ต่อให้สติเลอะเลือน จำเขาไม่ได้แล้ว ก็ยังคงอดทนรอเขาต่อไปด้วยความหวังที่ไม่เปลี่ยนแปลง

เกาหมิงไตร่ตรองกับตัวเอง ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความโกลาหลทั้งหมดนี้ ใครกันแน่ที่เป็นคนผิดตัวจริง

‘ใครกันแน่ที่ผิด?’

กงซีปล่อยมือหญิงชรา แล้วเริ่มจัดการรูปถ่ายภายในห้อง

“เราต้องรีบหน่อย ผู้ดูแลอาคารอาจจะกลับมาอีกเมื่อไรก็ได้”

“คุณจะย้ายไปอยู่ชั้นอื่นเหรอ?”

“ไม่ ไปหลบในห้องที่แขวนโคมไฟสีขาวก่อน ที่นั่นแม้แต่ผู้ดูแลอาคารก็ไม่กล้าเข้าไป” กงซีลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ออกมา เก็บรูปถ่ายและข้าวของต่าง ๆ ลงไป “พวกคุณจะไปด้วยกันไหม เมื่อกี้พวกคุณไปมีปัญหากับผู้ดูแลอาคาร เขาอาจจะกลับมาหาเรื่องพวกคุณก็ได้”

“ตกลง”

เกาหมิงเคยเห็นห้องที่แขวนโคมไฟสีแดงในอพาร์ตเมนต์ซื่อสุ่ยมามาก แต่โคมไฟสีขาวนั้น เขาไม่เคยเห็นจริง ๆ

หลังจากเก็บของเสร็จทั้งหมด กงซีก็แบกหญิงชราขึ้นหลัง ก่อนลากกระเป๋าใบใหญ่ไปทางประตู

เขายื่นหัวออกไปช้าๆ มองซ้ายและขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ในโถงทางเดิน ก็โบกมือเรียกเกาหมิง “เร็วเข้า! อย่าให้ใครเห็นว่าเราเข้าไปในห้องที่ติดโคมไฟสีขาว”

พวกเขารีบวิ่งไปยังอีกฝั่งของทางเดิน กงซีคว้ากระดาษเงินกระดาษทองจำนวนมากออกมาจากกระเป๋า ก่อนจุดไฟเผา แล้วพาเกาหมิงเดินวนไปมาภายในโถงทางเดิน

เถ้ากระดาษปลิวกระจายอยู่ในเงามืด หลังจากเดินวนไปมารอบที่สี่ หน้าประตูห้องเช่าห้องหนึ่งตรงกลางโถงทางเดินก็ปรากฏโคมไฟสีขาวขึ้น

“เร็ว เข้าไป!”

เมื่อผลักประตูเข้าไป ไอเย็นเยียบก็แทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย เกาหมิงขนลุกชัน สูดลมหายใจเย็นเข้าไป

“นี่เหมือนจะเป็นห้องที่เคยเกิดคดีฆ่าล้างครอบครัว!” จูเหมี่ยวเหมี่ยวกำขวานดับเพลิงไว้แน่น ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่

“ใช่ เป็นห้องที่เคยเกิดคดีขึ้นจริง ๆ” สีหน้าของกงซีก็เริ่มดูน่ากลัวขึ้น หลังจากเข้ามาในห้องนี้ กลิ่นอายของคนเป็นบนร่างเขาก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าเริ่มซีดเผือด

กงซีวางกระเป๋าลงกับพื้น นำเครื่องเซ่นชนิดต่าง ๆ ออกมา จัดวางไว้หน้าประตูห้องนอน เขาคุกเข่าลงกับพื้น เอ่ยเสียงแผ่วเบาอย่างเคารพ

“บ้านหลังนี้มีเจ้าของ ขอแจ้งต่อสี่ทิศ ผู้ใดควรไปก็ไป ผู้ใดควรมาก็จงมา เทพเจ้าประจำเรือนกลับสู่ที่ หลีกทางให้ผู้ไม่เกี่ยวข้อง ธัญพืชห้าอย่าง จะบูชาสืบทอดต่อไปชั่วรุ่น”

หลังจากโขกศีรษะหลายครั้ง กงซีก็นำป้ายไม้แผ่นหนึ่งออกมา วางไว้ตรงกลางเครื่องเซ่น

“ยืนทำอะไรอยู่ มาสวดด้วยกันสิ” กงซีจุดเทียนหลายเล่ม “ในอพาร์ตเมนต์ซื่อสุ่ย ทุกบ้านต่างบูชาเทพเจ้า แต่ภายหลังอนุญาตให้บูชาได้แค่เซียนเนื้อโลหิตเท่านั้น ใครกล้าบูชาเทพองค์อื่นในอาคารแห่งนี้ ต้องประสบภัย”

“แต่ที่คุณกำลังบูชาอยู่ ไม่ใช่เซียนเนื้อโลหิตใช่ไหม?” จูเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นว่าบนป้ายไม้นั้นเขียนคำว่าเทพเจ้าประจำเรือน

“ห้องที่แขวนโคมไฟสีขาวถือเป็นข้อยกเว้น เพราะล้วนเป็นครอบครัวที่ไม่บูชาเซียนเนื้อโลหิตและประสบเคราะห์ร้าย ดังนั้นที่นี่จึงต้องบูชาเทพองค์อื่น

คำพูดของกงซียังไม่ทันจบ ป้ายไม้นั้นก็เกิดรอยร้าว ก่อนจะแตกออกต่อหน้าต่อตาเขา

เทียนดับลง ลมเย็นพัดผ่าน ผ้าม่านผ้าสีดำหนาทึบที่กั้นระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องนอนก็ไหวเบา ๆ ตุ๊กตากระดาษเด็กผู้หญิงตัวหนึ่งโผล่ศีรษะออกมา

เห็นดังนั้น กงซีก็รีบคุกเข่าลง โขกศีรษะไม่หยุด

ผ้าม่านสีดำร่วงลง ในห้องนอนมีโต๊ะแปดเซียนตั้งอยู่ รอบโต๊ะมีตุ๊กตากระดาษเจ็ดตัวนั่งล้อมกัน อายุแตกต่างกันไป ตรงหน้าพวกมันแต่ละตัวมีข้าวแดงหนึ่งชาม

ในห้องที่มืดสนิท ตุ๊กตากระดาษค่อย ๆ บิดศีรษะหันมา

เขาว่ากันว่า ตุ๊กตากระดาษวาดตาแต่ไม่วาดลูกตา ม้ากระดาษยืนได้แต่ไม่ยกแผงคอ ช่างทำกระดาษจำนวนมากจะใช้เข็มเจาะเป็นรูแทนลูกตา แต่ตุ๊กตากระดาษในห้องนี้ ต่างถูกวาดลูกตาลงไป

“พวกเราไปรบกวนมื้ออาหารของเขาหรือเปล่า” เกาหมิงถอยหลังไปเล็กน้อย เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่า สายตาของตุ๊กตากระดาษทั้งแปดกำลังจับจ้องอยู่ที่เขา

เด็กผู้หญิงโซซัดโซเซเดินออกมาจากห้องนอน เธอเดินมาข้างเกาหมิง ยื่นมือเข้าไปในกระเป๋าของเขา หยิบวงแหวนสีดำของไป๋เซียว และเครื่องรางที่อู๋ป๋อมอบให้

เกาหมิงไม่กล้าห้าม เขามองดูเด็กผู้หญิงแกะเครื่องรางออก สะบัดเศษรูปถ่ายที่ห่ออยู่ข้างในออกมา

เศษรูปเหล่านั้นดูเหมือนจะถูกฉีกมาจากรูปถ่ายครอบครัว และดูเหมือนว่าเพราะเศษรูปถ่ายเหล่านี้เอง ทำให้กระดาษที่ดูธรรมดามีพลังพิเศษขึ้นมา

“หรือว่านี่จะเป็นรูปของพวกคุณ?” เกาหมิงเงยหน้าขึ้น ตุ๊กตากระดาษทั้งเจ็ดในห้องไม่รู้ว่ามาอยู่ตรงหน้าเขาตั้งแต่เมื่อไร ยืนเรียงกันราวกับเป็นครอบครัวเดียวกัน มุมปากของพวกมันเปื้อนข้าวแดง ใบหน้าเผยสีหน้าประหลาดออกมา

เกาหมิงซึ่งเคยพบเห็นฉากสยองขวัญมามากมาย แต่กลับรู้สึกไม่คุ้นชิน สายตาของตุ๊กตากระดาษที่จ้องมองมาทำให้เขารู้สึกขนลุกไปทั้งหัวใจ

เด็กผู้หญิงโยนเครื่องรางลงในกระถางไฟ แล้วจูงมือเกาหมิงเข้าไปในห้องนอน ที่มุมผนังมีชายชราคนหนึ่งสวมเสื้อกันหนาวเก่าขาดวิ่นหลบซ่อนอยู่

“ลุงอู๋?” เกาหมิงจำอีกฝ่ายได้ในทันที “ถูกดึงเข้าสู่เหตุการณ์ผิดปกติระดับสี่แล้วยังเอาชีวิตรอดมาได้ ลุงนี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ”

อู๋ป๋ออยากแกล้งทำเป็นไม่รู้จักเกาหมิง เครื่องรางที่เขาขายให้เกาหมิงเป็นของที่ทำขึ้นเอง และดูเหมือนจะใช้รูปถ่ายของผู้ตายเป็นส่วนประกอบด้วย “แค่ก ๆ ๆ พวกเธอนี่รนหาที่ตายจริง ๆ ยังกล้าบุกเข้ามาอีก”

“พวกเรามาที่เพื่อช่วยเหลือคน” เกาหมิงดึงอู๋ป๋อขึ้นมา “ก่อนหน้านี้ลุงไม่ได้พูดความจริงกับผม”

“ทุกคำที่ฉันพูดล้วนเป็นความจริง ตุ๊กตากระดาษพวกนี้ก็คือดวงวิญญาณผู้ตายจากคดีฆ่าล้างครอบครัวในตอนนั้น ฉันไหว้พวกเขาทุกปี และก็เป็นพวกเขานี่แหละที่คอยปกป้องฉัน” อู๋ป๋อผลักเกาหมิงไปด้านข้าง “เธอก็เหมือนหมากัดหลี่ต้งปิน ไม่รู้จักแยกแยะ พวกคนจากสำนักงานอะไรนั่น ล้วนเป็นพวกบ้าที่ไม่ฟังคำเตือน”

ผู้แปล: หลี่ต้งปิน เดินทางผ่านหมู่บ้าน เห็น สุนัขตัวหนึ่งกำลังบาดเจ็บ เขาเกิดความเมตตา จึงเข้าไปช่วยเหลือ แต่สุดท้ายกลับโดนหมากัดเสียเอง

“ลุงเคยเจอเจ้าหน้าที่คนอื่นด้วยเหรอ?”

“พกวเขากินเนื้อเข้าไปแล้ว ถือว่าตายไปแล้วก็ได้” อู๋ป๋อถอยไปยืนตรงประตู ด้านหลังเขามีแท่นบูชาขนาดเล็ก ดูเหมือนว่าในทุก ๆ ปีเขาจะมาที่ห้องแห่งนี้เพื่อเซ่นไหว้ผู้ตาย เดิมทีเขาทำเช่นนี้เพียงเพื่อให้ใจของตัวเองงสงบเท่านั้น ไม่คาดคิดเลยว่าสิ่งนี้จะช่วยชีวิตเขาเอาไว้

“เกิดอะไรขึ้นที่อพาร์ตเมนต์แห่งนี้กันแน่?” ในที่สุดเกาหมิงก็เจอคนเป็นที่สามารถพูดคุยกันได้ วันนี้ไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะไม่ปล่อยให้อู๋ป๋อจากไป

“ซวยจริงที่มาเจอพวกเธอ” อู๋ป๋อห่อเสื้อกันหนาวเก่าของตัวเองแน่น ภายในห้องที่หนาวจัด เขาเป็นคนที่แต่งตัวหนาที่สุด

“มาดูวิดีโอนี้เถอะ”

เขาหยิบกล้องถ่ายวีดีโอรุ่นเก่าออกมาจากใต้แท่นบูชา ภาพในวิดีโอคือครอบครัวสี่คนกำลังฉลองวันเกิด พ่อถือกล้องถ่ายวิดีโอไว้ พวกเขาเพิ่งจุดเทียนเสร็จ ประตูห้องก็ถูกเคาะ

แม่เดินไปเปิดประตู จากนั้นเสียงกรีดร้องและเสียงวิ่งหนีก็ดังขึ้น กล้องในมือพ่อหล่นลงกับพื้น ฉากที่น่าสยดสยองตามา

เลือดไหลนองไปทั่วห้อง ครอบครัวสี่คนนอนจมอยู่ในกองเลือด เพื่อนบ้านได้ยินเสียงผิดปกติจึงคิดจะเข้ามาดู ฆาตกรกลับวิ่งเข้าไปในห้องของเพื่อนบ้านต่อ

สองครอบครัว รวมแปดชีวิต ตายอย่างอยุติธรรมภายในอพาร์ตเมนต์แห่งนี้

หลังจากก่อเหตุทั้งหมดแล้ว ฆาตกรผู้คลุ้มคลั่งไม่ได้หลบหนี แต่กลับวาดสัญลักษณ์ประหลาดไว้ในห้อง ก่อนจะฆ่าตัวตาย

“คดีฆ่าล้างครอบครัว? คุณไปเอาวิดีโอนี้มาได้ยังไง?”

เกาหมิงซึ่งทำงานอยู่ในเรือนจำความปลอดภัยสูงสุด เมื่อเห็นภาพนั้นก็ยังอดรู้สึกหวาดกลัวไม่ได้

“…ฉันเข้าเวรคืนนั้ พอฆาตกรขึ้นมาชั้นบน เขาก็เดินสวนผ่านฉันไปพอดี” ดวงตาของอู๋ป๋อเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “ถ้าฉันสังเกตเห็นความผิดปกติได้เร็วกว่านี้ บางทีโศกนาฏกรรมอาจจะไม่เกิดขึ้น”

“แล้วทำไมคุณไม่ส่งวิดีโอนี้ให้ตำรวจ?” เกาหมิงรู้สึกสงสัย

“ดูต่อไปสิ”

วิดีโอยังคงเล่นต่อ หลังโศกนาฏกรรมเกิดขึ้น คนกลุ่มแรกที่มาถึงที่เกิดเหตุไม่ใช่ตำรวจ แต่เป็นคนจากสมาคมการกุศลเมืองหานไห่

พวกเขาราวกับรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดเรื่องขึ้น เมื่อเข้าไปในห้องก็หยิบของบางอย่างออกมาจากศพของฆาตกร

“เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสมาคมการกุศล” อู๋ป๋อหวาดกลัวมาก “ฆาตกรตายแล้ว คดีก็ไม่อาจสืบต่อได้ หากฉันเก็บกล้องออกมา เรื่องนี้อาจหายไปอย่างไร้ร่องรอย อย่าดูถูกอิทธิพลของสมาคมการกุศลเมืองหานไห่ พวกเขาสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล และสถานสงเคราะห์มากมาย เป็นความหวังของคนยากจนจำนวนนับไม่ถ้วน”

‘ในอดีตพวกเขาเคยช่วยเหลือคนมากมายก็จริง แต่ตอนนี้….’ เกาหมิงไม่ได้มุ่งเป้าไปที่สมาคม เขามุ่งเป้าไปที่ซือถูอันคนเดียว

“ตั้งแต่สร้างอพาร์ตเมนต์ซื่อสุ่ย สมาคมการกุศลก็ขนย้ายของเข้ามาไม่หยุด แต่ของพวกนั้นส่วนใหญ่ล้วนเตรียมไว้สำหรับคนตาย” อู๋ป๋อไม่ได้โง่เลย เขาจดจำทุกอย่างไว้ในใจ เขานำเทียนแดงสองเล่มและเทียนขาวสี่เล่มมาวางตรงหน้า

“คนของสมาคมการกุศลเมืองหานไห่กำลังเลี้ยงผีและพวกเขาก็ทำสำเร็จ! ผีที่อันตรายที่สุดสองตนในตึกนี้ หนึ่งคือฆาตกรที่ก่อคดีฆ่าล้างครอบครัวในปีนั้น มันกระหายเลือด และมีหัวใจที่มีเลือดเนื้อ อีกหนึ่งคือรูปปั้นเซียนเนื้อโลหิตที่คนในอาคารต่างบูชา รูปปั้นดินเหนียวนั้นมีชีวิตขึ้นมา และงอกหัวใจหนึ่งดวงขึ้นซึ่งก่อตัวขึ้นจากเจตจำนงของผู้คนที่ควบแน่นรวมกัน”

“นอกเหนือจากสองตัวตนนั้น ผู้อยู่อาศัยในตึกยังสามารถแบ่งออกได้คร่าว ๆ เป็นสี่ประเภท”

อู๋ป๋อหยิบเทียนขาวทั้งสี่เล่มขึ้นมา “รูปลักษณ์เกิดจากใจ ภายใต้อิทธิพลของเซียนเนื้อโลหิต คนทั้งสี่ประเภทนี้แสดงออกเป็น ผู้ที่มีชีวิต ผู้ที่ใกล้ตาย ผู้ที่ปรารถนา และสุดท้าย พวกที่มีกรรม”

“ผู้ที่มีชีวิตก็คือคนอย่างฉันกับเธอ เป็นคนนอกผที่ยังรักษาความเป็นมนุษย์ไว้ได้ ส่วนผู้ที่ปรารถนาก็คือพ่อหนุ่มคนนั้น” อู๋ป๋อชี้ไปที่นายหน้าปล่อยเช่า “พวกเขาถูกปลุกเร้าความปรารถนาในใจ  เนื้อหนังของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไป ถูกผูกมัดไว้กับที่นี่ในสาวกของเซียนเนื้อโลหิต

ส่วนผู้ที่ใกล้ตายก็คือคนที่ใกล้จะตาย รอบกายถูกเงามืดห่อหุ้ม ร่างกายเต็มไปด้วยตัวอักษรสีดำ พวกเขาต้องกินเนื้อบนโต๊ะบูชาของเซียนเนื้อโลหิตเท่านั้นถึงจะยืดชีวิตต่อไปได้ และส่วนสุดท้ายคือพวกที่มีกรรม วิญญาณผู้เคราะห์ร้ายจำนวนมากในตึกถูกกักขังอยู่ที่นี่ ไม่มีที่ไป เต็มไปด้วยความอาฆาต ถูกมองว่าเป็นลางร้าย”

อู๋ป๋อค่อย ๆ ดันเทียนขาวออกไป

“ผู้อยู่อาศัยทั้งสี่ประเภทนี้ไม่ได้น่ากลัว สิ่งที่น่ากลัวจริง ๆ คือผีสองตัวนั้น ฉันคิดว่าขอแค่ฆ่าพวกมันได้ ก็น่าจะหนีออกไปได้”

“ลุงอู๋ ลุงอาจจะมองข้ามใครบางคนไป” เกาหมิงหยิบเทียนแดงมาเพิ่มอีกหนึ่งเล่ม “รองประธานสมาคมการกุศลเมืองหานไห่ ซือถูอัน ก็อยู่ในตึกนี้ด้วย”

จบบทที่ บทที่ 46 หัวใจสองดวง

คัดลอกลิงก์แล้ว