เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 ค่ำคืน

บทที่ 40 ค่ำคืน

บทที่ 40 ค่ำคืน


บทที่ 40 ค่ำคืน

“อย่ากินข้าวพวกนั้น! นั่นของสำหรับคนตาย!”

เกาหมิงพุ่งเข้าหาหว่านชิว แต่เซวียนเหวินกลับรั้งตัวเขาไว้แน่น

ริมฝีปากของหว่านชิวถูกย้อมด้วยสีแดง เขาค่อย ๆ ขยับร่างกาย ใบหน้าบิดเบี้ยว คอกระตุก เลือดผสมเมล็ดข้าวร่วงหล่นออกมาจากปาก

“พวก…พวกคุณ…”

เสียงที่เปล่งออกมาฟังไม่ชัด สีหน้าของหว่านชิวเปลี่ยนไปไม่หยุด

ผ้าม่านหนาถูกลมเย็นพัดไหว เศษกระดาษเงินกระดาษทองโปรยลงบนพื้น ผนังและเพดานซีดจางแตกร้าว ภายในรอยแยกราวกับมีแมลงคลานอยู่

ร่างกายสั่นไหว น้ำเสียงของหว่านชิวเหมือนชายชราที่กำลังหลั่งน้ำตา

“ข้างหน้ามีเสือ ข้างหลังมีปีศาจ สวรรค์ไม่ตอบรับ แผ่นดินไม่ช่วยเหลือ…”

ผู้แปล: ความหมายประโยคนี้คือ อยู่ในสถานการณ์สิ้นหวังอย่างแท้จริง ข้างหน้าก็อันตราย ข้างหลังก็กับดัก ร้องขอสวรรค์ไม่ได้ พึ่งแผ่นดินไม่ช่วย ไม่มีทางหนี ไม่มีใครช่วย

โต๊ะจีนแปดเซียน เป็นโต๊ะไม้สี่เหลี่ยมแบบจีนโบราณนั่งได้แปดคน

บางสิ่งในห้องเหมือนกำลังพยายามใช้ปากของหว่านชิว ถ่ายทอดบางอย่างถึงเกาหมิงและเซวียนเหวิน

“ผีกินคน…. คนกินเนื้อ…. เนื้อกินผี….”

ปากของหว่านชิวเปื้อนเลือดไปหมด ริมฝีปากถูกกัดจนแตก แต่เขายังฝืนพูดถ้อยคำที่ไม่มีใครเข้าใจ จนกระทั่งโต๊ะกลมเริ่มสั่น ข้าวขาวในชามร่วงหล่นลงพื้นทีละใบ

“กินเข้าไป….กินเข้าไป….กินถึงจะมีชีวิตรอด….”

พูดจบ หว่านชิวก็ล้มลง เกาหมิงรีบเข้าไปพยุงเขาขึ้นในทันที

ในเวลาเดียวกัน เซวียนเหวินเปิดประตูห้องด้านใน ห้องนอนเพียงห้องเดียวถูกดัดแปลงเป็นห้องไว้ทุกข์ บนโต๊ะบูชาตั้งป้ายวิญญาณและรูปถ่ายของผู้ตายทั้งแปดเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ

ในรูปถ่ายขาวดำ ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้าง จ้องมองไปยังโต๊ะจีนแปดเซียน

“นี่คือผู้เสียชีวิตทั้งแปดในคดีฆ่ายกครัว…ธูปถูดจุดอยู่ มีคนคอยเซ่นไหว้พวกเขาตลอด?”

เสียงชามแตกดังสนั่น เกาหมิงกังวลว่าจะดึงดูดบางสิ่ง เขาจึงแบกหว่านชิวไว้บนหลัง รีบออกไปด้านนอก

ทันทีที่เปิดประตูห้องนั่งเล่น บานประตูโลหะก็ชนเข้ากับใครบางคน

“อย่าเข้าใจผิด! อย่าเข้าใจผิด!”

อู๋ป๋อที่สวมเสื้อกันหนาวหนาในอากาศร้อนจัด ปรากฏตัวอยู่หน้าประตู ยันต์เก่า ๆ ที่ซ่อนไว้ในเสื้อหล่นกระจัดกระจายเต็มพื้น

“ลุงมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”

“อย่าเพิ่งถาม รีบไป!”

อู๋ป๋อไม่แม้แต่จะเก็บยันต์ พาเกาหมิงกับพวกวิ่งไปถึงทางเดินชั้นห้า หลบออกทางช่องรั้ว กลับไปยังอาคารบี

“พวกเธอนี่ใจกล้าจริง ๆ!”

อู๋ป๋อหอบหนัก นั่งทรุดลงกับพื้น “รู้ไหมว่าอาคารเอเกิดคดีฆาตกรรมมากี่ครั้งแล้ว? ที่นั่นมันอาคารผีชัด ๆ!”

“แต่ลุงก็เข้าไปที่นั่นบ่อยไม่ใช่เหรอ?”

เกาหมิงย่อตัวลงข้างเขา “รูปถ่ายขาวดำทั้งแปดที่บูชาอยู่ ก็เป็นฝีมือลุงใช่ไหม? ลุงเกี่ยวข้องอะไรกับผู้ตายในคดีนั้นกันแน่?”

อู๋ป๋อเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงต่ำ

“ซื้อเครื่องรางของฉัน แล้วฉันจะบอก เอาเงินแลกความปลอดภัย เชื่อฉันเถอะ”

“ขอติดไว้ก่อน เดี๋ยวมีเงินแล้วผมจะมาจ่าย”

เกาหมิงจึง “ยืม” ยันต์ประหลาดสามชิ้นจากอู๋ป๋อ ยันต์ถูกพับเป็นรูปสามเหลี่ยม ร้อยด้วยด้ายแดง ภายในห่อเศษรูปถ่ายที่ฉีกขาด

“อย่าลืมเอาเงินมาจ่ายฉันด้วย”

อู๋ป๋อลุกขึ้นยืน “ฉันเคยเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของอาคารเอ คืนที่เกิดคดีฆ่ายกครัว ฉันเป็นคนเข้าเวร”

“คืนนั้นลุงเห็นอะไร?”

“ก่อนจะเกิดเรื่อง อาคารเอก็มีข่าวลือน่ากลัวมาตลอดอยู่แล้ว บางคนเลยติดยันต์ไว้ในห้อง เพื่อป้องกันภัย” อู๋ป๋อขอบุหรี่จากเกาหมิง “คนจากสารทิศมารวมกันที่ถนนซื่อสุ่ย เทพที่พวกเขากราบไหว้ก็ต่างกัน ส่วนใหญ่ก็แค่ที่พึ่งทางใจ แต่บางคนกลับหลงทาง”

เขาพ่นควันออกมา ปล่อยให้ขี้เถ้าตกบนเสื้อเก่า

“พวกนั้นเอาความโชคร้ายกับความเจ็บปวดมาบูชา ใช้ความแค้นขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สุดท้ายก็กลายเป็นคนสุดโต่ง”

“คนที่ก่อคดีฆ่ายกครัว…เป็นคนแบบนั้นใช่ไหม?”

“ใช่”

อู๋ป๋อกลืนน้ำลาย ริมฝีปากแห้งแตก ก่อนถามอย่างลังเล

“พวกเธอเคยได้ยินคำว่า เซียนเนื้อโลหิต ไหม?”

แววตาของเกาหมิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่เขายังส่ายหน้า

“ไม่เคยได้ยินก็ดี ข้างนอกพูดอะไรก็อย่าไปเชื่อ ถ้าเชื่อว่ามีจริงมันก็มี ถ้าเชื่อว่าไม่มีมันก็จะไม่มี” อู๋ป๋อดับบุหรี่ “ผีในอาคารเอมีอยู่สองประเภท ประเภทแรกคือผีร้าย อีกประเภทคือผีดี เครื่องรางที่ฉันให้ไป แยกพวกมันออกได้”

“แล้วจะแยกแยะยังไง?”

“หลังจากเจอผี ให้หยิบเครื่องรางออกมา ถ้าเป็นผีดี มันจะปล่อยไป แต่ถ้าเป็นผีร้ายจะกลืนพวกเธอทั้งเป็น” อู๋ป๋อทำสีหน้าท่าทางราวกับเคยประสบมากับตัวเอง “ฉันบอกพวกเธอมามากพอแล้ว รีบเอาเงินมาให้ฉัน”

“เมื่อกี้ข้างนอก ลุงบอกว่าพวกเราจะตายกันคืนนี้ ลุงเห็นอะไรใช่ไหม?”

“ทุกคนที่ลงมาจากรถสีดำแบบพวกเธอ ตกกลางคืนพวกเขาจะหายตัวไปกันหมด เพราะงั้นฉันถึงบอกว่าพวกเธอกำลังจะตาย” อู๋ป๋อดูเหมือนคนเสียสติ แต่จริง ๆ แล้วกลับเป็นคนฉลาดหลักแหลม

“รถสีดำเป็นรถเฉพาะของสำนักงานสอบสวน ลุงเคยเห็นเจ้าหน้าที่สอบสวนคนอื่นในอาคารไหม? พวกเขาใส่เครื่องแบบเหมือนผม” เกาหมิงอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากปากอู๋ป๋อ “ไม่ต้องกังวลนะ ภายในสำนักงานสอบสวนมีหลายฝ่าย ผมไม่ใช่ฝ่ายเดียวกับคนที่มาก่อนหน้านี้”

“มีเรื่องหนึ่ง ฉันไม่รู้ว่าควรจะเล่าดีหรือไหม” อู๋ป๋อเงียบไปนานก่อนจะเอ่ยปาก “หลังจากอาคารเอถูกหลอกหลอน คนที่ใส่ชุดดำแบบพวกเธอไม่ได้มาหยุดมัน แต่ฉันเห็นพวกเขาย้ายสิ่งของหลายอย่างเข้าไปในอาคารแทน ฉันเลยสงสัยว่า.... ไม่ใช่ว่าอาคารนี้มีผีสิง แต่มีคนเลือกอาคารนี้เพื่อเลี้ยงผี”

เสียงสั่นของวงแหวนสีดำ ดังขึ้นใต้แขนเสื้อของเกาหมิง อู๋ป๋อรีบเอามือปิดปาก เหยียบก้นบุหรี่ แล้วถอยหลังออกไปอย่างรวดเร็ว

เกาหมิงมองไปที่วงแหวนสีดำ เขาได้รับภารกิจจากสำนักงานสอบสวนส่วนกลาง คืนนี้เวลาสี่ทุ่ม เจ้าหน้าที่สอบสวนทุกคนที่เคยผ่านเหตุผิดปกติระดับสาม จะถูกเรียกระดมไปยัง ถนนซื่อสุ่ยเขตตะวันออก สถานการณ์ในอพาร์ตเมนต์ซื่อสุ่ยถึงระดับวิกฤต จำเป็นต้องรีบแก้ไขโดยด่วน

‘เดิมพันคืนนี้สินะ?’

แม้แต่เกาหมิงที่เพิ่งเข้าร่วมสำนักงานสอบสวนได้ไม่กี่วันก็ยังได้รับคำสั่ง เรียกได้ว่าสถานการณ์ร้ายแรงถึงขีดสุด สำนักงานสอบสวนส่วนกลางรวบรวมกำลังทั้งหมด หวังจะยุติเหตุผิดปกติให้ได้ แต่หากคืนนี้ยังล้มเหลว หลังจากกลืนกินชีวิตผู้คนไปมากมาย เรื่องเล่าผีในอพาร์ตเมนต์ซื่อสุ่ยจะต้องหลุดการควบคุมอย่างแน่นอน

“พวกเราออกจากอพาร์ตเมนต์ก่อนเถอะ”

บนถนนด้านนอก รถตำรวจแล่นผ่านไปมา เพื่อปฏิบัติการในคืนนี้ สำนักงานสอบสวนส่วนกลางเตรียมปิดล้อมพื้นที่ใกล้เคียงทั้งหมด

หลังจากไปพบจูเหมี่ยวเหมี่ยวและหยานฮัวที่ร้านอาหาร เกาหมิงเปิดห้องส่วนตัว และเล่าสถานการณ์ภายในอพาร์ตเมนต์อย่างคร่าว ๆ

“ตอนนี้ยืนยันได้แล้วว่า เหตุผิดปกตินี้อย่างน้อยก็เป็นระดับสี่ และไม่ใช่ระดับสี่ธรรมดา ภายในมีผีจำนวนมาก สภาพแวดล้อมซับซ้อน” เกาหมิงไม่มั่นใจนัก “ครั้งก่อนที่ผมรอดจากเหตุผิดปกติระดับสามได้ เพราะผีในเหตุการณ์นั้นไม่มีเจตนาร้ายกับผม แต่ครั้งนี้ ผมไม่กล้ารับประกันว่าจะพาทุกคนออกมาได้อย่างปลอดภัย”

สายตาของเขากวาดมองทุกคนในห้อง ก่อนจะพูดต่อ

“พวกคุณต้องคิดให้ดี ก่อนจะตอบคำถามต่อไปของผม”

“ถามมาเถอะ” เซวียนเหวินดูเหมือนจะรู้ว่าเกาหมิงกำลังจะถามอะไร และเธอก็มีคำตอบอยู่แล้ว

“ความเป็นไปได้ที่พวกเราจะตายในเหตุการณ์นี้ มากกว่าร้อยละเก้าสิบ ใครเต็มใจจะเสี่ยงไปกับผมก็อยู่ต่อ ใครไม่อยากเสี่ยงก็ขับรถกลับสำนักงานได้ ผมจะไม่บังคับใครทั้งนั้น” หลังจากพูดจบ สีหน้าของเกาหมิงก็ดูผ่อนคลายลงเล็กน้อย

“ฉันจะอยู่ต่อ” ท่ามกลางความประหลาดใจของทุกคน คนที่พูดเป็นคนแรกกลับเป็นจูเหมี่ยวเหมี่ยว “ฉันเป็นเจ้าหน้าที่สอบสวน การสืบสวนเหตุผิดปกติคือหน้าที่ของฉัน”

สายตาของเซวียนเหวินสลับมองระหว่างจูเหมี่ยวเหมี่ยวกับเกาหมิง ก่อนจะเคาะโต๊ะเบา ๆ

“ฉันก็อยู่ ต้องมีคนคอยจับตาดูพวกคุณสองคน”

“เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว คืนนี้จะลงมือเมื่อไหร่” หยานฮัวขมวดคิ้ว เขาไม่เคยคิดจะจากไปตั้งแต่แรก

“พวกคุณคิดดีแล้วจริง ๆ ใช่ไหม?” ไม่ใช่ว่าเกาหมิงพูดซ้ำซาก แต่คนเป็นไม่มีอาวุธ ไม่มีเครื่องมือใดที่ทำอันตรายต่อผีได้ การเข้าไปในเหตุผิดปกติระดับสี่ ภายใต้สถานการณ์ที่จำนวนและพลังของผียังไม่ทราบแน่ชัด แทบไม่ต่างจากการเดินเข้าไปตาย

“ผม….ก็จะไปด้วย” หว่านชิวที่เพิ่งได้สติ จับข้อมือของเกาหมิงไว้แน่น “มีคนแปดคน…กำลังรอผมอยู่”

ไม่มีใครถอนตัว เกาหมิงจึงตัดสินใจในที่สุด

“ดี! รอจนฟ้ามืด พวกเราจะหลบการเฝ้าระวังของสำนักงานสอบสวน แล้วเข้าไปจากอีกด้านหนึ่ง”

ทุกคนเร่งค้นข้อมูลคดีฆาตกรรมที่เกี่ยวข้องกับถนนซื่อสุ่ย จดจำตำแหน่งของห้องผีสิงทุกหลัง เตรียมการอย่างเต็มที่จนถึงวินาทีสุดท้าย

ฝนที่ตกหนักติดต่อกันหลายวันเริ่มมีทีท่าจะหยุดลง แต่กลุ่มเมฆยังไม่สลาย

ละอองฝนโปรยปรายตกลงบนรถเก๋งสีดำคันแล้วคันเล่า ถนนซื่อสุ่ยทั้งสายถูกปิดล้อม

ผู้คนสามารถเข้าไปได้ แต่ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ออกไป

เจ้าหน้าที่สอบสวนในเครื่องแบบสีดำวิ่งขวักไขว่ไปมา เจ้าหน้าที่ชั้นแนวหน้าที่เก่งกาจที่สุดของ สำนักงานสอบสวนจากทุกเขต ถูกส่งมารวมตัวกันที่นี่ทั้งหมด

ในขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่ของเมืองถอนหายใจโล่งอก คิดว่าฝนจะหยุดและฟ้าจะเปิด ในเงามืดนั้น เหล่าเจ้าหน้าที่สอบสวนเริ่มขยับเข้าใกล้อพาร์ตเมนต์ซื่อสุ่ยอย่างเงียบงัน

อาคารที่เป็นลางร้ายนี้เป็นเครื่องพิสูจน์อย่างเงียบ ๆ ถึงความลึกลับและความน่าสะพรึงกลัวที่พวกเขากําลังจะเผชิญ

จบบทที่ บทที่ 40 ค่ำคืน

คัดลอกลิงก์แล้ว