เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 เกาหมิงมีงานใหม่

บทที่ 31 เกาหมิงมีงานใหม่

บทที่ 31 เกาหมิงมีงานใหม่


“สำนักงานสอบสวนส่วนกลางให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก บุคลากรทุกคนที่เข้าร่วมการสอบสวน ล้วนผ่านการคัดกรองหลายชั้น ต่อให้คุณมีความสามารถเพียงพอ พวกเขาก็ไม่ปล่อยให้คุณเข้าไปอยู่ดี” ไป๋เซียวหยิบแฟ้มเอกสารที่มีชื่อฉินเทียนวางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา “ถนนหมินหลงกับถนนลี่จิ่งก็ต้องมีคนเฝ้า งานของคุณก็สําคัญไม่น้อยไปกว่างานของพวกเรา”

พูดจบไป๋เซียวก็เริ่มหารือแผนปฏิบัติการคืนนี้กับสมาชิกอาวุโสสามคนที่เหลืออยู่ ทุกขั้นตอนต้องซ้อมล่วงหน้าและพิจารณาความเป็นไปได้ทั้งหมดที่จะเกิดขึ้น

เกาหมิงไม่ได้เข้าร่วมบทสนทนา เขาค้นพบสิ่งที่ต้องการจากคอมพิวเตอร์ของฉินเทียน

ภายในสำนักงานสอบสวนมีเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบด้านการรวบรวมและค้นหาข้อมูลโดยเฉพาะ เกาหมิงโทรติดต่ออีกฝ่าย หวังจะใช้เครือข่ายการสอบสวนที่สำนักงานสอบสวนวางไว้ทั่วเมืองหานไห่เพื่อตามหาคน

เขาหยิบโทรศัพท์ออกมา ป้อนข้อมูลของอาชญากรที่ตนออกแบบไว้หลายราย

คนบ้าที่อันตรายที่สุดต้องถูกกำจัดตั้งแต่เนิ่น ๆ ส่วนคนที่ยังพอช่วยเหลือได้ ก็จะลองพิจารณาความเป็นไปได้ในการร่วมมือ

เพราะทั้งหมดเป็นผลงานที่เขาออกแบบเอง เกาหมิงจึงรู้ดีถึงข้อบกพร่องทางจิตใจและจุดอ่อนของอาชญากรเหล่านั้น ทั้งเมืองนี้มีเพียงเขาคนเดียวที่กล้าพอจะควบคุมกลุ่มคนบ้าสุดโต่งเหล่านั้น

ราวครึ่งชั่วโมงต่อมา เจ้าหน้าที่ของสำนักงานสอบสวนก็ส่งข้อมูลมาให้เกาหมิง “อาชญากร” รายแรกถูกพบแล้ว

อาชญากรรายนี้มีรูปร่างลักษณะที่โดดเด่นอย่างยิ่ง หากไม่ตั้งใจหลบซ่อน ก็แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะรอดพ้นจากกล้องวงจรปิดที่มีอยู่ทั่วเมือง

“คลับต่อสู้ใต้ดินงั้นเหรอ?”

ประสิทธิภาพของสำนักงานสอบสวนสูงจนน่าตกใจ เมื่อเกาหมิงได้รับข้อมูลแล้วก็สวมเสื้อกันฝน เตรียมออกเดินทางทันที

“คุณจะไปไหน ฉันไปด้วย!” จูเหมี่ยวเหมี่ยวที่กำลังเหม่ออยู่ลุกขึ้นยืน รีบหาขวานของเธอ

“ไม่ต้อง คุณเฝ้าอยู่ที่นี่”

“ผู้อำนวยการเฉินบอกให้ฉันตามคุณ” จูเหมี่ยวเหมี่ยวยังไม่ทันได้หยิบขวานก็รีบวิ่งมาข้างเกาหมิง “มีภารกิจใหม่เหรอ”

“แค่ไปพบเพื่อนคนหนึ่ง” เกาหมิงไม่ได้ปฏิเสธ เขากับจูเหมี่ยวเหมี่ยวขับรถของหน่วยที่หนึ่ง มุ่งหน้าไปยังเขตตะวันออกทันที

….

หานไห่หนึ่งในเมืองท่าปลอดภาษีที่ใหญ่ที่สุดของโลก มีทั้งศิลปะชั้นสูง หรือกระทั่งสิ่งที่เลวร้ายที่สุด ที่นี่คุณสามารดื่มด่ำกับความสุขใด ๆ ก็ได้ หากคุณยินดีจ่ายราคามากพอ ทุกอย่างที่คุณต้องการจะอยู่ตรงหน้าคุณ

เกาหมิงคับรถของสํานักงานอย่างชํานาญผ่านถนนที่พลุกพล่านของเมือง ในที่สุดก็ถึงถนนควีนสายที่สิบเอ็ด เขาจอดรถไว้ใกล้กับร้านอาหารจีนแห่งหนึ่ง

‘ตามข้อมูลของสำนักงานสอบสวน เป้าหมายจะมาทานอาหารกลางวันที่นี่ตรงเวลาเป็นประจำทุกวัน’ เกาหมิงกดขอบหมวกลง มองจูเหมี่ยวเหมี่ยวซึ่งนั่งตึงเครียดอยู่ในรถ ตั้งท่าพร้อมจะกระโจนลงมือตลอดเวลา เกาหมิงส่งสัญญาณมือเพื่อให้เธอสงบลง

ฝนเริ่มซาลง เกาหมิงมองแอ่งน้ำไกลออกไป เงาสะท้อนเผยให้เห็นเมืองที่บิดเบี้ยว

ปะ!

เสียงฝีเท้าหนัก ๆ เหยียบลงบนผิวน้ำ เงาของเมืองกระเด็นไปทั่ว ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างรีบหลบออกไปไกล

ตรงหัวมุมถนน มีชายคนหนึ่งสูงเกือบสองเมตร สวมสูทสั่งตัด เดินตรงมาทางร้านอาหาร

ร่างนั้นกำยำอย่างยิ่ง เต็มไปด้วยมัดกล้าม ผิวหนังที่โผล่พ้นเสื้อผ้าเผยให้เห็นถึงรอยสักยักษ์ผีขนาดใหญ่ที่ดูน่ากลัวและดุร้าย

‘เหมือนที่เราเคยจินตนาการไว้จริง ๆ’ เกาหมิงจ้องชายร่างยักษ์ที่ตรงมา มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย แม้จะอยู่ห่างไกล เขาก็ยังสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากอีกฝ่าย

ชายคนนั้นไม่ได้สนใจเกาหมิง ผลักประตูเข้าไปในร้าน ลูกค้าคนอื่น ๆ ต่างขยับเว้นที่ว่างออกอย่างรู้หน้าที่

“เหมือนเดิม” เส้นเสียงของชายคนนั้นเคยได้รับบาดเจ็บ เสียงจึงแหบต่ำ เขาก้มตัวนั่งลง กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งตึง ราวกับจะดันสูทให้ปริออกมา

บรรยากาศภายในร้านอาหารตึงเครียดขึ้น ลูกค้าต่างเร่งกินอาหารให้เสร็จเพื่อจะได้รีบออกไป ชายคนนั้นดูเหมือนจะคุ้นชินกับภาพแบบนี้แล้ว

“เถ้าแก่ บะหมี่สอง กลับบ้านครับ!” เกาหมิงตะโกนเรียกไปทางเคาน์เตอร์ จากนั้นก็เดินผ่านที่นั่งว่างหลายโต๊ะ ก่อนจะมานั่งลงตรงข้ามชายคนนั้น

เขารินน้ำร้อนใส่แก้วสองใบ ท่าทีผ่อนคลายอย่างยิ่ง

“ได้ยินว่าช่วงนี้คุณชกมวยผิดกฎหมายอยู่เหรอ ชนะมาสิบสามไฟต์ติด แต่ชื่อที่ใช้แข่งดูเหมือนจะไม่ใช่ชื่อจริงของคุณนะ ทําไมคุณถึงใช้ชื่อปลอมลงแข่งล่ะ?”

ชายคนนั้นขมวดคิ้ว ผิวหนังตึงรั้ง รอยสักผีบนแก้มราวกับกำลังอ้าปากกว้างอย่างดุร้าย

“ผมเคยรู้จักนักมวยคนหนึ่ง เขาหน้าตาคล้ายคุณมาก คนคนนั้นใช้ชีวิตยากลำบากมาตั้งแต่เด็ก” เกาหมิงยิ้มเล็กน้อยก่อนพูดต่อ “แม่ของเขาป่วยหนัก หลังจากสามีเสียชีวิต เพื่อลูกชายและลูกสาว เธอจึงแต่งงานใหม่ เธอหวังว่าการแต่งงานครั้งนี้ชีวิตของพวกเธอจะดีขึ้น แต่กลับพบว่าชายคนนั้นเป็นแค่คนขี้แพ้ที่ติดพนัน อารมณ์ร้ายและหยาบคาย สิ่งเดียวที่ชายคนนั้นทำ คือรักษาศักดิ์ศรีอันน่าสมเพชและน่าขันของตัวเองต่อหน้าภรรยาที่ป่วยและลูกเลี้ยงที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ”

“ศักดิ์ศรีที่เขาสูญเสียไปข้างนอก เขาจะทวงคืนมาเป็นเท่าทวี ผ่านความรุนแรง และวิธีที่น่ากลัวยิ่งกว่าความรุนแรง”

ขณะที่เกาหมิงพูดบรรยากาศภายในร้านอาหารดูตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ ลูกค้าที่เหลืออยู่ไม่กี่คนรีบทานอาหารให้เสร็จและจากรีบจากไป

อย่างไรก็ตาม เกาหมิงไม่มีทีท่าว่าจะจากไป เขาตั้งใจแน่วแน่กับการเผชิญหน้าครั้งนี้

“นักพนันคนนั้นไม่คู่ควรที่จะเป็นพ่อของใคร หลังจากภรรยาเสียชีวิต เขายิ่งปฏิบัติกับเด็กทั้งสองอย่างหยาบคาย สั่งให้ลูกสาวคนโตทำงานบ้านสารพัด เมื่อไม่พอใจเขาก็จะลงมือทำร้ายเธอ”

“แต่เมื่อเทียบกับลูกสาวคนโต เด็กที่น่าสงสารกว่ากลับเป็นลูกชายคนเล็ก” เขาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยในขณะเล่าเรื่องต่อ เสียงของเขามีจังหวะที่ช้าลงและสม่ำเสมอ “เด็กคนนั้นใสซื่อใจดี แต่ถูกพ่อเลี้ยงข่มขู่ด่าทออยู่เสมอ สุดท้ายเขาก็เป็นโรคปัสสาวะรดที่นอนเรื้อรัง… และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่หาย”

สายตาของชายที่นั่งตรงข้ามเปลี่ยนไป ความทรงจําอันน่าเศร้าฉีกผ่านเกราะกำยบังออกทีละเล็กทีละน้อย

เกาหมิงมองทุกอย่างอยู่ในสายตา เขายกแก้วน้ำขึ้นเขย่าเบา ๆ เสียงพูดแฝงจังหวะพิเศษ “ทุกครั้งที่เด็กคนนั้นปัสสาวะรดที่นอน พ่อเลี้ยงจะเดือดดาล เขาเอาผ้าปูที่นอนเปียกชุ่มคลุมหน้าลูก กดหัวเด็กลงไปที่กระโถน แล้วบอกว่าสุนัขยังรู้เลยว่าควรขับถ่ายที่ไหน”

“พูดจบหรือยัง!” ชายที่เคยสงบนิ่งเริ่มหายใจถี่ ดวงตาแดงก่ำ ความทรงจำอันเจ็บปวดที่ฝังลึกถูกปลุกขึ้น ฝันร้ายในวัยเด็กถาโถมกลับมาอีกครั้ง

ในอนาคตหยานฮัวจะกลายเป็นฆาตกรที่บ้าคลั่ง แต่ในตอนนี้ เขายังไม่ได้เบ่งบานอย่างสมบูรณ์

“เพราะกลัวการปัสสาวะรดที่นอน เขาถึงขั้นกลัวการนอนหลับ ในค่ำคืนนับไม่ถ้วน เขาจะบังคับให้ตัวเองลืมตาเอาไว้อยู่เสมอ สิ่งนี้เริ่มทำให้เด็กคนนัั้นเริ่มไม่ปกติ” ความเร็วในการพูดของเกาหมิงเริ่มเร็วขึ้น “ยิ่งเขาต่อต้านมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งพบเจอสิ่งที่โหดร้ายมากขึ้นเท่านั้น เขารู้ว่าความรุนแรงจะก่อให้เกิดความรุนแรงมากขึ้น ยิ่งนานวันเข้าเขายิ่งทำตัวเกินเด็ก ในขณะเดียวกันก็ยังเก็บงําความปรารถนาอันบ้าคลั่งไว้”

แขนของชายคนนั้นค่อย ๆ โก่งงอ เขาลุกขึ้นช้า ๆ สูทถูกกล้ามเนื้อที่ตึงรัดฉีกปริ ราวกับภูเขาเนื้อที่แผ่แรงกดดันออกมา

“พ่อเลี้ยงไม่เคยมองเขาเป็นมนุษย์ แถมยังตั้งชื่อที่ออกไปทางผู้หญิงให้เขาว่า หยานฮัว”

“หุบปาก!” ความเดือดดาลภายในใจของเขาถึงจุดแตกหักแล้ว

“ต่อมาเมื่อโตขึ้น เขาเริ่มฝึกฝนตัวเองอย่างทรมานราวกับทำร้ายตนเอง แต่ในใจก็ยังคงหวาดกลัว อาการปัสสาวะรดที่นอนก็ยิ่งแย่ลง”

“ฉันบอกให้หุบปาก!” เสียงของชายคนนั้นเป็นส่วนผสมของความโกรธและความสิ้นหวังร่างกายของเขาสั่นสะท้าน กระดูกมือส่งเสียงกรอบแกรบ

“เด็กคนนั้นเกลียดร่างกายของตัวเอง เขาฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม แต่ไม่มีใครรู้ว่า ความพยายามอย่างเอาเป็นเอาตายของเขา แท้จริงแล้วมีเป้าหมายเพียงอย่างเดียว….”

หมัดนั้นพุ่งเข้ามา

เกาหมิงก็พูดประโยคสุดท้ายออกมาในที่สุด

“เขาอยากฆ่าพ่อเลี้ยงของตัวเอง”

หมัดหยุดค้างอยู่ตรงหน้า เสียงของเกาหมิงราวกับคมมีดผ่าหัวใจชายผู้นั้น ความลับที่ซ่อนเร้นมากว่ายี่สิบปีถูกเปิดโปง เขารู้สึกราวกับยืนเปลือยกายอยู่ท่ามกลางสายฝน

ผู้แปล: 颜花 ยันฮวา หรือ หยานฮัว ในภาษาจีน หมายถึง ความสวยงามโดดเด่นเหมือนดอกไม้

จบบทที่ บทที่ 31 เกาหมิงมีงานใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว