เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 หมอเกา

บทที่ 32 หมอเกา

บทที่ 32 หมอเกา


ร่างกายของหยานฮัวสูงใหญ่ผิดมนุษย์ เพียงแค่เขาลุกขึ้นยืนก็สามารถบดบังแสงทั้งหมดได้ เกาหมิงที่อยู่ต่อหน้าเขาดูเปราะบางราวกับลูกไก่ตัวหนึ่ง ราวกับถูกชกเพียงหมัดเดียวก็ตายได้ แต่หมัดที่เคยทุบทำลายใบหน้ามานับไม่ถ้วน กลับหยุดนิ่ง

เขาผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็น “เพชฌฆาต” ชนะสังเวียนผิดกฎหมายสิบสามไฟต์ติด เขาไม่เคยลังเลเช่นนี้มานานแล้ว

หยานฮัวไม่ใช่คนเลว ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน เขาก็ไม่อาจจัดได้ว่าเป็นคน แต่หากปล่อยเขาไว้ ไม่เข้าไปยุ่ง และปล่อยให้เรื่องราวชีวิตของเขาดำเนินต่อไปตามเนื้อเรื่องที่เกาหมิงตั้งค่าไว้ เขาจะถูกแรงกระตุ้นที่รุนแรงจะกัดเซาะศีลธรรมของเขาอย่างช้า ๆ จนสุดท้ายจะนําพาเขาไปสู่เส้นทางแห่งการทําลายล้างอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ กลายเป็นหนึ่งในฆาตกรที่น่ากลัวที่สุดของเมืองหานไห่

“ต่อให้คุณจะฝึกร่างกายหนักแค่ไหน มันก็ไม่มีประโยชน์ เพราะวิญญาณของคุณยังคงติดอยู่ในเงามืดของวัยเด็ก” เกาหมิงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ เสื้อผ้าด้านหลังของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น แต่เขาไม่แสดงอาการตื่นตระหนกออกมาแม้แต่น้อย ทำราวกับว่าทุกอย่างอยู่ในการคาดการณ์แล้ว “การฆ่าและความรุนแรง ไม่อาจมอบความรู้สึกปลอดภัยให้คุณได้ กลับกัน มันจะยิ่งทำให้คุณบิดเบี้ยวมากขึ้น”

“ใครเป็นคนบอกเรื่องพวกนี้กับคุณ” สูทบนร่างของหยานฮัวถูกกล้ามเนื้อที่ขยายตัวฉีกขาด ลวดลายยักษ์ผีอันดุร้ายทั่วร่างทำให้เขาดูราวกับปีศาจที่คลานออกมาจากนรก

“พี่สาวของคุณ หยานหลิง” เกาหมิงหยิบไฟแช็กออกมา จุดบุหรี่หนึ่งมวน “หรือว่า…นั่งคุยกันดีไหม”

เมื่อได้ยินชื่อพี่สาว ดวงตาของหยานฮัวเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ สีหน้าที่เคยดุร้ายก็ผ่อนคลายลงโดยไม่รู้ตัว ชื่อนั้นมีความหมายสำหรับเขามาก

ความทรงจำอันงดงามเพียงเล็กน้อยในวัยเด็ก ล้วนเป็นสิ่งที่พี่สาวมอบให้

ด้วยความทรงจำเหล่านี้เองที่ทำให้เขาอดทนได้มาจนถึงทุกวันนี้

“เธอยังมีชีวิตอยู่?” เมื่อหยานฮัวรู้ตัวอีกที เขาก็นั่งลงบนเก้าอี้ไปแล้ว เขาทําสิ่งที่เกาหมิงพูดโดยไม่รู้ตัว

“ใช่ เธอฝากผมให้ดูแลคุณให้ดี ไม่ให้คุณต้องเจ็บปวดอีก และให้คุณได้มีชีวิตที่เป็นของตัวเอง”

“ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน! พาผมไปพบเธอ!” หยานฮัวเชื่อคำพูดของเกาหมิง เพราะนอกจากพี่สาวแล้ว ไม่มีใครรู้เรื่องวัยเด็กของเขา และมีเพียงคนที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่สาวเท่านั้น ที่จะได้ยินเรื่องราวในอดีตซึ่งพวกเขาไม่อยากหวนกลับไปนึกถึงที่สุด

แขนเสื้อถูไปกับโต๊ะ วงแหวนสีดำที่ข้อมือของเกาหมิงโผล่ออกมาโดยไม่ตั้งใจ “ผมเองก็อยากพบเธออีกครั้ง แต่เธอถูกขังอยู่ในอีกสถานที่หนึ่ง มีเพียงผ่านเหตุการณ์บางอย่างเท่านั้น ถึงจะเข้าไปยังที่ที่เธออยู่ได้”

“คุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร!?” หยานฮัวขมวดคิ้ว แม้แต่เขาซึ่งเป็นคนบ้า ยังรู้สึกว่าเกาหมิงกำลังพูดเรื่องเพี้ยน ๆ

….

“เรื่องเล่าสยองขวัญจะปกคลุมเมือง ภูตผีชั่วร้ายอาจปรากฏขึ้นได้ทุกเมื่อ หายนะครั้งใหญ่กำลังจะมาถึง”

“?”

คำพูดของเกาหมิง ทำให้หยานฮัวพูดไม่ออก ความ “บ้า” ของเขาช่างสุดโต่ง จนแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้จะตอบอย่างไรดี

ผ่านไปเนิ่นนาน เขาจึงส่ายหน้าเบา ๆ

“อย่าอ้อมค้อม แค่บอกมาว่าผมต้องทำอะไรบ้าง”

“ตอนที่คุณตื่นขึ้นมา ข้างตัวคุณน่าจะมีรูปถ่ายขาวดำใบหนึ่งอยู่ นั่นคือหลักฐานที่ดีที่สุด” เกาหมิงดื่มน้ำอุ่นไปอึกหนึ่ง “ผมสัญญากับพี่สาวของคุณแล้ว ว่าจะดูแลคุณต่อ สิ่งที่คุณต้องทําคือให้ความร่วมมือกับการรักษา แล้วรอฟังข่าวจากผม”

“ต้องรอนานแค่ไหน”

“สถานที่ที่พี่สาวของคุณหายตัวไป เป็นที่ที่อันตราย เราไม่สามารถรีบร้อนเรื่องนี้ได้” เกาหมิงตั้งใจเปลี่ยนประเด็น “เมื่อเทียบกับการตามหาพี่สาว การรักษาบาดแผลในใจของคุณให้หาย คือสิ่งที่เร่งด่วนที่สุด”

“ผมควบคุมตัวเองได้”

“ไม่จำเป็นต้องควบคุม การที่คุณผ่านช่วงเวลาเลวร้ายในวัยเด็กมา ได้ฝังพฤติกรรมความรุนแรงเอาไว้ เนื่องจากคุณใช้ความรุนแรงต้านความรุนแรงสิ่งที่คุณได้รับมีแต่จะเลวร้ายลง” เกาหมิงดับบุหรี่ “การแก้ปัญหาที่คุณทำอยู่ไม่ได้ช่วยอะไรคุณ มีแต่จะทำให้คุณแย่ลง แต่ผมช่วบคุณได้”

สายฝนกระหน่ำตัดขาดร้านอาหารออกจากตัวเมือง ที่นี่ราวกับมุมหนึ่งที่ถูกโลกหลงลืม

หยานฮัวรู้ดีมากกว่าผู้ใดถึงความปรารถนาในใจตนเอง เจตนาฆ่าและความเจ็บปวดที่เชี่ยวกราก แทบจะกลืนกินทุกอย่างของเขา

“ความจริงแล้ว นอกจากการฆ่า ยังมีวิธีแก้ไขที่ดีกว่านั้น ความแค้นของคุณมาจากพ่อเลี้ยง แค่ปล่อยให้เขาตายไปง่าย ๆ ไม่อาจเยียวยาคุณได้ เราควรให้เขาได้รับการลงโทษ!” เกาหมิงนึกถึงเรื่องเล่าสยองขวัญทั้งหมดที่ตนเคยอ่าน “ให้ผมช่วยคุณเถอะ ผมจะมอบแผนการรักษาที่คุณพอใจให้”

“ทำไมผมรู้สึกว่า เมื่อเทียบกับผมแล้ว คุณดูจะป่วยกว่าผมด้วยซ้ำ” หยานฮัวค่อย ๆ ลดความเป็นศัตรูลง “ผมควรเรียกคุณว่าอะไร”

“ผมชื่อเกาหมิง” เกาหมิงทิ้งข้อมูลติดต่อไว้ พร้อมรอยยิ้มบาง “แต่ผมชอบให้คนเรียกผมว่า หมอเกา มากกว่า”

“หมอเกา?” หยานฮัวพยายามท่องจำหมายเลขโทรศัพท์ของเกาหมิง “ผมเคยพบจิตแพทย์มาแล้ว แต่ไม่เคยมีหมอคนไหนพูดกับผมแบบนี้มาก่อน”

“เพราะผมยืนอยู่ข้างคุณ”

เกาหมิงเดินไปที่เคาน์เตอร์ หยิบบะหมี่สองชามแล้วออกจากร้านอาหาร

เมื่อกลับขึ้นรถของสำนักงานสอบสวน เกาหมิงไม่ได้ปิดบังอะไร เขายื่นบะหมี่ให้จูเหมี่ยวเหมี่ยว ทั้งสองก็นั่งกินกันอยู่ในรถ

“เกาหมิง เพื่อนคุณคนนั้นตัวใหญ่มากเลยนะ! น่ากลัวสุด ๆ ด้วย คุณไม่กลัวเหรอที่ไปเป็นเพื่อนกับคนแบบนั้น” จูเหมี่ยวเหมี่ยวกินบะหมี่คำโต เธอเองก็หิวมาก

“ทำไมต้องกลัวด้วย?” เกาหมิงเพิ่งสังเกตหลังจากที่นั่งลง หลังของเขาเปียกชุ่มไปหมด ลำคอยังมีเหงื่อเย็นซึมออกมาไม่หยุด

“ฉันไม่ได้มีอคติกับรอยสักนะ แต่เขาสักปีศาจร้ายเต็มตัวเลย เหมือนพวกแก๊งมาเฟีย ต้องเป็นคนที่มีตำแหน่งสูงมาก ๆ ถึงจะสักแบบนั้นได้”

“ดูละครมากไปแล้วมั้ง รีบกินเถอะ เดี๋ยวเรายังต้องไปที่อื่นต่อ” เกาหมิงเพิ่งได้รับข้อความจากสำนักงานสอบสวน พวกเขาพบตำแหน่งของ ‘อาชญากร’ คนที่สองแล้ว และบังเอิญว่าอีกฝ่ายก็อยู่ในเขตตะวันออกเช่นกัน

หลังจากกินบะหมี่เสร็จ จูเหมี่ยวเหมี่ยวก็ขับรถไปส่งเกาหมิงที่บริเวณใกล้สถาบันเซนต์หลุยส์ เขตตะวันออก

สถาบันแห่งนี้ค่อนข้างพิเศษ ก่อตั้งโดยสมาคมการกุศลเมืองหานไห่ เมื่อหลายปีก่อน ถูดสร้างขึ้นจากเงินบริจาคของผู้คนหลากหลายวงการ เคยรุ่งเรืองอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ต่อมาคุณภาพการเรียนการสอนตกต่ำลงเรื่อย ๆ จนกลายเป็นโรงเรียนเอกชนที่มีการบริหารจัดการวุ่นวายที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองหานไห่

เขตตะวันออกเป็นที่รวมของผู้มีอำนาจและคนร่ำรวยที่สุดในเมืองหานไห่ แต่ขณะเดียวกันก็มีครอบครัวยากจนระดับล่างจำนวนมากมาหางานทำอยู่ที่นี่ พวกเขาไม่มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียนโรงเรียนเอกชนระดับสูง และก็ไม่มีโควตาเข้าโรงเรียนรัฐบาล ทำได้เพียงส่งลูกหลานมาเรียนที่สถาบันอย่างเซนต์หลุยส์เท่านั้น

“สวัสดีค่ะ พวกเราเป็นเจ้าหน้าที่สอบสวนจากสำนักงานสอบสวนลี่ซาน อยากสอบถามเรื่องคนคนหนึ่งหน่อยค่ะ” จูเหมี่ยวเหมี่ยวเดินไปที่ป้อมยามของโรงเรียน แต่ชายชราดูเหมือนจะหูตึงเล็กน้อย เอาแต่ก้มหน้าดูข่าว ไม่เงยขึ้นมาเลย

เกาหมิงหยิบธนบัตรห้าร้อยออกมา แล้วยื่นไปที่ช่องหน้าต่าง “เมื่อวานตอนเย็น มีนักเรียนคนหนึ่งถูกทำร้ายในซอยใช่ไหม?”

ชายชราเห็นเงินก็พยักหน้า เตรียมจะเอื้อมมือไปหยิบ แต่กลับถูกเกาหมิงคว้าข้อมือไว้ก่อน

“เอ๊ะ?” เขาพยายามดิ้น แต่ก็สลัดไม่หลุด “คุณจะทำอะไร!”

“เปิดกล้องวงจรปิดของเมื่อวาน บอกผมทุกอย่างที่เกิดขึ้น ห้ามตกหล่นแม้แต่นิดเดียว” สีหน้าของเกาหมิงเคร่งเครียด “เด็กคนนั้นอันตรายมาก”

ภายใต้การกดดันของเกาหมิง ยามชราจึงยอมให้ความร่วมมือ แต่ภาพจากกล้องวงจรปิดของเมื่อวานกลับถูกลบไปบางส่วนแล้ว

“เพื่อลบหลักฐาน ถึงกับลบกล้องวงจรปิด พวกคุณนี่ใจกล้าจริง ๆ” เกาหมิงหัวเราะเย็นชา หลายครั้งโศกนาฏกรรมสามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่เพราะความชั่วร้ายเล็ก ๆ นี้ สุดท้ายก็ผลักผู้คนลงสู่หุบเหว

การที่ยามลบวิดีโอ น่าจะเป็นเพราะได้รับคำสั่งมา ระหว่างการช่วยปกปิดกับมโนธรรม เขาเลือกที่จะช่วยเหลือความชั่ว

ในสายตาของชายชรา เขาอาจคิดว่าตัวเองไม่ได้ลงมือทำเรื่องเลวร้ายอะไรโดยตรง แต่ความจริงแล้ว เขาก็กลายเป็นหนึ่งในห่วงโซ่ของความชั่วไปแล้ว

เมื่อเข้าไปในโรงเรียน เกาหมิงเดินตามข้อมูลที่สำนักงานสอบสวนส่งมา มุ่งหน้าไปยังอาคารมัธยมปลาย ชั้นสาม

“เกาหมิง พวกเราเดินบุกเข้ามาแบบนี้ มันไม่ค่อยเหมาะหรือเปล่า” จูเหมี่ยวเหมี่ยวเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้อำนวยการเฉินถึงให้เธอตามเกาหมิงมา หากไม่มีคนคอยจับตาดู เจ้าหน้าที่สอบสวนคนนี้อาจทำเรื่องเกินขอบเขตได้จริง ๆ

“ไม่อยู่ในห้องเรียน” เกาหมิงทำท่าราวกับเป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายปกครองคนใหม่ เขาหยุดมองผ่านหน้าต่างห้องเรียนทุกห้องบนชั้นสาม สายตาจ้องนักเรียนไม่วางตา จนครูที่ยืนอยู่บนแท่นสอนยังรู้สึกตึงเครียด

“เราไปคุยกับผู้บริหารโรงเรียนก่อนดีไหม”

จูเหมี่ยวเหมี่ยวดึงเสื้อเกาหมิง พยายามจะลากเขาออกไป แต่ในจังหวะนั้นเอง ทั้งสองก็ได้ยินเสียงนักเรียนชายดังมาจากห้องน้ำ

“รีบอัดคลิปไว้! หว่านชิวแอบเข้าห้องน้ำหญิงตอนคาบเรียน! มันเป็นโรคจิตจริง ๆ!”

จบบทที่ บทที่ 32 หมอเกา

คัดลอกลิงก์แล้ว